“ไปรับภารกิจที่เขตใดหรือ?”
“หมายเลขห้า!”
...
ครั้นรับหอกเงามืดมาแล้ว ฉู่เหินก็กลับกลายเป็น ‘คนจน’ ในพริบตา
นครหลวงแห่งนี้จะสิ้นเปลืองเงินทองเกินไปแล้ว อยู่ที่นครในอาณาจักรนี้ไม่ใช่ที่ซึ่งเมืองหลินเหยียนอันเล็กจ้อยจะเปรียบเทียบได้จริงๆ
ด้วยตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว ฉู่เหินจึงคิดจะรับภารกิจขึ้นมา
“จะมารับภารกิจหรือ?”
เสียงอิสตรีอ่อนหวานดังมาจากหลังโต๊ะคิดเงินผู้พูดคือหญิงสาวผู้งดงามอายุอานามราวยี่สิบกว่าๆ
ฉู่เหินพยักหน้า “อื้ม ช่วงนี้มีภารกิจอันใดหรือไม่?”
“นี่คือภารกิจของวันนี้ ท่านลองดูก่อน...”
อีกฝ่ายหยิบสมุดเล่มหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้าของฉู่เหิน ฉู่เหินพลิกเปิดหน้าแรกด้วยอยากรู้อยากเห็น
“ดีงูสดใหม่ของงูเก้าส่วน แลกเป็นหินผลึกหยวนขั้นกลางยี่สิบก้อน”
“หลินจือดำแฝด แลกเป็นหินผลึกหยวนขั้นกลางสามสิบก้อน”
“ลูกแมวน้ำหิมะ แลกเป็นหินผลึกหยวนขั้นกลางแปดสิบก้อน”
...
หลังพลิกอ่านไปหลายหน้า ฉู่เหินก็เข้าใจแล้วว่านี่ใช่ภารกิจเสียที่ไหนเล่า?เป็นแค่ใบสั่งของเท่านั้นเอง แค่หาของในนี้มาแลกเปลี่ยนก็จะได้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อต่างหาก
ช่างเป็นความเข้าใจที่ค่อนข้างธรรมดานัก
“หินผลึกหยวนขั้นสูงสิบห้าก้อนหรือ?”
เมื่อฉู่เหินพลิกไปหน้าสุดท้ายก็อดทึ่งไม่ได้เขาลองตรวจดูอย่างละเอียดอีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้อ่านอะไรผิด
โกมลผลึกกุหลาบโลหิต แลกเป็นหินผลึกหยวนขั้นสูงได้สิบห้าก้อน...
ฉู่เหินผู้อยู่จวนแม่ทัพมาตั้งแต่ยังเยาว์ เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ‘โกมลผลึกกุหลาบโลหิต’ มาบ้าง
เป็นบุปผามหัศจรรย์ที่เติบโตในป่าลึกอันชุ่มชื้นโกมลผลึกกุหลาบโลหิตจะดูดซับกระดูกของสัตว์ป่ามาเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงให้เติบโตยามดอกบานสะพรั่ง รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนกับดอกบัว สีสันดุจโลหิตงามรัญจวนชวนใจหลง
สรรพคุณของโกมลผลึกกุหลาบโลหิตก็มากมี ถอนพิษ รักษาโรคเรื้อรังเยียวยาโรคใหม่ เสริมความแข็งแรงของร่างกาย หรือยกระดับพลังลมปราณ...
โกมลผลึกกุหลาบโลหิตเพียงดอกเดียวเหมาะสมกับราคาสิบห้าหินผลึกหยวนขั้นสูงจริง
สิบห้าหินผลึกหยวนขั้นสูง ฉู่เหินใคร่ครวญเงียบๆหากตนหาโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาได้แล้วไซร้ ย่อมจะซื้อ ‘หอกเกล็ดแสลงหลามทอง’ ที่ต้องตาที่สุดมาได้ มิหนำซ้ำยังเหลือหินผลึกหยวนไว้ใช้ได้อีกยาวด้วย
แต่สมบัติฟ้าประทานอย่าง ‘โกมลผลึกกุหลาบโลหิต’ นี้มีเพียงความสามารถไม่อาจได้มันมาครอง ต้องอาศัยโชคอย่างมากอีกด้วย
“จะหาโกมลผลึกกุหลาบโลหิตได้ที่ใดหรือ? ท่านช่วยเปิดเผยข้อมูลหน่อยได้หรือไม่?”ฉู่เหินถาม
สาวสวยผู้รับหน้าที่ต้อนรับเขายิ้มน้อยๆ“จะหาพบที่ใดนั้นไม่ทราบเป็นรูปธรรม แต่ข้าได้ยินมาว่า ‘เทือกเขาไร้กระดูก’ เคยมีโกมลผลึกกุหลาบโลหิตปรากฏขึ้นมาด้วย”
เทือกเขาไร้กระดูก!
