หลังจากพักผ่อนจางเฉินก็เดินทางต่อผ่านถ้ำที่ด้านหลังห้องโถงไม่มีอันตรายอะไรอีกเนื่องจากสัตว์อสูรนั้นตายหมดแล้ว ยิ่งเดินลึกไปเท่าใหร่จางเฉินยิ่งรู้สึกว่ามีพลังวิญญาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากผ่านไปราวๆ 1 ชั่วยามจึงออกจากอุโมงค์
จางเฉินรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก มันกลายเป็นหุบเขาเล็กๆ ไม่ใหญ่มากมองไปด้านบนกลับเห็นเป็นเพียงหมอกสีขาวคล้ายกับก้อนเมฆในใจจางเฉินนั้นสับสนว่าแสงมาจากไหน เพราะมันดูเหมือนเป็นโลกด้านนอกปกติแต่ก็ยังมองเห็นหน้าผาหินในแต่ละด้าน
“หุบเขา?” จางเฉินเดินสำรวจพื้นดินที่เป็นหญ้าสีเขียวขึ้นเต็มไปหมดเขารู้สึกถึงพลังวิญญาณในพื้นที่นี้หนาแน่นมาก มากพอๆกับน้ำพุเซียนระดับกลางตอนที่จางเฉินลงไปฝึกเมื่อตอนเข้าวิหาร จางเฉินปลดปล่อยประสาทสัมผัสต่างๆของตนเองอย่างตึงเครียด แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ
อากาศที่นี้แตกต่างอย่างมากเพียงสูดอากาศเข้าไปก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย “น่าจะเป็นสถานที่สำหรับฝึกศิลปะการต่อสู้”จางเฉินระมัดระวังอย่างดีแล้วเดินทางไปที่จุดศูนย์กลางของพื้นที่เขาคิดว่าจะไปบนภูเขาที่จุดกึ่งกลางนั้นเพื่อดูสภาพโดยรอบ
เดินเพียงไม่นานก็พบวิหารหลังใหญ่หลังหนึ่งด้านข้างวิหารมีต้นไม้เล็กๆ ต้นหนึ่งสูงเท่ากับจางเฉิน คล้ายเพิ่งโตพื้นที่นี้มีเพียงหญ้าแต่มีต้นไม้ต้นนี้ต้นเดียวดูแปลกตาอย่างมาก ทั้งยังปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาจางเฉินเดินไปที่ต้นไม้เพื่อสังเกตมันดู จึงนำเข้าสู่มิติ แล้วเดินเข้าสู่วิหาร
ภายในวิหารนั้นเป็นห้องโถงที่สวยงามมีภาพฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวๆ มากมาย จางเฉินนั้นไม่ค่อยเข้าใจภาพเหล่านี้มากนักอาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดมานานแล้วแต่ภาพเหล่านี้แสดงถึงการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ กับเผ่าปีศาจและเผ่าอสูรจางเฉินมองดูที่เสาวิหารอย่างสนใจ มีเสาอยู่สี่สิบเก้าต้นแต่ละต้นต่างเต็มไปด้วยอักษรรูนมากมาย
“เสานี่เยอะเกินความจำเป็นวิหารนี่แปลกจริงๆ”
จางเฉินไม่ทราบเหตุผลเท่าไหร่นักแต่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยเหมือนมีความลับอะไรซ่อนอยู่ในวิหารเกินจินตนาการของเขาเมื่อก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ จางเฉินก็ถึงใจกลางห้องโพงมีแท่นหินสีดำคล้ายแท่นบูชาแท่นบูชานั้นก็สลักด้วยอักษรรูนจำนวนมาก เหนือแท่นหินมีลูกบอลแสงสีดำสามลูก
“ลูกบอลแสงนี่คือสมบัติที่ทำเครื่องหมายไว้สินะ”
จางเฉินเดินเข้าไปมองใกล้ๆ ลูกบอลแสงสีดำนั้น เขาจึงเอาดาบมังกรเพลิงออกมาแล้วลองโจมตีลูกบอลแสงลูกหนึ่ง
บูม!
