ผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง

    จำไม่ได้ (ฟรี 13/ก.ค./66)

          ที่ด้านหน้าประตูเมือง หลังจากที่ชิงเฟิงได้ออกมาจากคฤหาสน์สมบัติเขาไม่ได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่อื่นอีก ในตอนนี้เขาได้เดินออกมาจนถึงประตูเมืองของเมืองแสงจันทร์แล้ว 


          "หืม?"


          ในขณะนั้นทหารยามคนที่เพิ่งจะเก็บค่าเข้าเมืองของชิงเฟิงไม่นานมานี้ เมื่อเขาเห็นว่าชิงเฟิงเดินออกจากเมืองแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความประหลาดใจออกมา ชายคนนั้นเพิ่งจะเข้าไปในเมืองยังไม่ถึงครึ่งวันแต่ตอนนี้ได้ออกมาซะแล้ว


          ทหารยามคนนั้นอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ชิงเฟิงอย่างสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นทหารยามคนนั้นก็ไม่ได้กล่าวพูดอะไรกับชิงเฟิง เนื่องจากความลึกลับของชิงเฟิงทำให้เขาตัดสินใจว่าอยู่ให้ห่างจากคนผู้นี้ดีกว่า


          ชิงเฟิงเดินออกมาจากเมืองแสงจันทร์สักพักในที่สุดเขาก็ได้เข้าไปในป่าที่มีต้นไม้ยืนเรียงรายกันหนาแน่น ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของชายในวัยกลางคนกลับมาใช้รูปลักษณ์เดิมของตัวเอง


          ชิงเฟิงลูบใบหน้าของตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวพึมพำเบาๆ"สำนักมังกรทะยาน.. เฉี่ยวตง ลี่กัง กวังเฟย ข้า...จะไปหาพวกเจ้าแล้ว!" 


          ฟุบ!!!


          สิ้นคำพูดของชิงเฟิงเขาก็ได้พุ่งตัวทะยานขึ้นสู่เหนือท้องฟ้าทันที! โดยจุดหมายที่เขาทะยานตัวไปนั้นเป็นทิศทางที่อยู่ทางตะวันตก ซึ่งแน่นอนว่าทิศทางนั้นเป็นทิศทางที่สำนักมังกรทะยานตั้งอยู่! 


          ....


          ชิงเฟิงใช้เวลาในการบินบนท้องฟ้าประมาณ1ชั่วยามและในที่สุดสายตาของเขาก็ได้เห็นภูเขาขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปข้างหน้า 


          เมื่อมองไปยังภูเขาแห่งนี้ชิงเฟิงก็รับรู้ได้ถึงความแปลกประหลาดและความไม่ธรรมดาของมันในทันที ภูเขาขนาดใหญ่นั้นมีรูปร่างที่คล้ายกับมังกรที่กำลังกำลังขดตัวอยู่ โดยส่วนที่มีลักษณะคล้ายกับหัวของมังกรนั้นในตอนนี้กำลังชูขึ้นไปเหนือท้องฟ้าราวกับกำลังพูดคุยกับสวรรค์อยู่! 


          "ภูเขามังกรทะยาน..ไม่ธรรมดาจริงๆ บางทีอาจมีมังกรที่แท้จริงซ่อนตัวอยู่ใต้ภูเขาแห่งนี้ก็ได้"ในตอนนี้นัยตาของชิงเฟิงได้เปลี่ยนกลายเป็นสีทองขณะที่เขากำลังจ้องมองภูเขามังกรทะยาน ดูเหมือนกับว่าภูเขามังกรทะยานนี้จะมีบางสิ่งบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใน บางทีอาจเป็นสิ่งมีชีวิตบางอย่าง!


          "หลังจากที่ข้าจัดการสิ่งต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าจะลองเข้าไปสำรวจภายในภูเขามังกรทะยานว่ามันมีอะไรกันแน่!"ชิงเฟิงกล่าวออกมาพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังตีนเขาของภูเขามังกรทะยาน 


          สำนักมังกรทะยานของชิงเฟิงตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขามังกรทะยานโดยสำนักมังกรทะยานของเขานั้นก่อตั้งเมื่อประมาณ500ปีก่อน


          เมื่อตอนนั้นบรรพชนของสำนักมังกรทะยานเห็นว่าบนภูเขามังกรทะยานแห่งนี้มีพลังปราณที่ค่อนข้างที่จะหนาแน่นเหมาะที่จะเปิดสำนักบ่มเพาะพลัง เมื่คิดได้อย่างนั้นเขาก็ได้ลงมือสร้างสำนักทันที ใช้เวลาไม่นานเขาก็ได้สร้างสำนักแล้วเสร็จ


          ในตอนนั้นบรรพชนสำนักมังกรทะยานคิดว่าเนื่องจากเขาได้สร้างสำนักขึ้นมาบนภูเขามังกรทะยาน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าสำนักของเขาเองก็ควรที่จะต้องตั้งชื่อเป็นสำนักมังกรทะยานเช่นกัน เเละเพราะเหตุผลนั้นเองสำนักมังกรทะยานจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมานานกว่า500ปีแล้ว


          ส่วนทำไมภูเขาแห่งนี้ถึงได้ชื่อว่าภูเขามังกรทะยานนั้นชิงเฟิงเองก็ไม่ค่อยทราบเช่นกัน 


          ชิงเฟิงลงมาบนพื้นและเดินเท้ามาที่ด้านหน้าประตูใหญ่ของสำนัก หลังจากเขามาถึงประตูใหญ่ศิษย์หนึ่งในสองคนที่กำลังเฝ้าหน้าประตูก็ได้เอ่ยปากขึ้นมา


          "หยุด!! เจ้าเป็นใครมาที่สำนักมังกรทะยานมีธุระอะไร!?" 


          ไต้เจ๋อเห็นว่ามีชายชุดคลุมดำค่อนข้างลับๆล่อๆกำลังเดินมาทางประตูใหญ่ของสำนักเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา 


          ชิงเฟิงเงยหน้ามองไต้เจ๋อเล็กน้อยจากนั้นความทรงจำของเขาเกี่ยวกับชายคนนี้ก็ได้โผล่ขึ้นมาในหัวทันที


          ไต้เจ๋อชายที่เป็นขยะรองจากตัวเขาในอดีต


          ในอดีตนั้นเขาจำได้ว่านอกจากตัวเขาแล้วในสำนักยังมีคนอีกคนหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่าเป็นขยะเช่นกัน ชายคนนั้นก็คือไต้เจ๋อที่กำลังเฝ้าหน้าประตูอยู่ในตอนนี้ 


          แต่ถึงเเม้ว่าไต้เจ๋อจะถูกนับว่าเป็นขยะแต่ก็คงจะเป็นขยะที่ดีกว่าเขาในเมื่อก่อนหน่อยหนึ่งซึ่งเพราะเหตุผลนี้ทำให้ไต้เจ๋อไม่ได้ถูกเพ่งเล็งมากนักเมื่ออยู่ในสำนัก แตกต่างจากเขา


          "เฮ้!! ข้าถามเจ้าอยู่เจ้าไม่ได้ยินอย่างงั้นหรอ!? ข้าถามว่าเจ้าเป็นใครและมาที่สำนักมังกรทะยานของข้าทำไม ถ้าเจ้ายังไม่กล่าวออกมาข้าจะให้ศิษย์น้องของข้าไปตามท่านผู้อาวุโส" 


          "ศิษย์น้องเจ้ารีบไปตามตัวผู้อาวุโสมาและบอกว่ามีคนกำลังสร้างปัญหา"ไต้เจ๋อหันไปหาเพื่อนที่เฝ้ายามด้วยกันและกล่าวสั่งออกมา 


          เพื่อนที่เฝ้ายามด้วยกันคนนั้นลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะเตรียมตัวตัวเพื่อไปบอกผู้อาวุโส 


          ในขณะนั้นเองชิงเฟิงได้ถอดที่คลุมหัวของตัวเองลงมาก่อนที่จะกล่าวออกมา"ข้าเพิ่งออกไปจากสำนักเพียงไม่นานไม่คิดเลยว่าเจ้าจะจำข้าไม่ได้ซะเเล้ว" 


          "หมายความว่ายังไง?"ไต้เจ๋อมองใบหน้าของชิงเฟิงได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลานั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงในความรูปงามของชายตรงหน้าเล็กน้อย ในชีวิตนี้นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็นบุรุษที่รูปงามเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงจำชิงเฟิงไม่ได้อยู่ดี


          อาจเป็นเพราะว่าไต้เจ๋อไม่ค่อยที่จะพบกับชิงเฟิงบ่อยนักและบวกกับชิงเฟิงในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะจำชิงเฟิงไม่ได้ 


          เมื่อชิงเฟิงเห็นว่าไต้เจ๋อจำเขาไม่ได้จริงๆเขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา"เจ้าจำข้าไม่ได้อย่างนั้นหรอ? ข้าคือชิงเฟิงเป็นศิษย์นอกของสำนักมังกรทะยานแห่งนี้" 


          "ชิงเฟิง?ศิษย์นอกของสำนักมังกรทะยาน?"ไต้เจ๋อได้ยินคำพูดของชิงเฟิงเขาก็ทำหน้าสงสัยขึ้นมา"...เจ้ากล่าวโกหกอะไรกัน! ในสำนักของข้าไม่ได้มีคนที่ชื่อชิงเฟิง!" ในตอนนี้ไต้เจ๋อมั่นใจว่าชิงเฟิงจะต้องมาสร้างปัญหาแน่นอน ชื่อที่เขากบ่าวออกมานั้นอาจเป็นชื่อที่พูดออกมาบอยๆ


          แต่ในเวลาเดียวกันนั้นศิษย์น้องที่เป็นยามเฝ้าประตูพร้อมกับไต้เจ๋อเมื่อได้ฟังคำพูดของชิงเฟิงเขาก็ได้ขมวดคิ้วจขึ้นมาก่อนที่จะพึมพำเบาๆ"ชิงเฟิง...ศิษย์นอก...ชิงเฟิง...หรือว่า..." 


          ในเวลานั้นดูเหมือนว่าศิษย์น้องคนนั้นจะนึกอะไรขึ้นมาได้จู่ๆใบหน้าของเขาก็แสดงความไม่อยากจะเชื่ออกมาก่อนที่เขาจะเข้าไปกระซิบข้างๆหูของไต้เจ๋อเบาๆ"ศิษย์พี่..คนๆนี้เหมือนว่าจะเป็น..เจ้าขยะชิงเฟิงในสำนักเรานะขอรับ!" 


          "อะไรน่ะ!! "หลังจากที่ได้ยินคำพูดของศิษย์น้องไต้เจ๋อก็ได้แสดงความตกตะลึงออกมาก่อนที่เขาจะจ้องมองสำรวจไปที่ชิงเฟิงอีกครั้งอย่างละเอียด


          "น..นี่มันคล้ายกันมาก อย่าบอกน่ะว่า..."ในขณะนั้นไต้เจ๋อก็ได้มองไปยังชิงเฟิงอย่างจริงจังก่อนที่ไม่นานเขาจะกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจเท่า

    ไหร่ 


          "จ..เจ้าคือเจ้าขยะชิงเฟิงแห่งสำนักมังกรทะยานใช่หรือไม่"



    คล้ายกับเรื่องผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง ที่คุณอ่าน