กำพร้า ณ ต่างโลก (อ่านฟรี)

    123 สงครามมันเริ่มขึ้นแล้ว

    123 สงครามมันเริ่มขึ้นแล้ว

    วารีตื่นมาในห้องนอนวี

    น้องน้ำนอนอยู่ที่เปลเด็กโดยมีวีแกว่งน้องน้ำอยู่

    ห้องตกแต่งด้วยของเล่นหลายอย่างอยู่ทุกมุมห้อง

    วีหูกระดิกเมื่อวารีลุกแล้วหันมาหาวารี

    จากนั้นเธอยิ้มกริ่มแล้วอุ้มน้องน้ำที่ตื่นแล้วขึ้นมา

    “เดินไปหาพ่อสิลูก” วีวางน้องน้ำให้ยืนสองขา

    น้องน้ำมองหน้าวีเหมือนไม่กล้า แต่เมื่อมองวารีน้องน้ำทำหน้ายิ้มแล้วเดินหาวารี

    มันเป็นก้าวเล็กๆ ของเด็กที่เดินได้ก่อนเวลาเดินของเด็กทั่วไป

    สองหางน้องน้ำแกว่งเพื่อช่วยเป็นสมดุลในการเดิน

    ในที่สุดน้องน้ำก็เดินมาถึงวารี วารีอุ้มลูกชูขึ้นสูง “เก่งมากลูก”

    จากนั้นวารีอุ้มน้องน้ำพาดบ่า

    ต้นเดือน 2 วารีอายุ 24 ปี

    “จะว่าไปปีที่แล้วเราผ่านมาหลายอย่างกันจัง ฉันอยากให้ปีนี้ผ่านไปอย่างสงบสุขแบบนิ่มๆเรื่อยๆจัง” วารีบ่นกับวี อันดับหนึ่งในใจ

    “พูดแบบนั้นมันปักธงนะวารี พูดเป็นลางแบบนี้ฉันว่าปีนี้เคี่ยวแหง” วีคิ้วขมวดหางชี้บ่น

    “ไม่หรอกน่า… คงไม่แหละ… มั้ง” วารีเริ่มเหงื่อตก

    “อาบน้ำกัน วันนี้วันทำงานธรรมดา เดี๋ยวฉันต้องขึ้นร้องเพลงตอนบ่ายอีก” วีชวนวารีเริ่มวันด้วยกัน

    “ไปสิ เธอดูแลคอกับเส้นเสียงดีรึเปล่าวี” วารีถามถึงร่างกายเมียเขา ระหว่างจิบกาแฟ เคี้ยวหนังไก่กรอบ

    “เพราะออกกำลังกายเยอะ แถมยังไปตรวจบ่อย หมอบอกยังไม่เจอปัญหาอะไรซักแอะเลย” วีจับคอตัวเองแล้วพูด

    “ดีจัง” วารีชมเมีย

    จากนั้นสองคนแก้ผ้านุ่งผ้าเช็ดตัว ถอดเสื้อผ้าน้องน้ำแล้วเอาผ้าขนหนูห่อน้อง

    ตอนนี้วารีอยู่ที่ชั้นลอยยกสูงสำหรับเหล่าแฟนและพนักงานวงในที่อดีตบ้านใหญ่ชั้นเดียว

    ตอนนี้บ้านใหญ่ชั้นสองเสร็จแล้ว และกำลังสร้างชั้นสาม แต่ลิฟต์เสร็จแล้วสำหรับ 7 ชั้น

    สามคนเดินมาถึงห้องน้ำรวม มีพนักงานวงในอย่างซีตัวที่วารีเห็นกับคนอื่นๆ รวมทั้งแม่บ้านประจำของชั้นนี้

    วิวอยู่ในอ่างแล้ว เธออยู่กับวาโรและเรดจำปา

    เท่าที่ดูแฟนวารีอยู่กันครบทุกมุม แต่แยกกันเป็นกลุ่มๆ

    เมื่อวารีล้างตัวเสร็จ วารีเดินลงอ่าง หลังจากนั้นเหมือนนักวิทยาศาสตร์ทดลองสารเคมี เมื่อวารีลงน้ำ แฟนที่แยกกลุ่มมารวมเป็นกลุ่มใหญ่ล้อมวารี

    หลายคนเอาลูกมาด้วยเหมือนวีและนา

    “อ่ะ อุ้มๆ อีกแขนนึงว่างนี่” ท่านหญิงเสือดำที่อยู่ข้างฮิเมะเอาน้องเสือมาให้วารีอุ้ม

    วารีอุ้มน้องเสือไว้ที่ไหล่อีกข้าง

    “ฉันมีเรื่องจะประกาศ วันนี้งดงานก่อน หลังเที่ยงฉันจัดประชุมที่ห้องวางแผนในวัง ฉันอยากให้ทุกคนมา มันเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ” วาโรประกาศโต้งๆขึ้นมา

    หลายคนมอง เหล่าสายบู้อย่างวีและวิวดูพร้อม แต่เหล่าแฟนสายบอบบางอย่างเรฟเนสและฮิเมะดูกลัวๆ

    “ฉันจะไปช่วยอะไรเรื่องประเทศได้อ่ะ พี่วาโร?” เรฟเนสตัวเล็กพูดขึ้นมา

    “ฉันแค่อยากได้ความเห็น เพราะนี่เป็นเรื่องทางทหารที่สำคัญ ฉันอยากยืนยันว่าฉันไม่ได้มองอะไรออกเองด้วยจินตนาการของตัวเองอย่างเดียว ฉันอยากยืนยันว่ามีคนคิดเหมือนกัน จะได้วางแผนต่อจากนั้น” วาโรอธิบายว่าทำไมเธอต้องการทุกคน

    “สรุปเธอแค่อยากถามเพื่อน? ในวังไม่มีที่ปรึกษาเหรอ?” หงส์ฟ้าพูดไม่ถนอมน้ำใจ

    วาโรมองด้วยมาดราชินี จากนั้นเปลี่ยนเป็นหน้าอ่อนโยนแล้วถอนหายใจ “ฉันปรึกษาพวกเขาหมดแล้ว และหลายคนคิดเหมือนกับฉัน แต่พวกเขาเป็นบุคลากรทางทหาร ฉันอยากได้ความคิดคนธรรมดาทั่วไป”

    ฟ็อกซี่ขึ้นคร่อมวารี และไม่พลาดที่จะวางร่องตัวเองเหนือแท่งเขา “ฉันกลัวอ่ะวารีที่รัก ปลอบฉันหน่อย”

    อายะจับใต้วงแขนยกเธอขึ้นอย่างง่ายดายและวางเธอลงที่อื่น “อย่าฉวยโอกาส มันผิดมารยาท โอเคนะ”

    พี่อายะชี้หน้าฟ็อกซี่ หน้าเธอยิ้ม แต่ตาเธอไม่ยิ้ม และมีออราสังหารขึ้นมาจากหลัง

    “โอเค…” ฟ็อกซี่ทำหน้าจ๋อยยอมความ

    “เอาล่ะ ป่ะ ออกกำลัง” หลังจากวารีพูด ทุกคนลุกขึ้นจากน้ำเดินกลับห้อง

    วารีแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ายืดได้เตรียมไปออกกำลังจากนั้นวีอุ้มน้องน้ำในชุดสำหรับออกกำลัง

    วารีกับวีเดินไปที่ลิฟต์และเจอวิวอุ้มน้องอาย

    เมื่อทุกคนอุ้มลูกมากันครบก็พากันลงลิฟต์ เพราะลิฟต์ทำมาใหญ่ มันรับคนนับสิบได้ไม่มีปัญหา

    วารีเปิดประตูหน้าบ้านพาแฟนที่เดินกันเป็นขบวนออกไปลานหน้าบ้าน

    ท้ายลานมีบ้านลูกโป่งและพี่เลี้ยงเด็กนับสิบกว่าคนรออยู่

    เหล่าเมียวารีส่งลูกให้พี่เลี้ยงสำหรับวันนี้แล้วแยกย้ายกันวิ่ง

    เมื่อวิ่งท่าธรรมดาและท่าสัตว์เดินเสร็จก็เริ่มต่อยลมเตะลมกัน

    หลังจากนั้นซักพักใหญ่ก็เริ่มใส่เกราะเบาะและหน้ากากจับคู่สู้กัน

    วารีได้คู่กับวาโร

    วาโรเตรียมดาบไม้แกว่งเป็นเครื่องหมายอนันต์ แล้วเอาดาบชี้ขึ้นฟ้าไว้หน้าตัวเอง จากนั้นเข้าท่าเตรียมต่อสู้