ดาบที่เสริมด้วยพลังปราณนั้นกระทบกับลูกบอลแสงลูกบอลนั้นสั่นเพียงเล็กน้อยแล้วกลับสู่สภาพเดิม แต่ระหว่างที่ดาบกระทบกับลูกบอลจางเฉินก็เห็นสิ่งของภายใน เป็นแกนวิญญาณสีขาวขนาดใหญ่
“แกนวิญญาณสัตว์อสูร?”จางเฉินไม่เคยเห็นแกนวิญญาณที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เขาจึงลองโจมตีอีกสองลูกลูกที่สองเป็นหินวิญญาณขนาดใหญ่อีกเช่นกันแต่สีของมันแตกต่างจากหินวิญญาณทั่วไปมากลูกสุดท้ายเป็นดาบสีขาวจางเฉินคิดว่าเป็นอาวุธวิญญาณ
การก่อตัวอาเรย์ป้องกันนี้ยากจริงๆจางเฉินเริ่มใช้พลังวิญญาณวิเคราะห์ลูกบอลแสงลูกหนึ่ง ไม่นานเขาก็พบจุดอ่อนของการก่อตัวจึงโจมตีลูกบอลนั้น เมื่อได้สมบัติครบสามชิ้นแล้วจางเฉินก็คิดว่าจะออกจากพระราชวังเพื่อหาสหายของเขาดาบนี่เขาจะให้กับฟู่เฉิง
คลื่น!
พื้นดินสั่นสะเทือนเหมือนวิหารกำลังจะล่มสลายจางเฉินรีบวิ่งออกจากวิหารทันที หลังจากหลบออกมาวิหารก็แหลกเป็นผุยผง เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่
ฝุ่นผงคละคลุ้งจางเฉินไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้แต่เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย โดยไม่รู้ตัวจางเฉินก้าวถอยหลังไปสี่ห้าก้าวเมื่อฝุ่นเริ่มจางลงจางเฉินมองไปที่จุดกึ่งกลางของแรงกดดัน พบว่าเป็นสัตว์อสูรตัวหนึ่งหัวเป็นสิงโต ร่างกายนั้นคล้ายกวาง มีปีกใหญ่เหมือนค้างคาว ส่วนหางนั้นเป็นงู ดูเหมือนมันกำลังหลับอยู่แต่ส่วนหางที่เป็นหัวงูดวงตารูปสามเหลี่ยมนั้นจ้องมองจางเฉินอย่างดุร้าย มันไม่ใช่หางเสือธรรมดาแต่เป็นงูพิษ
“คิเมร่า!”
ดวงตาของสิงโตค่อยเปิดขึ้นแล้วอ้าปากหาวขนาดใหญ่ กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง จางเฉินขนลุกรู้สึกถึงความน่าสยดสยองจนตัวสั่น คิเมร่ามองที่จางเฉินด้วยแววตาดุร้าย
“เจ้าหรือที่ช่วยปลดปล่อยข้าจากตราประทับเจ้าสมควรได้รับรางวัลเป็นอาหารมือแรกของข้าหลังจากที่ข้าต้องถูกกังขังอยู่นานนับได้ว่าเป็นเกียรติของเจ้าอย่างยิ่ง”
จางเฉินนั้นคิดอะไรไม่ออกกำดาบแน่นในมือ เสียงนี้คล้ายมีพลังวิญญาณที่โจมตีทะเลสติโดยตรง อย่างใดก็ตามจางเฉินนั้นมีความแข็งแกร่งทางวิญญาณจึงไม่ถูกล่อลวงด้วยคำพูดได้เขาตั้งสมาธิเพื่อต้อต้านทันที “เกียรติพ่อง วิ้ง!”
