"พวกท่าน้ามาตรวจโรคหรือ?" ฮั่วซิวรีบเอ่ยแทรกทันควัน ทันทีที่เห็นสองแม่ลูกคู่นี้ เขาก็รีบก้าวออกไปขวางหน้าหลงเยี่ยเยี่ยนอย่างรวดเร็ว เพื่อบดบังสายตาของทั้งคู่
หากเขาทายถูกว่าพี่ใหญ่ของพี่เยี่ยนเคยหลอกล่อหญิงสาวผู้งดงามโดยใช้ชื่อของพี่เยี่ยน แล้วห้าปีต่อมาหญิงสาวพาลูกมาตามหาถึงหน้าบ้าน ต่อให้พี่เยี่ยนมีปากก็คงมิอาจหาคำใดมาอธิบายได้ ทว่าเขากลับเตี้ยกว่าหลงเยี่ยเยี่ยนอยู่ครึ่งศีรษะแม้จะพยายามขวางแต่ก็บังได้ไม่มิดนัก เท่ากับว่าขวางไปก็เปล่าประโยชน์
"ท่านอา พวกเราไม่ได้มาตรวจโรค ข้ากับท่านแม่มาหาท่านอาหน้ากากที่อยู่ข้างหลังท่านขอรับ" เสี่ยวอี้ชี้ไปที่หลงเยี่ยเยี่ยนแล้วกล่าว
ฮั่วซิวอ้าปากค้าง ไม่จริง! ไม่จริง! มองออกรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เดี๋ยวนะ! หน้ากาก... เขาคิดด้วยความตกตะลึง หรือว่าคนผู้นั้นจะสร้างหน้ากากที่เหมือนกับของพี่เยี่ยนเพื่อไปหลอกลวงสตรี? ช่างร้ายกาจเกินมนุษย์ไปแล้ว!
หลงเยี่ยเยี่ยนมองอวิ๋นหรั่นเยว่ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์แล้วถามว่า "มีธุระอันใด?"
อวิ๋นหรั่นเยว่ลอบสำรวจเขาอยู่สองสามครา ชายผู้นี้มีน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง รูปร่างดีจนน่าประหลาด แม้จะสวมเสื้อผ้าอยู่ก็ยังมองออกว่าไหล่กว้างเอวสอบ ไม่รู้ว่ากล้ามท้องจะเด่นชัดเพียงใด น่าเสียดายที่เนตรปีศาจของนางไม่มีความสามารถในการมองทะลุ...
เดี๋ยวนะ! นี้นางกำลังคิดเื่เหลวไหลอะไรอยู่กัน?
นางกระแอมเบา ๆ ครั้งหนึ่ง แล้วมองหลงเยี่ยเยี่ยนพลางกล่าวว่า "ท่านคือผู้เฝ้าสำนักคนสุดท้ายของสำนักกระบี่เก้าดาราใช่หรือไม่?"
ฮั่วซิวถึงกับงุนงงจนทำตัวไม่ถูก ข้านึกภาพฉากเรียกน้ำตาตามหาญาติไปไกลแล้ว แต่นางกลับบอกว่ามาเพื่อเื่นี้เนี่ยนะ?
หลงเยี่ยเยี่ยนประหลาดใจเล็กน้อย "เ้ารู้ได้อย่างไร?"
อวิ๋นหรั่นเยว่หยิบกระบี่เก้าดาราออกมา แล้วชี้ไปที่ฝักกระบี่พลางกล่าวว่า "ลูกชายของข้าเห็นดาวเก้าดวงแบบเดียวกับสิ่งนี้บนป้ายชื่อประตูที่ท่านเดินเข้าไป เขาจึงคาดเดาว่าสถานที่ที่ท่านไปคือสำนักกระบี่เก้าดารา เมื่อครู่เขาเห็นท่านอยู่ที่หน้าต่างจึงพาข้ามาพบท่าน"
ฮั่วซิวถึงกับยอมแพ้ เ้าเด็กแสบนี่กล้าสะกดรอยตามพี่เยี่ยนเชียวหรือ! ใจกล้าไม่เบาเลย!
หลงเยี่ยเยี่ยนมิได้ถือสาเด็กตัวน้อย เขามองอวิ๋นหรั่นเยว่แล้วกล่าวอย่างเ็าว่า "ถูกต้อง ยามนี้สำนักกระบี่เก้าดาราเหลือเพียงข้าคนเดียว แม้เ้าจะมีกระบี่เก้าดารา แต่หากเ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็เ้าสำนัก ข้าก็มิอาจมอบสำนักนี้ให้แก่เ้าได้"
"แล้วท่านคิดว่าอย่างไรจึงจะถือว่ามีคุณสมบัติเล่า?"
สำหรับบุรุษรูปงามอวิ๋นหรั่นเยว่มักจะมีความอดทนสูงเสมอ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาหล่อเหลาหรือไม่ แต่รูปร่างนี้ช่างตรงตามแบบที่นางชอบยิ่งนัก
"ประการแรกเ้าต้องได้รับสืบทอดมรดกของสำนักและมีความสามารถในระดับบรรพชนิญญาเป็อย่างน้อย ประการที่สองเ้าต้องมีความสามารถในการนำพาสำนักให้รุ่งเรือง" หลงเยี่ยเยี่ยนกล่าวอย่างสั้นกระชับ ดวงตาลุ่มลึกจ้องมองเข้าไปในตาของนาง ในใจไม่รู้เหตุใดจึงเกิดความรู้สึกขัดแย้งบางอย่าง
ดวงตาคู่นี้งดงามก็จริง แต่กลับขาดจิติญญา...
ความสามารถระดับบรรพชนิญญา?
ฮั่วซิวคิดในใจว่าพี่เยี่ยนช่างเข้มงวดเกินไปหรือไม่ แม่นางน้อยอายุเพียงยี่สิบกว่าปีจะมีพลังฝึกตนสูงส่งถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?
ทว่าหญิงสาวกลับพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ตกลง ข้าจะแสดงความสามารถให้ท่านเห็นภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ท่านยอมรับอย่างหมดใจ เช่นนั้นตอนนี้ท่านพาพวกเรากลับสำนักได้หรือยัง?"
หลงเยี่ยเยี่ยนเหลือบมองกระบี่เก้าดาราในมือนางแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ จึงทำให้ฮั่วซิวได้แต่เบิกตากว้างมองหลงเยี่ยเยี่ยนพาแม่ลูกคู่นั้นจากไป และทิ้งให้เขายืนงงอยู่ท่ามกลางสายลม
ทิศทางของเื่นี้เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะได้มาอยู่ร่วมกันเร็วถึงเพียงนี้?
สำนักกระบี่เก้าดาราตั้งอยู่ที่ปลายถนนสายนี้ ความรุ่งโรจน์ในอดีตเลือนหายไปนานแล้ว แม้แต่ประตูใหญ่ก็เพิ่งจะได้รับการบูรณะใหม่เมื่อไม่นานมานี้ บนป้ายชื่อมีเพียงดาวเก้าดวงที่เรียบง่าย หากผู้ที่ไม่รู้เื่ราวเดินผ่านก็คงคิดว่าเป็เพียงบ้านพักอาศัยธรรมดา ๆ
อวิ๋นหรั่นเยว่เคยได้ยินท่านอาจารย์ใหญ่บอกว่า ในยุครุ่งเรืองที่สุดสำนักนี้ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยลี้ มียอดเขากระบี่สิบกว่าลูกและมีศิษย์ฝีมือดีนับหมื่นคน
ทว่ายามนี้ยอดเขาถูกปรับให้ราบเรียบไปหมดแล้ว สำนักศึกษาชางหลานขยายอาณาเขตอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดสำนักกระบี่เก้าดาราก็เหลือเพียงพื้นที่ผืนเล็ก ๆ ที่ถูกเบียดจนแทบไม่เหลือที่ว่าง
ประตูใหญ่ถูกเปิดออกโดยหลงเยี่ยเยี่ยน เมื่อลมพัด ใบไม้บนต้นร่วงหล่นลงมาดังซู่ ให้ความรู้สึกอ้างว้างและเงียบเหงายิ่งนัก
ทว่าในพริบตาต่อมา อวิ๋นหรั่นเยว่พบว่าแม้สถานที่แห่งนี้จะคับแคบแต่กลับดูประณีตยิ่งนัก พลังิญญาหนาแน่นจนน่าใ ต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกบนพื้นล้วนเป็พืชิญญาขั้นเจ็ดขึ้นไปทั้งนั้น หากหยิบสุ่ม ๆ ออกมาต้นหนึ่งก็สามารถขายได้ราคาสูง และบางชนิดที่หายากถึงขั้นนำไปประมูลได้เลย
ไหนว่าสำนักตกอับอย่างไรเล่า?
"หลานโจว ออกมาจัดที่พักให้พวกนาง" หลงเยี่ยเยี่ยนเรียกขาน ทันใดนั้นชายหนุ่มหน้าตาหมดจดคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากห้อง
"นายท่าน พวกเขาคือ..." หลานโจวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ นายท่านถึงกับพาสตรีกลับมา หรือว่าวันนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกกันนะ
ครั้นเมื่อเขาเห็นเสี่ยวอี้ที่อยู่ด้านหลังอวิ๋นหรั่นเยว่ เขาก็ใจนแทบกัดลิ้นตัวเอง
เด็กคนนี้ เหตุใดจึงหน้าตาเหมือนนายท่านถึงเพียงนี้! นายท่านมีบุตรชายตัวโตเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
"นางคือเ้าของกระบี่เก้าดารา" หลงเยี่ยเยี่ยนกล่าวเรียบ ๆ พลางปรายตามองหลานโจวแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินตรงกลับเข้าห้องของตนไป
แม้ในใจของหลานโจวจะเต็มไปด้วยความสงสัยจนทนไม่ไหว แต่เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าของนายท่านที่ดูเรียบเฉยผิดจากที่เขาคาดคิดไว้ เขาจึงไม่กล้าแสดงท่าทีผิดปกติ เพียงแค่ส่งยิ้มละไมนำทางอวิ๋นหรั่นเยว่ และพาพวกเขาเดินชมรอบสำนัก
"ที่นี่เคยเป็สำนักส่วนนอกของสำนักกระบี่เก้าดารา มีห้องพักทั้งหมดสิบกว่าห้อง พื้นที่ส่วนอื่นของสำนักถูกสำนักศึกษาชางหลานยึดไปนานแล้ว ที่นี่คือนายท่านซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนเพราะนายท่านเคยฝึกวิชากระบี่เก้าดารา ดังนั้นตราบใดที่นายท่านยังอยู่ การสืบทอดของสำนักก็จะไม่ขาดสาย สำนักกระบี่เก้าดาราก็จะยังไม่ถือว่าล่มสลายขอรับ"
"นายท่านของเ้า เดิมทีไม่ใช่ศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าดาราหรือ?" อวิ๋นหรั่นเยว่ถามด้วยความสงสัย
"แน่นอนว่าไม่ใช่ขอรับ นายท่านเพียงแต่ได้รับสืบทอดมรดกที่เทพกระบี่ทิ้งไว้ในดินแดนลับโดยบังเอิญเมื่อหลายปีก่อน และได้ช่วยคลี่คลายวิกฤตครั้งหนึ่ง จึงตกลงกับเศษเสี้ยวิญญาของเทพกระบี่ว่าจะปกป้องสำนักนี้ขอรับ"
"เขาได้รับสืบทอดมรดกของเทพกระบี่หรือ?"
อวิ๋นหรั่นเยว่อดคิดในใจไม่ได้ว่าถ้าเช่นนั้นเขาก็ถือเป็ศิษย์พี่ของนางมิใช่หรือ? มิน่าเล่าอาจารย์ใหญ่เคยบอกว่านางยังมีศิษย์พี่อีกคนในโลกมนุษย์ หรือจะเป็เขา?
"ใช่แล้วขอรับ" หลานโจวกวาดสายตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจัดให้อวิ๋นหรั่นเยว่พักในห้องที่อยู่ติดกับห้องของหลงเยี่ยเยี่ยน
ตลอดชีวิตนายท่านของเขาไม่เคยข้องแวะกับสตรี แต่วันนี้กลับพาหญิงสาวนางหนึ่งกลับมา มิหนำซ้ำบุตรชายของนางยังถอดแบบจากนายท่านมาทุกกระเบียดนิ้ว มีหรือที่หลานโจวจะไม่คิดมาก
ทว่าด้วยนิสัยเ็าของนายท่าน เขาเกรงว่าทั้งสองคนอาจจะไม่ได้คุยกันเลยสักคำตลอดทั้งวัน ดังนั้นดังคำที่ว่ายิ่งใกล้ชิดย่อมยิ่งมีโอกาสผูกสัมพันธ์ หากพักอยู่ใกล้กัน เห็นหน้ากันทุกวัน ความสัมพันธ์น่าจะพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
หลานโจวยิ้มกริ่มขณะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และเตรียมจัดสำรับอาหารมื้อใหญ่เพื่อต้อนรับอวิ๋นหรั่นเยว่และบุตรของนาง
ทันทีที่เข้าห้องครัว เขาก็เห็นเด็กชายตัวน้อยถือหม้อถ้วยชามเดินเข้ามาเสียงดังเคร้งคร้าง "ท่านอาหลาน ข้าขอทำอาหารเองนะขอรับ ท่านแม่คุ้นเคยกับการทานอาหารที่ข้าทำเท่านั้น"
หลานโจวมองเ้าตัวเล็กที่ตัวสูงไม่พ้นขอบเตาไฟ แล้วถามด้วยความประหลาดใจว่า "เ้าแน่ใจนะ?"
เขาจะผัดกับข้าวให้สุกได้หรือ?
ทว่าในไม่ช้า ข้อสงสัยในใจของหลานโจวก็มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นอาหารจานแรกถูกยกออกมา
ให้ตายเถอะ! ฝีมือระดับนี้ สูงกว่าพ่อครัวของเหลาอันดับหนึ่งในใต้หล้าเสียอีก เดี๋ยวนะ! บนด้ามทัพพีในมือเ้าตัวเล็กนี่ เหตุใดเหมือนจะมีตราประทับของ 'เหลาอันดับหนึ่งในใต้หล้า' อยู่ด้วย?
สองแม่ลูกคู่นี้ ตกลงว่ามีที่มาอย่างไรกันแน่?