    วารีเอาดาบพาดบ่า โล่เล็กอยู่ที่มือซ้ายชูไว้ด้านหน้า

    วาโรไม่ชอบใช้โล่และตั้งแต่เริ่มเธอถือมันแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น

    จากการฝึกสู้กันเป็นร้อยครั้งมันนับว่าน้อยมาก

    วีมองวารีแล้วยิ้ม จากนั้นชูมือขึ้นฟ้า

    วิวดูไปยิ้มไปอย่างใจจดใจจ่อ

    “เริ่ม!” วีฟันมือลงให้สัญญาณ

    วารีกระเถิบเท้าแบบไม่ให้เห็นว่าเคลื่อนที่เท้า

    แต่วาโรดูออกและขยับเข้ามาเหมือนกัน

    มันยังไม่ถึงระยะดาบของวารี แต่วาโรพุ่งตัวเข้ามาเล็กน้อยและแทงดาบ

    วารีก้มแล้วพุ่งเข้าหาดาบพร้อมเอาโล่เล็กไว้ด้านหน้าใบหน้าตัวเอง

    ดาบโดนโล่แล้วแฉลบออกไปด้านข้าง

    วารีฟันเฉียงจากด้านบนขวา เล็งไปที่ไหล่ซ้ายวาโร

    แต่วาโรชักดาบกลับทิ้งตัวแล้วขดขากลิ้งออกด้านขวาวารี ทำให้ดาบที่ฟันลงไปโดนแต่สายลม

    จากนั้นวาโรฟันจากพื้นใส่ขาวารี

    วารีกระโดดม้วนหน้าพร้อมออกแรงยืดขาไปตอกส้นใส่หัววาโร

    ดาบวาโรฟันลมแล้วเธอม้วนหน้ากับพื้นมาอยู่หลังวารี

    ทั้งคู่หันหลังให้กัน และหันกลับมาด้วยความเร็วทั้งสองคน แต่วาโรหันไวกว่า

    เธอทิ้งดาบแล้วจับใต้สะโพกวารีอย่างแน่น

    เพราะวารีหันมายังไม่ทันเสร็จ วาโรจับเขาได้ตอนตะแคงข้าง

    จากนั้นเธอย่อตัวอย่างรวดเร็วแล้วจับวารีซูเพล็กซ์ไปด้านหลัง

    ปั่ก เพราะวารีกำลังหันทำให้เตรียมตัวไม่ทันและหัวทิ่มพื้นด้วยความแรง

    เขาไม่ได้โดนทุ่มนานแล้ว มันทำให้เขาอยากสู้ให้ดีขึ้นมากกว่านี้อีก

    “1 วาโร แยก” ด้วยเสียงวี วาโรปล่อยวารีหัวทิ่มพื้นและแยกเว้นระยะเตรียมสู้

    วารีที่กลับหัวมองก้นเธอตอนเดินไปเข้าระยะและใช้ภาพนั้นเป็นเชื้อไฟให้สู้ให้ดีขึ้น

    เมื่อสองคนพร้อม วีชูมือ “เริ่ม!”

    วารีทิ้งดาบและโล่พุ่งเข้าไปโดยมีเจตนาล่อให้วาโรฟัน

    วาโรแทงใส่หัวเขาแต่วารีมุดหลบ

    เมื่อวารีมุดปรากฏว่าวาโรแทงครั้งแรกแบบหลอกเพื่อให้ดึงดาบกลับได้อย่างเร็วและเล็งพร้อมแทงตำแหน่งหัววารีใหม่

    วารีไม่มีทางเลือกนอกจากทิ้งตัวลงม้วนหน้าหลบ

    เมื่อวาโรแทงพลาดเธอจะถอยหลบวารี

    แต่วารีที่ขาอยู่ใกล้วาโรและตัวนอนอยู่ที่พื้นเกี่ยวจับเท้าวาโรข้างที่ถอยไม่ทันไว้

    วารีรีบจับข้อเท้าสองมือแล้วเอาเท้าพันเหนือเข่าวาโร วาโรตอบสนองด้วยการพลิกตัวหันหลังใส่วารีเพื่อให้มีแรงดึงขา

