[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    60 ร่ำรวย

    “ทำไมมันยังอยู่ที่ 300 ปีล่ะ ทั้งที่ได้พลังเวทย์มามากถึง 415 ปี”


    แอนเดอร์สันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะยังคงติดคอขวด พลังเวทย์ของเขาจากเดิมมี 209 ปีเมื่อมันได้รับรางวัลจากการสุ่ม พลังเวทย์กลับพุ่งมาหยุดที่ 300 ปีเท่านั้น พลังเวทยอีก 324 ปีที่ได้จากระบบกลับหายไป 


    “ระบบ พลังเวทย์ที่เหลือหายไปไหน”


    [แจ้งเตือน ระบบได้นำพลังเวทย์สะสมที่เกิน 300 ปีเข้าสู่กระบวนการอัพเกรดแกนพลังเวทย์แทน เนื่องจากกฎของธรรมชาติไม่สามารถก้าวข้ามได้]


    “เดี๋ยวนะ ทำไมแกถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงไม่ทะลวง”


    [แจ้งเตือน ด้วยกฎของโลกทำให้ไม่สามารถเพิ่มพลังเวทย์สะสมได้ จากเดิมพลังเวทย์สะสมที่เกินจะถูกกำจัดทิ้ง ทางระบบจึงได้เปลี่ยนมันให้อยู่ในรูปแบบแกนพลังเวทย์ เพื่อที่โฮสต์จะได้ประโยชน์จากมัน]


    แอนเดอร์สันสั่นไปทั่วร่าง หลังจากรู้ว่ากฎของธรรมชาติที่อาจารย์วิเอร่าพูดถึง เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เขาก้าวหน้า ตอนนี้เขาติดอยู่ที่นักเวทย์ 300 ปี ในอนาคตเขาก็น่าจะติดอยู่ที่นักเวทย์ 600 ปี อย่างไรก็ตามในหน้าต่างสถานะของเขากลับมีหน้าต่างใหม่โผล่ออกมา จากเดิมร่างกายของเขาจะปรากฎเพียงแค่พลังเวทย์สะสม ตอนนี้มันแยกพลังเวทย์ในตัวของเขาออกเป็น 2 ส่วน 


    ส่วนที่หนึ่งคือพลังเวทย์สะสมที่ใช้บอกความสามารถในการใช้เวทย์ของเขาว่าสามารถใช้เวทย์ได้รุนแรงมากแค่ไหน ส่วนอีกหนึ่งหน้าต่างที่โผล่มาบอกให้เขารู้ขนาดของแกนพลังเวทย์ที่ถูกระบบนำพลังเวทย์สะสมส่วนเกินมาอัพเกรดมัน 


    ตอนนี้แอนเดอร์สันจึงรู้ว่าพลังเวทย์สะสมของตัวเองนั้นตันอยู่ที่ 300 ปี ส่วนแกนพลังเวทย์ของเขามีขนาดเท่ากับนักเวทย์ 624 ปี นับว่ามันยังคงดีกับตัวของเขาอยู่ ต่อให้ความรุนแรงในการใช้เวทย์จะอยู่ที่ 300 ปี เขากลับใช้เวทย์ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น มากจนเขาคิดว่าถ้าใช้เวทย์ระดับ 3 คงปลดปล่อยได้เป็นอาทิตย์พลังเวทย์ถึงจะหมดลง


    สาเหตุที่เขาคิดแบบนี้ก็เพราะว่าแกนพลังเวทย์ 624 ปีมีพลังมากมายกว่าแกนพลังเวทย์ 300 ปีไม่รู้กี่ร้อยเท่า หากจะให้เปรียบเทียบเขาก็เหมือนรถจักรยานยนต์ที่นำเอาถังเชื้อเพลิงยานอวากาศมาติดตั้ง


    “ต้องไปหาอาจารย์”


    แอนเดอร์สันรีบเดินไปยังห้องพักอาจารย์วิเอร่า เขาต้องการรู้วิธีปลดล็อกระดับนักเวทย์ 300 ปี หากยังไม่รีบปลดล็อกเขาจะเสียพลังเวทย์สะสมในรูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเขากลับมองเห็นฉายาบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาในการสุ่ม แอนเดอร์สันจึงหยุดยืนมองพลางแสดงความสงสัยเพราะไม่ได้ยินการแจ้งเตือนถึงมัน


    “เดี๋ยวนะ ฉายาผู้ที่โชคเข้าข้าง”


    แอนเดอร์สันอ่านคำอธิบายของฉายาก่อนจะแสดงสีหน้าดีใจ เมื่อพบว่าฉายานี้จะทำให้เขากลายเป็นผู้ที่มีโชคมากมายมหาศาล แม้จะไม่สามารถใช้ฉายานี้กับการสุ่มรางวัลได้ก็ตาม แต่การที่เขากลายเป็นผู้โชคดีก็นับว่าช่วยเขาในการหลบหนีได้มากยิ่งขึ้น ในความคิดของแอนเดอร์สันตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองอาจจะวิ่งหนีแล้วไปสะดุดล้มจนร่วงลงไปในขุมสมบัติต่างๆ แต่ก่อนจะคิดอะไรไปไกลกว่านี้มากเขาจำเป็นต้องไปสอบถามอาจารย์วิเอร่าก่อน


    ก็อกก็อกก็อก


    “อาจารย์ครับ อาจารย์อยู่ห้องไหมครับ ผมแอนเดอร์สันมีเรื่องจะปรึกษาครับ”


    “ฉันกำลังจะกลับห้องพอดี เข้ามาสิ”


    แอนเดอร์สันเอียงหัวยักคิ้วเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าการที่เขามาห้องอาจารย์วิเอร่าแล้วเธอกำลังจะกลับพอดี มันเป็นผลของฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างหรือเปล่า อย่างไรก็ตามเขากลับต้องปัดความคิดนี้ทิ้งไปก่อนเพราะมีเรื่องสำคัญต้องการถามอาจารย์


    “มีอะไรล่ะแอนเดอร์สัน หายไปเป็นเดือนเลยนะ”


    “อาจารย์ ผมมีเรื่องจะปรึกษา หลังจากที่ผมไปมิสเทอรี่ผมก็ไปเจอบางอย่างมา”


    “อะไรล่ะ”


    “เกท ในนั้นเต็มไปด้วยผลไม้และยามากมายที่ใช้เพิ่มพลังเวทย์สะสมผมก็เลยดื่มไปจนหมด แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น”


    “พลังเวทย์ของนายติดอยู่ที่ 300 ปีไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ นายจะบอกแบบนี้ใช่ไหม” แอดเดอร์สันพยักหน้า ดูเหมือนว่าจะมีนักเรียนหลายรุ่นที่ประสบปัญหานี้เช่นเดียวกันกับแอนเดอร์สัน


    “นายเป็นคนแรกที่ถามฉันเพราะส่วนมากนักเรียนปี 1 ที่ก้าวไปถึงพลังเวทย์ 300 ปีมักจะมีตระกูลหนุนหลังจึงทำให้ผ่านไปได้”


    “ผมเป็นคนแรกเลยเหรอครับ”


    “ใช่ เอาล่ะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ผู้ที่ติดอยู่ในขอบเขตนักเวทย์ 300 ปี มี 1 สาเหตุด้วยกัน”


    แอนเดอร์สันนั่งฟังเงียบๆ เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะปลดล็อกมันได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้จะต้องเกิดเรื่องวุ่นวายแน่นอน


    “สาเหตุก็คือเขาคนนั้นไม่มีพร”


    “พร สิ่งที่เสริมความสามารถและเสริมพลังเวทย์นั่นเหรอครับ” 


    แอนเดอร์สันย่นคิ้ว ตอนนี้เขามีพร 6 อย่างด้วยกัน แม้ระบบจะเรียกว่าฉายาแต่มันกลับถูกทุกคนรู้จักในชื่อเรียกว่าพร  แต่การมีถึง 6 ก็ไม่ได้ทำให้เขาก้าวข้ามนักเวทย์ 300 ปีไปได้


    “ใช่ พรคือสิ่งที่ทำให้นักเวทย์ติดอยู่ที่ 300 ปี ใครก็ตามที่ไม่มีพร จำเป็นต้องตามหาพรมาครอบครองให้ได้ วิธีรับที่ง่ายที่สุดก็คือ ซื้อ ถึงมันจะเป็นพรที่โคตรอ่อนแอแต่ก็ทำให้ก้าวข้ามนักเวทย์ 300 ปีไปได้ หรือถ้าอยากได้พรที่แข็งแกร่งก็ออกตามหาในมิสเทอรี่ถ้าเจอเกทหรือไม่ก็สิ่งของที่ถูกทิ้งเอาไว้ในนั้นก็มีโอกาสจะได้รับพรเช่นกัน”


    “อาจารย์ครับ แต่ผมก็ได้พรมาแล้วนะครับทำไมถึงยังก้าวข้ามไม่ได้”


    “พรน่ะ ไม่ใช่ว่าได้มาแล้วจะปลดล็อกระดับนักเวทย์ได้หรอกนะ เธอจำเป็นต้องติดต่อกับจิตวิญญาณของผู้ที่มอบพรถึงจะปลดล็อกได้”


    “ต้องปลดล็อกพรเหรอครับ แล้วจิตวิญญาณที่ว่าอยู่ไหน แล้วผมต้องปลดล็อกพรกี่อันถ้าในร่างของผมมี 2 พรจะต้องปลดล็อกทั้ง 2 ไหมครับ”


    แอนเดอร์สันถามด้วยความวิตก พรในร่างของเขามีถึง 6 หากจะให้เขาปลดล็อกพวกมันทั้งหมดคงต้องใช้เวลานับปี


    “จิตวิญญาณที่ว่าอยู่ในมิสเทอรี่ มันมีสถานที่เกิดของมัน เพียงแค่สัมผัสกับสิ่งที่จิตวิญญาณสิงสู่ นายก็จะปลดล็อกแล้ว ว่าแต่นายมีพร 2 อันอย่างนั้นเหรอ”


    แอนเดอร์สันพยักหน้า เขาไม่กล้าบอกทั้งหมดเพราะจะทำให้เขาเดือดร้อนได้ 


    “แสดงว่านายจะต้องเหนื่อยหน่อยเพราะต้องปลดล็อกพรทั้ง 2 ของนายถึงจะก้าวข้าวระดับ 300 ปีไปได้ แต่ก็นะ นายลองไปให้บาทหลวงตรวจสอบให้ก็ได้ ว่าพรของนายมีพรไหนที่ไม่ต้องปลดล็อกด้วยจิตวิญญาณ”


    “มันมีด้วยเหรอครับที่ไม่ต้องปลดล็อก”


    “มีสิ พรที่ไม่ต้องปลดล็อกก็คือพรที่มีจิตวิญญาณในตัวแล้ว สิ่งที่นายต้องทำจึงมีเพียงแค่ปลดล็อกพรที่ไม่มีจิตวิญญาณก็พอ”


    “อาจารย์ครับ มีวิธีอื่นไหมที่จะใช้ตรวจสอบว่าพรอันไหนไม่จำเป็นต้องปลดล็อก นอกจากไปหาบาทหลวง”


    “มีน้ำยาจิตวิญญาณที่ใช้ได้ แต่มันก็ต้องซื้อกับเหล่าบาทหลวงอยู่ดี”


    “แล้วผลในการใช้จะเป็นยังไงเหรอครับ”


    “หากนายมีพรสวรรค์เพียงแค่หนึ่ง ถ้าดื่มยาจิตวิญญาณลงไปแล้วพรสวรรค์ไม่ตอบสนอง ก็หมายความว่ามันยังไม่มีจิตวิญญาณ แต่สำหรับคนที่มีจิตวิญญาณ 2 จิตวิญญาณต้องใช้ยา 2 โดส พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ยา 1 โดสตรวจสอบพรได้ 1 พร”


    “แล้วราคา” แอนเดอร์สันสอบถามอาจารย์ เขาอยากรู้ว่าราคาของมันจะมากแค่ไหน ทันทีที่เขาได้ยินราคาแอนเดอร์สันถึงขั้นเบิกตากว้างในทันที


    “โดสละ 1 ล้านเท่านั้น ไม่แพงเกินไปสำหรับนักเวทย์ 300 ปี”


    แอนเดอร์สันกลืนน้ำลาย ตอนนี้เขามีเงินไม่มาก ถึงอย่างนั้นเขาก็เก็บสมุนไพรและแร่ภายในเขต 3 มาเยอะพอสมควร เขาจึงคิดว่ามันน่าจะได้ยาครบทั้ง 6 โดส


    “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”


    “อืม ถ้ามีอะไรก็ให้มาหา แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้นะเพราะช่วงกลางคืนอาจารย์หลับแล้ว”


    “ครับ”


    แอนเดอร์สันเดินออกจากห้องอาจารย์วิเอร่า จากนั้นก็เดินไปยังโซนค้าขายภายในวิทยาลัย เขาต้องการจะขายของทั้งหมดภายในแหวนเพราะมันไม่มีอะไรที่ใช้งานได้ 


    “พี่ชาย”


    “อ้าว ไอ้คนที่ได้ปืนน้องชายฉันไปหนิ ว่าแต่มันใช้งานได้ไหม”


    “ใช้ได้ครับ นี่สำหรับปืน ผมจะบอกวิธีใช้ให้นะครับ”


    แอนเดอร์สันส่งปืนกลับไปให้เจ้าของมัน ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้งานแล้วเพราะระบบช่วยให้เขาโจมตีได้เร็วไม่ต่างจากอาวุธเวทย์ กระทั่งแอนเดอร์สันเล่ารายละเอียดการใช้งานเสร็จเขาก็นำแร่ในเขต 3 ออกมาขาย


    “พี่ชาย ผมอยากจะขายวัสดุที่ได้จากเขต 3”


    “หืม ไหนเอาออกมาดูหน่อย”


    แอนเดอร์สันนำแร่ออกมาวาง จากนั้นเขาก็นำชิ้นส่วนร่างมอนสเตอร์ที่คว้าติดมือมาได้ในตอนหนีออกมาวางเช่นกัน


    “สำหรับแร่ แม้จะอยู่ในเขต 3 มันก็ยังเป็นแร่ระดับต่ำอยู่ต่อให้ขายทั้งหมดนี่ฉันให้มากสุด 1 ล้านถ้วนเลย ส่วนชิ้นส่วนขาหน้านี่นับว่ามีน้อยหน่อย แต่ถ้าตีราคาแล้วก็น่าจะสัก 90 ล้านได้”


    พรวด!


    แอนเดอร์สันพ่นน้ำที่กำลังดื่มออกมาจนหมดปาก พลางมองชายตรงหน้าที่เสนอราคาชิ้นส่วนเท้ามอนสเตอร์อายุ 510 ปี ที่มีเพียง 1 ข้าง ซึ่งเขาไม่คิดว่ามันจะราคาสูงมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตามในโลกของนักเวทย์ หากเขายังคงเดินในเส้นทางนักเวทย์เงินมากมายเท่านี้ไม่ต่างจากเงินเศษเหรียญ ใช้ไม่ถึงเดือนมันก็หมด 


    “รวมแล้วฉันให้ 91 ล้านนายว่ายังไง”


    “ได้ครับได้ โอนเข้าบัญชีนี้เลยนะครับ ว่าแต่พี่ชายพวกสมุนไพรล่ะ พี่ชายรับซื้อหรือเปล่า”


    “รับนะ แต่ฉันหักราคาโหดหน่อยเพราะต้องนำไปขายให้กับคนที่ต้องการต่อ แนะนำให้นายไปขายให้ไอ้หมอนั่นน่จะได้ราคาดีกว่าฉัน”


    “ไม่เป็นไรพี่ชาย เผื่อผมอยากให้พี่ชายช่วยในการสร้างอาวุธ ขายให้พี่ก็แล้วกัน”


    แอนเดอร์สันนำสมุนไพรในเขต 3 ออกมาขายทั้งหมดไม่คิดจะเก็บเอาไว้กินเล่นหรือทำยา การสร้างยายังเป็นศาสตร์ที่ยากและแอนเดอร์สันไม่มีเวลาศึกษา ในตอนนี้เขาได้รู้เพียงแค่ว่าสมุนไพรแต่ละชนิดทำอะไรได้บ้างเท่านั้น จากการอ่านหนังสือห้องสมุดตระกูลเฟียร์


    “นายรู้ไหมว่าสมุนไพรมีราคาที่ต่ำมาก”


    “รู้ครับ”


    “งั้นก็สมุนไพร 1 ปี ฉันคิดที่ 90,000 ถ้าขายที่อื่นก็ 100,000”


    “ขายครับ”


    “ถ้านายขายจะได้เงินที่ 10,800,000 เหรียญ ส่วนสมุนไพร 2 ปี 10 ต้น ราคาต้นละ 900,000”


    “ขายเลยครับ”


    “ส่วนสมุนไพร 3 ปี มี 1 ต้น ฉันคิดที่  9,000,000 รวมทั้งหมดที่นายขายให้กับฉันไม่ว่าจะเป็นแร่ ชิ้นส่วนมอนสเตอร์ หรือว่าสมุนไพรก็ตาม มันจะตกราวๆ 119,800,000 เหรียญ”


    “โอนเลยครับพี่ชาย”


    แอนเดอร์สันยืนรอการแจ้งเตือนจากทางธนาคาร ทันใดนั้นเงินจำนวนมากก็ไหลเข้ามาในบัญชีของเขาสร้างความสุขให้แอนเดอร์สันไม่น้อย เขาไม่นึกว่าตัวเองจะหาเงินได้ระดับร้อยล้าน อย่างไรก็ตามถ้านำทรัพย์สินของเขาไปเปรียบเทียบกับนักเวทย์ 300 ปีเงินเพียงเท่านี้ของเขาคงจะเป็นเพียงเศษเล็บของคนอื่นเท่านั้น


    “ที่เหลือก็แค่ซื้อยาสินะ”


    แอนเดอร์สันกลับไปยังห้องนอน พรุ่งนี้เช้าเขามีนัดที่โบสถ์เพื่อไปซื้อน้ำยาจิตวิญญาณ อย่างไรก็ตามเขากลับเท้าคางคิดระหว่างทางเกี่ยวกับฉายาผู้ที่โชคเข้าข้าง เนื่องจากว่ามันระบุเพียงขอบเขตว่าใช้ไม่ได้กับการสุ่มรางวัลจากทางระบบ เขาจึงเกิดความสงสัยว่ามันจะทำอะไรได้บ้าง และสามารถใช้ได้ในช่วงสถานการณ์ไหน แล้วอีกอย่างเขาอยากรู้ด้วยว่าโชคของเขาจะควบคุมได้ไหม จึงคิดจะหาวิธีลองทดสอบมัน