Chapter 7
ไม่ได้เป็ห่วง...แต่กูกลัวแม่ด่า
สถานที่ บุคคลในเื่ เป็เพียงจินตนาการของคุณไรท์ผักบุ้งตาโตนะคะ ไม่ได้พาดพิงหรือเอ่ยถึงบุคคลใด
@จังหวัดราชบุรี
“มาแล้วๆ หลานรักของย่า ทำไมไม่กลับบ้านบ้างเลยล่ะลูก่หลังๆมานี้”
เมื่อวานพ่อแม่ฉันมารับที่คอนโดและชวนกันแวะกินข้าวร้านอาหารในกรุงเทพ กลับมาถึงราชบุรีก็ดึกแล้ว พอเช้ามาพ่อก็ชวนมาหาคุณย่าซึ่งบ้านคุณย่าอยู่ไม่ไกลจากบ้านของฉัน
“สวัสดีค่ะย่า ่นี้เรียนหนักหนูเลยไม่ค่อยได้กลับมาเลย คิดถึงย่าเหมือนกันนะคะ”
ฉันเดินเข้าไปสวมกอดย่าด้วยความคิดถึงและห่วงใย
“งั้นก็ทิ้งหลานไว้ที่นี่แหละ แกก็กลับไปทำงานได้แล้วตาเชียร วิชุดา”
ตาเชียรที่ย่าพูดถึงก็คือคุณวิเชียรพ่อของฉันเองค่ะ ส่วนวิชุดาก็เป็แม่ของฉันเอง พวกท่านพาฉันมาส่งที่บ้านของคุณย่า ดูท่าย่าคงจะไม่อยากให้ฉันกลับไปกับพ่อแม่ด้วย
“ผมก็กะพาหลานมาหาแม่แป๊บนึงแล้วก็จะพาเข้าร้านด้วยวันนี้”
พ่อเองก็คงจะคิดถึงฉันมาก อยากจะให้ฉันไปที่ร้านด้วย บ้านของฉันทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายโอ่งัค่ะ แล้วก็มีโรงโอ่งด้วยแหะๆ เรียกได้ว่าครบครันเื่โอ่ง ไห เซรามิก แม้่หลังมาจะได้รับผลกระทบอยู่บ้างจากเศรษฐกิจและคนก็ไม่นิยมใช้โอ่งสักเท่าไหร่แต่ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีหลายสีหลายทรงให้ได้เลือก ปรับให้มินิมอลตามยุคสมัย
“เอ๊ะ แกนี่ยังไง หลานกลับมานานๆทีจะบังคับให้ไปช่วยงานที่ร้านได้ยังไง”
“เรียนรู้งานบ้างมันก็ไม่เสียหายหรอกครับแม่”
“งั้นก็เอาไว้วันหลัง วันนี้ให้หลานนอนกับแม่ก่อน โอเคมั้ยจ๊ะญดา”
“ได้ค่ะคุณย่า คืนนี้หนูจะนอนกับย่าที่นี่นะคะคุณพ่อ”
“เฮ้อ ก็ได้ๆ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะมารับ เดี๋ยววันจันทร์เราก็ต้องกลับไปเรียนแล้วเนี่ย”
พ่อคงอยากให้ฉันกลับไปนอนที่บ้านด้วยเพราะคิดถึง
“ไว้คืนวันอาทิตย์หนูไปนอนบ้านนะคะ ค่อยกลับคอนโดเช้าวันจันทร์”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ งั้นพ่อกับแม่ไปทำงานนะ เอาไว้ตอนเย็นจะแวะเข้ามาทานข้าวด้วยนะคะคุณแม่“
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็ขับรถกระบะออกไปจากบ้านย่า บ้านย่าเป็เรือนไทยสองชั้นซึ่งด้านล่างเป็ใต้ถุน ที่บ้านมีสาวรับใช้อยู่สองคนและคนสวนอีกหนึ่งคนพร้อมกับคอยขับรถ และปู่ย่าก็ยังมีหลานสาวอีกหนึ่งคนชื่อน้องธิชา ธิชาอาศัยอยู่ที่บ้านสวนแห่งนี้ด้วย แต่ตอนนี้น้องไปเรียนโรงเรียนประจำและคงจะไม่ได้กลับบ้านอาทิตย์นี้
“แล้วนี่คุณปู่ไปไหนซะล่ะคะ“
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่โซฟาไม้ที่เชื่อว่าบ้านของหลายคนก็คงมี ไม่รู้เป็อะไรย่าถึงชอบโซฟาตัวนี้นักทั้งที่คุณพ่อก็ซื้อโซฟาที่นุ่มกว่าดีกว่ามาให้แต่ก็ไม่ถูกใจ
