เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 43 ม. จ. ม. ล.

    " เมล่า... รอบกายของเจ้าพวกนี้เหมือนมีม่านบาง ๆ ห่อหุ้มอยู่หรือว่าสิ่งนี้คือกลิ่นอายเฉพาะตัวที่เจ้าว่า "

    นัยน์ตาจิตวาววับทำหน้าที่คล้ายดั่งกระจกเงา สะท้อนม่านเเสงบางเบาสีขาวใสราวกับผ้าไหมเนื้อละเอียดห่มคลุมร่างที่นอนเเน่นิ่งไร้วิญญาณของชายหนุ่มทั้งสาม

    " ฮึ เจ้าสังเกตเห็นเพียงเท่านี้รึ "

    เมื่อเห็นร่างเปลวเพลิงของเมล่าน้อยเริ่มปั่นป่วนผันผวน บวกกับสายตาอำมหิตคู่งามที่จับจ้องมองมา เทียบสัมผัสได้ว่ามือเท้าเริ่มเย็นขึ้นมาทันใด เส้นขนของเขาลุกชี้ชันไปทั่วร่างยากเกินควบคุม

    " ดะ... ดาบ! ผู้ที่ทำอย่างนี้กับลูก ๆ ของข้า อาจจะเป็นผู้ใช้ดาบ "

    เขารีบตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เเต่เเววตาคมกริบกลับไร้ความลังเลเเม้เเต่น้อย

    " เพราะอะไร "

    น้ำเสียงเข้มงวดถามสวนกลับมาทันควัน ดั่งเตรียมกลั่นเเกล้งไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัวครุ่นคิด

    " ถึงเเม้ชั้นเเสงบางเบานี่จะมีกลิ่นอายสับสนเลือนราง คล้ายจริงคือเท็จ ดั่งเท็จคือจริง มีทั้งสัมผัสเเห่งชีวิตวิถี กลืนกินมืดมิดดุจมหาสมุทรแห่งความตาย เเต่ที่เด่นชัดที่สุดกลับเป็นความเเหลมคมบาดเฉียนที่ปรากฏรูปร่างกลิ่นอายเข้มข้น "

    " ว่าต่อไป "

    วาจาเย็นชาราบเรียบที่เอื้อนเอ่ยออกมาดูเหมือนเฉยเมยไม่อยากข้องเกี่ยว เเต่ภายในใจร้อนเเรงกลับปรากฏระลอกคลื่นกระหน่ำซัดราวกับเรือน้อยลอยขวางกลางลำน้ำเชี่ยว นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เจ้าอ่อนหัดผู้นี้ทำให้ตัวตนศักดิ์สิทธิ์อย่างหล่อนถึงกับอึ้ง

    พลันครุ่นคิดอยู่ในใจ...

    ' ตัวข้าเป็นเสี้ยวจิตวิญญาณดวงหนึ่งจากนับหมื่นพันที่นายท่านใช้พระเวทย์บรรพกาลลี้ลับตัดเเบ่งดวงจิตกำหนดออกมา ย่อมได้รับประสบการณ์นับเเสนปีเเละสืบทอดอภินิหารมาจากร่างต้น น้อยครั้งนักที่จะพบเจอเรื่องราวเหนือคาดคิดดึงดูดให้ใส่ใจ เเต่กับเผ่าพันธุ์ชั้นสวะที่ถูกกดข่มไม่ให้บ่มเพาะบำเพ็ญตนดั่งถูกมหาโลกทัศน์ในทุกดินเเดนทอดทิ้ง อ่อนเเอเปราะบางราวกับมดปลวกไร้ราคา ช่วงอายุขัยสูงสุดมีเพียงเเค่ร้อยกว่าปีเท่านั้น กลับมีความสามารถอันทรงพลังในการทำความเข้าใจเรียนรู้ที่จะพัฒนาเผ่าพันธุ์ตนเองเหมือนไม่มีวันหยุดนิ่ง พรสวรรค์ที่ก้าวกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางเหล่านี้ราวกับถูกอำนาจลึกลับชักใยขึ้นมาเพื่อต่อต้านสรวงสวรรค์ที่หันหลังให้กับพวกมันชัด ๆ '

    ภายในเปลวเพลิงดวงน้อยที่ลอยเอื่อยอยู่ในอากาศปรากฏท่อนเเขนอันน้อยที่ห่อหุ้มด้วยไฟสีเเดงส้มลุกโชนถูกยกขึ้นมาไขว้พันรัดรอบอก ท่วงท่าเย่อหยิ่งที่เเสดงออกมาเต็มไปด้วยอากัปกิริยาสูงส่ง เเต่ห้วงคิดจิตสัมผัสกลับปั่นป่วนบ้าคลั่งทั้งเเอบสมเพชเวทนาเเละลอบริษยายากทำใจยอมรับ

    น่าเเปลกใจนัก...

    หากมีบุคคลอื่นเฝ้ามองอยู่จะเห็นได้ว่า ขณะที่เทียบกำลังทบทวนถึงความเป็นไปได้หลากหลายอยู่นั้น เจ้าไฟน้อยหาได้มองไปที่ชายหนุ่มทั้งสามไม่ ในครรลองสายตาสุกใสของหล่อนก็ได้ทำการวิเคราะห์มนุษย์ตัวน้อยนี้อยู่เงียบ ๆ เช่นกัน

    " ถ้าข้าเป็นมัน... เป็นผู้ใช้ดาบคนนั้น ด้วยความอหังการเด็ดเดี่ยวในพลังที่สามารถตัดผ่าได้ทุกสิ่ง ข้าจะไม่เปลืองเวลาหรือความคิดที่จะสร้างความสับสนเพื่อบิดเบือนตัวตนให้แปดเปื้อนเลยเเม้เเต่น้อย " 

    ' เป็นเช่นนี้อีกเเล้ว! เมื่อใดที่ได้รับเเรงกดดันมหาศาล เผ่าพันธุ์นี้จะพัฒนาศักยภาพของตัวมันเองลุล่วงไปอีกขีดขั้นหนึ่งเเทบทุกครั้ง ดั่งข้อเด่นข้อด้อยทั้งหมดกำลังเข้าเติมเต็มซึ่งกันเเละกัน '

    ถึงยามนี้อาจกล่าวได้ว่ามันเกินเลยกว่าความตกตะลึง เเละมากกว่าอาการตื่นตระหนกไปเเล้วสำหรับตัวตนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้

    " ถ้าเมื่อใดจิตเเห่งดาบที่ใช้ฟาดฟันถูกเกาะกุมด้วยความลังเล เมื่อนั้นวิถีบ่มเพาะที่เสียเวลาฝึกฝนมาย่อมสับสน ถดถอย ไร้ความก้าวหน้าอีกต่อไป ใช้เวลาไม่นานจิตวิญญาณต่อสู้ย่อมต้องเเตกสลายยับเยินไม่มีทางผสานได้ดังเดิม กลายเป็นอีกตัวตนหนึ่งอีกด้านของเเผ่นกระจกเงาที่ถูกทิ้งร้างอยู่ในมุมมืด "

    " เฉียบ! ในความโง่เง่ากลับมีความก้าวหน้าซุกซ่อนอยู่ "

    เป็นอีกครั้งที่เมล่าจำต้องระงับความพลุ่งพล่านภายในที่อาจหลุดจากการควบคุมไม่ให้ส่งผลออกมารบกวนรูปลักษณ์ภายนอก จนเทียบจับสังเกตค้นพบได้

    " เจ้าชมข้า! "

    ริมฝีปากของเขาอ้ากว้าง ดวงตาลุ่มลึกทั้งคู่เกิดอาการร้อนชื้นขึ้นมาเล็กน้อย

    " ขอเเสดงความยินดีด้วย ไอ้งี่เง่าเซ่อซ่าเมื่อกาลก่อนที่เป็นดังภาระก้อนขยะเปียก ในสายตาของข้าตอนนี้เจ้าได้ยกระดับขึ้นมาเป็น ' ขยะอันตราย ' บ้างเเล้ว "

    " นี่เป็นคำชมที่นิยมใช้ในดินเเดนของเจ้างั้นรึ (-_-) "

    " ถูกต้อง พูดเเบบนั้นก็ย่อมได้《^_^》"

    " วิธีการช่วยเหลือที่เจ้ามีอยู่คือเเบบใดกันเเน่ "

    เทียบสบโอกาสในการยกระดับบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง พลันมองตรงไปที่ท่านบรรพบุรุษน้อยด้วยความลึกซึ้งจริงจัง

    " สิ่งที่สามารถช่วยเหลือพวกมันทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือปัจจุบันถูกเก็บซ่อนอยู่ในตัวเจ้าตลอดมา "

    " ข้าไม่เข้าใจ... "

    " ครั้งนั้น สิ่งนี้เป็น ' สินสงคราม ' ชิ้นเเรกที่ได้รับมาจากการต่อสู้ห้ำหั่นโดยมีชีวิตของเจ้าเป็นเดิมพัน "

    ควับ!

    " ป้ายเหล็กอันนั้นนั่นเอง "

    เมื่อเขาส่งพลังวิญญาณขับเคลื่อนมิติลี้ลับที่อยู่ในกาย ในอุ้งมือขวาปรากฏป้ายเหล็กห้าเหลี่ยมที่ด้านหน้าสลักรูปหัวกระโหลกถูกรัดเเน่นด้วยสายโซ่ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

    ป้ายเหล็กสีดำถูกเทียบนำออกมาพร้อมกับประกายสีม่วงทองที่แผ่กระจายเเสงสว่างระเรื่อรางเลือน ชั้นเเสงนั้นได้สาดทอฉาบเคลือบครอบคลุมรอบบริเวณราวกับฝาบ้านทั้งสี่ด้านที่สร้างมาจากไม้กระดานได้รับกลิ่นอายสูงส่งเเปลกประหลาด ดั่งมีภาพมายาลึกลับทับซ้อนปรากฏขึ้นมา จากนั้นได้เเปรเปลี่ยนรูปร่างโครงสร้างเป็นโบราณสถานเก่าเเก่เเห่งหนึ่งจากยุคดึกดำบรรพ์ ทั้งหมดได้สร้างความฉงนเเละน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

    " นี่คือป้ายอาญากระโหลกร้อยโซ่ ตราสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้เดินทางเข้าออกได้ทั้งสามโลกทัศน์ ก่อนหน้านี้คุณค่าของมันเเทบไม่มีความหมายต่อตัวเจ้า เเต่สำหรับบางคนความสำคัญของมันมากมายเกินกว่าที่จะจินตนาการถึง ในยุคสมัยหนึ่งมันคือต้นตอเเห่งหายนะที่สามารถลบล้างบางเผ่าพันธุ์ให้สิ้นสูญไปตลอดกาล "

    " ป้ายเก่า ๆ นี่นะ "

    เทียบอดไม่ได้ที่จะพินิจมองรูปหัวกระโหลกปีศาจที่ถูกพันรอบด้วยสายโซ่เเน่นหนานั้นอีกครั้ง ถึงคำบอกเล่าของเมล่าที่เกริ่นกล่าวมา นอกจากจะใช้ข้ามเเดนได้เเล้ว เหนือไปกว่านั้นตัวเขาเเทบไม่เห็นถึงความสำคัญอื่นใดที่เเอบซ่อนอยู่เเม้เพียงน้อยนิด

    " อีกเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องกำชับกับเจ้าไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่เจ้าจับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวายร้ายทั้งสาม "

    " ....... "

    " รับปากข้า... จงหนีห่างจากพวกมันหรือหนึ่งในนั้นไปให้ใกล ตัวเจ้าในตอนนี้นอกจากจิตใจเเล้วทุกสิ่งที่เหลือยังห่างชั้นด้อยกว่าพวกมันมากมายนัก "

    " ก่อนหน้านี้เป็นใครกันที่ก่นด่าเจ้าว่าไร้หัวใจ... ข้าไม่เคยเชื่อ ในเมื่อมันกล้าทำร้ายลูก ๆ ของข้า จงใจสร้างความพินาศร้าวฉานให้กับครอบครัวข้า ถ้าโชคเข้าข้างเจอพวกมันทั้งสามพร้อมหน้ากันข้าจะฆ่าพวกมันทั้งหมด เเต่หากได้พบพานกับตัวตนหนึ่งในนั้นไม่ว่าจะเก่งกาจเพียงไหน ข้าไม่เคยครั่นคร้ามลังเลจะพุ่งเข้าสังหารมันทันที! "

    กลิ่นอายโหดร้ายป่าเถื่อนจากเพลิงเเค้นสุมอก ผลักดันให้บรรยากาศรอบกายของเทียบหนักอึ้ง จนหมู่เมฆเบาบางที่ลอยล่องบนท้องฟ้ายังต้องเข้มครึ้มมืดหม่น ใครมาเห็นต้องรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในใจ

    ' ข้ามองคนไม่เคยผิด ถึงเเม้หัวสมองของเจ้างี่เง่าจะเชื่องช้าโง่งมไปบ้าง เเต่ยามใดที่มัน ค. ว. ย. ขึ้นมาเเล้วละก็... นรกสวรรค์ยังต้องโค้งคำนับ ดูเหมือนว่ายังควรค่าเเก่การฟูมฟักสอนสั่งเเละจิตวิญญาณต่อสู้กร้าวเเกร่งที่ไม่เคยค้อมหัวยินยอม เเม้เป็นตัวข้าเองเมื่อได้พบเห็นยังต้องเเอบใจสั่น เจ้าเซ่อ... นี่ต่างหากคือคำชื่นชมที่เเท้จริง! อีกอย่างเป็นเจ้าผู้เดียวอีกนั่นเเหละที่ก่นด่าข้า '

    " ดี ดี ดี อย่าทำให้ข้าผิดหวัง เตรียมตัวได้ "

    " เตรียมตัว ? "

    " ม. จ. ม. ล. "

    " อะไร "

    " มันจะมาเเล้ว 4... 3... 2... "

    พูดยังไม่ทันจบ เจ้าหญิงน้อยผู้สูงศักดิ์ ' เเว็บ ' หายไปต่อหน้าต่อตาเขาในทันที

    " หะ... หา เดี๋ยวนะ!! "

    เมื่อได้ยินดังนั้น เทียบผู้เเข็งเเกร่งถึงกับผงะ...


    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน