The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 97 ความลับของโจจี้


    เครดิตภาพจาก  https://wallpapercave.com

           เหมยลี่ยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ทรุดกายลงนั่งบนขอนไม้อย่างสงบ และเตรียมรับฟังในสิ่งที่โจจี้กำลังจะเล่า 

               


           หนุ่มผมทองยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เงียบไปหลายอึดใจ คล้ายว่ากำลังนึกทบทวนเรื่องราวของตนเอง 


    “ ก่อนอื่นชั้นขอบอกเธอว่า….ทักษะการคาดเดาความคิดไม่ใช่เวทมนตร์หรือพลังพิเศษแต่อย่างใด มันเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่มีหลักมาจากการอ่านอากัปกิริยาของอีกฝ่าย ”   

              


           เหมยลี่ดูจะคลายอาการเกร็งลง เพราะทุกสิ่งที่โจจี้อธิบายมาค่อนข้างจะสมเหตุสมผล ถึงกระนั้น เธอก็ไม่วายถาม


    “ เรื่องนั้นชั้นพอเข้าใจ เพราะนายเป็นฮันเตอร์ซึ่งมีทักษะการสังเกตที่ดีกว่าคนทั่วไป แต่เมื่อครู่ มันเหมือนกับว่านายมองทะลุไปถึงหัวใจ ดังนั้นการที่บอกว่าสามารถล่วงรู้ความคิดจากการอ่านแค่สีหน้า ท่าทางเพียงอย่างเดียวมันออกจะเหลือเชื่อไปหน่อยนะ ” 


    “ ฮะๆ นั่นเป็นเพราะเธอยังเด็กอยู่ ลองมีอายุมากขึ้น การสังเกตและความแม่นยำในการอ่านคน มันก็จะเพิ่มพูนขึ้นมาเอง แบบนี้เขาเรียกว่าประสบการณ์ยังไงล่ะ ” โจจี้หัวเราะเบาๆ พลางมองใบหน้าขมวดนิ่วของเหมยลี่ แต่ในใจนึกเซ็ง 


    “ น่าเสียดายชะมัด ทำไมเธอถึงไม่เป็นผู้หญิงนะ ” 

                


           เหมยลี่ขบคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนจะกลับมาถามในเรื่องที่สงสัย


    “ ย้อนกลับมาเรื่องอายุ ดูยังไงนายก็เป็นแค่คนหนุ่มที่อายุไม่ห่างจากชั้นมากนัก แล้วที่บอกว่าตัวเองอายุ 50 เศษ มันหมายความว่ายังไง ” 

              


           พอเหมยลี่พูดจบ โจจี้ก็หัวเราะลั่นแบบไม่เกรงใจใคร 


    “ ฮ่าๆ......... ” 


    “ หัวเราะอะไรของนาย ตกลงจะตอบคำถามนี้ว่ายังไง  ” เหมยลี่ตวาดกลับ ดวงตาคมเข้มเริ่มเปล่งประกายดุดัน

               


           โจจี้หยุดหัวเราะ พร้อมยิ้มสดใส ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจท่าทางก้าวร้าวของเหมยลี่เลย ครู่หนึ่ง ก็ตอบเรียบๆว่า......


    “ ชั้นสัญญากับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่า.....จะไม่บอกเรื่องที่เธอกำลังถาม แต่ใบ้ให้นิดหนึ่งในอดีต ชั้นเคยหลุดเข้าไปในดินแดนลึกลับ ” 


    “ ดินแดนลึกลับอะไร และมันอยู่ที่ไหน ” เหมยลี่เริ่มเสียงแข็งทั่วกายเกร็งในลักษณะที่พร้อมประจัญบาน ทว่าโจจี้ก็ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ


    “ บอกได้เท่านี้จริงๆ ถึงเธอจะคาดคั้นยังไง ชั้นก็ไม่สามารถบอกได้มากกว่านี้” 

                


           ดวงตาคมเข้มของเหมยลี่ประสานกับดวงตาโศกซึ้งของโจจี้ พอเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เด็กสาวก็เป็นฝ่ายเมินหนีและนิ่งเงียบไปโดยปริยาย 

               


          ทั้งสองจ้องมองไปที่กองไฟ รอบกายแวดล้อมไปด้วยความมืดมิดกลางป่าลึก มีเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงกรนของมาวินดังประสานกันราวกับว่ามันคือรีวิวประกอบฉากรักที่แสนโรแมนติก (มั้งนะ) แต่เมื่อเกิดความเงียบอยู่นานเกินควรโจจี้ก็ตัดสินใจทำลายมันด้วยการไถ่ถาม


    “ เอ่อ......ชั้นขอถามเรื่องส่วนตัวของเธอได้มั้ย ” 


    “ ว่ามา ” เด็กสาวตอบกลับทันที ดวงตาคมเข้มยังคงจ้องมองไปที่กองไฟ


    “ เอ่อ.....เธอเป็นผู้ชายใช่มั้ย ” โจจี้กัดฟันแน่น พร้อมตัดสินใจเอ่ยถามถึงสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ

           


           กายเพรียวของเหมยลี่กระตุกเล็กน้อย
     ดวงตาฉายประกายตกใจออกมาแวบหนึ่ง ก่อนกลับมานิ่งขรึมตามเดิม อึดใจต่อมา เธอก็ตอบเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก 


    “ เรื่องนั้น.....แล้วแต่นายจะคิด ” 

              


           ทันทีที่ได้รับคำตอบ โจจี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กสาวร่างสูงได้ปิดประเด็นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหนุ่มผมทองจึงเลือกที่จะเงียบ

              


           ทั้งสองนั่งอยู่นานเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ เพราะต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์ที่ล้ำลึกสุดท้ายก็เป็นฝ่ายโจจี้ที่ออกปาก 


    “ เธอคิดว่ามาวินเป็นคนยังไง ” 

                


           เหมยลี่ชำเลืองมองโจจี้แวบหนึ่ง แต่เธอไม่ตอบทันทีคล้ายว่ากำลังขบคิดถึงเหตุผลที่ถูกเอ่ยถาม ไม่นานนักเด็กสาวร่างสูงก็ย้อนกลับมาว่า.....


    “ แล้วนายคิดว่าเจ้าลิงหัวเขียวเป็นคนยังไงล่ะ ” 

               


           โจจี้เหลือบมองใบหน้าเรียวเล็กที่ไร้เดียงสาของมาวิน มุมปากแย้มยิ้มนิดๆ พร้อมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ 


    “ หมอนี่มันบ้าบอขนานแท้ อยู่ไม่สุข เป็นตัวป่วน หลงตัวเอง เพ้อเจ้อ ไร้สาระเป็นที่สุด ” 

            


            ทุกคำที่โจจี้กล่าวมา
     เหมยลี่พยักหน้ารับทำนองว่าเห็นด้วยทุกประการ แต่อึดใจต่อมา หนุ่มผมทองก็วิจารณ์ต่อพร้อมมองมาวินด้วยประกายชื่นชม


    “ แต่มันก็เป็นคนมุ่งมั่น เข้มแข็ง และไม่เคยยอมแพ้หรือย่อท้อต่อสิ่งใด แถมยังมีน้ำใจ ชอบเสียสละตัวเองเพื่อผู้อื่น อันเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้” 

              


           เหมยลี่ไม่ได้พยักหน้ารับอีกต่อไป เธอเพียงแต่นิ่งเงียบ ใบหน้าดูเย็นชาและตายด้านจนไม่สามารถคาดเดาถึงอารมณ์ ทว่าโจจี้ก็กล่าวต่อไปโดยไม่สนท่าทีของคู่สนทนา


    “ ด้วยความที่เป็นแบบนี้ เลยทำให้มีเสน่ห์ต่อผู้คนที่ได้สัมผัส ขนาดชั้นที่เป็นผู้ชายยังอดชอบหมอนี่ไม่ได้เลยแล้วมีหรือที่ผู้หญิงจะไม่ชอบมัน ” 

               


           โจจี้พูดจบ ก็แอบเหล่มาที่เหมยลี่ เพื่อดูปฏิกิริยา จึงพบว่ากายของเด็กสาวแอบกระตุกอยู่เล็กน้อยกระนั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

                


           เวลาผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมง มาวินเลิกกรน แล้วลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางที่ดูสะลึมสะลือ สิ่งแรกที่เขากระทำก็คือ.....ถามหาอาหารจากโจจี้


    “ ข้าวเย็นเสร็จรึยัง พี่ชายผมทอง ชั้นหิวอ่ะ ” 


    “ ฮะๆ ” โจจี้หัวเราะก๊าก พร้อมตบกระบาลมาวินไปหนึ่งทีมันรุนแรงซะจนทำให้เด็กหนุ่มหน้าคะมำ 


    “ หน็อย ไอ้บ้า เล่นเจ็บๆ ” มาวินลุกขึ้นมาด่าและเตรียมเข้าสู่โหมดวิวาท แต่ไม่ทันได้ลงมือ โจจี้ก็ส่งจานพลาสติกให้ ในนั้นบรรจุเนื้อตากแห้ง เห็ดย่าง และขนมปังสี่ก้อน


    “ พวกชั้นกินอาหารเย็นไปเรียบร้อยแล้ว กะว่านายน่าจะตื่นมากลางดึก เลยเก็บบางส่วนไว้ให้ ซัดตามใจชอบเลยนะ ไอ้น้องชายหัวเขียว ” โจจี้ตอบยิ้มๆ


    “ ว้าว...... เยี่ยมไปเลย ไม่เกรงใจล่ะนะ ” มาวินยิ้มร่า เขาลืมความโกรธเมื่อครู่ไปโดยปริยาย จากนั้นก็เริ่มโซ้ยอาหารในจานอย่างเอร็ดอร่อย 


    “ โห....... ฝีมือการทำเห็ดย่างของนายนี่มันโคตรสุดยอดเลย มีทุกรสชาติในตัวเอง ทำได้ไง ” มาวินกล่าวชมทั้งที่อาหารยังคาอยู่เต็มปาก ทำให้ดูมูมมามเป็นที่สุด 


    “ แหงล่ะ เห็ดนั่นผสมเครื่องเทศชั้นยอดตั้งหลายขนาน อยากจะบอกว่าเมนูที่นายกิน ทำมาจากสูตรลับประจำตระกูลของชั้นเลยนะ ” โจจี้ยืดอกรับคำชมด้วยความภาคภูมิ 


    “ อืม....... ” มาวินรับคำส่งๆ ปากก็สวาปามอาหารที่เหลืออย่างเอาเป็นเอาตาย  

                


           เวลาแห่งความสุขสันต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอเด็กหนุ่มกระดกน้ำอึกสุดท้ายลงคอได้สำเร็จเขาก็ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นดินกลางป่า


    “ โว้ อิ่มสุดๆ เป็นงี้ทุกวัน อ้วนเป็นหมูแน่ๆ ” มาวินยิ้มร่า เขาดูมีความสุขที่ได้ซัดของอร่อยมาสองวันติด 


    “ อืม..... ถ้านายเอาแต่กินกับนอนแบบนี้ ได้อ้วนจริงๆแน่ ดังนั้นเรามาออกกำลังหลังอาหารด้วยการฝึกดาบกันหน่อยมั้ย ” โจจี้ที่นั่งขอนไม้ฝั่งตรงข้ามกล่าวยิ้มๆ 


    “ เยี่ยม ได้เลยพวก ชั้นอยากจะทบทวนท่าพื้นฐานที่นายสอนให้เมื่อวานนี้อยู่เหมือนกัน ” ดวงตาของมาวินลุกวาว เขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อไปหาท่อนไม้ที่เหมาะมือ

               


           ท่าทางที่ดูขะมักเขม้นและจริงจังของมาวิน ทำให้เหมยลี่ถึงกับฉงน เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าลิงหัวเขียวพยายามเบี้ยวซ้อมกังฟูทุกครั้งที่มีจังหวะ            

             


            โจจี้เห็นท่าทางประหลาดใจของเหมยลี่ เขาก็อมยิ้มนิดๆ พร้อมกล่าวเบาๆ เพื่อไขข้อสงสัย

     
    “
     ไม่ต้องแปลกใจไป ดูเหมือนน้องชายหัวเขียวจะชอบฝึกเพลงดาบของชั้นมากกว่ากังฟูของเธอนะ ” 



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน