เสิ่นเสวียนทะลวงผ่านมิติไปอยู่เหนือหัวของเหลยต้งฟันกระบี่เพลิงลงไปที่หัวของอีกฝ่าย
“เผ่าอนธการ!”
เหลยต้งเห็นกระบี่เล่มนั้นสัมผัสได้ถึงไอพลังที่แผ่กระจายออกมา จึงร้องออกไปด้วยความตกใจทว่าเขาไม่ได้รู้สึกท้อถอย แหวนมิติที่นิ้วเปล่งประกายแสงวาววาบกริชสามปลายสองคมคู่หนึ่งปรากฏขึ้นในมือ ยกขึ้นไขว้กันไว้ต้านทานอยู่ด้านหน้า
ตึง!
พลังพุ่งออกไปจากเหนือหัวของเหลยต้งอย่างรุนแรงกระบี่โดนกริชสามปลายสองคมต้านทานเอาไว้ได้ พลังที่แข็งแกร่งทำให้มือทั้งสองของเสิ่นเสวียนและเหลยต้งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
หลังจากต้านทานคลื่นพลังนี้ได้เหลยต้งพ่นเปลวเพลิงใส่เสิ่นเสวียนในทันที เปลวเพลิงนี้ไม่ธรรมดาแต่เป็นเพลิงจิตวิญญาณ เพลิงประจำตัวที่เขาบ่มเพาะมาอย่างยาวนานหากโดนแผดเผายากที่จะดับลงได้
เปลวเพลิงยังไม่ทันถึงคลื่นความร้อนที่รุนแรงกลับพุ่งเข้าปะทะใบหน้าแล้วจากนั้นมิติที่เสิ่นเสวียนยืนอยู่พลันถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงจนกลายเป็นทะเลเพลิง
เสิ่นล่างมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยร่างสั่นเทารู้สึกเป็นห่วงเสิ่นเสวียนมาก
ในใจของเขายังคงมีความคิดว่าแม้เสิ่นเสวียนจะแข็งแกร่งมาก แต่อีกฝ่ายคือขั้นราชันอีกทั้งยังเป็นเหลยต้งที่สามารถสังหารคนได้โดยไม่กะพริบตา เขาไม่มีทางสู้ได้เลย
หลังจากเปลวเพลิงดับมอดลงเสิ่นเสวียนหายตัวไปจากมิติตรงหน้านั้นนานแล้วเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งห่างจากเหลยต้งไปหกจั้ง
เหลยต้งมองเสิ่นเสวียนที่อยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แต่มือที่ถือกริชสามปลายสองคมกลับสั่นไหวไม่หยุด
คนผู้นี้สามารถรับมือพลังโจมตีของเขาได้ถึงสองครั้งสำหรับเขาแล้วนี่คือภัยคุกคาม หากยังไม่สามารถสังหารเสิ่นเสวียนได้ในสามกระบวนท่าเช่นนั้นคงยากที่จะสังหารอีกฝ่ายได้
เสิ่นเสวียนลอยอยู่ตรงนั้นไอพลังเริ่มถดถอย เขาหายใจหอบ เหลยต้งไม่ธรรมดาเลยจริงๆแม้จะใช้มิติของผังเมืองซานเหอก็ยังโดนเพลิงจิตวิญญาณของอีกฝ่ายแผดเผาร่างกายอยู่ดี
คิดจะจัดการอีกฝ่ายเป็นความท้าทายที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับเขา
เหลยต้งผู้นี้หากคิดสู้ขึ้นมาจริงๆอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่างูหน้าผีตัวนั้นอีก
ทั้งสองคนไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ
ตอนนี้พลังจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนกำลังปะทะกับอีกฝ่ายอยู่เหลยต้งคิดจะใช้พลังจิตวิญญาณควบคุมเพื่อให้ได้ชัยชนะในการโจมตีครั้งที่สามทว่าทันทีที่เขาแสดงพลังจิตวิญญาณออกไปก็พบว่าเสิ่นเสวียนแสดงพลังจิตวิญญาณออกมาเช่นกัน
และที่สำคัญที่สุดคือ พลังจิตวิญญาณขั้นราชันระดับกลางของตนไม่อาจควบคุมอีกฝ่ายได้เลยหรือกระทั่งโดนอีกฝ่ายกลืนกินเข้าไปบางส่วนด้วย
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับเขาเลย
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุเพียงสิบหกปีกลับมีพลังยุทธ์และพลังจิตวิญญาณอยู่ในระดับที่สู้กับเขาได้ที่สำคัญตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังประจันหน้ากันอีกด้วย
วันนี้หากเสิ่นเสวียนไม่ตายจะต้องนำพาความเดือดร้อนมาให้เขาในภายหน้าอย่างแน่นอน
รวมกับที่อีกฝ่ายมีอำนาจอย่างเผ่าอนธการอยู่เบื้องหลังทำให้เขามีจิตใจคิดสังหารรุนแรงยิ่งกว่าเดิมคนที่ทำให้เขามีจิตใจคิดสังหารขึ้นมาได้ หากไม่ตายไม่มีทางรามือ
“ข้ายอมรับว่าเจ้ายอดเยี่ยมมากเลยทีเดียวแต่หากเจ้าคิดว่าทำแบบนี้ต่อไปแล้วจะชนะข้าได้ เช่นนั้นเจ้าคงไร้เดียงสามากเกินไป”
“อ้อ”
เสิ่นเสวียนพยักหน้า
“รับความตายเสียเถอะ!”
เหลยต้งมองเสิ่นเสวียนพลางกระตุกยิ้มมุมปากมากขึ้นเขายกมือสองข้างขึ้นเหนือหัว สามารถมองเห็นได้เลยว่ามีเปลวเพลิงโคจรจากร่างของเขาไหลเวียนไปตามแขน และพุ่งออกจากใจกลางฝ่ามือของเขา
เปลวเพลิงเหล่านี้รวมตัวอยู่ที่ใจกลางฝ่ามือหลอมรวมกลายเป็นลูกไฟเล็กๆ ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลูกไฟเล็กๆดวงนี้ไม่เหมือนกับลูกไฟที่โจมตีใส่เสิ่นเสวียนก่อนหน้านี้ สิ่งที่เหลยต้งหลอมรวมเข้าไปบางส่วนคือเพลิงจิตวิญญาณของเขาเองอานุภาพรุนแรงกว่าเปลวเพลิงธรรมดาไม่รู้กี่เท่าและก่อนหน้านี้เสิ่นเสวียนโดนเพลิงจิตวิญญาณของอีกฝ่ายโจมตีจนได้รับบาดเจ็บไปแล้ว
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจลูกไฟที่ใจกลางฝ่ามือกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่กว่าสามฉื่อไปแล้วเปลวเพลิงลุกโชนโชติช่วงอยู่ภายใน ผสมผสานพลังที่น่ากลัวเอาไว้
เสิ่นเสวียนมองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วตัดสินใจโดยเร็วที่สุด
อีกฝ่ายโคจรเพลิงจิตวิญญาณภายในร่างออกมาแล้วตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้จบลงด้วยดี อีกทั้งเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขวางเลยด้วยซ้ำทำได้เพียงมองอีกฝ่ายแสดงพลังออกมาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
อีกฝ่ายเป็นคนโหดเหี้ยมจริงๆสู้กันไปไม่กี่ครั้งก็แสดงไม้ตายของตนเองออกมาแล้ว
ลูกไฟดวงนี้ด้วยพลังของเสิ่นเสวียนแล้วเขามิอาจสู้ได้ และมิอาจต้านทานได้เช่นกัน
ด้านหลังของเขาคือตระกูลเสิ่นเขาจะหนีไปก็ได้ แต่ผลที่ตามมาคือตระกูลเสิ่นจะกลายเป็นจุณเพราะพลังของลูกไฟดวงนี้
“ท่านผู้นำหนีเร็ว!”
เสิ่นล่างมองเหตุการณ์ตรงหน้ากล่าวออกไปด้วยสีหน้าตื่นกลัว
“หนีไปไหน”
เสิ่นเสวียนยิ้มแห้งๆให้เสิ่นล่าง อีกฝ่ายไม่คิดจะปล่อยให้เขาหนีเลยด้วยซ้ำ
“ท่านผู้นำหนีเร็วข้าต้านทานได้”
ร่างสั่นเทิ้มของเสิ่นล่างเหาะมาอยู่เบื้องหน้าเสิ่นเสวียนในน้ำเสียงของเขาเหมือนการบอกลา
“ผู้เฒ่าล่างข้ารู้ว่าท่านคิดจะทำอะไร วางใจได้ สิ่งนี้ยังทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ท่านรอดูตรงนั้นเถอะ”
ขณะที่กล่าวเสิ่นเสวียนตบฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเสิ่นล่าง ทำให้ร่างของเสิ่นล่างถอยลงไปด้านล่างอย่างช้าๆ
“ท่านผู้นำ!”
“วางใจเถอะข้าบอกว่าทำได้ก็ต้องได้”
จากนั้นเสิ่นเสวียนก็หันกลับไปมองเหลยต้งตอนนี้ลูกไฟที่รวมตัวอยู่เหนือหัวของเหลยต้งมีขนาดใหญ่เกือบสองจั้ง
ส่วนเหลยต้งก็หยุดรวบรวมพลังแล้วเขาใช้สองมือประคองไว้ หายใจหอบแรง
ด้านหลังของเขาผู้แข็งแกร่งสองคนหนีห่างออกไปด้วยแววตาหวาดหวั่นเห็นได้ชัดว่าลูกไฟดวงนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวขึ้นมา
“ทำไม ไม่ทำต่อแล้วหรือ”
เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวถาม
“วาจาโอหังยิ่งนักอย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่ขั้นราชันก็มิอาจรอดไปได้”
เหลยต้งได้ยินคำของเสิ่นเสวียนก็โต้กลับเสียงเย็นแต่เขาไม่เข้าใจเลย อีกฝ่ายกำลังจะตายอยู่แล้วทำไมเขาถึงไม่เห็นความหวาดกลัวของฝ่ายนั้นเลย!
“เจ้าลองดูก็ได้”
เสิ่นเสวียนหัวเราะเสียงดังลั่นหากอีกฝ่ายไม่ทำแบบนี้เขาคงยากที่จะเอาชนะได้ แต่ฝ่ายนั้นกลับทำเช่นนี้จะต้องตายอย่างแน่นอน
“ตาย!”
เหลยต้งไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาตะโกนออกมาทันที
สองมือประคองลูกไฟขนาดใหญ่เอาไว้ก่อนเหวี่ยงใส่เสิ่นเสวียนอย่างแรง
ตูม!!!
ลูกไฟขนาดใหญ่เกือบสองจั้งพุ่งเข้าใส่เสิ่นเสวียนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอานุภาพที่รุนแรงของมันแผดเผาจนมิติกลายเป็นสีแดงฉาน
“เฮอะ! ข้าได้พบเจออัจฉริยะมามากมาย แต่เจอคนที่ต้องตายก่อนวัยอันควรมามากกว่า”
เหลยต้งลอยอยู่กลางอากาศ หายใจหอบแรงเห็นได้ชัดว่าการสร้างลูกไฟดวงนี้ขึ้นมาทำให้เขาหมดพลังไปมากทำให้เพลิงประจำตัวของเขาหมดไปกว่าครึ่ง
“ท่านผู้นำ!”
คนตระกูลเสิ่นมากมายที่อยู่ด้านล่างส่งเสียงตะโกนเรียกออกมาพร้อมกันในตอนนี้เสิ่นเสวียนชนะใจคนในตระกูลได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ทว่าต่อมาร่างของเสิ่นเสวียนกลับโดนลูกไฟขนาดใหญ่ปกคลุมแผดเผา และสลายหายไป
“เปราะบางยิ่งนัก”
เหลยต้งมองการต่อสู้ที่ไม่ผิดคาดเลยแม้แต่น้อยจึงกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเศร้านิดๆ เขาเสียดายจริงๆหากสามารถล้วงความลับของเสิ่นเสวียนมาได้จะเป็นประโยชน์ต่อเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องใหญ่จบเรื่องได้ค่อนข้างลำบาก และยังหลีกเลี่ยงการปะทะกับแคว้นชิงหยุนไม่ได้อีกด้วย
ทั้งสามคนจ้องมองลูกไฟนั้นแผดเผาเสิ่นเสวียนแล้วร่วงหล่นลงสู่ลานกว้างของตระกูลเสิ่นขอเพียงมันหล่นลงไป นับแต่นี้ตระกูลเสิ่นก็จะกลายเป็นเพียงเศษซาก
ทว่าขณะที่ทั้งสามคนกำลังจ้องมองอยู่นั้นในแววตาของพวกเขาพลันฉายความสงสัยออกมาพร้อมๆ กัน
เพราะลูกไฟหยุดนิ่งลงกะทันหันอีกทั้งพลังยังลดลงไปอีกด้วย