หลังจากที่ดูสถานการณ์มานานและไม่พบสิ่งผิดปกติแต่ประการใด กลุ่มของพี่น้องตระกูลไป๋ก็เริ่มเคลื่อนไหวและพุ่งทะยานไปยังมิติขนาดใหญ่โดยไม่รอช้า แน่นอนคนที่เป็นผู้นำย่อมเป็นไป๋ฮ่าวเอ่อร์ผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่
"วาบ"
ทั้งกลุ่มพุ่งผ่านมิติไปอย่างง่ายดาย ทว่าหลังจากผ่านมาแล้วพวกเขาก็พบกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังตรงเข้ามาหาด้วยความเร็วอันเหลือล้น หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าตลอดเส้นทางที่พายุลูกนี้พัดผ่านจะเกิดการฉีกขาดของมิติขึ้นมา
"นี่มัน!"
ได้เห็นภาพพายุใหญ่เบื้องหน้า ทุกคนต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนที่จะรีบบินหนีพายุลูกนั้นในทันที ทว่าดูเหมือนจะโชคร้ายซ้ำซาก
หลังจากหลบหนีพายุมาได้พวกเขาก็ต้องพบเข้ากับพื้นที่ๆมีฟ้าผ่าอย่างรุนแรงตลอดเวลา ด้านหลังมีพายุใหญ่เบื้องหน้ามีเขตแดนที่เต็มไปด้วยสายฟ้า ตอนนี้ทุกคนไม่รู้ว่าควรจะเลือกทางไหนดี
"ที่รัก พวกเราจะไปทางไหนกันดี"
ฉินเหยาเอ่ยปากถามด้วยความร้อนรนใจ ส่วนทางด้านสามีอย่างไป๋ฮ่าวเอ่อร์ในเวลานี้ก็มืดแปดด้านเช่นเดียวกัน การเลือกครั้งนี้คือการตัดสินชีวิตของทุกคนในกลุ่มเลยก็ว่าได้ หากเลือกไม่ดีก็คงมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอพวกเขาอยู่
'ช่วยไม่ได้'
ยังไม่ทันที่ไป๋ฮ่าวเอ่อร์จะตัดสินใจ ไป๋ฉีที่อยู่ตรงกลางของกลุ่มพุ่งทะยานออกไปยังพื้นที่สายฟ้าท่ามกลางสายตาของทุกคนในกลุ่ม พร้อมกับมีดบินสีขาวที่ลอยอยู่เหนือศีรษะคอยรับสายฟ้าจำนวนมากที่ผ่าลงมาราวกับเป็นสายล่อฟ้าก็ไม่ปาน
"พวกท่านมาใกล้ๆข้า ข้าจะพาฝ่าออกไป" ไป๋ฉีร้องตะโกนดังลั่น ทุกคนที่กำลังอึ้งอยู่กับการกระทำของไป๋ฉีก็ได้สติขึ้นมา และทำตามที่ชายหนุ่มบอกในทันทีโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ
ภายใต้มีดบินทั้งสี่เล่มที่ทำหน้าที่เป็นสายล่อฟ้า ไป๋ฉีนำพาทุกคนออกจากพื้นที่สายฟ้าได้ในเวลาอันสั้นและเข้าสู่เขตป่าเขียวขจีได้ในเวลาต่อมา
"แห๊กๆ! น้องชาย เจ้าช่วยพวกเราเอาไว้จริงๆ"เป็นไป๋หมิงที่กล่าวขึ้นพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่ง ไป๋ฉียังไม่ได้กล่าวตอบพี่ชาย เขาผสานพลังเข้ากับมังกรมารเก้าเศียรหรงหรง จากนั้นใช้พลังจิตขั้นสูงเพื่อตรวจสอบพื้นที่
ไป๋ฉีอยากรู้จริงๆว่ามันคือสถานที่แบบใดกัน ทำไมมันถึงมีสภาพแวดล้อมที่ดูน่าพรั่นพรึ่งขนาดนี้
ในเวลาต่อมาชายหนุ่มลืมตาขึ้นใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความแตกตื่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากพื้นที่พายุและสายฟ้าแล้ว มันยังมีพื้นที่อื่นๆที่น่ากลัวไม่แพ้กัน พื้นที่ป่าไม้ที่พวกเขาอยู่ตอนนี้นับว่าปลอดภัยที่สุดแล้วหากเทียบกับพื้นที่อื่นๆ
"พวกท่านตามข้ามาขอรับ ข้าพบที่พักที่ปลอดภัยแล้ว"ไป๋ฉีหันไปกล่าวกับทุกคน แน่นอนเหล่าพี่น้องที่ผจญภัยร่วมกันมาย่อมเชื่อใจและพยักหน้าตอบรับไป๋ฉีโดยไร้ข้อกังขา
ผิดกับหญิงสาวทั้งสามคนที่พึ่งมาใหม่ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยความงุนงงสงสัยว่าทำไมทุกคนในที่นี้ถึงได้เชื่อใจไป๋ฉีมากถึงขนาดนี้ แต่อย่างไรพวกเธอก็ตามเขาไปอยู่ดี เพราะมันเป็นมติของสมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่
ไป๋ฉีพาทุกคนบินมาเรื่อยๆจนพบเจอกับถ้ำเล็กๆใกล้ลำธาร เขาทะยานร่างลงไปยังถ้ำนั้นโดยที่มีสมาชิกคนอื่นๆตามหลังไปติดๆ
"จากที่สำรวจมา ที่นี่เหมาะสมกับการพักอาศัยมากที่สุดแล้วขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวพร้อมกับปลดชุดเกราะพันธุกรรมของตัวเองออกเพื่อผ่อนคลาย เหล่าพี่น้องตระกูลไป๋เองก็ทำเช่นเดียวกัน
ทางด้านสามสาวที่พึ่งมาเข้ากลุ่มด้วยความที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร ในเวลานี้พวกเธอก็ยังคงงุนงงสงสัยอยู่เช่นนั้น
"พวกเจ้าไม่ต้องงงไป น้องไป๋ฉีน่ะมีความสามารถในการสำรวจพื้นที่และตรวจจับอันตราย การที่เขาให้พวกเราผ่อนคลายได้ก็หมายความว่าสถานที่แห่งนี้ปลอดภัยจริงๆ"
ไป๋ฮ่าวเอ่อร์ที่เห็นภรรยาของตัวเองยืนงงกับสองสาวก็กล่่าวเพื่อไขความกระจ่างให้ แน่นอนเขาบอกข้อมูลเพียงคร่าวๆเท่านั้นไม่ได้ลงรายละเอียดถึงพลังของไป๋ฉีแต่อย่างใด
เหล่าหญิงสาวที่ได้ยินต่างพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเธอเองก็พากันถอดชุดเกราะออกเช่นเดียวกัน ทำให้เห็นชุดเครื่องแบบด้านในที่เป็นของสถาบันฟ้ากระจ่าง วังจันทรา และสถาบันเพลิงสวรรค์
"อ๊า น้องชายเจ้าอยู่สถาบันฟ้ากระจ่างหรอกหรือ ข้าก็นึกว่าอยู่สถาบันเพลิงสวรรค์เสียอีก" มองไปที่ชุดเครื่องแบบของไป๋ฉี ฉินเหยาก็กล่าวออกมาด้วยความตกใจ
เธอรู้ดีว่าไป๋ฉีเป็นคนของตระกูลไป๋ และคนของตระกูลไป๋ทุกคนยกเว้นไป๋อินต่างก็เรียนที่สถาบันเพลิงสวรรค์ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกแปลกใจที่เห็นว่าไป๋ฉีสวมชุดเครื่องแบบสถาบันฟ้ากระจ่าง
"ใช่แล้วขอรับ ข้าชื่นชอบในการวิจัยโพชั่นก็เลยเลือกศึกษาที่สถาบันฟ้ากระจ่าง"ไป๋ฉีหันไปกล่าวตอบตามตรงโดยไม่คิดปิดบัง
ได้ยินไป๋ฉีกล่าวฉินเหยาก็ไร้ซึ่งคำถามอีกต่อไป เพราะคำตอบของไป๋ฉีมันได้คลายความสงสัยของเธอจนหมดสิ้น เธอเดินเข้าไปหาเฟิ่งเจียอินก่อนที่จะยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
"พี่สาว ทำไมท่านถึงมองข้าเช่นนั้นเจ้าคะ" เห็นฉินเหยาจ้องตัวเองด้วยสายแปลกๆเฟิ่งเจียอินจึงกล่าวถาม
"ฮิฮิ น้องสาวเจียอิน เจ้าเองก็อยู่สถาบันฟ้ากระจ่าง ถ้าเช่นนั้นหลังจากกลับไปช่วยดูแลน้องชายไป๋ฉีหน่อยได้หรือไม่"
"ห๊ะ!"
ทั้งไป๋ฉีและเฟิ่งเจียอินอุทานออกมาอย่างฉับไว ส่วนทางด้านพี่น้องตระกูลไป๋คนอื่นๆก็พากันหัวเราะคิกคักออกมา เพราะพวกเขารู้ดีถึงนิสัยของฉินเหยาเป็นอย่างไร
"เอ่อ ท่านพี่เหยาเหยา ไม่จำเป็นต้องรบกวนรุ่นพี่หรอกขอรับ ชีวิตในสถาบันก็ไม่ได้ยากลำบากอะไร"ไป๋ฉีกล่าว ทว่าฉินเหยากลับหันมาทำหน้ามุ่ยใส่
ทันใดนั้นเองเสียงของเฟิ่งเจียอินก็ดังขึ้นมา "ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะดูแลน้องชายคนนี้ให้"
ฉินเหยาที่ได้ยินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ส่วนทางด้านไป๋ฉีนั้นเขาถึงกับผงะไปเพราะไม่คิดว่าหญิงงามจะยอมตกลงอย่างง่ายดายขนาดนี้
"ยอดเยี่ยมที่สุด เอาล่ะ พวกเราพักผ่อนกันดีกว่าจะได้มีแรงสำรวจพื้นที่ในวันพรุ่งนี้"ว่าแล้วฉินเหยาก็เดินไปนั่งข้างๆกับสามีตัวเองอย่างไป๋ฮ่าวเอ่อร์ทันที ส่วนที่เหลือก็พากันไปพักผ่อนกันคนละมุมของถ้ำโดยแยกฝั่งหญิงชาย
มีเพียงไป๋ฉีเท่านั้นที่นั่งอยู่หน้าถ้ำคนเดียวและขยายพลังจิตออกไปเพื่อสำรวจสิ่งมีชีวิตด้านในมิติแห่งนี้
"น่าแปลกจริง คนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ไปไหนหมดกัน ข้าตรวจสอบมาตั้งนานกลับไม่เจอนักสู้เลยสักคน"หลังจากตรวจสอบอยู่นานไป๋ฉีอดแปลกใจไม่ได้จริงๆ จะว่าที่นี่เป็นภาพลวงตาก็ไม่ใช่ เพราะเขาใช้ดวงเนตรจุติจักรวาลตรวจสอบดูแล้ว