จางเอ่อร์รีบซ่อนตัว พลิกร่างจากบนแผ่นกระเบื้องระเบียงมายังสวนบุปผา หลบทหารลาดตระเวน ลัดเลาะสำรวจไปจนถึงหน้าเรือนทรงเจดีย์เก่าแก่หลังหนึ่ง เห็นเพียงป้ายเหนือประตูเขียนเป็อักษรสามคำ ‘หอฉางปิง’
เล่ากันว่าที่นี่คือสถานที่เก็บตราบัญชาการทหารของแคว้นจ้าว คาดไม่ถึงว่ากลับไม่มีคนเฝ้ายาม ข้างในย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
จางเอ่อร์สำรวจอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ค้นพบว่าประตูของหอฉางปิงแห่งนี้แกะสลักอย่างวิจิตรประณีต บนประตูคล้ายติดตั้งกลไกไว้ ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ยากเกินความสามารถเขา
ตนขยันฝึกวรยุทธ์มาั้แ่เด็ก รอบรู้อ่านหนังสือมาอย่างกว้างขวาง ตอนอายุสิบแปดก็สามารถขึ้นนั่งบัญชาการฉางซาน ไขทะลวงสารพัดวิชาลึกลับพิสดารมาได้หมดแล้ว
ขณะที่จางเอ่อร์กำลังจะก้าวขึ้นข้างหน้า จู่ๆ ฝ่าเท้าก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ลูกศรหน้าไม้หลายดอกพลันพุ่งเข้ามาหา ที่แท้ไม่ใช่แค่บนประตูที่มีกลไก กระทั่งทางเดินหน้าประตูไม่กี่ก้าวยังวางกับดักโจมตี!
การป้องกันชาญฉลาดเหนือชั้นระดับนี้ สมแล้วที่เป็จวนแม่ทัพใหญ่!
เสียงฝีเท้าของทหารลาดตระเวนแว่วมาข้างหูอย่างรวดเร็ว บริเวณใกล้ๆ หอฉางปิงไม่มีเครื่องกำบังให้ซ่อนตัว ทำได้เพียงเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ!
จางเอ่อร์สีหน้าแปรเปลี่ยนทันใด คู่ั์ตาเคร่งขรึมดั่งดาราหนาวเหน็บ ใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างหนี
พอเห็นบริเวณไม่ไกลมีเรือนหลังหนึ่งแสงเทียนสว่างเรื่อเรือง เขาพลันตัดสินใจ ถ้าโชคดีก็รักษาชีวิตเอาไว้ได้ อย่างไรก็ดีกว่ารอให้ถูกทหารจับอยู่ที่นี่
…
ม่านแดงยาวโปร่ง ไอร้อนลอยปกคลุม หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวอมฟ้าลายดอกฝูหรง[1] ในมือถือหวีหยก กำลังจัดแต่งเรือนผมยาวสยายดุจสายน้ำตก
แต่ไรมาจ้าวเสวี่ยสวินไม่ชอบให้พวกสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติอาบน้ำ เหตุผลหลักๆ คือคนเยอะวุ่นวาย จึงตัดสินใจไล่คนออกไปเพื่อความเงียบสงบ
ก่อนลงสระแช่น้ำ นางถอดชุดกระโปรงออกช้าๆ เผยไหล่งามขาวกระจ่างดุจหิมะ ก้าวลงน้ำอาบแช่กลีบดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน
น้ำในนี้ทั้งหมดเป็น้ำพุร้อนสูบเข้ามาจากหลังูเานอกเรือน อบอุ่นตลอดปี เมื่อแช่ตัวในสระแล้วเพลิดเพลินผ่อนคลายเป็พิเศษ
ทันใดนั้นนอกหน้าต่างมีร่องรอยความเคลื่อนไหวแปลกไป เสวี่ยสวินความรู้สึกไวรีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ พวงแก้มขาวหมดจดดุจหิมะฉายแววกังวลเล็กน้อย อาศัยความรู้สึกเสาะหาทางหลีกเลี่ยงอันตราย
ทว่าไม่รอให้เสวี่ยสวินทันมีปฏิกิริยาตอบสนอง บุรุษผู้หนึ่งก็ผลักหน้าต่างเข้ามา ยกมือปิดปากนางไว้แล้วพาตัวมาอีกด้าน นางจึงขยับเขยื้อนไม่ได้
