“นังจุ๋มน่ะเหรอเฮีย เอ...คิดยังไงมาถามเื่ของมัน”
“ก็...เอาเถอะน่า ลุงอย่าถามมากเลย ฉันก็แค่อยากรู้ จะเล่าไหมล่ะ”
ไทตัดบท ลุงเอี่ยมเอามือลูบคาง มองหนุ่มตรงหน้าอย่างงงๆ แต่เอาเถอะแบงค์ห้าร้อยแปะมาขนาดนี้...ค่าเหล้าเย็นนี้ละวะ ลุงเอี่ยมจึงกระแอม ทำท่ารีๆ รอๆ เหมือนจะเล่นตัว เพื่อเรียกเงินให้สูงขึ้น
แต่ไทไม่ยักกะเพิ่มเงินมา
แถมมือทำท่าจะหยิบเอาเงินที่วางไว้บนโต๊ะของแกกลับด้วย เล่นเอาลุงเอี่ยมรีบตะครุบเงินใส่กระเป๋า แล้วเปิดปากพรั่งพรู
“มันก็ยังทำงานที่ร้านของเสี่ยแจ๊คอยู่นั่นล่ะ เข้าๆ ออกๆ แต่หลังสุดั้แ่ได้ผัว...คนนั้นน่ะ ก็ออกถาวร ไม่มีข่าวว่ามันไปกู้ ไปติดเงินอะไรนะเฮียไท”
เขาเรียกชายหนุ่มว่าเฮียไท เพราะความเคยปาก เรียกตามคนอื่นเรียก ทั้งที่ตนเองแก่าุโกว่าค่อนข้างมาก
“จุ๋มมันท้องหรือเปล่า?”
“วุ้ย ฉันจะไปรู้อะไรขนาดนั้นล่ะ” ลุงเอี่ยมขมวดคิ้ว “แต่เท่าที่เห็น ก็ไม่เคยเห็นมันท้องป่องออกมานะ ใส่ชุดเปิดพุง เปิดนมขนาดนั้น อิอิอิ”
“สรุปมันไม่เคยท้อง” ไทถามเพื่อความแน่ใจ
“เอ...อันนี้ไม่รู้นะเฮีย แต่เท่าที่ตาเห็น ก็ไม่เคยเห็นมันว่ามันเหมือนคนท้องสักที”
“อ้อ...”
เป็อันว่า...สรุปแล้วมู่น้อยไม่ใช่ลูกของจุ๋มแน่นอน
แล้วนังจุ๋มเอาลูกใครมาแปะไว้ให้เขาหว่า?
คิ้วของไทยุ่งแทบจะพันกันล่ะตอนนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เสียงลูกน้องของเขาดังเรียกขึ้น ทำให้ไทพึมพำขอบคุณลุงเอี่ยม ก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ที่เคนโฉบมาจอดรับ เขายังคงครุ่นคิดถึงเื่นี้ เครียดจนระงับสีหน้าไม่อยู่ ทำเอาเคนที่ชวนลูกพี่คุยแล้วไม่ได้รับการโต้ตอบใดๆ ทำหน้านิ่ว
“ลูกพี่ ลูกพี่!”
“หืม?”
“เป็อะไรน่ะ หน้าตายุ่งเชียว ทำไม...เมื่อคืนลูกสาวกวนดึกเหรอ?”
“เปล่า...มู่น้อยหายแล้วล่ะโคลิกน่ะ แปลก นึกจะหายก็หายนึกจะเป็ก็เป็”
“เด็กน่ะเข้าใจยาก” เคนหัวเราะ นึกถึงมู่น้อยแล้วก็อยากไปกอดไปฟัดขึ้นมาตงิดๆ
“แล้วนี่เห็นว่าเจ๊ดาจัดการเื่เอกสารให้เฮียอยู่ใช่มะ พอดีว่าลูกค้าสายผมคนหนึ่งก็ทำงานอำเภอ บอกว่าจัดการเื่นี้ได้ แต่...ขอใต้โต๊ะนิดๆ หน่อยๆ ค่าน้ำร้อนน้ำชาตามแบบราชการไทย” เคนทำเสียงหึ! ในลำคออย่างไม่ชอบใจนัก
“อืม...เพื่อนเค้าเอาไปดูให้ว่าจะทำยังไงได้บ้าง แต่มันจะง่ายมากถ้าแบบว่า มีชื่อพ่อชื่อแม่อะไรแบบนี้น่ะ กูก็เลย...”
คนเป็ลูกพี่กระแอม โหนกแก้มขึ้นสีเรื่อนิดๆ เป็จังหวะที่เคนหันไปเห็นพอดี เขากลั้นยิ้มไว้แทบแย่ ก่อนจะเอ่ยหน้าตาย
“ไหนๆ เจ๊ดาเค้าก็เลี้ยงมู่น้อย ไหนๆ ลูกพี่ก็ยืมเค้าเป็แม่หลอกๆ ไปล่ะงานหนึ่ง จะ...”
“หยุดปากไปเลยนะไอ้เคน” คนเป็ลูกพี่ขว้างสายตาดุๆ ใส่ลูกน้องจอมทะเล้น แต่ฝ่ายนั้นมีหรือจะกลัว
“แหม...ลองเฮียออกปากอะ เจ๊ดาก็ต้องยอมล่ะ หลงลูกสาวของพวกเรายังกับอะไร”
“ลูกกู” คนเป็ลูกพี่ทำเสียงเข้มหนนี้ เคนเลยได้แต่หัวเราะพลางทำเสียงออด
“โธ่...ผมเป็พี่ก็ได้อะ หวงจริงหวงจังนะลูกสาวคนนี้”
“กูสงสารมู่น้อย...”
คนเป็ลูกพี่เผลอรำพึง เขาลองแอบสืบ แอบตามประวัติของเด็กน้อย ก็ยิ่งสงสารเวทนา แล้วพอมารู้ว่านังจุ๋มไม่ใช่แม่ของมู่น้อยอีก...
เื่มันชักจะลึกลับมาไปทุกที
นังจุ๋มไปขโมยลูกใครมาหว่า?
คิดแล้วก็แปลบในอก คิดถึงหน้าของคนตัวเล็กก็ยิ่งน้ำตาลูกผู้ชายพานจะไหล ป่านนี้พ่อแม่จริงๆ ของมู่น้อยจะเป็อย่างไรบ้างนะ ขนาดเขา...เอามาเลี้ยงแค่เดือนนิดๆ ยังรักยังหลง ผูกพันกับเืนอกอกก้อนนี้ถึงปานนี้ โอหนอ...นังจุ๋ม มึงนี่นะ! แต่ขืนเล่าและปรึกษาไอ้เคน เขามีหวังจะต้องฟังมันบ่นด่าคนตายไปทุกวันไม่ซ้ำคำด่าแน่นอน
ตอนนี้เขาก็ได้แต่ทำไปตามขั้นตอนของการทำให้มู่น้อยมีผู้ปกครองไปก่อน คือเขา...และถ้าพ่อแม่ของมู่น้อยไม่โผล่มา เขาลองตามหาแล้วไม่เจอ ไทก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ไปตลอด
ไม่จำเป็ต้องเป็สายเื เขาก็รักและเวทนาแม่คนตัวเล็กอย่างเหลือเกิน
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเสียด้วย ตอนนี้มู่น้อยกลายเป็ผู้ทรงอิทธิพลไปแล้วในย่านนั้น ไล่ั้แ่ยาม แม่บ้าน คนข้างห้อง ลามไปถึงคนที่ร้านของเจ๊ดา ทุกคนถูกแม่ตัวเล็ก ตกเอาไว้เป็สาวกไปแล้วเรียบร้อย อย่างที่ชลันดาว่า และตั้งชื่ออันเป็มงคลให้กับเด็กน้อย
ขวัญใจ...
มู่น้อยกลายเป็ขวัญใจของใครหลายๆ คนไปแล้ว
“สงสารอะไร?” เคนว่า หน้าเริ่มมุ่ย “สงสารที่มู่น้อยขาดแม่อะเหรอ วุ้ยเฮีย...ลูกพี้” พ่อจอมกะล่อนทำเสียงเล็กเสียงน้อย
“แม่อย่างอีจุ๋มอะนะ ไม่มีเสียดีกว่า เห้อ...อย่าว่าผมบาป หรือเลวเลยว่ะเฮีย ลึกๆ ผมแอบโล่งใจที่มันตาย จะได้ไม่ต้องมายุ่งย่ามอะไรกับมู่น้อยของเราอีก”
“เอ่อน่ะ มึงก็...เพลาๆ คนตายไปแล้ว”
ไทปราม นี่แหละที่เขาเลยไม่อยากปรึกษาเคน เกี่ยวกับเื่ที่กำลังสืบอยู่
“เก็บอีกสองเ้าหมดแล้วเฮีย เอ่อ...เราเลยไปร้านขายผลไม้หน่อยไหม ป้าพิมแกวางขายทุเรียนมาสามสี่วันล่ะ ผมจะซื้อไปฝากเจ๊ดา”
“เดี๋ยวกูซื้อฝากเค้าเอง”
แนะ...นอกจากจะหวงลูกสาวแล้ว ดูเหมือนลูกพี่จะเริ่ม ‘หวง’ ใครบางคนเพิ่มอีกคนหนึ่งล่ะ
เมื่อสองหนุ่มเสร็จงาน ก็พากันขี่รถกลับดิ่งไปที่ร้านของชลันดา แน่นอนว่ามีของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย เป็ทุเรียนหลงลับแลพันธุ์ดัง ที่ร่ำลือกันว่าอร่อยนักหนา อีกสองลูกใหญ่ๆ
งานนี้ลูกพี่ทุ่มว่ะ...
เคนแอบคิดในใจ ไทเป็คนค่อนข้างจะใช้เงินเป็ หรืออีกนัยหนึ่งก็งกนิดๆ กับของฟุ่มเฟือยอะไรแบบนี้ ทุเรียนราคาขนาดนี้ ปรกติลูกพี่เขาไม่ซื้อกินเองหรอกนะ จะซื้อก็แค่หมอนทอง ชะนี เคยเห็นซื้อทีหนึ่งก็เอาไปฝากพ่อกับแม่ แต่หนนี้ลงทุนซื้อเพื่อฝากคนเลี้ยงลูกเลยแหะ
ฮั่นแน่...
ปากบอกว่าไม่
แต่ไหงเปย์เค้าจังลูกพี่เรา
“เจ๊ดา…ผมซื้อทุเรียนมาฝาก”
ไทหอบหิ้วของฝากไปวางบนโต๊ะ ชลันดาที่อุ้มมู่น้อยอยู่หน้าตาไม่ค่อยสู้ดีนัก ยิ้มนิดๆ ส่งให้กับเขา ไทเห็นหน้าตาของเธอก็ขมวดคิ้วนิดๆ
“เป็อะไรไปน่ะเจ๊ดา”
“เอ่อ...มีคนมาหานายกับ...ลูกนายอะ”
“หืม?”
“เฮียไท”
เสียงแหวๆ ที่ดังขึ้นคุ้นหูเป็อย่างมาก ไทหันขวับไปในทันที แล้วยิ้มกว้างส่งให้กับคนเรียกชื่อเขา