“สงสัยเข้าไปดูสวนอยู่นั่นล่ะ ย่าก็บอกแล้วว่าไม่ต้องไปดูมันมากให้พวกลูกน้องไปดูเอา”
นอกจากจะมีธุรกิจร้านโอ่งแล้วคุณปู่คุณย่าของฉันก็ยังมีกิจการการทำสวนมะพร้าว ซึ่งไม่ใช่สวนใหญ่อะไรเพราะว่าพวกท่านมาทำก็ตอนอายุเยอะแล้ว ส่วนโรงโอ่งและหน้าร้านก็ให้คุณพ่อกับคุณแม่ดูแลต่อ
“คุณปู่นี่ดื้อจริงๆเลยนะคะ”
“กินข้าวมาหรือยังลูก อยากกินอะไรไหมเดี๋ยวย่าจะเข้าครัวทำให้”
“อืมม... ที่จริงก็ทานมาแล้วนะคะ แต่อยากทานไก่กรอบผัดเม็ดมะม่วงฝีมือคุณย่าจังเลย”
“ฮึๆ ขี้อ้อนเชียวหลานคนนี้ เอาสิ เดี๋ยวย่าจะทำให้”
“งั้นระหว่างคุณย่าทำเดี๋ยวหนูเดินเข้าไปที่สวนได้ไหมคะ อยากจะเข้าไปกอดคุณปู่สักหน่อย”
เพราะไม่รู้ว่าคุณปู่จะออกมาจากสวนกี่โมงฉันจึงอยากเข้าไปเซอร์ไพรส์สักหน่อยว่าหลานสุดที่รักกลับมาแล้วฮิๆ
“เอาสิลูก งั้นเดี๋ยวย่าทำกับข้าวรอทั้งปู่ทั้งหลานเลยแล้วกัน”
“ค่ะย่า รักย่าน้า”
อ้อนกอดย่าอีกรอบเสร็จฉันก็เดินออกจากใต้ถุนบ้านแล้วเข้าไปในสวนมะพร้าวที่อยู่ทางด้านหลัง เมื่อเริ่มเดินเข้ามาก็สวนทางกับลูกน้องของคุณปู่
“อ้าวหนูญดา ไม่เห็นหน้านานพึ่งกลับมาจากที่เรียนเหรอ”
“กลับมาั้แ่เมื่อวานแล้วค่ะลุงมั่น คุณปู่อยู่ข้างในใช่ไหมคะหนูมาหา”
“ใช่ๆ เดินเข้าไปได้เลย”
พูดจบลุงมั่นก็เดินถือมะพร้าวในพวงหลายลูกไปที่บ้าน คงกะจะเอาไปให้คุณย่าทำอาหารสินะ หรือไม่ก็คงเอาไว้ทำขนม
ส่วนฉันก็เดินเข้าไปภายในสวนมะพร้าวเรื่อยๆ มะพร้าวต้นสูงที่เต็มไปด้วยลูกมะพร้าวเรียงรายอยู่รอบๆหลายแปลง ตรงกลางก็มีร่องน้ำเพื่อให้น้ำได้ไหลเวียนไว้ทำการเกษตร ฉันชอบอากาศบ้านสวนของปู่ย่าที่สุดเลย ชอบมากกว่าบ้านหลังใหญ่ที่สร้างจากปูนของคุณพ่อกับคุณแม่ซะอีก
“คุณปู่”
ฉันเดินเข้าไปสวมกอดปู่จากด้านหลังด้วยความรักและคิดถึง
“ญดา! ไปยังไงมายังไงเนี่ยลูก หืม? ปู่ไม่เห็นหน้านาน”
มีแต่คนบอกว่าไม่เห็นหน้าฉันนานทำเอารู้สึกผิดเลยแฮะ เพราะมัวแต่ไปตามคราม ฉันไม่น่าไปหลงตามมันอยู่อย่างนั้นเลย...รักมันหลงมันจนลืมไปว่าคนที่บ้านก็ยังคอยอยู่
“เมื่อเช้าคุณพ่อมาส่งค่ะ หนูพึ่งกลับจากมหาลัยมาเมื่อวาน คิดถึงคุณปู่จังเลย”
ฉันสวมกอดคุณปู่เข้าอย่างเต็มรัก ท่านเองก็หันมากอดตอบรับฉันเช่นกัน
“แล้วเดินเข้ามาทำไมลูก อากาศร้อนจะตาย ไปๆ ไปนั่งที่บ้านกับย่าดีกว่า”
คุณปู่ทำท่าดันหลังฉันแล้วก็จะเดินไปด้วย
“คุณย่ากำลังทำอาหารอยู่ค่ะ น่าจะทำมื้อเที่ยงรอคุณปู่ด้วย งั้นเราไปทานด้วยกันนะคะ”
“งั้นเหรอ อื้ม เอาสิ”
ฉันกับคุณปู่เดินจูงมือกันออกมาจากสวนมะพร้าวที่รายล้อมไปด้วยต้นมะพร้าวสูงล้อมรอบ เดินมาจนถึงใต้ถุนซึ่งมีโต๊ะสำหรับทานอาหารจัดวางสำรับอยู่ มีไก่ผัดเม็ดมะม่วงของโปรดฉัน แกงส้มชะอมกุ้ง ผัดกะหล่ำปลี
“น่าทานทุกอย่างเลยนะคะคุณย่า”
ฉันมองอาหารบนโต๊ะพร้อมหันไปยิ้มกับคุณปู่ก่อนจะหันไปมองคุณย่าที่ยืนอยู่ภายในห้องครัว แต่เอ๊ะ! คุณย่าอยู่กับใคร... มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
“ทานข้าวด้วยกันนะลูกวันนี้”
คุณย่าพูดกับผู้ชายคนนั้น แล้วผู้ชายคนนั้นก็หันหน้ามาทางฉันกับคุณปู่
“สวัสดีครับคุณปู่ญดา”
“อ้าว คราม! อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิลูก”
คราม! มันมาได้ยังไงเนี่ย ฉันคิดว่าหนีหน้ามันพ้นแล้วนะ ทำไมถึงยังตามมาที่บ้านคุณปู่คุณย่าฉันแบบนี้ มัน้าอะไรกันแน่? ไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ
“มาได้ยังไง?”
ฉันถามเสียงเรียบ สีหน้าไม่ยิ้มแย้ม ฉันจริงจังอยู่นะตอนนี้
“ทำไมพูดกับครามแบบนั้นล่ะลูกญดา ไม่น่ารักเลยนะ”
คุณย่าหันมาดุฉันแล้วเดินมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งทำมาจากไม้อีดเช่นกัน ครามเดินถือโถข้าวเข้ามาแล้วนั่งลงข้างย่า ส่วนฉันกับปู่เลือกที่จะนั่งตรงข้าม ฉันนั่งตรงข้ามครามส่วนปู่ก็นั่งตรงข้ามย่า
“ก็แค่ทักทายกันตามประสาเพื่อนค่ะย่า”
“รู้ว่าสนิทกันมาก แต่ต้องพูดกับครามเขาดีๆสิลูกญดา”
คุณย่าดุฉันก็เพราะคราม น่าโมโหชะมัด ไม่ใช่หลานชายแท้ๆสักหน่อยแต่คุณปู่กับคุณย่าฉันเอ็นดูครามมาก ไม่รู้กันซะบ้างเลยว่าครามทำอะไรกับฉันไว้บ้าง ฮืออ
“ไม่เป็ไรครับคุณย่า ผมชินซะแล้ว ญดาชอบพูดกับผมแบบนี้ตลอด”
ครามพูดเสียงเศร้าและทำแววตาเศร้าสร้อย มันโกหกกันหน้าด้านๆเลยนี่นา ฉันเนี่ยนะจะเ็าใส่มันตลอด ไม่จริงอ่ะ! ปกติฉันใส่ใจมันจะตาย มีแต่มันนั่นแหละที่ทำเฉยชาใส่ฉันตลอดจนฉันทนไม่ไหวต้องหลบหน้าอยู่แบบนี้
“ไม่จริงนะคะย่า หนูไม่ได้พูดแบบนั้นกับครามบ่อยๆสักหน่อย”
ฉันเถียงออกไป
“เอาน่า ทานข้าวกันเถอะนะลูกนี่ก็จะเที่ยงแล้วนะ”
คุณย่าตัดบทคงเพราะไม่อยากให้เราสองคนทะเลาะกัน แต่ก็ทำให้ฉันไม่พอใจครามมากขึ้นที่พูดออกมาแบบนี้
ฉันกินข้าวไปแล้วมองเขม่นครามที่นั่งอยู่ตรงข้าม ส่วนมันก็เหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปาก
“กินนี่สิลูกญดา อร่อยมากนะ”
คุณปู่ตักกุ้งในแกงส้มชะอมมาใส่ในจานของฉัน
“ขอบคุณค่ะคุณปู่”
ฉันยิ้มรับแล้วตักกุ้งขึ้นมาชิม ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคราม มันแอบมองฉันอยู่อย่างไม่วางตา
หลังจากทานอาหารเสร็จคุณปู่ก็ว่าจะไม่เข้าสวนแล้วอยากจะนอนงีบอยู่ที่โซฟาไม้ใต้ถุนบ้าน ส่วนคุณย่าก็นั่งดูทีวี
“งั้นหนูขอไปเดินเล่นนะคะ ไม่ได้มาบ้านสวนนานคิดถึงจังเลย”
“เอาสิลูก เดินเล่นอยู่แถวนี้นะไม่ต้องไปไหนไกลล่ะ”
คุณย่ายิ้มและลูบหัวฉัน ฉันออกมาเดินเล่นแถวสวนมะพร้าวซึ่งตอนนี้คนงานก็ไปพักกินข้าวกันหมดและน่าจะมาทำงานอีกทีก็คงพรุ่งนี้เลยทำให้สวนมะพร้าวค่อนข้างเงียบ
แล้วจะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ...คราม
มันเดินตามหลังฉันมาอยู่ไม่ห่างจนฉันอดรำคาญไม่ได้หันไปมองหน้ามันอย่างเอาเื่
“เมื่อไหร่มึงจะเลิกตามกูสักที?”