เสวี่ยสวินแม้หวาดกลัวแต่ไม่ได้ตระหนกลนลาน ลอบดึงป้ายหยกที่ห้อยตรง่เอวเขาลง พร้อมสังเกตชายหนุ่มที่บุกรุกเข้ามาผู้นี้อย่างละเอียด
ชายตรงหน้าแม้จะสวมหน้ากากเงิน ทว่ายังคงััได้ถึงความองอาจห้าวหาญบนร่าง ตนที่นับว่าตกอยู่ในสถานการณ์ถูกจับกุมลักพาตัว กลับไม่รู้สึกถึงจิตสังหาร คนผู้นี้คงไม่ใช่นักฆ่าทั่วไป ชั่วเวลาสั้นๆ เพียงพริบตาเขาก็พลิกร่างเข้ามาอย่างราบรื่นปราศจากคลื่นความเคลื่อนไหวใดๆ เห็นได้ว่าวิชาตัวเบาเลิศล้ำ
เสวี่ยสวินไม่กล้าขยับตัวบุ่มบ่าม เห็นแค่ชายหนุ่มผู้นั้นซ่อนตัวหลบทหารองครักษ์ที่ลาดตระเวนอยู่นอกห้อง แววตาลึกล้ำดุจบึงน้ำหนาวเหน็บ เปิดปากเอ่ยคำ “แม่นาง เดิมทีข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเ้า ข้าจะทำให้เ้าสลบไปสักสองสามชั่วยาม แล้วเ้าจะฟื้นขึ้นมาเอง”
ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวคำ ก่อนยกมือขึ้นตั้งท่าจะสับท้ายทอยของเสวี่ยสวิน
“ช้าก่อน...”
จู่ๆ เสวี่ยสวินก็เปิดปากพูด “เ้าคงจะมาขโมยตราบัญชาการทหารกระมัง ที่นี่คุ้มกันแ่า เอาไปไม่ง่ายหรอก ออกไปทางหลังเรือนเถอะ ข้าจะทำเป็มองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ครั้งหน้าก็อย่าได้เสี่ยงอันตรายอีก...”
จางเอ่อร์ได้ยินพลันตะลึงงัน นึกสงสัยว่านางจะปล่อยตนไปจริงหรือ
ทว่าน้ำเสียงของหญิงสาวไม่เหมือนกำลังหลอกลวงเขา อีกทั้งั้แ่เมื่อครู่ตนก็รู้สึกได้ว่าสตรีผู้นี้อ่อนโยนเป็มิตร เขาถึงขั้นคิดอยากจะเชื่อใจนางขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ลังเลอยู่เพียงครู่ สุดท้ายจางเอ่อร์ก็ปล่อยตัวเสวี่ยสวิน เหยียบขอบหน้าต่างแล้วกระโจนออกไป
เสวี่ยสวินเห็นชายหนุ่มด้านนอกหลบหนีออกไปได้สำเร็จก็ผ่อนลมหายใจยาว มองดูป้ายหยกที่ดึงลงมาจาก่เอวบุรุษผู้นั้น บังเกิดรู้สึกซับซ้อนหลากหลายขึ้นชั่วขณะ
“ใต้หล้าไหนเลยจะมีเื่บังเอิญเช่นนั้น หรือว่า...”
ขณะคนในห้องกำลังพิศมองอย่างละเอียด ก็เห็นองค์หญิงใหญ่เดินนำสาวใช้และทหารหลายนายมุ่งหน้าเข้ามาอย่างรีบร้อน
“สวินเอ๋อร์ เ้าปลอดภัยดีหรือไม่ เมื่อครู่มีเหตุใหญ่โตทีเดียว ที่นี่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นใช่หรือไม่”
“สวินเอ๋อร์ไม่เป็ไรเพคะ ทำให้พี่หญิงิ่เป็ห่วงแล้ว”
เสวี่ยสวินมองยังนอกหน้าต่างตามทิศทางที่บุรุษผู้นั้นออกไป ความคิดล่องลอยตามไปเช่นกัน
…
วันต่อมา ด้วยการนำทางของอาซิ่นผู้ติดตาม รถม้าของคุณชายจางเอ่อร์เคลื่อนเข้าสู่วังอ๋องผู้ครองแคว้นจ้าวอันยิ่งใหญ่ทรงพลัง
แม้แคว้นจ้าวจะไม่ได้มีแสนยานุภาพเกรียงไกรเท่าแคว้นฉิน แต่กระเบื้องเขียวก้อนอิฐแดงทุกแผ่น เสาตำหนักทุกต้น กำแพงสูงทุกด้าน ล้วนแสดงถึงความหรูหราน่าเกรงขาม ประตูลงน้ำมันเคลือบสีแดงเช่นเดียวกับฐานบันได วังโบราณบันทึกประวัติศาสตร์ของแคว้นจ้าวมานับหลายร้อยปี
เชิงอรรถ
^ ดอกพุดตาน