เทือกเขาอันตรายห่างจากนครหลวงไปทางทิศอุดรสองร้อยกว่าลี้
สัตว์ปีศาจน้อยใหญ่อาศัยอยู่มากมาย งูเงี้ยวเขี้ยวขอพืชพันธุ์มหัศจรรย์...นักผจญภัยมักเดินทางไปไล่ล่าสัตว์ปีศาจและเสาะหาแก่นของสัตว์ที่นั่น
และยังมีศิษย์จากสำนักยุทธขั้นสูงมากมายไปแสวงหาประสบการณ์ที่นั่นห้ำหั่นกับสัตว์ปีศาจ รับเอาประสบการณ์จากการต่อสู้จริง
แน่นอนว่าน้อยคนนักที่จะกล้าดิ่งลึกเข้าไปในเทือกเขา โดยมากมักวนเวียนกันอยู่เขตรอบนอกเท่านั้น
“นอกจากภารกิจด้านบนนี้แล้ว พวกเราเองก็รับแลกแก่นของสัตว์ปีศาจด้วยหากท่านไล่ล่าฆ่าสัตว์ปีศาจขั้นต่ำมาได้ก็สามารถขายแก่นสัตว์ให้พวกเราได้เจ้าค่ะ...”
อิสตรีสาธยาย
ฉู่เหินยิ้มเพียงบางๆ “ต้องลงชื่อรับภารกิจไหม?”
“ไม่จำเป็นแต่อย่างใด ขอแค่ท่านนำของกลับมาก็เริ่มแลกเปลี่ยนได้ทันทีทว่าภารกิจที่ให้จะมีเวลาจำกัด หากท่านช้าเกินไปจนผ่านระยะเวลาที่ตั้งไว้พวกเราจะให้ราคาเพียงแปดสิบจากหนึ่งร้อย จากราคาดั้งเดิม”
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
ฉู่เหินพยักหน้า บันทึกเนื้อหาภารกิจส่วนใหญ่ไว้ แล้วจึงหันหลังเดินจากไป
...
ไม่นึกเลยว่าจะถูก ‘ชีวิตบีบเค้น’ รวดเร็วปานนี้
ฉู่เหินยกมุมปากเป็นยิ้มจนใจ แต่อย่างนี้ก็ใช่จะไร้ซึ่งข้อดี รอบนอกของเทือกเขาไร้กระดูกมีปีศาจขั้นต่ำและมหาปีศาจระดับต่ำอยู่มากมายถือโอกาสนี้เพิ่มพูนพลังยามห้ำหั่นจริงของตนก็ไม่เสียหาย
เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ฉู่เหินก็เตรียมตัวจะจากไป
ทันใดนั้นเองที่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งบนโต๊ะคิดเงินของเขตหมายเลขสองดึงดูดความสนใจเขา
เป็นกำไลข้อมือหญิงสีน้ำเงินวงหนึ่ง ฝังด้วยไพลินเป็นทรง ‘เดือนเพ็ญ’ ฝีมือการทำวิจิตรสวยงามอย่างยิ่งไม่ให้ความรู้สึกเกร่อหรือวิลิศมาหรา ดูช่างสดใหม่และสบายตาเป็นอย่างมาก
เห็นกำไลสีน้ำเงินนั้นแล้ว ฉู่เหินก็ผุดภาพดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มขึ้นมาในห้วงคิดอย่างอดไม่ได้
เย่เหยา!
คุณหนูรองตระกูลเย่แห่งเมืองหลินเหยียนเด็กสาวตัวน้อยผู้ตัวติดกับฉู่เหินยามอยู่สำนักเส้าจงก่อนหน้านี้
จะว่าไปแล้ว นับแต่คืนที่ถูกพวกหลิ่วเซียววางอุบายทำร้ายเป็นต้นมาเขาก็ไม่เคยได้พูดจากับเย่เหยาอีกเลย กระทั่งวันที่จวนเย่ก็จำต้องรีบรุดจากมา
ฉู่เหินจำได้ว่าเย่เหยาเคยมีกำไลข้อมือสีน้ำเงินเช่นนี้อยู่วงหนึ่งเห็นว่าพี่สาวนางให้เย่เหยาเป็นของขวัญวันเกิด
แต่เพราะเย่เหยาทำกำไลวงนั้นหายไปไม่ทันระวัง ถึงได้ร้องห่มร้องไห้ไปสองชั่วโมงเต็ม
ฉู่เหินในยามนั้นสัญญากับนางไว้ รอจนวันเกิดครั้งถัดไปของเย่เหยาเขาจะให้กำไลที่เหมือนกันเป็นของขวัญแก่นาง
...
แต่ใครจะคิดเล่าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะเหนือความคาดหมายไม่ให้เวลาได้ปรับตัวเลยด้วยซ้ำไป
เย่เหยาคงยังอยู่ที่เมืองหลินเหยียนกระมัง!
ต่อจากนี้จะได้พบหน้ากันอีกหรือเปล่าหนอ?
ต่อให้ได้พบหน้ากันอีกจะพูดคุยหยอกล้อกันต่อหน้าเหมือนดังแต่ก่อนได้หรือเปล่า?
หากตอนนั้นไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นมา...
ฉู่เหินหัวเราะเย้ยหยันตนเอง หวนกลับไปหาอดีตไม่ได้แล้วได้แต่บอกตัวเองในใจว่าเย่เหยาคือน้องสาวของเขาไม่ว่าเมื่อใดและตัวเขาเองก็ติดค้างของขวัญชิ้นหนึ่งกับนางจริง
พลันนั้น ฉู่เหินก้าวไปทางโต๊ะคิดเงินเบื้องหน้า
เขายื่นมือไปหยิบกำไลสีน้ำเงินวงนั้นอยากจะซื้อมันไว้แล้วรอโอกาสประจวบเหมาะค่อยมอบให้เย่เหยา
ทันใดนั้นเองที่มือหยกอ่อนช้อยขาวผ่องก็ยื่นมาจากอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
มือของฉู่เหินสัมผัสกับมือหยกสวยงามนั้นโดยไม่ได้นัดหมายและไม่รู้สึกตัวฉู่เหินชะงัก ความรู้สึกประหลาดส่งผ่านปลายนิ้วเข้ามา
ฉับพลัน ต่างฝ่ายต่างก็หดมือของตนกลับไป
ฉู่เหินชำเลืองมองด้านข้างเห็นดวงหน้างามเลิศประดุจภูตพรายสะท้อนชัดในม่านตา
นางเป็นดรุณีงดงามเลอเลิศ อาภรณ์ยาวสีขาวรับกับเรือนร่างสะโอดสะองโค้งเว้างดงามคิ้วหงส์เรียวยาว ดวงเนตรดั่งสายธารในสารทฤดูริมฝีปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มตรึงใจผู้ได้ยล
ผนวกกับบุคลิกอันหมดจดเหนือมนุษย์แล้วนางดูราวกับเทพธิดาหลุดออกมาจากภาพวาด
ฉู่เหินมองเหม่อ ไม่อาจฟื้นตื่นจากภวังค์ได้
ดวงตานารีวูบไหวเล็กน้อย มองฉู่เหินด้วยแปลกใจเผยอริมฝีปากเอ่ยถามไพเราะเสนาะหู “ท่านก็สนใจกำไลวงนี้หรือ?”
“หือ?” ฉู่เหินรีบหลบสายตา “ข้า...”
“เมิ่งฉาง พวกเราควรไปกันได้แล้วนะ”
ไม่ทันให้ฉู่เหินได้เอ่ยจบ เสียงใสของอิสตรีอีกคนก็ดังมา
เด็กสาวเยาว์วัยหน้าตาสดสวยโบกมือเดินเข้ามาหา
“ได้ ข้ามาแล้ว” ดรุณีเบื้องหน้าฉู่เหินรับคำตาเหลือบมองกำไลสีน้ำเงินบนโต๊ะแวบหนึ่งแล้วจึงหันกายเดินจากไป
“เมิ่งฉาง เขาคนนั้นเป็นใครกันหรือ?”
“ข้าก็ไม่รู้!”
“เอาเถอะ! รีบกลับไปกันดีกว่า! ขืนอาจารย์หงเหลียนรู้ว่าพวกเราแอบหนีออกมาเที่ยวเล่นมีหวังได้ด่าทออีกแน่เลย”
“ไม่หรอกน่า อาจารย์หงเหลียนท่านอ่อนโยนจะตาย!”
“ชิ เฉพาะกับเจ้าเท่านั้นแหละ กับพวกเรามันไม่เหมือนกันน่ะสิ”
………………………..