คิเมร่ารู้สึกแปลกใจและเริ่มโกรธมันถูกขังมานานหลายพันปี เมื่อถึงระดับเซียนนั้นมันไม่ต้องกิน ต้องดื่ม เพียงดูดซับพลังงานโดยรอบเพื่อรักษาตัวเองในพื้นที่มืดมิดไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันอย่างไร้ความหวังทั้งพลังฝึกฝนก็ค่อยๆ ลดถอยลงจนกลับมาเป็นระดับราชาถ้าอีกสักพันปีมันคงต้องตายจริงๆมนุษย์เด็กน้อยคนนี้ไม่รู้จักการได้รับเกียรติเป็นอาหารของมันที่มันมอบให้จริงๆ
คิเมร่าพุ่งเข้าหาจางเฉินอย่างรวดเร็จเหมือนกระสุนปืนใหญ่จางเฉินหลบหลีกอย่างทุลักทุเล ไปทางด้านข้าง
ตูมม
เมื่อร่างกายคิเมร่านั้นกระทบกับพื้นดินทำให้เกิดกระแสลมแรง ฝุ่นผงคละคลุ้งเท้ามันกระแทกกับพื้นดินจนเป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ จางเฉินกระเด็นจากแรงกระแทกไปไกลหากไม่หลบหลีกอย่างรวดเร็ว และไม่มีชุดเกราะที่สร้างขึ้นใหม่เขาคิดว่าคงต้องแหลกเละอยู่ตรงนั้น
ทันใดนั้นหัวงูก็สั้นสะเทือนเปิดปากยิ่งพลังลูกบอลเพลิงอันน่ากลัวพุ่งตรงสู่จางเฉินจางเฉินใช้พลังไฟสวรรค์ต้านรับอย่างรวดเร็ว
ตูมมมม
โชคดีที่จางเฉินมีความสัมพันกับไฟค่อนข้างสูงและมีไฟสวรรค์เขาประมาณระดับพลังของคิเมร่าแล้วเป็นระดับราชา เขาเรียก ราฟาเอล หงเอ๋อ เลโอดราโก้ ออกมาทั้งหมด
“พวกเรารุมมัน”
ทุกตัวต่างปลดปล่อยพลังเวทย์ที่ตนเองถนัด แท่งน้ำแข็ง แท่งหิน พลังลมเพลิงสายฟ้า ต่างสาดโจมตีคิเมร่า จางเฉินปลดปล่อยปราณดาบสี่สายพุ่งเข้าโจมตีตามด้วยเช่นกัน
คิเมร่ากรีดร้องด้วยความโกรธสำหรับมันแล้วพวกจางเฉินเป็นเหมือนแมลงตัวเล็กๆ ที่ไม่น่ากลัวอะไรมันยกขาหน้าขึ้นกระแทกพื้นดินเป็นคลื่นลมขนาดยักทำลายพลังเวทย์ทั้งหมดหัวงูนั้นยกสูงขึ้นมองพวกของจางเฉินด้วยความโกรธ ปราณกระบี่ของจางเฉินนั้นแทรกเข้าไปได้และกระแทกเข้ากับหัวงูอย่างรุนแรง
บูม บูม บูม บูม
จางเฉินนั้นใจอยากหนีเข้าสู่มิติแต่ถ้าหากคิเมร่ามันรอจางเฉินอยู่อย่างนี้ เขาก็จะติดอยู่ที่นี่อย่างยาวนานการหนีเป็นทางเลือกสุดท้ายถ้าหมดความสามารถจริงๆ แต่ถ้าหลบหนีการต่อสู้บ่อยมันจะส่งผลต่อหัวใจดาบของเขาทำให้ไม่สามารถก้าวหน้าได้
คิเมร่าพุ่งเข้าโจมตีที่จางเฉินอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธกรงเล็บขนาดใหญ่ที่เท้ามันพุ่งเข้าหาจางเฉินจางเฉินทำได้เพียงยกดาบมังกรเพลิงเข้าป้องกัน
บูมมม
จางเฉินปลิวกระเด็นไปไกลชนกับหน้าผาหิน คิเมร่าลงจอดกลางวงของเหล่าสัตว์อสูรมีแต่หงเอ๋อที่โชคดีมันสามารถบินหลบหนีขึ้นที่สูงได้ราฟาเอลนั้นหลบหลีกได้เล็กน้อยก็ถูกเตะกระเด็น หัวงูนั้นพยายามที่จะกัดดราโก้แต่ดราโก้นั้นใช้ปีกที่แข็งแรงปัดออกไปไม่นานก็โดนขาหลังของคิเมร่างเตะกระเด็นไปอีก เหลือเพียงเลโอยืนประจันหน้ากับคิเมร่า