เหล่าศิษย์นิกายเทพกระบี่พากันหวาดกลัวแม้ซงเหลียงจะเป็นเพียงอัจฉริยะระดับต่ำแต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าอัจฉริยะของนิกายเทพกระบี่ก็ไม่มีใครธรรมดาแล้วแต่ละคนล้วนมีโอกาสไปถึงขั้นจักรพรรดิเซียนขึ้นไปทั้งนั้นแต่ตอนนี้อัจฉริยะเหล่านี้กลับถูกสังหารโดยที่แม้แต่ผู้อาวุโสนิกายยังปกป้องไม่ได้
“ตาย!!!!!!!!”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่คำราม
“อย่างเจ้างั้นเหรอที่จะฆ่าข้าน่าขัน เขตแดนโกลาหล เขตแดนกระบี่ เปิด!!!!!!!” ฉางเฟิงคำราม
“สองเขตแดนเป็นไปไม่ได้”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่คำรามด้วยสีหน้าหวาดกลัว
การฝึกฝนกระบี่นั้นกว่าจะสร้างเขตแดนได้จำเป็นต้องเริ่มจากปราณกระบี่จิตกระบี่ คนกระบี่รวมเป็นหนึ่ง เขตแดนกระบี่ และเจตจำนงกระบี่ ซึ่งการฝึกฝนถึงเขตแดนกระบี่นั้นสำหรับนิกายเทพกระบี่นั้นไม่ได้ยากมากขอแค่มีระดับอัจฉริยะก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่จะทำได้
แต่ฉางเฟิงกลับอายุแค่ไม่ถึง30 ปี แต่กลับสร้างเขตแดนขึ้นมาถึงสองอย่างและเขตแดนโกลาหลฉางเฟิงฝึกฝนมันมาได้นานแล้วด้วย
“รองรับกระบี่โกลาหลของข้าดูอีกครั้ง”ฉางเฟิงสร้างกระบี่โกลาหลโจมตีอีกครั้ง
ครั้งนี้ด้วยการเสริมของเขตแดนกระบี่ทำให้การโจมตีของฉางเฟิงรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัวผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ไม่มีทางเลือกปลดปล่อยเขตแดนกระบี่ออกมาและโจมตีอย่างสุกกำลัง
“ตูม!!!!!!!!!!!”ร่างของผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ถอยออกไปพร้อมกับเขตแดนถูกทำลายขณะเดียวกันกระบี่คู่ใจในมือก็แตกสลายออกไป
“หืม!!!!!!!”ขณะที๋ฉางเฟิงกำลังจะโจมตีเพื่อสังหารอีกฝ่ายฉางเฟิงสัมผัสได้ถึงการโจมตีที่ทรงพลังตรงเข้ามา
ฉางเฟิงใช้นิ้วชี้ออกไปดัชนีกระบี่พุ่งออกไปปะทะกับดัชนีของอีกฝ่ายที่โจมตีเข้ามา
“เป็นเจ้างั้นเหรอดูท่าจะพัฒนาขึ้นบ้าง” ฉางเฟิงมองไปยังซุนมู่ที่ปรากฏออกมา
ซุนมู่ในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมมากจิตต่อสู้ของซุนมู่พุ่งทะยาน ความอัปยศเมื่อ 10 ปีก่อนที่ถูกฉางเฟิงทำให้อับอายและพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้คน
“ฉางเฟิงวันนี้ข้าจะล้างความอัปยศที่เจ้าทำเอาไว้”ซุนมู่คำราม
“เฮ้อน่าเสียดายที่ข้าไม่มีเวลาเล่นด้วย ถือว่าพวกเจ้าโชคดีก็แล้วกัน” ฉางเฟิงกล่าวพร้อมกับร่างพุ่งออกไป
“คิดหนี”ซุนมู่พุ่งออกไป
“มู่เอ๋อไม่ต้องตาม” ร่างของซุนเต๋าปรากฏและมองฉางเฟิงด้วยสีหน้าดุร้าย
เห็นได้ชัดว่าซุนเต๋าเตรียมจะซุ่มโจมตีฉางเฟิงแต่ฉางเฟิงกลับเฉียบคมมากเกินไปพริบตาที่ซุนเต๋าเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของซุนเต๋าแล้ว
“ขอขอบคุณผู้อาวุโสซุนเต๋าและนายน้อยซุนมู่ที่ให้การช่วยเหลือ”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่กล่าวด้วยสีหน้าอับอาย
เป็นถึงจักรพรรดิเซียนแต่ถูกเซียนคนหนึ่งกดดันจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดนี่ทำให้ชื่อเสียงที่สะสมมาถูกทำลายย่อยยับ
“ไม่ต้องคิดมากการที่เจ้าเจอกับเจ้านั่นแล้วรอดชีวิตถือว่าโชคดีแล้ว ด้วยพลังของเจ้านั่นสามารถสังหารจักรพรรดิเซียนขั้นที่1 ได้ด้วยการโจมตีเดียวและมีเพียงจักรพรรดิเซียนขั้นที่ 3 ขึ้นไปที่พอจะสู้กับเจ้านั่นได้”ซุนเต๋ากล่าว
“แข็งแกร่งขนาดนั้น”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ถึงกับผวา
“10ปีมานี้เจ้านั่นทำให้แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดยังต้องประเมิณเจ้านั่นเอาไว้สูงถ้าวัดกันตามระดับเจ้านั่นไม่ใช่อัจฉริยะระดับสูงแล้ว แต่มันคือระดับสูงสุด”ซุนเต๋ากล่าวพร้อมกับแววตาเผยจิตสังหาร
อัจฉริยะระดับสูงสุดคือตัวตนที่อนาคตจะบรรลุระดับพระเจ้าและกลายเป็นผู้ปกครองโลกหรือจักรวาลของตนอย่างแท้จริง
“บ้าไปแล้วมันเป็นไปได้ด้วยเหรอ ถ้ามีอัจฉริยะแบบนั้นเกิดขึ้นไม่มีทางที่วังสวรรค์จะอยู่เฉย”
“ใช่แล้วมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้นแต่ดูเหมือนว่าหลายปีมานี้ตัวตนลึกลับในโลกนี้จะซ่อนตัวตนของเด็กนั่นได้ดีทีเดียวและเมื่อประตูโบราณปรากฎเส้นทางถูกปิดกั้นพวกนั้นจึงเปิดเผยตัวตนคาดว่าพวกนั้นคงจะใช้เวลานี้ฝึกฝนเจ้าฉางเฟิงนั่นให้แข็งแกร่งมาพอจะต่อต้านวังสวรรค์”ซุนเต๋ากล่าว
“ข้าไม่มีทางปล่อยให้ฉางเฟิงเติบโตมากกว่านี้แน่เจอกันคราวหน้าข้าจะต้องฆ่าเจ้านั่นให้ได้” ซุนมู่คำราม
“เฮ้อ!!!!”ซุนเต๋าได้แต่ถอนหายใจ
แม้ซุนมู่จะพัฒนามากแต่ไม่ใช่ว่าฉางเฟิงจะไม่พัฒนาเสียหน่อยฉายาจ้าวแห่งศาสตราและมัจจุราชฉางเฟิงไม่ได้มาเพียงเล่นๆเสียหน่อย มือของฉางเฟิงไม่รู้ว่าเปื้อนเลือดของโลกกระบี่ไปมากน้อยแค่ใหนถึงขั้นนิกายพิษและสมาคมผู้ใช้พลังจิตพยายามที่จะเลี่ยงฉางเฟิงอย่างชัดเจน
หลังจากที่พวกซวนหยวนเสวี่ยหนีออกมาได้ใกลแล้วไม่นานฉางเฟิงก็ตามมา
“ขอขอบคุณปรมาจารย์ฉางเฟิงที่ให้ความช่วยเหลือไม่งั้นพวกเราไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”ศิษย์ของนิกายธารวารีพากันขอบคุณ ส่วนศิษย์หญิงพากันส่งสายตาหาฉางเฟิงอย่างมีความหมาย
“พวกเราเป็นพันธมิตรกันเพราะงั้นไม่ต้องเกรงใจ”ฉางเฟิงกล่าว
“แต่ถึงอย่างงั้นเจ้าก็มาช่วยพวกเราได้พอดี”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“ก็ถือว่าดวงของเจ้าแข็งพอยังไงละเอาละพวกเจ้ารีบกลับแนวป้องกันไปเถอะตอนนี้พวกเจ้าบาดเจ็บมากแล้วควรจะไปพักฟื้นสักระยะ”ฉางเฟิงกล่าว
“แล้วเจ้าจะไปใหน”
“ข้าจะไปดูพวกเมิ่งฝู่เสียหน่อยได้ข่าวว่าพวกนั้นพัฒนาขึ้นมาในเวลา10 ปีมานี้ ข้าจึงอยากจะดูว่าเจ้าพวกนั้นมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างและถ้าเกิดเจ้าพวกนั้นกลายเป็นภัยคุกคามข้าก็ต้องหาทางรับมือ”ฉางเฟิงกล่าว
“เช่นนั้นขอให้โชคดี”ซวนหยวนเสวี่ยแสดงท่าทางไม่พอใจ
10ปีมานี้นางและฉางเฟิงแทบไม่เจอหน้ากันแถมไม่เคยอยู่ด้วยกันถึง 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำเพราะต่างคนต่างมีหลายอย่างที่ต้องทำ ขนาดฉางเฟิงและพวกมู่เฟยเสวี่ยยังแทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลย
“เจ้าศิลาน้อยเจ้าอยู่เฉยๆสิเดี๋ยวท่านพ่อก็จับได้หรอก”
“ก็เจ้าเบียดข้าทำไมกันละ”
ขณะที่ฉางเฟิงกำลังจะเดินทางไปยังค่ายของพวกเมิ่งก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยกำลังทะเลาะกันฉางเฟิงส่ายหน้า นับวันเด็กสองคนนี้ยิ่งวซุกซนมากขึ้นจนไม่มีใครนอกจากฉางเฟิงและซีรั่วหยานควบคุมได้และยิ่งเป็นช่วงเวลาที่ซีรั่วหยานเก็บตัวนานสองคนนี้ยิ่งไม่มีใครควบคุมได้
“ออกมาได้แล้ว”ฉางเฟิงกล่าว
“เห็นไหมท่านพ่อรู้ตัวเลย”
“เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ”
ทั้งสองทะเลาะกันทันทีที่ถูกฉางเฟิงจับได้
“จะออกมาดีๆหรือจะให้ข้าส่งเจ้าไปอยู่กับแม่ของเจ้า”ฉางเฟิงกล่าว
“ท่านพ่ออย่าทำแบบนั้นเลยนะ ถ้าท่านแม่รู้ละก็ท่านจะขังข้าเอาไว้ในสวนสมุนไพรแน่” เสี่ยวเสี่ยวรีบออกมาและเข้ามาอ้อนฉางเฟิงทันที
“แหะแหะ ข้าเองก็ไม่อยากถูกขังเช่นกัน” ศิลาน้อยกล่าว
“พวกเจ้านี่มันมีแต่ดีๆทั้งนั้นเลยข้าให้พวกเจ้าฝึกฝนพวกเจ้าก็ไม่สนใจ เที่ยวไปขโมยของบ้าง ไปเผาทำลายฐานศัตรูบ้างไปวางระเบิดศัตรูบ้าง แต่ละอย่างที่พวกเจ้าทำล้วนอันตรายทั้งนั้น” ฉางเฟิงกล่าว
“แต่ก็ไม่มีใครจับพวกเราได้ใช่ใหมละ”เสี่ยวเสี่ยวยืดอกด้วยสีหน้าภาคภูมิ
ฉางเฟิงถอนหายใจเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนแค่กิน เล่น นอนก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่วนศิลาน้อยหลังจากที่กฎเกณฑ์ของโลกฟื้นฟูและมีพลังของประตูโบราณที่ปล่อยออกมาพลังของศิลาน้อยก็เพิ่มขึ้นตามเสี่ยวเสี่ยวแทบจะติดๆกัน