ซูเก๋อไม่รู้เลยว่าตนเองถูกเจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ เข้าใจผิดว่าเป็ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานไปเสียแล้ว แต่ถึงแม้เขาจะรู้ เขาก็คงไม่ใส่ใจ ต่อให้ระดับพลังชั่วคราวจะแข็งแกร่งเพียงใด ท้ายที่สุดย่อมมีเวลาที่ต้องหายไป สิ่งที่เขาสามารถพึ่งพาได้อย่างแท้จริงมีเพียงระดับพลังถาวรเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ สภาพจิตใจของเขาจึงมั่นคงอยู่เสมอ ไม่มีความทะนงตัวแม้แต่น้อยจากการที่ระดับพลังเพิ่มขึ้นชั่วคราว ในใจของเขา เขายังคงเป็ซูเก๋อคนเดิม ศิษย์ชั้นปีที่ห้าห้องหนึ่งของสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย
"พวกท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่?"
ซูเก๋อเหลือบมองมารนอกพิภพที่กำลังร้องโหยหวนด้วยความเ็ป จากนั้นจึงหันไปมองทางเจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ นอกจากเ้าสำนักเจียงเยี่ยนแล้ว อาจารย์อีกสามคนที่เหลือเขาก็รู้จัก อาจารย์ทั้งสามท่านนี้ล้วนเป็เสาหลักของสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย และมีตำแหน่งสำคัญยิ่งในสาขานี้
ภายใต้หน้ากาก เจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ มองไม่เห็นใบหน้าของเขา เพียงแต่รู้สึกเลือนรางว่าน้ำเสียงของเขายังมีความเยาว์วัยอยู่บ้าง
"ขอบคุณท่านผู้กล้าที่ช่วยเหลือ" เจียงเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวอย่างนอบน้อม "พวกข้าไม่เป็อะไรมากขอรับ"
ส่วนอาจารย์วัยกลางคนอีกหลายคนนั้นไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะเกรงว่าหากพูดจาไม่เหมาะสม จะทำให้ยอดฝีมือท่านนี้ไม่พอใจ ทว่าพวกเขาทุกคนต่างก้มตัวลง ท่าทางนอบน้อมจนไม่มีที่ติ
เมื่อััได้ถึงท่าทางนอบน้อมที่อาจารย์หลายท่านรวมถึงเจียงเยี่ยนแสดงออกมา ซูเก๋อก็รู้สึกแปลก ๆ ต้องรู้ไว้ว่า ก่อนหน้านี้ ยอดฝีมือเหล่านี้คือตัวตนที่เขาสามารถทำได้เพียงแหงนมอง แต่ตอนนี้ ยอดฝีมือเหล่านี้กลับนอบน้อมต่อเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ดูคล้ายกับท่าทางที่ศิษย์ทั่วไปมีต่ออาจารย์ในยามปกติเสียยิ่งกว่า
ในสายตาของเขา เจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ คือยอดฝีมือ แต่ในสายตาของเจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ เขานี่แหละคือยอดฝีมือที่แท้จริง
ขั้นเนี่ยผานคือยอดฝีมือระดับสุดยอด ที่สามารถสยบแคว้นหนึ่งได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างแท้จริง!
"โฮก!"
ทันใดนั้น เสียงคำรามของมารนอกพิภพก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของซูเก๋อ
เจียงเยี่ยนอุทานด้วยความใ "ท่านผู้กล้าระวัง!"
อาจารย์หลายท่านก็สีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน
ซูเก๋อหันกลับไป และปะทะเข้ากับมารนอกพิภพที่พุ่งเข้ามาพอดี ร่างกายอันมหึมาของมันนำพาพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งจนทำให้ผู้คนใจสั่น
ตึง! ตึง!
