สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้คือวันที่รัชทายาทเ้าอี้หลิง เ้าหยางหลงต้องเดินทางขึ้นไปร่ำเรียนฝึกวิชาที่สำนักศึกษาบนเขาไท่ซานโดยมีองครักษ์กงลี่เป็ผู้พาไป ทั้งสามคนตกลงกันว่าจะขี่ม้าเดินทางไปเรื่อยๆ ในอกเสื้อของรัชทายาทมีจดหมายฝากฝังตัวบุตรชายและหลานเข้าร่วมศึกษาในสำนัก
ระหว่างทางใกล้ๆกันกับตีนเขา ทั้งสามคนมองเห็นบุรุษรูปร่างผอมบางสองคนนั่งอยู่บนหลังม้าสีดำหนึ่งตัวและสีน้ำตาลหนึ่งตัวความคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบคนที่มีท่าทางเช่นนี้ที่ใดมาก่อนผ่านเข้ามาในสำนึก เ้าหยางหลงขมวดคิ้วแน่น ‘จะว่าไปเมื่อครึ่งชั่วยามที่ออกมาจากวังหลวงตัวเขาไม่พบเห็นน้องรอง’ ตาคมมองคนที่อยู่บนหลังม้าตัวสีน้ำตาลที่มีห่อผ้าห่อใหญ่วางพาดตรงก้นม้าอย่างสำรวจ บุรุษตรงหน้ายิ้มหวานละมุนแก้มข้างขวามีรอยบากคล้ายๆรอยคมมีดพาดยาวขึ้นไปจนถึงหางตา สีผิวนอกร่มผ้ารับรู้ได้ว่ามิใช่คนผิวขาวแต่ที่น่าสงสัยคือแววตาฉ่ำน้ำ กลมโตมองอย่างไรก็คล้าย ‘น้องรอง’
“เฟิ่งเอ๋อร์!!!” เ้าหยางหลงตะคอกเสียงดังลั่น
“แหะๆๆๆ ข้าเอง” เ้าเฟิ่งเซียนยิ้มแหยๆ “ข้ามาดักรอพี่เพื่อจะขึ้นเขาไปด้วย”
“_” สีหน้ารัชทายาท
“_” สีหน้าองครักษ์กงลี่ที่มิรู้จะกล่าวออกมาเป็คำใด หันมองสาวใช้นามหว่าหวาที่ยามนี้กลายเป็บุรุษคิ้วเข้มไปเสียแล้ว แม้ทั้งคู่จะดูเผินๆไม่คล้ายสตรีแต่เื่นี้จะปิดได้นานเท่าใดกัน
“ข้ามิรู้จะสรรหาคำใดมาด่าเ้าดี!!” เ้าหยางหลงโมโห
“ก็ข้าบอกแล้วว่าข้าจะไปด้วย สามวันมานี้ข้ามิเห็นว่าพี่จะมาช่วยข้ากระทำสิ่งใดแม้เพียงนิด ข้ากับพี่หว่าหวาก็เลยไปหาสมุนไพรมาทาผิวเอง จัดการทำผมแต่งหน้าท่าทางกันเองทั้งนั้น” เฟิ่งเอ๋อร์ในคราบบุรุษหน้าบากตัวบางแต่งกายด้วยชุดสีดำอธิบายยาวเหยียด
“แล้วเ้าลักลอบออกมาจากวังรึ” รัชทายาทผู้มากวัยกว่าหนึ่งปีเอ่ยถาม
“หาใช่ลักลอบ เื่นี้ข้าบอกกับท่านพ่อหย่งเซิงแล้ว” คนหน้าบากยิ้มกว้าง
สองบุรุษรุ่นเยาว์หันมององครักษ์คนสนิทของท่านพ่อ ขวับ!!!
กงลี่หน้าดำคร่ำเครียดเพราะว่าเขามิรู้เื่นี้จริงๆ “กระหม่อมมิทราบพะยะค่ะ”
“ท่านอากงลี่มิเกี่ยวข้องเพราะข้าบอกท่านพ่อก่อนที่จะออกมาจากวังเพียงแค่ชั่วจิบชา(3นาที) ท่านพ่อเพียงนิ่งอึ้งมิพูดสิ่งใด มิได้ห้ามปรามข้าก็ควบม้าออกมาเลย ป่ะเราขึ้นเขากันเถิดพี่ใหญ่” ท่าทางนางดูตื่นเต้นมากแต่เมื่อมองผู้ร่วมเดินทางกลับมิได้อยากตื่นเต้น
ไม่มีคำพูดตอบรับใดๆออกมาจากสามคน เ้าเฟิ่งเซียนจึงหันหน้าควบม้าเหยาะๆ เดินขึ้นเขาและในจังหวะนั้นเอง
กุบกับๆๆๆ ฮี้ๆๆๆ เสียงควบม้าหลายตัวดังมาจากทิศทางด้านหลังพร้อมกับเสียงบุรุษแปลกหน้าดังขึ้น
“นั่นกงลี่ใช่หรือไม่!!!” ผู้กล่าวมีรูปร่างสูงโปร่งหนวดเครายาวเลยปลายคางลงมา คาดเดาอายุคงจะมากกว่าสี่สิบปีมีกลุ่มคนด้านหลังเป็บุรุษหนุ่มแต่งกายด้วยชุดสีขาวปักตราสำนักไท่ซาน คาดว่าคงจะเป็เหล่าลูกศิษย์กับท่านอาจารย์
กงลี่จดจำท่านอาจารย์ยี่ปั๋ว อาจารย์าุโผู้สอนวิชาตัวเบาเหยียบเมฆาให้กับชินอ๋องและจวิ้นอ๋องเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วได้มิเคยลืม “กงลี่คาราวะท่านผู้าุโขอรับ”
“ใช่จริงๆด้วยข้าได้ข่าวว่าจะมีรัชทายาทกับองค์ชายเข้ามาร่วมฝึกวรยุทธบนเขาไท่ซานก็คิดอยู่แล้วว่าถ้ามิใช่เ้ามาส่งก็คงจะเป็ฝูจิน มาๆควบม้าตามกันมาจะได้มิเสียเวลา” ผู้าุโขึ้นนำและตามมาด้วยกงลี่ที่ควบม้าเยื้องอยู่ด้านข้าง “ไหนเล่าผู้ใดมีนามว่าอะไร”
“ขอรับ” กงลี่ผายมือไปด้านหลังฝั่งซ้ายมือ “นั่นคือรัชทายาทเ้าอี้หลิงปีนี้สิบสองชันษาขอรับข้างๆกันนั้นคือองค์ชายเ้าหยางหลงสิบเอ็ดชันษาขอรับ”
ท่านอาจารย์ยี่ปั๋วมองสองหนุ่มน้อยแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “อืมมม หน่วยก้านดี ลำตัวสูงใหญ่ไม่ถึงสองปีกำลังภายในเพิ่มขึ้นแน่ๆ” สายตาผู้มากวัยมองเลยไปด้านหลังที่เ้าเฟิ่งเซียนกับสาวใช้หว่าหวานั่งบนหลังม้ามองดูอยู่ “แล้วหนุ่มน้อยตัวบางด้านหลังเล่าเป็องครักษ์แล้วรึ”
เ้าเฟิ่งเซียนสะดุ้งใหันมองพี่ใหญ่ หัวใจเต้นกระหน่ำในหัวครุ่นคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว นางรู้ว่าท่านลุงกับท่านพ่อฝากฝังเพียงแค่พี่อี้หลิงและพี่ใหญ่ของนางเท่านั้น ‘จะทำเช่นใด?’
เด็กหนุ่มหน้าบากพูดออกมาเสียงดังฟังชัด “ข้าน้อยมีนามว่าอาเฟิ่งเป็หลานชายของท่านอากงลี่ขอรับ” เ้าตัวพยายามทำเสียงเข้มออกมาเต็มที่
กงลี่ทำหน้าเหวอออกมากับคำพูดของเ้าเฟิ่งเซียนผู้มีศักดิ์เป็ถึงองค์หญิงแห่งจวนอ๋องแต่ยามนี้กลับกลายมาเป็หลานชายของเขา
“ข้าขอร่วมเดินทางมาพร้อมกับท่านอาถึงแม้ว่าข้าอยากจะร่วมร่ำเรียนกับรัชทายาทและองค์ชายมากเพียงใดก็หากระทำได้ไม่ สถานศึกษาแห่งนี้มีเพียงบุตรขุนนาง บุตรของผู้ร่ำรวยหาใช่เป็เพียงบุตรสามัญชนเช่นข้า” หนุ่มน้อยหน้าบากก้มหน้าลงจนชิดอก “เมื่อส่งทั้งสองพระองค์เสร็จเรียบร้อยแล้วข้าก็คงจะขอตัวกลับกับท่านอาเลยขอรับ..จะมิขออยู่ที่นี่นานแน่นอน” เสียงทุ้มต่ำของเด็กหนุ่มหน้าบากเงียบลง เรียกคะแนนความสงสารในใจผู้คนที่ร่วมรับฟังได้มากมาย
‘เ้าเฟิ่งเซียนก็คาดหวังเช่นนั้น’
