เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 56 ทะลวงพลังติดต่อกัน

     พลังลมปราณเหล่านี้ถือว่าทรงอำนาจเป็นอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนค่ายพักทหารแต่ละค่ายเกิดขึ้นภายในเส้นลมปราณแต่ละจุดของเขา จนเกิดเป็นกระแสเกรียวแห่งการกลืนกินอันทรงพลังแต่ละแห่ง แต้มสะสมของระบบ ก็เริ่มถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว…… 100 200 300…… ในระหว่างที่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อย ๆ กระแสเกรียวแห่งการกลืนกินยังคงขยับขยายตัวออกไปไม่หยุด ก่อนอื่นก็คือการกลืนกินพลังลมปราณทั้งหมดที่อยู่ภายในร่างกาย จนเหมือนกับความวินาศที่ไม่มีที่สิ้นสุด กลืนกินซึ่งทุกสิ่งอย่างซึ่งมาจากภายนอกร่างกาย ในตอนนี้ ร่างกายของเขาที่มีความแข็งแกร่งจนแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากสนามแม่เหล็ก พลังลมปราณที่อยู่โดยรอบได้ถูกดึงเข้ามากันอย่างช้า ๆ อีกทั้งยังเกิดเป็นความแข็งแกร่งที่มากมายยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นพลังดูดกลืนเหมือนดั่งหลุมมิติ ด้วยภายในศูนย์กลางร่างกายของเจวี๋ยหวู่หมิง ได้เกิดการขยับขยายตัวขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง หากมองผ่านหมู่เกาะที่อยู่ทางด้านนอก ก็จะเห็นว่าพลังลมปราณภายในรอบบริเวณหลายสิบลี้ เหมือนกับกำลังถูกดิ่งเข้ามาดุจนกนางแอ่นบินกลับรัง โดยที่โถมกันเข้ามายังภายในเกาะ ช่วงเวลาเพียงครู่เดียว ก็ถูกดูดกลืนออกจนเป็นวงกว้าง จากนั้นก็ได้รับการเสริมพลังลมปราณเข้าไป ด้วยสภาพแวดล้อมของการฟื้นฟูเช่นนี้ ก็ได้ค่อย ๆ ทำให้ทั่วทั้งเกาะไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนอีกแล้ว เนื่องจากเป็นเพราะถูกพลังลมปราณสีขาวนวลปกคลุมเอาไว้ โดยที่ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปนานแค่ไหน ทั่วทั้งหมู่เกาะ ได้เกิดเป็นผลึกน้ำแข็งสีฟ้าครามเข้มจนหนาเตอะทับซ้อนกันขึ้นเป็นชั้น ๆ ส่วนเจวี๋ยหวู่หมิงยิ่งดูหนักยิ่งกว่า ถึงกับตกอยู่ภายในท่ามกลางก้อนน้ำแข็งสีครามเข้มปกคลุมทั่วร่างกายเอาไว้ กระแสความเย็นอันหนาวเหน็บที่อยู่ภายในถ้ำ เรียกได้ว่าเย็นเยียบอย่างไรที่เปรียบ จนเหมือนกับสามารถที่จะแช่แข็งได้แม้กระทั่งดวงวิญญาณเลยทีเดียว โดยที่ไม่อาจทราบได้ว่าจะเกิดเป็นพลังลมปราณกระแสเกรียวแห่งการกลืนกินมากน้อยแค่ไหน จนคล้ายพลังที่กำลังดิ้นรน จนค่อย ๆ หยุดลงไปในที่สุด กร๊อบกร๊อบ…… เพียงชั่วพริบตาเดียว ทันใดนั้นพลันเกิดเป็นรอยแตกปรากฏขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน ทันทีที่เกิดเป็นเสียงดังเปรี้ยงขึ้น ก็เกิดเป็นแรงระเบิดขึ้น! เจวี๋ยหวู่หมิงลืมตาขึ้น จากนั้นก็หันไปเหม่อมองหน้าต่างสถานะ ว่าแท้จริงแล้วมีอะไรที่แตกต่างกันบ้างหรือเปล่า บันทึกไตรแสงวารีเยือกก็เลื่อนขึ้นจนถึงขั้นที่ห้าไปแล้ว อีกทั้งยังมีการบ่มเพาะที่ทะลวงจนถึงขั้นผนึกรากฐานช่วงกลาง “ในที่สุดก็เลื่อนขั้นแล้ว อีกทั้งยังทำให้ร่างกายไม่ต้องแบกรับภาระหนักจนเกินไป จนสามารถแบกรับเอาไว้ได้แล้ว อย่างนั้นก็ต่อกันจะดีกว่า” เจวี๋ยหวู่หมิงกำหมัดจนแน่น สัมผัสได้ถึงพลังลมปราณไปทั่วทั้งร่าง ระดับความแข็งแกร่งของร่างกายและภูมิต้านทานแทบจะไม่ได้มีการเพิ่มพูนขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับพลังลมปราณเย็นเยือกที่เพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังค่อย ๆ หล่อหลอมเสริมบำรุงให้แก่กายหยาบ และคอยไหลเวียนเคล็ดกายาหลอมโลหิตอย่างไม่หยุดไม่หย่อน จนก่อให้เกิดเป็นพลังธาตุหยางและแข็งกร้าวของกลิ่นอายเลือด จนค่อย ๆ รุกล้ำเข้าสู่ในระดับเดียวกันพลังแห่งความเย็นเยือก เพียงแค่ช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ แค่หนึ่งเคอจง (15นาที) เขาก็ได้รับพลังการบ่มเพาะที่จำต้องบำเพ็ญตบะในหลายสิบช่วงอายุมาแล้ว ด้วยสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าหากเป็นที่ล่วงรู้ถึงภายนอก เกรงว่าคงจะทำให้ผู้มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียนของผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหมดต้องแตกตื่นกันแทบตายเลยทีเดียว แต่เขาที่ถือครองระบบ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่มี ด้วยจุดเด่นเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบพรสวรรค์แบบนี้ได้ หลังจากที่เจวี๋ยหวู่หมิงได้ปรับสภาพเพื่อพักผ่อนอยู่สักพัก ก็ได้กดเข้าไปที่ปุ่มปรับการบ่มเพาะที่ด้านบนหน้าต่างสถานะของระบบไปอีกครั้ง พรืด!! ชั่วพริบตานั้น พลังลมปราณรอบกายกลับพวยพุ่งออกมา หมุนวนและดูดซับ จนกลายเป็นรูปร่างพลังลมปราณเกลียวคลื่นที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นทีละวง เกลียวคลื่นพวกนี้ที่หมุนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เร็วจนเป็นที่น่าตกใจ ถึงกับไม่ได้เร็วกว่าก่อนหน้านี้เพียงสิบเท่าอีกแล้ว ครั้งนี้ แต้มสะสมก็ได้ลดลงไปยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนของร่างกาย การเลื่อนขั้นบ่มเพาะยังจำเป็นต้องใช้เวลา จนขยายตัวมากยิ่งขึ้น จนทำให้ร่างกายต้องแบกรับภาระมากยิ่งขึ้น ในขณะนี้ ทุกช่วงการเคลื่อนไหว ทุกช่วงการหายใจ ราวกับแบกรับความหนักหน่วงไว้นับพันชั่ง จนยากที่จะข้ามผ่านไปได้ “ไม่ได้การ ระดับความแข็งแกร่งของร่างกายเหมือนกับว่าจะตามไม่ทันแล้ว อย่างนั้น……ก็ทำการปรับการบ่มเพาะ《เคล็ดกายาหลอมโลหิต》ไปพร้อมกันก็แล้วกัน” เจวี๋ยหวู่หมิงที่เดิมพันอย่างกล้าได้กล้าเสีย ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ยังแทบจะไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย จึงค่อยได้ปรับปรุงการเลื่อนขั้น《เคล็ดกายาหลอมโลหิต》ไปอีกขั้น ในระหว่างที่《เคล็ดกายาหลอมโลหิต》เองก็กำลังบ่มเพาะไปพร้อมกัน ร่างกายของเขาก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง จนเลื่อนขั้นความแข็งแกร่งขึ้นไปจนถึงขอบเขตใหม่อีกขั้น ยามนี้ พลังลมปราณยังคงไหลหลากเข้าสู่ภายในเส้นลมปราณอย่างไม่หยุดไม่หย่อน แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถรองรับพลังลมปราณที่เข้ามาใหม่เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ …… ในระหว่างที่ปรับการบ่มเพาะขึ้นไปทีละขั้น โดยที่ไม่ทันจะรู้สึกตัวก็ผ่านพ้นเลยไปถึงครึ่งเดือนเต็มแล้ว ในเวลาที่เลื่อนขั้นของทุกครั้งความจริงก็ไม่ได้ยาวนานอยู่แล้ว แต่ในการเลื่อนขั้นครั้งสุดท้าย เขากลับจำเป็นที่จะต้องปรับสมดุลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกสักระยะหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้ต้องสิ้นเปลืองเวลามากอยู่พอสมควรแล้ว แต่ก็เหมือนกับที่ผู้บำเพ็ญเซียนตนอื่นว่าไว้ นี่แทบจะไม่ถือเป็นอย่างไรได้เลย การที่ผู้บำเพ็ญเซียนจะเก็บตัวแล้วเคลื่อนไหวอีกครั้งนั้นล้วนแต่อยู่ในหลักร้อยปีกันขึ้นไปทั้งนั้น แม้แต่การงีบหลับก็ยังอาจผ่านเลยไปได้ถึงหลายปี ในส่วนของคำว่าเวลาแทบจะไม่มีความหมายอะไรต่อสิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการเลยด้วยซ้ำ ถ้าหากปล่อยให้คนอื่นรู้เข้า ว่าเจวี๋ยหวู่หมิงใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็สามารถทะลวงพลังไปได้หลายขอบเขตติดกัน จะต้องเกิดความริษยาจนทั้งบ้าทั้งคลั่งกันอย่างไม่ต้องสงสัย และในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ครึ่งเดือนมานี้ ด้านทางโลกียวิสัย เรียกได้ว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นความปั่นป่วนขึ้นไม่หมดไม่สิ้น ข่าวลือหนึ่งได้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วปานสายลมพัดผ่าน ถึงกับทำให้ผู้คนแตกตื่นจนโง่งมไปกันแล้ว เจวี๋ยหวู่หมิงที่ใช้กำลังเพียงคนเดียวในการขับไล่ทัพใหญ่โฮ่วจินไปได้ อีกทั้งยังประหารคนของพรรคบัวขาวยอดยุทธ์ สังหารบุตรชายคนโตฉู่อิงของหนู่เอ่อร์ฮาชื่อ จนนามกระเดื่องในศึกเดียว! แน่นอนว่าโลกภายนอกย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวของเจวี๋ยหวู่หมิงอยู่แล้ว อีกทั้งยังคิดว่าเป็นการกระทำของกู่ยี่เสียแทน พลทหารสำรองที่ใช้เพื่อมาซ่อมกำแพงน้อย ๆ เพียงคนเดียว ถึงกับสามารถสร้างวีรกรรมที่สะเทือนฟ้าสะท้านดินออกมาได้เช่นนี้ ไม่ทันไรก็ได้กลายเป็นวีรบุรุษของชนชาวที่คิดจะโค่นล้มโฮ่วจินราชวงศ์หมิงไปในบัดดล นามของกู่ยี่ ได้สะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดิน! โอรสสวรรค์แห่งต้าหมิง เพื่อสรรเสริญเจวี๋ยหวู่หมิง จึงได้ส่งราชครูออกราชโองการให้แก่เจวี๋ยหวู่หมิง แต่ที่น่าเสียดาย ที่เรื่องนี้กลับทำได้แค่คิดเท่านั้น เจวี๋ยหวู่หมิงกลับหายตัวไปอย่างลึกลับแล้ว สุดท้ายจึงทำได้แต่ถอยกลับมาอย่างไม่มีทางเลือก โดยการทำลายกฎที่เคยมีมาโดยการแต่งตั้งจ้าวตว่อเอ๋อขึ้นเป็นท่านเจ้าเมืองแห่งเมืองหวู่หลิง ในสายตาของคนภายนอก จ้าวตว่อเอ๋อที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของเจวี๋ยหวู่หมิง อีกทั้งยังถือเป็นคนสำคัญที่สุด ขอเพียงประจบนางให้ดี จะต้องทำให้เจวี๋ยหวู่หมิงพึงพอใจได้อย่างแน่นอน และจะต้องกลับมาเพื่อตอบแทนเพื่อต้าหมิงกันอีกครา โอรสสวรรค์แห่งต้าหมิง การที่ประพฤติเช่นนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าเพื่อที่จะซื้อใจคน น่าเสียดายที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจที่จะหาเจวี๋ยหวู่หมิงพบอีกแล้ว แต่ทว่า ต่อให้ทราบว่าจะเป็นแบบนั้น เจวี๋ยหวู่หมิงก็ไม่เก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว เพราะว่าสัมพันธ์ระหว่างเขากับจ้าวตว่อเอ๋อนั่นได้สิ้นสุดลงแล้ว นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนใจกับเรื่องทางโลกอีกต่อไปแล้ว กระนั้นทางด้านเบื้องบนเบื้องล่างของต้าหมิงต่างก็รู้สึกยินดีในเวลาเดียวกัน เนื่องจากถึงอย่างไรทางฝ่ายโฮ่วจินก็ถือได้ว่าเกิดความสูญเสียอย่างหนัก จากข่าวลือการตายของฉู่อิงที่ส่งกลับมา ได้ทำให้หนู่เอ่อร์ฮาชื่อเดือดดาลเป็นการใหญ่ สัตย์สาบานว่าจะฆ่ากู่ยี่ให้จงได้ อีกทั้งยังได้ส่งกองทัพลงทางตอนใต้ ซึ่งเป้าหมายก็คือหวู่หลิงนั้นเอง เวลานี้ เมืองหวู่หลิงจึงได้ตกอยู่ภายใต้วิกฤติกาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ดั่งพายุฝนซัดถาโถมเข้าใส่! แต่ทว่า นี่ล้วนแต่ไม่ได้เป็นที่สนใจของเจวี๋ยหวู่หมิงกันอยู่แล้ว ในเวลานี้เขายังต้องเผชิญกับมหาภัยพิบัติที่กำลังกล้ำกรายเข้ามา เขากลับคิดไม่ถึงว่า ทัณฑ์สวรรค์ของเผ่ามนุษย์ จะสามารถมาได้เร็วจนถึงขนาดนี้ได้ จะถึงกับมาถึงก่อนที่จะเข้าสู่ระดับผสานโอสถ สืบเนื่องจากการที่มีไม่ได้มีการเตรียมพร้อมมาพอ ก็จวนที่จะเริ่มกันอยู่แล้ว จนเข้าสู่สภาวะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ภายในถ้ำ ในขณะที่เจวี๋ยหวู่หมิงกำลังรวบรวมพลังลมปราณเอาไว้ทั้งร่าง กระโจนออกไปจากถ้ำเพื่อเผชิญกับช่วงเวลาของอุปสรรคในการเข้าสู่ระดับผสานโอสถ ครืนครืนครืน……เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง…… จนเกิดเป็นเสียงประหลาดพิกลดังขึ้น จนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นขึ้นในทันที! ภายในถ้ำภูเขาน้ำแข็ง เกิดเป็นพายุคลั่งขึ้นมา! ที่ด้านนอกถ้ำที่ซึ่งเจวี๋ยหวู่หมิงไม่อาจมองเห็นได้ พลันเกิดเป็นพายุอัสนีรวมกลุ่มกัน พร้อมกับท้องฟ้าที่มืดมิดลง! คลื่นพายุทั้งสายที่โถมเข้าใส่ ภาพของเหตุการณ์ความสิ้นหวังที่ผ่านเข้ามา!...

    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว ที่คุณอ่าน