“เ้าลูกสุนัข” เสียงของหนานกงฉางเซินก็ตวาดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยวพลางสืบเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า พริบตาต่อมาเงาร่างก็มาปรากฎอยู่บนที่นั่งข้าง ๆคนขับรถที่สลบอยู่ แส้แข็งในมือยกขึ้นเตรียมประจัญพร้อมฟาดฟันอีกครา
เ้าหมาป่าจ้องมองชายตรงหน้าอย่างเริ่มหงุดหงิดใจต่อให้มันมีพลังมากแค่ไหนแต่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อเกินไปก็ทำให้พลังปราณของมันถดถอยลงไปด้วยอีกทั้งมันก็เพิ่งออกจากการจำศีลหลายสิบปี อาการาเ็ของมันก็ยังไม่หายดีเลยด้วยซ้ำด้วยเหตุนี้มันจำต้องรีบปิดฉากรบให้รวดเร็วที่สุดก่อนที่อาการาเ็ของมันจะส่งผลให้มันกลายเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำยามสู้รบ
เมื่อคิดได้ดังนี้สองข้างหน้าของมันยกขึ้นพร้อมกันหากครานี้มันไม่ได้กระทืบเรียกหลาวศิลาเช่นครั้งก่อน กลับกันมันเลือกใช้กรงเล็บมัจจุราชที่ร้ายกาจพร้อมกันทั้งสองข้างเมื่อซ้ายตวัดเปิดทาง ขวาก็ตวัดตามติด ก่อเป็พลังปราณกรงเล็บสังหารระดับรุนแรงที่สุดั้แ่ที่มันออกกระบวนท่ามา
กรงเล็บปราณสายแรกเดินทางพุ่งเข้าใส่หนานกงฉางเซินที่ตั้งท่ารออยู่แล้วเขาดึงผ้าคลุมของตนมาถือไว้แล้วโยนมันไปข้างหน้าก่อเกิดเป็ปราการกั้นขวางขนาดใหญ่เมื่อกรงเล็บปราณมาถึงจึงปะทะเข้ากับกำแพงเวทลวดลายขุนเขาแผ่นนที บังเกิดเสียงะเิดังสนั่นเส้นปราณสีเงินแตกซ่านและเลือนหาย
หากเ้าสัตว์ร้ายก็ยังมากด้วยเล่ห์กลเพราะมันได้ส่งกรงเล็บปราณอีกหลายสายตามติดมาเป็ชุด ราวกับพยุหะค่ายกลต่อให้สมบัติเวทจะร้ายกาจเพียงไหนก็ไม่อาจรับมือได้ในคราเดียวกัน
หนางกงฉางเซินต้องออกกระบวนท่ารับมือกรงเล็บบางส่วนที่หลุดรอดปราการเข้ามายิ่งเวลาผ่านไปเท่าใดเขาก็ยิ่งรับมือได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
ปราณน้ำแข็งสีฟ้าโรมรันกับปราณกรงเล็บสีเงินต่อสู้กันอย่างดุดันแสงวูบวาบปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงจุดสุดท้ายของการสู้รบ
บัดนี้มันได้ถึงขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายของหนานกงฉางเซินจะต้านรับได้แล้วกระนั้นชายหนุ่มก็ยังเลือกที่จะแข็งใจสู้ต่อหากน้ำน้อยไหนเลยจะหาญหักเปลวไฟที่ลุกโหมกระหน่ำลงได้
ท้ายที่สุดร่างกายของเขาก็ไม่อาจต้านทานได้ต่อ
วิ้ว !!! เสียงกรีดอากาศดังขึ้น
พัดวิเศษพุ่งตรงเข้าใส่กรงเล็บปราณอย่างรวดเร็วขณะที่ผู้เป็ของก้าวย่างด้วยปราณที่รีดเค้นมาจากภายในและเข้ามาช่วยเสริมกำลังรบของหนานกงฉางเซินอย่างทันการณ์
“เ้าเป็เช่นไรบ้าง” มือข้างซ้ายของสือเจียหย่งประคองโอบร่างของสหายไว้ส่วนมือข้างขวาได้ปล่อยปราณฝ่ามือออกต้านรับพลังสังหารจากสัตว์เวท
“เกรงว่าคงฝืนได้อีกไม่นานแล้ว”ขณะพูดก็มีโลหิตสายหนึ่งไหลออกจากมุมปาก
“พละกำลังของมันไม่ลดถอยลงเลยสักนิดสถานการณ์ตอนนี้ฝั่งเราไม่มีทางเอาชนะมันได้เลย เ้าลอง...”จิ้งหวางจำต้องพูดออกมา เพราะอยากให้หนานกงฉางเซินคิดทบทวนดูใหม่
แต่หนานกงฉางเซินยังไม่ทันได้รับหรือปฏิเสธปราการเวทที่รับมือการจู่โจมของสัตว์ร้ายมานานก็หมดพลังลงกรงเล็บพิฆาตมุ่งเป้าตรงมาที่คนทั้งสอง สองกายลอยตัวขึ้นจากจุดที่ยืนอย่างรวดเร็วหนานกงฉางเซินผนึกปราณน้ำแข็งใส่แส้หกข้อแล้วแผ่พุ่งพลังโจมตีตอบโต้กลับ ขณะเดียวกันปราณเพลิงจากพัดเวทในมือสือเจียหย่งก็ซัดออกไปอย่างทันควัน
ปราณน้ำแข็งะเืและปราณเพลิงผลาญพุ่งไปเป็กลุ่มพลังสายใหญ่เกาะเกี่ยวพันเกลียวดุจเชือกเส้นใหญ่ สองธาตุพลังผสานกำลังโจมตีใส่ศัตรูอย่างกลมเกลียว
โฮกกก !!! เ้าสัตว์ร้ายคำรามเสียงดังกึกก้อง ปล่อยคลื่นเสียงทรงพลังเต็มไปด้วยอานุภาพทำลายล้างระดับสูง
ยามเมื่อสองธาตุโจมตีปะทะคลื่นเสียงคำรามก็เกิดแรงะเิรุนแรง
ครานี้แม้แต่เ้าสัตว์หน้าขนก็ยังถูกแรงสะท้อนกลับจนปั่นป่วนไปทั่วร่างขณะที่หนานกงฉางเซินกับสือเจียหย่งก็ไม่อาจรอดพ้นชะตากรรมเดียวกันแต่อาการของคนทั้งสองหนักกว่ามันหลายเท่านักบัดนี้สองร่างถูกแรงสะท้อนจนลอยตกลงมาที่พื้นทั้งยังกระอักเืออกมาจนหน้าอกชุ่มไปด้วยเืสีแดงฉาน
“ท่านน้า” เสียงของฝูอวี้ฉยงดังขึ้นอย่างใแม้สัตว์ร้ายจะถูกโจมตีจนล่าถอยไปตั้งหลักแต่น้าชายของนางกับจิ้งหวางกลับตกอยู่ในสภาพาเ็หนักสถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
จิงเว่ยเห็นเช่นนั้นจึงเก็บมีดหันคมเข้าหาตัวแล้วรีบอุ้มร่างของคุณหนูขึ้นจากนั้นก็ะโลงจากรถม้าอย่างปราดเปรียวแม้จิงเว่ยเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มแต่พละกำลังและฝีเท้าของนางก็จัดว่าดีเข้าขั้นการต้องอุ้มฝูอวี้ฉยงไปด้วยวิ่งหนีไปด้วยจึงไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไรทว่าฝีเท้าของนางก็ยังไม่เร็วพอเพราะแค่ไม่กี่อึดใจต่อมากรงเล็บปะาก็พุ่งใส่ร่างของนางอย่างเจาะจง
แควก !! เสียงกรงเล็บตวัดผ่านเสื้อผ้าและิัดังขึ้น
“โอ๊ย”ร่างของจิงเว่ยที่กำลังวิ่งถึงกับเสียหลักนางรู้สึกราวกับถูกมีดคมกริบหลายเล่มกรีดเนื้อเถือหนังอย่างไร้ความปรานีแม้จะพยายามกัดฟันเพื่อวิ่งต่อแต่สองขาของนางกลับไร้เรี่ยวแรงก้าวไปข้างหน้าสองแขนอ่อนกำลังจนต้องปล่อยคนที่นางกำลังอุ้มอยู่อย่างจนใจมีดสั้นที่ถือไว้ก็ตกลงข้าง ๆ ร่างสูงผอมล้มลงฟุบกับพื้นอย่างไม่อาจควบคุมได้บัดนี้ความเ็ปแสนสาหัสได้คุกคามนางอย่างหนักจนแทบสิ้นสติ
“จิงเว่ย”ฝูอวี้ฉยงแม้ตกลงมาจากอ้อมแขนของสาวใช้คนสนิท แต่นางกลับไม่ได้ใส่ใจอาการปวดของตนเลยสักนิดเด็กน้อยรีบคลานเข้าหาร่างของคนตรงหน้าซึ่งฟุบลงข้าง ๆก็เห็นว่ากลางหลังของจิงเว่ยมีรอยข่วนลึกจนเห็นผิวเนื้อด้านในตรงาแมีเืไหลออกมาจนชุ่มโชก
จิงเว่ยผู้นี้แม้มีฐานะเป็เพียงสาวใช้ข้างกายแต่สำหรับฝูอวี้ฉยงบ่าวรับใช้ผู้นี้เป็หนึ่งในคนไม่กี่คนที่มีความสำคัญต่อนาง
กรร ...เสียงขู่คำรามของเ้าสัตว์หน้าขนดังใกล้เข้ามายามฝูอวี้ฉยงเงยหน้าขึ้นก็พบว่ามันอยู่ห่างจากนางไปเพียงยี่สิบก้าวเท่านั้นนางมองเลยไปที่จิ้งหวาง หนานกงฉางเซิน และแม่นมซู พวกเขาทั้งหมดล้วนาเ็สาหัสจากการประมือกับเ้าสัตว์เวทตัวนี้แม้ทั้งสามจะพยายามกัดฟันลุกขึ้นจากพื้นเพื่อมาช่วยนาง
แต่ระยะห่างระหว่างพวกเขากับนางก็มีมากเกินไปมันจึงกลายเป็เสี้ยวลมหายใจแห่งความเป็ความตายที่แท้จริงประดุจปลายมีดแหลมจ่อตรงคอหอย
กรงเล็บสังหารเตรียมปิดฉากสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นเ้าสัตว์ร้ายใช้กำลังเพียง ๑ ใน ๑๐ เพื่อจะสังหารเหยื่อตรงหน้าเหยื่อของมันเป็เพียงเด็กน้อยที่ไร้สามารถและอ่อนแออย่างมาก แค่ใช้กำลังเพียง ๑ใน ๑๐ ก็ถือว่ามันลดเกียรติของตนมากพอแล้ว
“คุณหนู” จิงเว่ยที่ฟุบเอนอยู่ข้างกายรีบร้องขึ้นอย่างตระหนกร่างของนางผุดจากพื้นและกระโจนเข้าขวางด้วยสัญชาติญาณรับรู้ภัยนางใช้ร่างของตนขวางไว้ก่อนที่กรงเล็บปราณจะทำร้ายคุณหนูของตน
“จิงเว่ย”ดรุณีน้อยร้องลั่นเมื่อเห็นร่างของสาวใช้คนสนิทเซมาที่นางแล้วล้มลงกับพื้นมือของนางสั่นประหนึ่งลูกนกต้องฝน ความหวาดกลัวจับเข้ามาจนหัวใจแทบหยุดเต้นแต่ทันทีที่นางเห็นว่าเนื้อหลังไหล่ขวาของจิงเว่ยถูกปราณกรงเล็บตวัดจนหายไปก้อนใหญ่ทั้งยังทิ้งแผลเหวอะหวะมีเศษเนื้อและโลหิตชโลมไหลหัวใจของฝูอวี้ฉยงราวถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็โทสะในบัดดล
“เดรัจฉาน!!” ฝูอวี้ฉยงตวาดขึ้นอย่างโมโหเพลิงโทสะในใจของเด็กน้อยพวยพุ่งทะลุชั้นฟ้าจนนางลืมไปว่าสัตว์ร้ายที่อยู่ห่างออกไปไม่เกินยี่สิบก้าวคือผู้กุมชะตาชีวิตของนางเอาไว้ั้แ่เกิดมานางไม่เคยโมโหหรือแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งวันนี้ วันที่สาวใช้ข้างกายถูกทำร้ายจนาเ็สาหัสต่อหน้าต่อตา
ตัวนางแม้ไร้สามารถ แต่อย่างน้อยนางก็มีของวิเศษสวมติดกายอยู่ตลอดเวลาขลุ่ยไผ่มรกตที่เหอวั่งมอบให้นางเมื่อก่อนวันลี่ตงยังคงสวมอยู่เสมอไม่เคยห่างกายนางเอื้อมมือไปจับขลุ่ยไผ่เขียวขนาดสองชุ่นที่ห้อยอยู่ที่คอขลุ่ยไผ่หลุดออกจากสายสร้อยก่อนขยายใหญ่ขึ้นจนเท่ากับขนาดของขลุ่ยทั่วไป มือขวาของเด็กน้อยจับเลาขลุ่ยไว้มั่นแล้วขว้างมันเข้าใส่หมาป่าขนเงินอย่างเกรี้ยวกราด
แม้นางไร้ปราณควบคุมแต่นางได้ผูกพันธะสัญญามันเอาไว้ั้แ่ตอนที่รับมา ขลุ่ยไผ่สามารถขยายให้ใหญ่และย่อให้เล็กลงได้ตามใจปรารถนาของผู้เป็นายบัดนี้จิตของนางเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและไฟโทสะที่แผดเผาโชติ่นางจึงสามารถควบคุมขลุ่ยไผ่ได้อย่างน่าอัศจรรย์
แม้ขลุ่ยวิเศษเลานี้เป็เครื่องดนตรีใช้สร้างสุนทรีขับขานท่วงทำนองไม่ใช่ศัสตราใช้สำหรับประหัตปะาแต่มันก็พร้อมผจญทุกภัยพานที่กล้ำกรายอย่างไม่กลัวเกรง
ยิ่งเมื่อผู้เป็นายของมันปรารถนามันก็ยิ่งพร้อมฟาดฟันต่อให้ต้องบุกถ้ำพยัคฆ์บึงัก็ตามที
ขลุ่ยสีเขียวยาวฉื่อครึ่งถูกขว้างเข้าใส่ร่างใหญ่ั์ตรงๆ มันไม่ได้ปลดปล่อยปราณหรือไอวิเศษออกมาแต่ทันทีที่กระแทกเข้าสู่ร่างหมาป่าก็สามารถทำให้ร่างสูงใหญ่ดุจอาชากระเด็นจนไถลถอยหลังไปหลายสิบก้าวพื้นด้านหน้าของมันมีรอยครูดจากกรงเล็บจนพื้นดินเป็ร่องยาว
“เกิดขึ้นได้อย่างไร”หนานกงฉางเซินพึมพำกับตนเองอย่างประหลาดใจจิ้งหวางที่พุ่งเข้ามาช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นยืนก็อยู่ในอาการแปลกใจไม่แพ้อาวุธที่ฝูอวี้ฉยงใช้แท้จริงมันมาจากไหนและอยู่ในระดับใด เหตุไฉนยามที่มันออกกระบวนท่าก็สามารถทำร้ายเ้าสัตว์เวทตัวนี้ได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาลงมือร่วมกันอย่างสุดความสามารถก็ยังทำร้ายมันได้เพียงผิวเผินเท่านั้น
อีกอย่างฝูอวี้ฉยงเพียงขว้างมันไปตรงๆ เ้าขลุ่ยเลานั้นก็ไม่ได้แผ่ปราณออกมาให้เห็น แต่กลับซัดจนสัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงสุดถอยห่างไปสิบก้าวเื่ที่เกิดจึงน่าประหลาดใจยิ่งนักสำหรับคนที่คุ้นเคยกับโลกแห่งการฝึกตนเช่นเขาและจิ้งหวางมิหนำซ้ำหลังจากโจมตีไปหนึ่งกระบวนแล้วขลุ่ยเขียวก็กลับลอยอยู่กลางอากาศทั้งที่ไม่มีปราณเนื่องหนุนเลยแม้แต่น้อย
หมาป่าขนเงินรู้สึกระบมไปทั่วทั้งร่างแม้คนอื่น ๆ จะเห็นว่ามันเพียงถูกขลุ่ยขว้างใส่จนถูกซัดถอยไปหลายก้าวแต่มันรู้ตัวมันดีว่าแรงที่โจมตีใส่มันทรงพลานุภาพเพียงใดมันไม่คิดว่าเด็กหญิงที่มันมองเป็เพียงเหยื่ออ่อนแอไร้พิษสงจะสามารถทำร้ายมันได้ั้แ่กระบวนท่าแรก อีกทั้งมันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาวุธที่โจมตีมันอยู่ในระดับใด
แต่มันลงมือมาถึงขนาดนี้แล้วไหนเลยจะยอมรามือโดยง่ายร่างสูงใหญ่ยืดขึ้นอย่างหยิ่งทะนงขาซ้ายที่ปกคลุมด้วยขนสีเงินมันวาวยกขึ้นสูงก่อนจะออกท่าไม้ตายกรงเล็บสังหารหมายฟาดฟันไปยังอาวุธที่ลอยอยู่กลางอากาศ มันต้องรีบกำจัดอาวุธตรงหน้านี้ลงให้เร็วที่สุด
เมื่อกรงเล็บปราณสีเงินจู่โจมเข้าใส่ขลุ่ยไผ่ที่เดิมลอยอยู่นิ่งก็เคลื่อนไหวตวัดรอบตัวมันเองเพียงหนึ่งครั้งก็เกิดปราณสีเขียวมรกตโจมตีตอบโต้กลับคืนยามที่เส้นสายพลังปรากฏฝูอวี้ฉยงที่นั่งบนพื้นห่างออกไปหลายก้าวรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นไปตามเส้นโลหิตภายในร่างกายไม่อาจรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของนางแต่ที่พอคาดเดาได้มันน่าจะเกี่ยวข้องกับการที่ขลุ่ยวิเศษปล่อยปราณโจมตีออกมา
ซึ่งความเป็จริงชีพจรยุทธ์ของนางตีบตันโดยสมบูรณ์ไปแล้วนางไม่ควรรับรู้ได้ถึงการไหลเวียนตามเส้นโลหิตภายในร่างเพราะมันคือพื้นฐานอย่างหนึ่งของผู้ฝึกตน