จักรพรรดิเซียน

    ตอนที่ 39 หนึ่งเดือน

    ตอนที่ 39 หนึ่งเดือน

     

    นัยน์ตาของทุกผู้คนเบิกโตกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…เจียวอ้าว หญิงสาวตกตะลึงแข็งค้างราวกับก้อนหิน

     

    “ยะ…ยอมแพ้?” 

     

    ทันใดนั้นเองที่เรือนร่างของเฟยอวี่พลันร่วงหล่นราวกับใบไม้ เจียวอ้าวตื่นตระหนกอยู่มาก นางเข้าไปสวมกอดรับร่างของเฟยอวี่ที่สิ้นสติไปด้วยสีหน้างุนงัน ผมสีเงินงามประบ่า อย่างไรก็ตาม ท่าทางอันเย่อหยิ่งราวกับผู้สูงศักดิ์ถูกฝังรากลึกลงไปในจิตใจของหญิงสาว นี่สืบเนื่องจากท่านปู่ของนาง…เจียวหั่ว นางถูกเลี้ยงดูและได้รับอบรมสั่งสอนจากเจียวหั่ว นางจดจำสิ่งแรกที่ท่านปู่ให้ทำได้ดี นั่นคือการตะโกนกลางงานประชุมประจำปีของตระกูลเจียวด่าทุกคนว่าเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า! 

     

    เจียวหั่วเคยกล่าวไว้ว่า “อ้าวเอ๋อ พวกที่เหลือล้วนเป็นเพียงมดปลวกมดแมลงที่ไร้ค่า เจ้าเป็นผู้สืบสายเลือดของเทพสงคราม เจ้าไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น เพราะเจ้าคือหลานรักของข้ายังไงล่ะ! ฮ่าฮ่าฮ่า”

     

    นางแบกรับร่างของเฟยอวี่ที่สูงกว่านางอย่างมาก น้ำตาของหญิงสาวไหลรินอย่างไร้ที่มา ทุกผู้คนบนโลกต่างทะเยอทะยานเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเองกันทั้งนั้น แต่ทว่า ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำสิ่งเหนือความคาดหมายของผู้คนทั้งหมด ข้าไม่เข้าใจ… เหตุใดเขาถึงช่วยเหลือข้ามากมายเพียงนี้… แก้แค้นให้ข้าและมอบสิทธิ์ในรางวัลที่ข้ามิอาจเอื้อมถึง…

     

    “ผู้ชนะเลิศการประลองประจำปี เจียวอ้าว บุตรีของตระกูลเจียว หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งทวีปมังกร” ลู่หลินป่าวประกาศกึกก้อง ในฐานะผู้ชนะเลิศประจำปี นางคงต้องกล่าวชื่อและยศถาบรรดาศักดิ์เต็มที่ แหวนมิติส่องประกายวาบหนึ่ง มันปรากฏเม็ดกลมหนึ่งเม็ดจากความว่างเปล่า “นี่คือรางวัลของพระมหาจักรพรรดิ …แกนพลังงานอสูรระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง”

     

    สิ้นคำกล่าวของลู่หลิน เสียงซี้ดปากด้วยความหิวกระหายของทุกผู้คนต่างดังขึ้นแจ่มชัด สานุศิษย์มากมายล้วนจับจ้องเจียวอ้าวไม่กระพริบตา แววตาของพวกเขาแฝงด้วยความอิจฉาริษยาอย่างถึงที่สุด หากหลิวเจียนสามารถคงสติได้อยู่ มันคงต้องกระอักเลือดอีกครั้งเมื่อทราบว่ารางวัลเป็นแกนพลังงานของอสูระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง ถ้าได้มันมา ชายหนุ่มย่อมทะลวงสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้ง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ

     

    ลู่หลินมอบรางวัลนี้แก่นาง เจียวอ้าวยื่นฝ่ามืออันสั่นเทาออกไปรับ แน่นอนว่าในอ้อมอกของนางคือเฟยอวี่ที่หมดสติอยู่ เพียงชั่วพริบตาเดียว ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจียวอ้าวถูกโซ่ตรวนเข้ารัดข้อมือไว้ โซ่ตรวนนั้นมีสองข้าง นางสัมผัสได้ว่าหนึ่งข้างอยู่กับนาง ส่วนอีกข้างนั้นผูกรัดข้อมือไว้กับเฟยอวี่…

     

    “นะ…นี่มันอะไรกัน?” เจียวอ้าวเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าฉงน นางยกข้อมือขึ้น เสียงโซ่ตรวนดังแกร๊กๆแกร๊ก

     

    “งานพิธีทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ศิษย์เก่าทั้งหมดสามารถแยกย้ายตามอัธยาศัยได้  ส่วนบรรดาศิษย์ใหม่ที่ได้คู่ งานพิธีที่แท้จริงจะเริ่มต่อจากนี้ …โซ่ตรวนแห่งสายสัมพันธ์!” ลู่หลินเอ่ยกล่าว

     

    ทันใดนั้นเองที่ศิษย์ใหม่พึงตระหนักได้ว่า พวกเขานั้นถูกโซ่ตรวนประหลาดรัดกุมข้อมือเข้ากับคู่ของตน เสียงโซ่ดังแกร๊กๆทั่วสารทิศ พร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ปรารถนาในคำอธิบายของการกระทำนี้ ลู่หลินเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อเกิดเสน่ห์ประหลาดกับสตรีวัยร้อยปีเศษ “แทบทุกคู่ในที่นี้ล้วนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เช่นนั้นแล้ว เพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่ พวกเราจำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมา! เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของพวกเจ้าให้แน่นแฟ้นขึ้น! นี่แหละคือจุดประสงค์ของพิธีโซ่ตรวนแห่งสายสัมพันธ์ พวกเจ้าไม่มีทางตัดโซ่ตรวนนี้ทิ้งได้ มันเป็นของวิเศษจากพระมหาจักรพรรดิ ฉะนั้นก็ล้มเลิกความคิดที่จะตัดมันซะ”

     

    “โซ่ตรวนนี้จะดำรงอยู่ไปหนึ่งเดือนเต็ม มันจะกลับกลายเป็นโซ่ตรวนเหล็กปกติเมื่อครบเดือน พวกเจ้าทั้งคู่มิอาจเหินห่างกันได้ตามระยะความยาวของเส้นตรวน อาบน้ำ นอน ฝึกยุทธหรือล่าสัตว์อสูร นี่ล้วนต้องพาคู่ของเจ้าไปด้วย”

     

    ศิษย์ใหม่คนหนึ่งโพล่งคำขึ้น “ท่านเจ้าสำนัก การที่เราต้องนอนห้องนอนเดียวกัน อาบน้ำด้วยกันนี่… ถ้าเกิดมันมีิข้อผิดพลาดล่ะ…”

     

    “ข้อผิดพลาดใดกันที่จะเกิดขึ้น?” ลู่หลินไถ่ถามกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง บนสีหน้าของศิษย์คนนั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นแดงฉานราวกับโลหิต เขานิ่งเงียบไปไม่เอื้อนเอ่ยคำใดอีก ลู่หลินกล่าวต่อ “บรรดาศิษย์เก่าทั้งหลายล้วนผ่านชะตากรรมเช่นนี้มาหมด เพื่อกระชับความสัมพันธ์ หยั่งสติปัญญาและวัดการระงับอารมณ์ของพวกเจ้า พิธีกรรมนี้มีผลต่อการคัดเลือกตัวแทนไปแข่งขันในการประลองต่างๆหรือการเข้าสำรวจสู่โบราณสถานลี้ลับ”

     

    เมื่อลู่หลินบ่งบอกว่ามีผลต่อการคัดเลือกพาไปประลอง สีหน้าของชายหญิงต่างกลับกลายเป็นขึงขัง การประลองต่างๆนี้หาได้เกี่ยวข้องกับการประลองระดับทวีปไม่ มันอาจเป็นการประลองเล็กย่อยที่ถูกจัดขึ้นเนื่องในโอกาสต่างๆ ซึ่งการประลองระดับทวีปนั้นไม่จำกัดจำนวนคน เพื่อเฟ้นหายอดฝีมือรุ่นเยาว์ไร้ต้านโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ

     

    เจียวอ้าวกลืนน้ำลายคำโต…

     

    …………………

     

    ในขณะนี้เองภายในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างขวาง ห้องนี้นั้นแบ่งออกเป็นหลายโซน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน กระทั่งห้องนั่งเล่น บ้านมันใหญ่โตพอสำหรับหนึ่งครอบครัว ซึ่งปรากฏร่างที่สิ้นสภาพของเฟยอวี่นอนทอดร่างนิ่งบนเตียงนอนสุดนุ่มฟู ชายหนุ่มค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาทีละน้อย กลิ่นหอมลอยมาแตะสัมผัสปลายจมูก ท่าทางฟุดฟิดนั้นสังเกตเห็นได้ชัดเจน นัยน์ตาของชายหนุ่มพลันเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า

     

    เฟยอวี่ความจำลางเลือน ก่อนเขาจะสิ้นสติ ความทรงจำเดียวที่เหลืออยู่คือการประกาศยอมแพ้ต่อเจียวอ้าว ชายหนุ่มเคลื่อนสายตาไปด้านข้าง ทันใดนั้น ภาพเบื้องหน้าปรากฏอิสตรีเลอโฉมในรูปผ้าแพรสีฟ้าขาวราวกับเกล็ดน้ำแข็ง เผ้าผมสีเงินประบ่าพริ้วไหวเบาบางราวกับกลีบบุปผา หยดเหงื่อพร่างพรายทั่วใบหน้า ไหลผ่านแก้มนวลงามดุจน้ำนมจรดปลายคาง มันสะกดสายตาของเฟยอวี่โดยสมบูรณ์ เมื่อชายหนุ่มพยายามใช้แขนค้ำยัน เขาค้นพบว่าข้อมือนั้นคล้ายถูกบางสิ่งรัดกุมไว้

     

    “โซ่ตรวน!?” เฟยอวี่อุทาน พร้อมกันนั้นที่เสียงร้องของเจียวอ้าวดังขึ้น คล้ายนางถูกแรงดึงกระชากไป “อร้าย!” เสียงร้องสดใสของหญิงสาวนั้นบริสุทธิ์ราวกับหยกขาวไร้มลทิน นี่ขัดกับบุคลิกภาพอันเย่อหยิ่งของนาง มันตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบา ดูเหมือนว่านางกำลังทำอาหารอยู่ หญิงสาวไม่แม้แต่จะชำเลืองมองเฟยอวี่ นางพลิกเนื้อในกระทะอีกครั้งก่อนกล่าวว่า “กระทะเกือบพลิกแน่ะ! …ข้าให้อภัยได้เพราะเจ้าหาได้ทราบถึงเรื่องนี้ไม่”

     

    “นั่นท่านกำลัง… ทำอาหาร? เดี๋ยวก่อน นี่ข้าอยู่ที่ไหน?” เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ เขามองสองแขนของตัวเองที่ถูกพันรอบด้วยผ้าพันแผลหนาแน่น ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเมื่อโคจรพลังยุทธบริเวณแขน

     

    นี่คือผลสะท้อนของเคล็ดวิชาจักรพรรดิง้าว… ใช้กระบวนท่าที่หนึ่งแค่สองครั้งยังสาหัสได้เพียงนี้ เกรงว่าข้ามไปใช้ขั้นสองเปรียบประหนึ่งการฆ่าตัวตายก็มิปาน เฟยอวี่ไม่ค่อยกังวลในเรื่องผลสะท้อนนัก หากเขาไม่ตาย ชายหนุ่มก็ยังมีบัญญัติแห่งการสูญสลายอยู่! ทันใดนั้น ชายหนุ่มพลันโคจรพลังบัญญัติแห่งการสูญสลายเข้ากระตุ้นความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายให้สูงขึ้นสิบเท่าตัว

     

    ในหนึ่งนาทีแรก เนื้อหนังที่ปริแตกบริเวณแขนทั้งสองข้างล้วนสมานเข้าหากันทีละนิด อีกสองนาทีถัดมา เนื้อหนังที่ปริแตกต่างสมานเข้าหากันโดยสมบูรณ์ ช่างเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่ออย่างถึงที่สุด อีกหนึ่งนาทีถัดไป ร่างกายทั่วทั้งร่างกำลังซ่อมแซมทุกส่วนที่บาดเจ็บด้วยความเร็วที่น่าตะตกลึง จวบจนกระทั่งครบห้านาที เฟยอวี่หวนคืนสู่สภาพสมบูรณ์ราวกับเกิดใหม่ ในขณะเดียวกัน บัญญัติแห่งการสูญสลายก็ต้องใช้เวลาฟื้นสภาพไปอีกหกชั่วโมง

     

    เฟยอวี่จดจำได้ดี หลังจากการประลองจบลง บัญญัติเข้าสู่การฟื้นฟูเรียบร้อย หากสังเกตจากตรงนี้จะทราบว่าในปัจจุบันบัญญัติแห่งการสูญสลายนั้นฟื้นสภาพเสร็จแล้ว อย่างน้อยเวลาก็ผ่านมาไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมง

     

    “เจ้าหลับยาวมาจนเช้าของอีกวัน เจ้าทำให้ข้าอดอาบน้ำ! ข้าพะวงว่าเจ้าจะตื่นขึ้นตอนข้าอาบน้ำเลยไม่กล้าอาบ แล้วพอถึงเวลานอนก็ต้องกัดฟันนอนข้างบุรุษอีก! เนื้อตัวทั้งข้าทั้งเจ้าก็เหม็นเหงื่อไปหมด ใครจะคิดกันว่าเจ้าจะหลับยาวจนเช้าอีกวัน เอาเถอะ! ข้ายอมลากเตียงมานี้เพื่อที่จะทำอาหารเช้ากิน” เจียวอ้าวอธิบาย นางแสดงความโกรธเกรี้ยวเล็กน้อยตอนกล่าวถึงการอาบน้ำ

     

    เฟยอวี่พอเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้น “แล้วโซ่ตรวนนี่?”

     

    “เป็นพิธีงานสำหรับศิษย์ใหม่ เจ้าสำนักเรียกพิธีงานนี้ว่าโซ่ตรวนแห่งสายสัมพันธ์ มันจะรัดข้อมือข้ากับเจ้าเช่นนี้ถึงหนึ่งเดือนเต็ม กิน นอน เล่น ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนต้องมีคู่ตามติดไปด้วย”

     

    ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นพลันเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า “นี่ไม่ใช่ว่าทางพระมหาจักรพรรดิมองออกถึงการพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์หรอกหรือ เลยมีการตั้งข้อบังคับมาตั้งแต่ต้น เฉกเช่นโซ่ตรวนนี่ มันทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

     

    ระหว่างการอธิบายของเฟยอวี่จบลง เจียวอ้าวก็จัดเตรียมอาหารบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวเคลื่อนสายตามองมาทางเขา “เจ้าจะกินข้าวหรือไม่? ถ้าไม่ข้าจะได้กิน” น้ำเสียงอันเยือกเย็นนั้นช่างตัดกับความหมายอันอ่อนโยนของนาง 

     

    ทันใดนั้น เสียงท้องร้องโครมครามดังขึ้น ไม่มีสารอาหารใดตกถึงท้องของเขามาเกือบครึ่งวัน นี่ล้วนทำให้เขารู้สึกหิวโหยไม่น้อย ชายหนุ่มลุกยืนขึ้นจากเตียงก่อนไปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ห่างไปไม่ไกล หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีรับประทานอาหารในโต๊ะเดียวกัน และชายหญิงทั้งสองก็นั่งตรงข้ามกัน

     

    บนโต๊ะกลมนี้มีอาหารหลากหลายวางอยู่เต็มโต๊ะ อาหารมากมายขนาดนี้ราวกับถูกทำขึ้นสำหรับครอบครัวใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารในจานนั้นเต็มไปด้วยเนื้อที่เป็นองค์ประกอบหลัก กว่าครึ่งในสามสิบจานก็เป็นเนื้อล้วนๆ 

     

    “ชอบอะไรก็กินได้นะ ข้าทำสุดฝีมือ” เจียวอ้าวเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงธรรมดา

     

    สิ่งนี้ทำให้อดีตคุณชายตระกูลซูล้วนอึ้งทึ่งพูดวาจาใดไม่ออก หากเพียงพิจารณาจากกลิ่น อาหารตรงหน้ายังนับว่าเป็นอาหารชั้นเลิศได้ มันเหนือกว่าอาหารทุกอย่างที่เฟยอวี่เคยกินในอดีต นางใช่คุณหนูจริงๆ? ด้วยความเคลือบแคลบสงสัย เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป “เจ้าใช่คุณหนูจริงรึ? ข้าไม่เคยเห็นพวกคุณหนูทำอาหารมาก่อน”

     

    คิ้วสีเงินงามโก่งดุจพระจันทร์เสี้ยวย่นลงเล็กน้อย “เจ้าไม่เห็น ก็ใช่ว่าจะไม่มี ข้าหันมาทำอาหารกินเองเพราะแม่ครัวทำรสชาติได้ขัดใจข้ามาก ท่านปู่น่ะทำอาหารได้สุดยอดยิ่งกว่าข้าอีกนะ” พอพูดถึงท่านปู่ เจียวอ้าวราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่ นางคล้ายนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ นางตัดสินใจจะไม่เล่าในตอนนี้…

     

    ทันทีที่เนื้อคำแรกเข้าปากของเฟยอวี่ ผิวของมันทั้งมันทั้งกรอบยั่วน้ำลาย เนื้อข้างในอวบแน่น เมื่อถูกปลุงด้วยกลวิธีของเจียวอ้าว เนื้อธรรมดานี้ราวกับถูกยกระดับขึ้นเป็นอาหารชั้นเลิศในวัง บางที… มันอาจเหนือกว่าอาหารในวังเสียด้วยซ้ำ เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมขึ้นมาจากใจจริง “เจ้าทำอาหารได้อร่อยมาก!!”

     

    “ของมันแน่อยู่แล้ว!” เจียวอ้าวตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ แม้จะยังไม่มีใครเคยลองกินอาหารฝีมือของนาง ถึงกระนั้น หญิงสาวล้วนรู้ดีแก่ใจว่ามันอร่อยมากเพียงใด ยิ่งหากนำไปเปรียบกับอาหารที่แม่ครัวทำ มันราวกับการเปรียบเพชรกับถ่าน

     

    หลังจากการรับประทานอาหารบนโต๊ะกินข้าวดำเนินไปถึงสิบห้านาที จานบนโต๊ะกว่าสามสิบจานล้วนสะอาดเกลี้ยงราวกับจานใหม่ เศษเนื้อมิอาจเล็ดลอด เศษอาหารยังสะอาดหมดจด เห็นได้ชัดว่าเป็นฝั่งของเจียวอ้าวที่กินไปเยอะกว่าเฟยอวี่มากโข จานกองพะเนินวางตรงหน้าของเจียวอ้าว

     

    “แม่นาง ท่านเป็นอิสตรีที่กินจุมาก แต่ท่านกลับยังสวยงามราวกับเทพธิดาอยู่ ท่านมีเคล็ดลับงั้นรึ?”

     

    “คิดว่าเจ้ายอข้าแล้วข้าจะชื่นชมเจ้ารึ?” หลังจากมื้ออาหารเช้าจบลง เจียวอ้าวคิดว่าคงถึงเวลาที่ต้องบอกเรื่องราวสำคัญแล้ว “ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า…”

     

    เฟยอวี่ขมวดคิ้วเป็นปมแน่น ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันตราย มันเหมือนกับการล่อของซูหนี่ว์ในสมัยเด็ก ล่อให้ติดหนี้บุญคุณแล้วขอบางสิ่ง ทันใดนั้น เจียวอ้าวพลันกล่าวขึ้นว่า “ตอนนี้เจ้าเป็นคู่ของข้า ท่านปู่จะต้องมาทดสอบเจ้าด้วยตัวเองแน่ๆ ข้ามั่นใจเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด”

     

    เจียวอ้าวลูบผ่านแผลเป็นบริเวณหน้าผากพลางครุ่นคิด ถ้าเรื่องนางได้รับแผลเป็นพร่างพรายสู่โลกภายนอก ท่านปู่จะต้องออกมาจากการปิดด่านฝึกตนเป็นแน่

     

    “ปู่ของท่าน? ปู่ท่านจะมาทดสอบข้ารึ? ถ้าเช่นนั้นก็มาเถอะ” เฟยอวี่กล่าวด้วยท่าทางสบายๆ เขาไม่คิดว่าตนเองขาดตกบกพร่องในเรื่องคุณสมบัติของบุรุษที่ดี อย่างน้อยเขาก็ไม่มีวันทรยศสตรีเบื้องหน้าอย่างแน่นอน

     

    ด้วยความโอหังอวดดีของเฟยอวี่ เจียวอ้าวถึงกับเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ นางสังเกตเห็นท่าทางที่ดูสบายนั้นมันทำให้นางนึกถึงเหตุการณ์บนโต๊ะกลมได้ เป็นฝ่ายเฟยอวี่ที่ไถ่ถามทุกอย่างกับเหลียงเซิน นางมั่นใจว่าเขาไม่ทราบเรื่องนี้… คงไม่มีใครในทวีปมังกรทราบเรื่องนี้ได้…

     

    “แต่ว่า… ท่านปู่ของข้าเป็นหนึ่งในราชันจักรพรรดิในตำนานเชียวนะ”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเฟยอวี่พลันขาวซีดราวกับกระดาษ “ฮะ!!”

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิเซียน ที่คุณอ่าน