จบคำของ ‘อาเฟิ่ง’ ท่านอากงลี่ รัชทายาทเ้าอี้หลิง องค์ชายเ้าหยางหลงและสาวใช้ผู้ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง
กงลี่:เหตุใดถึงต้องเอาหัวของข้าไปพาดคมกระบี่ของท่านอ๋องเช่นนี้ขอรับ
เ้าหยางหลง:ข้าอยากจะเอาหน้าหล่อๆมุดแผ่นดินหนีเสียจริง
เ้าอี้หลิง:หึหึหึ…หันหน้าหนีไปทางอื่น
สาวใช้หว่าหวา:ยอดเยี่ยมมากเ้าค่ะ
กลุ่มของท่านอาจารย์ยี่ปั๋วหลายคนที่ได้ยินต่างก็มิมีผู้ใดเอ่ยคำออกมาแม้เพียงนิด เสียงควบม้ายังคงดังกึกก้องตามกันไปเป็เส้นสายขึ้นูเาร่วมครึ่งชั่วยามเบื้องหน้ามองเห็นป้ายสำนักไท่ซานโดดเด่นเป็สง่าพื้นที่บนูเาแห่งนี้ช่างปลอดโปร่งโล่งสบายเสียจริง
แอ้ดดด!!!!! “คาราวะผู้าุโยี่/คาราวะผู้าุโยี่!!” เสียงลูกศิษย์ผู้รับหน้าที่เฝ้าเวรหน้าประตูดังขึ้น
“อืม” ผู้ถูกเรียกนามทำเพียงแค่ตอบรับและควบม้าเข้าไปด้านใน ตามด้วยผู้มาเยือนและลูกศิษย์นับสิบคน กุบกับๆๆๆ
ระหว่างทางเดินที่ควบม้าผ่านผู้ร่วมเดินทางมาใหม่ทุกคนต่างมองเห็นอาคารที่พักมากมาย พื้นที่โล่งกว้างสำหรับฝึกยุทธและน้ำตกไกลลิบๆ อาณาเขตขอบรั้วยาวสุดแนวเขามิสามารถมองเห็นที่สิ้นสุดในสายตา ต้นไม้สูงใหญ่มากมายคอยให้ร่มเงา ‘ช่างเป็สถานที่ที่ดีมากจริง’ เหล่าองค์หญิงองค์ชายต่างมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม นอกวังหลวงช่างตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
-----+------------
ในห้องโถงรับรองประจำสำนัก ด้านหน้าของทุกคนคือเ้าสำนักไท่ซาน ‘ซวงซางเอ้อ’ ผู้าุโสูงวัยสีผมขาวโพลนที่ยามนี้ในมือถือจดหมายกระดาษสีทองเหลืองพร้อมกับเงยหน้ามองเด็กหนุ่มผู้มีรายชื่อทั้งสองคน
“ตกลงข้ารับพวกเ้าเป็ศิษย์ในสำนัก วันพรุ่งนี้เริ่มต้นเรียนกำลังภายในขั้นพื้นฐานแบบถูกต้อง ลมปราณจะได้คืบหน้า”
“ขอบพระคุณขอรับ/ขอบพระคุณขอรับ” สององค์ชายคำนับอย่างนอบน้อม
“แล้วเด็กหนุ่มหน้ามนสองคนด้านหลังนั้นเล่า” เ้าสำนักมองหนึ่งคนคิ้วหนา หนึ่งคนมีรอยแผลบนหน้าอย่างแปลกใจ
“นั่นคือหลานชายของกงลี่ขอรับท่านเ้าสำนัก” ท่านอาจารย์ยี่ปั๋วผู้นั่งร่วมมาด้วยั้แ่แรกเอ่ยขึ้นมา “ข้าเห็นว่าเด็กสองคนนี้มีความมุ่งมั่นที่อยากจะร่ำเรียนวรยุทธจึงอยากจะขอให้พวกเขาทั้งสองร่วมเข้าเรียนในสำนักด้วยขอรับ”
เ้าเฟิ่งเซียนได้ฟังทั้งใ ดีใจปะปนกันไปหมดทั้งๆที่คราแรกนางถอดใจไปแล้วเมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์ยี่ปั๋วมิได้พูดกล่าวสิ่งใดอีกจนมาถึงสำนัก..แต่แล้วเื่กลับกลายเป็เช่นนี้ นางก้มหน้าลงลอบยิ้ม
“เช่นนั้นรึ” เ้าสำนักหันมองกงลี่ “ข้ามิเห็นเคยรู้ว่าเ้ามีลูกหลาน?”
กงลี่ขมวดคิ้วมุ่น ‘หากไม่ยอมรับจะกลายเป็ว่าองค์หญิงโกหกแต่หากยอมรับก็คือต้องโกหกเ้าสำนัก’ ทางใดก็มิพ้นโกหกเมื่อเป็เช่นนั้นก็ต้อง “ขอรับทั้งคู่เป็บุตรของพี่ชายที่เข้ามาทดสอบรอเป็ทหารยาม อยู่ในวังหลวงคอยเป็คู่ซ้อมให้รัชทายาทกับองค์ชายประจำขอรับ”
ขวับ!!! รัชทายาทเ้าอี้หลิง “_”
ขวับ!!! องค์ชายเ้าหยางหลง “_”
ทั้งหมดกลายเป็ผู้ร่วมขบวนการโกหกของเ้าเฟิ่งเซียนทั้งสิ้น ส่วนเ้าของเื่กลับนั่งไหล่สั่นกลั้นอาการสุดใจ ‘ก็ไม่รู้ว่ากลั้นหัวเราะหรือร้องไห้'