    แต่วารีรัดข้อเท้าไว้สุดชีวิตและเมื่อขาวารีรัดเหนือเข่าวาโรแล้ว วารีเริ่มบิดข้อเท้าวาโร

    วาโรเอี้ยวตัวมาและเห็นจุดอ่อนว่าวารีหัวเปิด เธอฟันใส่หัววารี

    วารีรีบปล่อยเท้าม้วนหลังหนีแล้วยืนขึ้น

    เพราะวารีไม่มีโล่ วาโรเล็งตัวและหวังเก็บ 1 แต้มง่ายๆ เธอฟันขนานพื้นจากด้านขวาของเธอ

    วารีคิดกลยุทธ์ที่จะปลดดาบวาโรและกระโดดม้วนหน้าหลบ พอเท้าชี้ฟ้าเขาตอกส้นลงเล็งไปที่ดาบ

    เมื่อเท้าลงบนดาบ วาโรไม่ยอมปล่อยทำให้วารียืนบนดาบและดาบพุ่งไปปักพื้น

    เท้าวารีวางบนดาบได้ แต่ต้องทรงตัวบนพื้นที่แคบทำให้โจมตียาก

    แต่เขาลงทุนเสี่ยงครั้งใหญ่เพื่อผลตอบแทนใหญ่

    วารีสลับขาเตะซ้ายแบบมวยไทยเล็งไปที่หน้าวาโร

    วาโรปล่อยดาบก้มหลบ วารีกระโดดม้วนหน้าไปเล็งให้ตัวเองไปหลังวาโร

    แต่วาโรรีบจับดาบอีกครั้งและฟันจากซ้ายด้วยแขนขวาใส่หลังวารีอย่างแรงจนตัวเขากระเด็นตามดาบไปลงพื้นด้านขวา

    “2! วาโร” วีให้คะแนน แต่เธอให้น้อยไป

    “โดนกลางหลังอย่างนั้นยังไงก็ไม่มีใครรอดหรอก นั่นนับเป็น 3 คะแนน” วารีโต้แย้งกรรมการ

    “ก็รู้อยู่หรอก แต่เธอสู้วาโรสนุกดี ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ?” วีบอกความในใจ

    วารีส่ายหน้า “บางครั้งเมื่อสู้จริงจัง เวลาเราพลาดเราเอาใหม่ไม่ได้หรอก”

    “จริงจังเหลือเกินนะเธอนี่ ก็ได้ 3 วาโร แยกจบ” วีคิ้วขมวดพูดให้คะแนน วิวจับไหล่วีเหมือนกลัววีเดือด

    พอวาโรไปเข้าที่วีก็เข้าไปยืนเตรียมพร้อม

    ทั้งสองคนสูดหายใจเข้าลึกๆ

    วิวชูมือ และไม่นานเธอฟันมือ “เริ่ม!”

    วีปาดาบใส่วาโร มันทำให้วาโรชะงักแล้วหลบดาบแบบฉิวเฉียดแต่ไม่ทันกระพริบตาเธอฟันสวนใส่วีที่ไร้อาวุธทันที

    วีเอาโล่กันไว้ด้านหน้า เมื่อดาบโดนโล่วีปล่อยมือทิ้งโล่ทันทีและข่วนคอวาโร

    เล็บวีฉีกเกราะเบาะตรงคอวาโรขาดและเศษหนังที่บุข้างในกระเด็นออกมา

    “3! เข้าคอ พี่วีชนะ” วิวประกาศพร้อมยิ้มให้กับพี่ตัวเอง

    วาโรมองดาบตัวเอง วารีพยายามสังเกตสีหน้าเธอแต่เธอไม่ได้เสียใจหรือผิดหวังแต่อย่างใด

    วาโรหายใจเข้าลึกๆและไปยืนด้านข้างเข้าคิวรอสู้ต่อ

    จากนั้นก็เป็นการสลับกันสู้และผลัดกันแพ้ชนะเหมือนทุกวัน

    เมื่อซ้อมเสร็จทุกคนที่ลานหญ้าแซมดอกไม้ก็พากันยืดตัวด้วยท่าต่างๆ

    แม้มีภาพผู้หญิงใส่กางเกงรัดรูปแหกแข้งแหกขามากมาย วารีก็ตั้งมั่นเอาสายตาไว้กับตัวเองและไม่ทำตัวน่าเกลียด