ทุกย่างก้าวที่มันเคลื่อนไหวทำให้ยอดเขาทั้งลูกสั่นะเื ตรงที่ฝ่าเท้าขนาดมหึมาเหยียบลงไปล้วนทิ้งหลุมลึกขนาดใหญ่เอาไว้ และรอบ ๆ หลุมลึกนั้นเต็มไปด้วยรอยแตกราวกับใยแมงมุม
ซูเก๋อเตรียมจะกวัดแกว่งกระบี่ แต่พบว่ากระบี่ยาวได้แตกละเอียดไปแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เมื่อกระบี่ยาวแตก ซูเก๋อจึงตัดสินใจทิ้งด้ามกระบี่ไป และพุ่งเข้าหามารนอกพิภพด้วยมือเปล่า ในชั่วพริบตา ซูเก๋อกับมารนอกพิภพ หนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ หมัดทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ!
ตูม!
คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง ยอดเขาทั้งลูกสั่นะเือย่างรุนแรง
วินาทีต่อมา ซูเก๋อยังคงนิ่งสนิทไม่ไหวติง แต่ร่างมหึมาของมารนอกพิภพกลับถูกซัดจนกระเด็นออกไป กระแทกเข้ากับพื้นดินที่ห่างออกไปหลายสิบจั้งอย่างแรง จนจมลงไปในเนื้อูเา
แรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ยอดเขากว่าครึ่งหนึ่งพังทลายลงทันที ส่วนยอดเขาอีกครึ่งที่เหลือก็โอนเอนจวนจะพัง ไม่กี่ลมหายใจต่อมา ยอดเขาครึ่งที่เหลือก็ไม่อาจรับน้ำหนักได้อีกต่อไป และพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
เจียงเยี่ยนและอาจารย์หลายท่านรีบหลบหลีก เมื่อพ้นจากบริเวณูเาแล้ว จึงมองไปยังกองเศษหินที่มีควันโขมงด้วยความรู้สึกหวาดเสียว ตรงนั้นเดิมทีเคยเป็ยอดเขาที่ตั้งตระหง่าน แต่ตอนนี้ยอดเขาหายไป เหลือเพียงกองเศษหิน
หนึ่งกระบี่ หนึ่งหมัด
ลงมือเพียงสองครั้ง ทำลายูเาหายไปทั้งลูก!
นี่คือพลังของยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานอย่างนั้นหรือ?
ช่างรุนแรงจนเกินขอบเขตจริง ๆ !
สายตาของอาจารย์วัยกลางคนหลายคนเริ่มคลั่งไคล้ มองไปยังเงาร่างเลือนลางในกลุ่มควันนั้นด้วยความเลื่อมใสและเคารพอย่างสูงสุด พวกเขาฝันอยากจะมีพลังเช่นนี้มาโดยตลอด
"ต่อให้เป็ที่สำนักทหารรับจ้างส่วนกลาง ยอดฝีมือเช่นนี้ย่อมต้องมีสถานะที่เหนือล้ำแน่นอนใช่ไหม?"
อาจารย์วัยกลางคนหลายคนมีสีหน้ายำเกรง เจียงเยี่ยนเองก็ทึ่งในความสามารถที่ซูเก๋อแสดงออกมา หากไม่ใช่เพราะการต่อสู้ระหว่างซูเก๋อกับมารนอกพิภพยังไม่จบลง เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปเชิญซูเก๋อให้เข้าร่วมสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ยทันที ต่อให้ต้องสละตำแหน่งเ้าสำนัก เขาก็ยินดี
หากสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ยมีบุคคลเช่นนี้คอยคุ้มกัน ในอนาคตจะกังวลอะไรเื่ความรุ่งเรืองอีก?
ตูม!
ท่ามกลางควันโขมง ดินและหินปลิวว่อน มารนอกพิภพพุ่งทะลุพื้นดินออกมา ซูเก๋อนึกว่ามันจะโจมตีต่อ แต่คาดไม่ถึงว่ามันเพียงแค่มองซูเก๋อแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันหลังหนีทันทีโดยไม่เหลียวหลัง
ผลจากการปะทะกันสองครั้งทำให้มันเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า มนุษย์ลึกลับผู้นี้ไม่ใช่ตัวตนที่มันจะต่อกรได้ ผลของการสู้ต่อไปมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือความตาย
มัน้าหนี แต่น่าเสียดายที่ซูเก๋อไม่ให้โอกาส
ซูเก๋อถีบเท้าพุ่งตามมารนอกพิภพไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงคว้าแขนข้างที่เหลือซึ่งแทบจะใช้การไม่ได้ของมารนอกพิภพ แล้วเหวี่ยงมันลงกับพื้นอย่างแรงราวกับใช้ค้อนเหล็ก
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ซ้ายที ขวาที ซ้ายที ขวาที วนเวียนไปมา
ค้อนั์ในร่างมารนอกพิภพทุบพื้นจนแตกละเอียด กลายเป็หลุมลึกขนาดใหญ่สองหลุม และหลุมั์ทั้งสองนั้นยังคงขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ร่างกายที่ผอมเพรียวของซูเก๋อกลับดูราวกับัดุร้ายในร่างมนุษย์ รุนแรงยิ่งกว่ามารนอกพิภพเสียอีก ฐานะของเขากับมารนอกพิภพราวกับสลับกัน พลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้ใครก็ตามที่เห็นต้องรู้สึกขนลุก
อาจารย์วัยกลางคนหลายคนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ทุกเสียงทุบราวกับทุบลงบนหัวใจของพวกเขา รุนแรงเกินไปแล้ว!
หลังจากทุบต่อเนื่องไปสิบกว่าครั้ง จนพื้นดินยุบลงไปสิบกว่าจั้ง เสียงจักรกลของระบบจึงดังขึ้นข้างหูซูเก๋อ
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจจ้างวานสำเร็จ อีกสิบนาที ระบบจะเรียกคืนระดับพลังชั่วคราวและมอบรางวัล]
ซูเก๋อหยุดการกระทำ แล้วมองไปยังมารนอกพิภพ ในตอนนี้มารนอกพิภพอยู่ในสภาพดูไม่ได้ กลายเป็ก้อนเนื้อเละ ๆ กระดูกแตกละเอียดเป็ผง ตายจนไม่อาจตายได้มากกว่านี้อีกแล้ว
สิบนาที เวลากระชั้นชิดมาก ซูเก๋อต้องออกจากที่นี่ภายในสิบนาที ยิ่งไกลยิ่งดี
"จัดการมารนอกพิภพเรียบร้อยแล้ว ขอตัวลา" ซูเก๋อรีบจากไป
"เดี๋ยวก่อน" เจียงเยี่ยนรีบะโเรียก "ท่านผู้กล้ามีนามว่าอะไร โปรดบอกพวกข้าได้หรือไม่?"
ส่วนอาจารย์หลายคนไม่กล้าส่งเสียง พวกเขาถูกภาพลักษณ์อันรุนแรงของซูเก๋อข่มขวัญจนกลัวไปหมดแล้ว
ซูเก๋อชะงักเท้า เดิมทีเขาไม่อยากพูดมากเพราะกลัวจะเปิดเผยอะไรบางอย่าง แต่เมื่อพิจารณาว่าระดับพลังถาวรของตนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงขั้นหยวนตันหรือแม้แต่ขั้นเทียนกัง ซึ่งอาจดึงดูดความสนใจจากผู้โลภได้ เขาจึงเกิดความคิดและกล่าวเรียบ ๆ ว่า "พวกท่านเรียกข้าว่า... หลี่สวินฮวน*[1] ก็ได้"
หลี่สวินฮวน... ซูเก๋อเคยฝันถึงชื่อนี้หลายครั้ง ครั้งนี้จึงนำมาใช้เสียเลย
"ขอถามท่านหลี่สวินฮวน หากวันหน้าพวกข้า้ามาเยี่ยมเยียนท่าน ควรจะไปที่ใด?"
เจียงเยี่ยนประสานมือคารวะ แม้เสียงของซูเก๋อจะฟังดูเยาว์วัย แต่เขาไม่กล้าปฏิบัติกับซูเก๋อเหมือนคนหนุ่มทั่วไปจริง ๆ
ซูเก๋อส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ข้าถูกอาจารย์ส่งมาตามหาศิษย์น้องเล็ก เมื่อเจอศิษย์น้องเล็กแล้วก็ควรกลับไป พวกท่านคงยากที่จะได้พบข้าอีก"
ประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว แต่กลับปล่อยข้อมูลออกมามากมาย
"ระดับพลังของท่านล้ำลึก เกรงว่าคงก้าวเข้าสู่ขั้นเนี่ยผานแล้วใช่หรือไม่?" เจียงเยี่ยนลองหยั่งเชิง "ด้วยความสามารถระดับนี้ ยังไม่จบการศึกษากับอาจารย์อีกหรือ?"
อาจารย์หลายท่านก็แอบใ ไม่นึกว่ายอดฝีมือขั้นเนี่ยผานท่านนี้จะมีเื้ัที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
ซูเก๋อไม่คิดว่าเจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ จะเข้าใจผิดว่าเขาเป็ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผาน แต่เขาไม่ได้อธิบาย กลับยิ้มขื่น ๆ แล้วกล่าวว่า "ข้ายังห่างไกลจากมาตรฐานการจบการศึกษาอีกมาก"
เจียงเยี่ยนและคนอื่น ๆ มองหน้ากัน ต่างเห็นความตกตะลึงในสายตาของกันและกัน ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานผู้ยิ่งใหญ่ กลับยังไม่ถึงมาตรฐานการจบการศึกษา?
นี่มันสำนักเทพเซียนที่ไหนกัน!
เจียงเยี่ยนถามอย่างระมัดระวัง "ขอเสียมารยาทถามสักนิด ศิษย์น้องของท่านคือ...?"
ศิษย์น้องของยอดฝีมือย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดา หากดึงตัวยอดฝีมือไม่ได้ การดึงตัวศิษย์น้องเล็กของยอดฝีมือก็ไม่เลว
"ศิษย์น้องเล็กเป็ศิษย์ปิดสำนักของอาจารย์ เข้าสำนักเมื่อสี่ปีก่อน และได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์อย่างมาก" ซูเก๋อพูดอย่างคล่องแคล่ว "แต่อาจารย์้าขัดเกลาศิษย์น้องเล็ก จึงไม่ได้พาศิษย์น้องเล็กไปด้วย แต่ให้ศิษย์น้องเล็กเข้าเรียนในสำนักทหารรับจ้างสาขาท้องถิ่น ซึ่งก็คือสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย และคอยตรวจสอบความคืบหน้าในการฝึกฝนเป็ระยะ ครั้งนี้อาจารย์มีธุระด่วน จึงส่งข้ามาแทน"
"สาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย!" อาจารย์วัยกลางคนหลายคนเบิกตากว้าง
ซูเก๋อพยักหน้าและกล่าวต่อ "จริงด้วย ศิษย์น้องเล็กของข้าชื่อซูเก๋อ เป็ศิษย์ชั้นปีที่ห้าห้องหนึ่ง พวกท่านเป็คนของสำนักทหารรับจ้างสาขาต้าเซี่ยใช่ไหม? เคยได้ยินชื่อของศิษย์น้องเล็กบ้างหรือไม่?"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเยี่ยนก็ชะงัก "ซูเก๋อ ที่แท้ก็คือเขานี่เอง"
อาจารย์หลายคนก็มองหน้ากัน "อัจฉริยะที่ถูกรับเข้าเรียนเป็กรณีพิเศษเมื่อห้าปีก่อนน่ะหรือ?"
สำหรับซูเก๋อ ไม่ว่าจะเป็เจียงเยี่ยนหรืออาจารย์หลายท่าน ต่างก็มีความประทับใจที่ลึกซึ้ง เพราะตอนที่ซูเก๋อเข้าสู่สำนักทหารรับจ้างใหม่ ๆ เขาแสดงพร์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง จนครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเห็นเขาเป็เมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพ แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ซูเก๋อกลับตกต่ำลงอย่างสิ้นเชิง ราวกับถูกพรากพร์ไป และไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกเลย
พวกเขาเสียดายอัจฉริยะที่ร่วงหล่นผู้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ตอนนี้ ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานท่านนี้กลับบอกพวกเขาว่า ซูเก๋อคือศิษย์น้องเล็กของเขา
ชั่วขณะหนึ่ง เจียงเยี่ยนและอาจารย์หลายท่านต่างก็ตกอยู่ในอาการมึนงง
[1] หลี่สวินฮวนหรือลี้คิมฮวง นิยายกำลังภายในเื่มีดบินของลี้คิมฮวง หรือฤทธิ์มีดสั้น ผลงานระดับขึ้นหิ้งของโก้วเล้ง