“แล้วหลบหน้ากูทำไม?”
ครามเดินมายืนประจันหน้ากับฉัน
“มึงก็ไม่ได้สนใจใยดีอะไรกูอยู่แล้ว แล้วทำไมกูจะต้องไปเจอหน้ามึงด้วย”
“แต่มึงหลบหน้ากู”
“ไม่ได้หลบ”
ครามจับข้อมือของฉันแล้วกระชากเข้าหาตัว
“มึงอย่าทำนิสัยเหมือนเด็กดิวะ”
“อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวกูนะ”
ฉันสลัดแขนออกจากการเกาะกุมของคราม จะไม่ยอมให้มันมาทำรุ่มร่ามอีก
“มึงเป็เพื่อนกูนะ ทำตัวให้เหมือนเดิมได้ป่ะวะญดา”
“กูก็เหมือนเดิมตลอด นี่มึงจะตามกูมาถึงบ้านย่าทำไม”
“ก็ไปหาที่บ้านน้าเชียรกับน้าดาแล้วไม่เจอมึง เลยไปที่โรงโอ่งก็เห็นน้าเชียรว่ามึงมาอยู่ที่นี่”
บ้านฉันกับบ้านครามสนิทกันมาก คุณปู่คุณย่าเองก็รับรู้ถึงความสนิทและครามเองก็มาเล่นกับฉันที่บ้านสวนอยู่บ่อยๆตอนเด็ก เรียกว่าเป็หลานชายที่รักอีกคนนึงของพวกท่านเลย
“งั้นก็กลับไปได้แล้ว”
“มึงจะกลับคอนโดวันไหน?”
“เื่ของกู”
ฉันไม่อยากให้มันมายุ่งย่ามกับชีวิตอีก
“งั้นก็กลับพร้อมกู”
“ไม่จำเป็ เดี๋ยวกูให้พ่อกูไปส่งก็ได้”
“มึงอย่าทำตัวมีปัญหาญดา แค่นี้แม่กูก็บ่นกูแล้วหาว่ากูทะเลาะกับมึง”
ครามพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วมุ่น จากคำพูดของมันก็ทำให้ฉันคิดได้ว่ามันคงไม่ได้เป็ห่วงอยากจะให้ฉันกลับด้วยใจจริง คงจะเป็เพราะว่ากลัวแม่บ่นมากกว่า
“งั้นมึงก็บอกคุณป้ามะลิไปว่าพ่อกูจะไปส่ง และกูไม่ได้ทะเลาะหรือมีปัญหาอะไรกับมึง”
“มึงเลิกเล่นลิ้นเถอะ เอาเป็ว่าเช้าวันจันทร์กูจะไปรับที่บ้าน”
พูดจบมันก็เดินหันหลังเดินออกจากสวนไปในทันทีไม่ให้ฉันได้พูดอะไรต่อ นี่สรุปที่ตามมาถึงที่นี่ก็ไม่ได้เป็ห่วงอะไรเลยสักนิด แต่เป็เพราะกลัวว่าแม่ตัวเองจะว่าที่ทำไม่ดีกับฉัน
ก็อย่างว่าแหละนะ...ป้ามะลิเอ็นดูฉันมากอยากจะได้ฉันไปเป็ลูกสะใภ้แทบแย่ แต่ไอ้ครามไม่เคยมองฉันในสถานะนั้นเลยสักนิด มันมองฉันเป็แค่เพื่อนก็แค่นั้น...
เป็แค่เพื่อน อย่าหวังคิดจะเป็อย่างอื่น...จำเอาไว้ญดา