    เมื่อยืดแข้งขากันเสร็จทุกคนพากันไปเข้าห้องน้ำรวมชั้น 1

    ห้องน้ำดูแออัดจากผู้คนมากมาย

    วารีเห็นนกที่โดนผู้หญิงล้อมอยู่มุมอ่างเหมือนเคยโดยมีหมอแก้วแฟนสาวพยายามแงะเหล่าสาวๆออก

    วารีหามุมสงบนั่งกับเหล่าแฟน วาโรจ้องน้ำในอ่างเหมือนคิดบางอย่างสำคัญอยู่

    “มีอะไรในใจเหรอ วาโร?” วารีหวังช่วยทำให้แฟนสาวใหญ่สบายใจ

    “ไม่ว่าอะไร ไม่ว่าฉันอาจเดินทางที่ไม่บริสุทธิ์ใจ เธอจะอยู่ข้างฉันใช่มั้ย?” วาโรถามแต่ไม่ได้บอกรายละเอียด

    “แน่นอน ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ วาโร” วารีไม่ได้แค่พูดให้กำลังใจ เขาตัดสินใจทำแบบนั้นจริงๆ

    วาโรยิ้มหวานให้วารี มันอาจเพราะวันนี้เธอมีอะไรในใจเยอะมันทำให้เธอสู้แพ้หลายครั้ง

    วารีและเหล่าสาวๆขึ้นจากน้ำและแยกย้ายกลับห้องไปแต่งตัว

    วารีเลือกใส่เสื้อออกทหารเพราะวาโรเรียกประชุม พอวีและวิวเห็นก็เลือกเสื้อทหารที่ไม่ได้ใส่นานแล้วมาใส่มั่ง

    “ฉันไม่เห็นมีเสื้อติดยศมั่งเลย” อ็อกโธบ่น เพราะเธอเป็นเจ้าหญิงสายบู้ เธอคงอยากใส่เสื้อทหารมั่ง

    “เอาน่า เดี๋ยวก็คงได้แหละ” วารีพูดให้กำลังใจ

    หลังจากนั้นเหล่าแฟนทุกคนและวารีเดินกันไปหน้าบ้านที่วาโรในชุดทหารรออยู่

    วารีพาสาวๆขึ้นโดรนตู้ ติดเครื่องและขึ้นบินไปวัง

    พวกเขาบินได้ไม่กี่นาทีก็ถึงลานจอดด้านหน้าวัง ทุกคนลงและเข้าวังอลังการด้วยความตื่นเต้นในใจ

    ฮิเมะมองวังด้วยความตื่นเต้นพร้อมอ้าปากค้างกับความสวยงาม

    ฟ็อกซี่หันมองหลายอย่าง เธอคงไม่เคยเข้าวัง

    หงส์ฟ้าคงรู้สึกโกรธตั้งแต่โดนวาโรยิงเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก เธอหยิบกล่องใส่กระดาษทิชชู่หุ้มทองมาเหน็บใต้รักแร้ วารีต้องมาหยิบไปวางที่เดิม

    ทุกคนเดินกันไม่นานก็ถึงห้องประชุม

    หน้าห้องเป็นกระดานใหญ่ มีเครื่องฉายภาพ มีอุปกรณ์สำหรับวางแผนการรบเป็นพวกหมุดติดกระดาน

    โต๊ะหน้ากระดานเป็นโต๊ะโค้งเรียงกันหลายแถว

    แถวหลังที่ไกลจากกระดานมีกล้องไว้มองกระดานให้ชัดขึ้นวางอยู่

    แต่วารีและเหล่าแฟนมีกันแค่สิบกว่าคนเลยไม่มีใครจำเป็นต้องใช้กล้อง

    เมื่อทุกคนนั่งได้ที่ วาโรไปยืนหน้ากระดาน สายตาเธอเปลี่ยนจากเมียที่อ่อนโยนเป็นสายตาของราชินี

    “การประชุมวันนี้ต้องขอเท้าความไปถึงเมื่อเดือน 1 ในเดือนนั้นเขตโคเบน เขตกันชนระหว่างวาโรซีเมียเรียและสหพันธรัฐโคเม่ไม่ได้มีการรบกันมาก ถ้าให้พูด มันเกิดการรบกันน้อยกว่าปรกติ ซึ่งผิดไปจากวิสัยปรกติ เมื่อสืบเพิ่มเติม ปรากฏว่าประเทศโพเบต้าที่อยู่ติดกับเราเกิดการรบเกิดขึ้นที่ชายแดนเหนือของโพเบต้า โพเบต้าเป็นมิตรที่ดีกับเรามาตลอดตั้งแต่แยกกับจักรวรรดิอารูสิเย และทั้งสองประเทศนั้นมีสัญญาสันติภาพกันอยู่” วาโรดึงแผนที่ประเทศทางเหนือมากาง

            เธอวางหมุดที่ชายแดนโพเบต้าและโคเม่

    “ตอนแรกเราคิดว่าสหพันธรัฐโคเม่คงเปลี่ยนเป้าหมายไปหวังยึดโพเบต้าเหมือนที่พวกเขาทำหลายครั้ง แต่คราวนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม” วาโรขยายความต่อ

    หลายคนกลืนน้ำลายเมื่อวาโรวางหมุดตัวแทนจำนวนศัตรูหลายหมุดตรงสหพันธรัฐโคเม่

    “โพเบต้าเจอศึกหนักด้วยกองกำลังใหญ่ และสุดท้าย เสียดินแดนทางเหนือ จากสานส์ที่ส่งเข้ามา ข้าศึกมีจำนวนเยอะผิดปรกติ และมีดาบชั้นดีทุกคน พร้อมทั้งฝีมือการต่อสู้เหนือกว่าทหารทั่วไปของโพเบต้าสองเท่า โพเบต้าพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า และต้องถอยทัพ” วาโรนำเชือกมาปักเป็นเขตที่โพเบต้าโดนยึด

    ทุกคนรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ

    “เมื่อร่วมกันสืบกับโพเบต้าเพิ่ม สุดท้ายเรารู้ว่าทหารของโคเม่ ไม่ใช่ทหารของโคเม่ แต่เป็นทหารหน่วยหลักของจักรวรรดิอารูสิเย โดยให้ข้ออ้างมาว่า เป็นหน่วยที่รับเป็นทหารรับจ้างมาเฉยๆ เราส่งสานส์ไปหาจักรวรรดิอารูสิเยเพื่อประณามผู้นำ แต่กลับได้คำตอบมาว่า ‘แล้วยังไง? ถ้าเราจะปล่อยทหารรับจ้างหาเงิน เราก็ทำได้ เป็นเรื่องปรกติ’ มันเหมือนการตบหน้ากัน” วาโรคิ้วขมวดและโกรธเมื่อพูดถึงข้อความจากจักรวรรดิอารูสิเย

    ทุกคนเริ่มรับรู้ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสงคราม

    “สรุปคือ อารูสิเยส่งทหารหวังยึดโพเบต้า โดยอ้างให้โคเม่เป็นกำบัง เป็นตัวแทน เพื่อเจาะช่องโหว่ของสัญญาสันติภาพ นั่นคือสงครามที่เกิดขึ้นในทวีปเหนือ” วาโรพูดโดยมีสายตาดุร้าย

    สรุปก็คือทวีปเหนือเกิดสงคราม

    “สุดท้ายโพเบต้าไม่มีทางเลือก ถ้าพวกเขาโดนทหารของอารูสิเยบุก ที่สุดของที่สุดคือโพเบต้าจะโดนยึดประเทศ และเขตโคเบนทางเหนือสุดท้ายจะเป็นกันชนของโคเม่และอารูสิเย และมันจะเป็นสงครามที่ไม่มีวันจบ” วาโรเอาเชือกอีกสีมาล้อมทั้งทางเหนือเขตชายแดนโคเบน และล้อมเป็นตัวอย่างประเทศใหม่ที่จะเกิดขึ้น

    “มีอะไรที่เราทำได้ไม่ให้มันเกิดขึ้นมั้ย?” วารีรีบถามวาโร

    “ต้นเดือนนี้ โพเบต้าส่งสานส์มาขอความช่วยเหลือ โพเบต้าเอือมระอาจากสงครามยืดเยื้อและสงครามเย็นจากอารูสิเยที่เกิดขึ้นนมนานมาแล้วตั้งแต่แยกประเทศ โพเบต้าอยากถอนตัวจากสงครามแม้มีประเทศตั้งอยู่ที่สมรภูมิ โพเบต้าขอให้วาโรซีเมียเรียส่งกำลังมารบในชื่อประเทศโพเบต้า และถ้าชนะ ถ้าจบศึกกับสหพันธรัฐโคเม่ได้ โพเบต้าจะยอมเป็นเมืองขึ้น และยินดีแบ่งการใช้สินทรัพย์ธรรมชาติทั้งหมดครึ่งนึงให้โดยไม่มีข้อแม้ พวกเขาจะยกประเทศให้ ถ้าเราจบสงครามได้”

    หลายคนเริ่มมีไฟ

    “ช่วยโพเบต้าเถอะ พวกเขาน่าสงสาร ประเทศที่มีทองเยอะน่าจะหมกมุ่นเรื่องการค้าขายมากกว่า และศิลปะประเทศพวกเขาเป็นที่นิยมของประเทศเราด้วย” เรฟเนสที่รู้เรื่องตำแหน่งเหมืองทองและงานศิลปะพูด

    พี่อลิสที่จับมือกับไอซิสพูด “จบสงครามเถอะ ฉันไม่อยากให้มีใครต้องทรมาน”

    “ถ้าเราช่วยโพเบต้าและโจมตีเต็มกำลังใส่สหพันธรัฐโคเม่ที่แตกแยกภายใน เรามีโอกาสได้สองประเทศมาในทีเดียว” อ็อกโธออกความเห็นทางทหาร

    ทุกคนใจจดใจจ่อกับการตัดสินใจของวารี

    หน้าวาโรมองวารีอย่างอ้อนวอน

    วารีคิดหนัก “สุดท้ายมันจะเป็นการรบระหว่างเรากับอารูสิเย เราจะเริ่มมันตอนนี้เหรอ?”

    วาโรพยักหน้า “ทหารเรา 10,000 นายพร้อมอาวุธปืนฝึกเสร็จหมดแล้ว และเรายังมี รถถัง, เฮลิคอปเตอร์, เครื่องบิน, และปืนใหญ่ เราพร้อมรบเต็มที่ และเพื่ออนาคตอันสงบ เราจะสู้คู่แค้นและจบสงครามเย็นโง่ๆนี้”

    “ดี ฆ่าพวกนี้ชอบทำเก่งให้หมด เพื่อชีวิตอันสงบ” วีพูดขึ้นเป็นครั้งแรก

    วารีมองเธอและเหงื่อตกกับจิตใจหัวรุนแรง

    วิวมองวารีด้วยสายตาเหมือนพร้อมไปทุกที่กับเขา

    เหล่าแฟนมองวารีด้วยสายตาที่พร้อมตามกันไปทุกที่ทั้งร้อนและหนาว

    วารีสูดหายใจ พร้อมมองด้วยตาที่มุ่งมั่น “ตกลง ฉันจะรบกับอารูสิเยและโคเม่ ฉันเบื่อสงครามที่โคเบนแล้วเหมือนกัน เราจะให้กำลังพลและเทคโนโลยีใหม่ๆทั้งหมดกับที่นั่นเพื่อสงครามที่รวดเร็วและไม่ทรมานทั้งสองฝ่าย”

    วาโรน้ำตาไหล จากนั้นปาดออก “ฉันต้องการความร่วมมือจากคนที่อยากร่วมสู้ด้วย ฉันอยากได้คนที่ไว้ใจได้ไปสู้ข้างกันเยอะขึ้น ฉันอยากขยายหน่วยมังกรขาว”

    พี่อายะมองเหล่าแฟน และเห็นหลายคนมองด้วยความพร้อม เธอพูด “แม้เราใหม่กับการสู้ในสนามรบจริง แต่เราฝึกหนักไม่แพ้ทหาร เราพร้อม”

    และด้วยคำนั้น วารีกับเหล่าแฟนเริ่มวางแผนการรบเพื่อช่วยโพเบต้า โดยเป้าหมายแรกจะเริ่มที่สหพันธรัฐโคเม่





    คล้ายกับเรื่องกำพร้า ณ ต่างโลก (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน