ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 ทำลายล้าง

            เสิ่นเสวียนทะลวงผ่านมิติไปอยู่เหนือหัวของเหลยต้งฟันกระบี่เพลิงลงไปที่หัวของอีกฝ่าย

            “เผ่าอนธการ!”

            เหลยต้งเห็นกระบี่เล่มนั้นสัมผัสได้ถึงไอพลังที่แผ่กระจายออกมา จึงร้องออกไปด้วยความตกใจทว่าเขาไม่ได้รู้สึกท้อถอย แหวนมิติที่นิ้วเปล่งประกายแสงวาววาบกริชสามปลายสองคมคู่หนึ่งปรากฏขึ้นในมือ ยกขึ้นไขว้กันไว้ต้านทานอยู่ด้านหน้า

            ตึง!

            พลังพุ่งออกไปจากเหนือหัวของเหลยต้งอย่างรุนแรงกระบี่โดนกริชสามปลายสองคมต้านทานเอาไว้ได้ พลังที่แข็งแกร่งทำให้มือทั้งสองของเสิ่นเสวียนและเหลยต้งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

            หลังจากต้านทานคลื่นพลังนี้ได้เหลยต้งพ่นเปลวเพลิงใส่เสิ่นเสวียนในทันที เปลวเพลิงนี้ไม่ธรรมดาแต่เป็นเพลิงจิตวิญญาณ เพลิงประจำตัวที่เขาบ่มเพาะมาอย่างยาวนานหากโดนแผดเผายากที่จะดับลงได้

            เปลวเพลิงยังไม่ทันถึงคลื่นความร้อนที่รุนแรงกลับพุ่งเข้าปะทะใบหน้าแล้วจากนั้นมิติที่เสิ่นเสวียนยืนอยู่พลันถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงจนกลายเป็นทะเลเพลิง

            เสิ่นล่างมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยร่างสั่นเทารู้สึกเป็นห่วงเสิ่นเสวียนมาก

            ในใจของเขายังคงมีความคิดว่าแม้เสิ่นเสวียนจะแข็งแกร่งมาก แต่อีกฝ่ายคือขั้นราชันอีกทั้งยังเป็นเหลยต้งที่สามารถสังหารคนได้โดยไม่กะพริบตา เขาไม่มีทางสู้ได้เลย

            หลังจากเปลวเพลิงดับมอดลงเสิ่นเสวียนหายตัวไปจากมิติตรงหน้านั้นนานแล้วเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งห่างจากเหลยต้งไปหกจั้ง

            เหลยต้งมองเสิ่นเสวียนที่อยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แต่มือที่ถือกริชสามปลายสองคมกลับสั่นไหวไม่หยุด

            คนผู้นี้สามารถรับมือพลังโจมตีของเขาได้ถึงสองครั้งสำหรับเขาแล้วนี่คือภัยคุกคาม หากยังไม่สามารถสังหารเสิ่นเสวียนได้ในสามกระบวนท่าเช่นนั้นคงยากที่จะสังหารอีกฝ่ายได้

            เสิ่นเสวียนลอยอยู่ตรงนั้นไอพลังเริ่มถดถอย เขาหายใจหอบ เหลยต้งไม่ธรรมดาเลยจริงๆแม้จะใช้มิติของผังเมืองซานเหอก็ยังโดนเพลิงจิตวิญญาณของอีกฝ่ายแผดเผาร่างกายอยู่ดี

            คิดจะจัดการอีกฝ่ายเป็นความท้าทายที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับเขา

            เหลยต้งผู้นี้หากคิดสู้ขึ้นมาจริงๆอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่างูหน้าผีตัวนั้นอีก

            ทั้งสองคนไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ

            ตอนนี้พลังจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนกำลังปะทะกับอีกฝ่ายอยู่เหลยต้งคิดจะใช้พลังจิตวิญญาณควบคุมเพื่อให้ได้ชัยชนะในการโจมตีครั้งที่สามทว่าทันทีที่เขาแสดงพลังจิตวิญญาณออกไปก็พบว่าเสิ่นเสวียนแสดงพลังจิตวิญญาณออกมาเช่นกัน

            และที่สำคัญที่สุดคือ พลังจิตวิญญาณขั้นราชันระดับกลางของตนไม่อาจควบคุมอีกฝ่ายได้เลยหรือกระทั่งโดนอีกฝ่ายกลืนกินเข้าไปบางส่วนด้วย

            นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับเขาเลย

            เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุเพียงสิบหกปีกลับมีพลังยุทธ์และพลังจิตวิญญาณอยู่ในระดับที่สู้กับเขาได้ที่สำคัญตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังประจันหน้ากันอีกด้วย

            วันนี้หากเสิ่นเสวียนไม่ตายจะต้องนำพาความเดือดร้อนมาให้เขาในภายหน้าอย่างแน่นอน

            รวมกับที่อีกฝ่ายมีอำนาจอย่างเผ่าอนธการอยู่เบื้องหลังทำให้เขามีจิตใจคิดสังหารรุนแรงยิ่งกว่าเดิมคนที่ทำให้เขามีจิตใจคิดสังหารขึ้นมาได้ หากไม่ตายไม่มีทางรามือ

            “ข้ายอมรับว่าเจ้ายอดเยี่ยมมากเลยทีเดียวแต่หากเจ้าคิดว่าทำแบบนี้ต่อไปแล้วจะชนะข้าได้ เช่นนั้นเจ้าคงไร้เดียงสามากเกินไป”

            “อ้อ”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้า

            “รับความตายเสียเถอะ!”

            เหลยต้งมองเสิ่นเสวียนพลางกระตุกยิ้มมุมปากมากขึ้นเขายกมือสองข้างขึ้นเหนือหัว สามารถมองเห็นได้เลยว่ามีเปลวเพลิงโคจรจากร่างของเขาไหลเวียนไปตามแขน และพุ่งออกจากใจกลางฝ่ามือของเขา

            เปลวเพลิงเหล่านี้รวมตัวอยู่ที่ใจกลางฝ่ามือหลอมรวมกลายเป็นลูกไฟเล็กๆ ขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ลูกไฟเล็กๆดวงนี้ไม่เหมือนกับลูกไฟที่โจมตีใส่เสิ่นเสวียนก่อนหน้านี้ สิ่งที่เหลยต้งหลอมรวมเข้าไปบางส่วนคือเพลิงจิตวิญญาณของเขาเองอานุภาพรุนแรงกว่าเปลวเพลิงธรรมดาไม่รู้กี่เท่าและก่อนหน้านี้เสิ่นเสวียนโดนเพลิงจิตวิญญาณของอีกฝ่ายโจมตีจนได้รับบาดเจ็บไปแล้ว

            เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจลูกไฟที่ใจกลางฝ่ามือกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่กว่าสามฉื่อไปแล้วเปลวเพลิงลุกโชนโชติช่วงอยู่ภายใน ผสมผสานพลังที่น่ากลัวเอาไว้

            เสิ่นเสวียนมองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วตัดสินใจโดยเร็วที่สุด

            อีกฝ่ายโคจรเพลิงจิตวิญญาณภายในร่างออกมาแล้วตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้จบลงด้วยดี อีกทั้งเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขวางเลยด้วยซ้ำทำได้เพียงมองอีกฝ่ายแสดงพลังออกมาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

            อีกฝ่ายเป็นคนโหดเหี้ยมจริงๆสู้กันไปไม่กี่ครั้งก็แสดงไม้ตายของตนเองออกมาแล้ว

            ลูกไฟดวงนี้ด้วยพลังของเสิ่นเสวียนแล้วเขามิอาจสู้ได้ และมิอาจต้านทานได้เช่นกัน

            ด้านหลังของเขาคือตระกูลเสิ่นเขาจะหนีไปก็ได้ แต่ผลที่ตามมาคือตระกูลเสิ่นจะกลายเป็นจุณเพราะพลังของลูกไฟดวงนี้

            “ท่านผู้นำหนีเร็ว!”

            เสิ่นล่างมองเหตุการณ์ตรงหน้ากล่าวออกไปด้วยสีหน้าตื่นกลัว

            “หนีไปไหน”

            เสิ่นเสวียนยิ้มแห้งๆให้เสิ่นล่าง อีกฝ่ายไม่คิดจะปล่อยให้เขาหนีเลยด้วยซ้ำ

            “ท่านผู้นำหนีเร็วข้าต้านทานได้”

            ร่างสั่นเทิ้มของเสิ่นล่างเหาะมาอยู่เบื้องหน้าเสิ่นเสวียนในน้ำเสียงของเขาเหมือนการบอกลา

            “ผู้เฒ่าล่างข้ารู้ว่าท่านคิดจะทำอะไร วางใจได้ สิ่งนี้ยังทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ท่านรอดูตรงนั้นเถอะ”

            ขณะที่กล่าวเสิ่นเสวียนตบฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเสิ่นล่าง ทำให้ร่างของเสิ่นล่างถอยลงไปด้านล่างอย่างช้าๆ

            “ท่านผู้นำ!”

            “วางใจเถอะข้าบอกว่าทำได้ก็ต้องได้”

            จากนั้นเสิ่นเสวียนก็หันกลับไปมองเหลยต้งตอนนี้ลูกไฟที่รวมตัวอยู่เหนือหัวของเหลยต้งมีขนาดใหญ่เกือบสองจั้ง

            ส่วนเหลยต้งก็หยุดรวบรวมพลังแล้วเขาใช้สองมือประคองไว้ หายใจหอบแรง

            ด้านหลังของเขาผู้แข็งแกร่งสองคนหนีห่างออกไปด้วยแววตาหวาดหวั่นเห็นได้ชัดว่าลูกไฟดวงนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวขึ้นมา

            “ทำไม ไม่ทำต่อแล้วหรือ”

            เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวถาม

            “วาจาโอหังยิ่งนักอย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่ขั้นราชันก็มิอาจรอดไปได้”

            เหลยต้งได้ยินคำของเสิ่นเสวียนก็โต้กลับเสียงเย็นแต่เขาไม่เข้าใจเลย อีกฝ่ายกำลังจะตายอยู่แล้วทำไมเขาถึงไม่เห็นความหวาดกลัวของฝ่ายนั้นเลย!

            “เจ้าลองดูก็ได้”

            เสิ่นเสวียนหัวเราะเสียงดังลั่นหากอีกฝ่ายไม่ทำแบบนี้เขาคงยากที่จะเอาชนะได้ แต่ฝ่ายนั้นกลับทำเช่นนี้จะต้องตายอย่างแน่นอน

            “ตาย!”

            เหลยต้งไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาตะโกนออกมาทันที

            สองมือประคองลูกไฟขนาดใหญ่เอาไว้ก่อนเหวี่ยงใส่เสิ่นเสวียนอย่างแรง

            ตูม!!!

            ลูกไฟขนาดใหญ่เกือบสองจั้งพุ่งเข้าใส่เสิ่นเสวียนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอานุภาพที่รุนแรงของมันแผดเผาจนมิติกลายเป็นสีแดงฉาน

            “เฮอะ! ข้าได้พบเจออัจฉริยะมามากมาย แต่เจอคนที่ต้องตายก่อนวัยอันควรมามากกว่า”

            เหลยต้งลอยอยู่กลางอากาศ หายใจหอบแรงเห็นได้ชัดว่าการสร้างลูกไฟดวงนี้ขึ้นมาทำให้เขาหมดพลังไปมากทำให้เพลิงประจำตัวของเขาหมดไปกว่าครึ่ง

            “ท่านผู้นำ!”

            คนตระกูลเสิ่นมากมายที่อยู่ด้านล่างส่งเสียงตะโกนเรียกออกมาพร้อมกันในตอนนี้เสิ่นเสวียนชนะใจคนในตระกูลได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

            ทว่าต่อมาร่างของเสิ่นเสวียนกลับโดนลูกไฟขนาดใหญ่ปกคลุมแผดเผา และสลายหายไป

            “เปราะบางยิ่งนัก”

            เหลยต้งมองการต่อสู้ที่ไม่ผิดคาดเลยแม้แต่น้อยจึงกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเศร้านิดๆ เขาเสียดายจริงๆหากสามารถล้วงความลับของเสิ่นเสวียนมาได้จะเป็นประโยชน์ต่อเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

            แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องใหญ่จบเรื่องได้ค่อนข้างลำบาก และยังหลีกเลี่ยงการปะทะกับแคว้นชิงหยุนไม่ได้อีกด้วย

            ทั้งสามคนจ้องมองลูกไฟนั้นแผดเผาเสิ่นเสวียนแล้วร่วงหล่นลงสู่ลานกว้างของตระกูลเสิ่นขอเพียงมันหล่นลงไป นับแต่นี้ตระกูลเสิ่นก็จะกลายเป็นเพียงเศษซาก

            ทว่าขณะที่ทั้งสามคนกำลังจ้องมองอยู่นั้นในแววตาของพวกเขาพลันฉายความสงสัยออกมาพร้อมๆ กัน

            เพราะลูกไฟหยุดนิ่งลงกะทันหันอีกทั้งพลังยังลดลงไปอีกด้วย

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน