CHESS:พลิกกระดานเทพ

    ตอนที่ 10.2 234 กิโลเมตร

        ลีน่าชักธนูออกมาอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเกี่ยวสายอย่างแม่นยำก่อนจะปล่อยลูกศรพุ่งออกไปทันที


     


        "ฟิ้ว! ชึก!!"


     


       "ก็อบลิน:กี้!!!"


       (เจ็บ!!!)


     


       ลูกศรปักเข้าที่ลำตัวของมันเต็มแรง แรงปะทะทำให้มันล้มลงกับพื้นพร้อมเสียงกรีดร้อง เมิ่งซินที่เห็นโอกาสไม่รอช้า พุ่งเข้าหามันทันทีพร้อมกับเอากริชอันคมกริบออกมาก่อนจ่ะแท่งซ้ำในตอนที่มันกำลังล้มอยู่ แต่เมิ่งซินไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้นเธอได้แท่งไปที่มันซ้ำไปอีก 3-4 ครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเธอก็เห็นบางอย่างที่ทำให้สายตาของเธอเปลี่ยนไป…


     


        'เมิงซิน:นั้นมันฝูงก็อบลิน! มันตามเรามาเราต้องรีบหนี'


     


        ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของพวกมันเคลื่อนตัวมาเป็นกลุ่ม ฝีเท้าหนักแน่นและเสียงกรีดร้องแหลมสูงยิ่งทำให้สถานการณ์กดดันขึ้นไปอีก


     


        "ทุบๆๆๆๆๆๆๆ"


     


        !!!"ก็อบลิน:กี้!!!"!!!


        (มันอยู่นั้น)


     


        เมิ่งซินหันหลังกลับ รีบพุ่งไปหาคนอื่นๆ อย่างไม่ลังเล ก่อนจะตะโกนเตือน


     


        !!!"เมิ่งซิน:พวกก็อบลินมันตามเรามา! รีบเอาตัวคนเจ็บไปเร็ว!"!!!


     


        "โจเซฟ:อะไรนะมันตามเรามาเหรอเหรอ!"


     


        เสียงของโจเซฟเต็มไปด้วยความตกใจ ดวงตาของเขากวาดมองไปยังข้างหลังเมิ่งซิน ก่อนจะเห็นพวกก็อบลินเริ่มโผล่ออกมาเป็นสาย ร่างเล็กและดวงตาสีฟ้าเรืองแสงฉายแวววิบวับเต็มทางเดิน


     


        "เมิ่งซิน:มันมาแล้ว! เร็ว รีบอุ้มอากิและคริสไปกันได้แล้ว!"


     


        โจเซฟกัดฟัน ก่อนจะรีบช้อนร่างของอากิขึ้นพาดหลัง ขณะที่เมิ่งซินตรงเข้าไปแบกคริสขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่วนลีน่าก็พุ่งเข้าไปเก็บของต่างๆใส่ช่องเก็บของ


         ทันทีที่ทุกคนพร้อม พวกเขาก็ออกตัววิ่งไปข้างหน้าเต็มกำลัง ฝีเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะเร่งรีบ แต่ยังไม่ทันไปได้ไกล เสียงแหลมสูงของพวกก็อบลินก็ดังไล่หลังมา


     


        "ก็อบลิน:กี้!!"


        (มันอยู่นั้น!!)


     


        "ก็อบลิน:กี้ กี้"


        (ตามไป)


     


        การเคลื่อนที่ของพวกเขาช้ากว่าปกติ เพราะมีคนเจ็บอยู่บนหลัง ทำให้เสียงฝีเท้าของพวกก็อบลินที่ไล่ตามหลังมาดังขึ้นเรื่อยๆ


     


        "ทุบๆๆๆๆๆ"


     


        "ก็อบลิน:กี้กี่กี้"


        (ใกล้ทันแล้ว)


     


        "ก็อบลิน:กี้!!!"


     


        ลีน่าที่ไม่ได้แบกใครหยุดชะงัก หันกลับมาทันทีโดยไม่ลังเล เธอชักลูกศรสองดอกจากช่องเก็บของ แล้วกระชับคันธนู แล้วง้างสายจนสุดแรง ก่อนจะปล่อยออกไปอย่างแม่นยำ


     


        "ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! ชึก! ชึก!"


     


        ลูกศรพุ่งเสียบเข้ากลางร่างของก็อบลินสองตัว ทำให้มันล้มลงทันที ร่างของมันขวางทางพวกที่ตามหลังมา ส่งผลให้พวกมันสะดุดล้มกันเป็นทอดๆ เสียงโวยวายดังระงม


     


        "ก็อบลิน:โอ้ย"


     


        "ก็อบลิน:กี้โกลก้า"


        (ใครมันล้ม)


     


        "ก็อบลิน:โอ้ย"


     


        "ก็อบลิน:กี้กี่กี้กูลก้ากาล"


        (รีบลุกและตามไปได้แล้ว)


     


        ลีน่าที่เห็นว่าได้โอกาส รีบเก็บธนูแล้วออกตัววิ่งตามพวกพ้องโดยไม่รอช้า!


        เมิ่งซินที่ยังแบกคริสอยู่ หันไปมองลีน่าที่เพิ่งตามมาทันก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วพูดชมเธอขณะยังคงวิ่งต่อไป


     


        "เมิ่งซิน:ทำได้~ ดีมากจ่ะ"


     


        ลีน่าหัวเราะเบาๆ แม้จะเหนื่อยจากการวิ่ง แต่ก็ยังไม่ลืมตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริง


     


        "ลีน่า:ฮิฮิ หนูกินข้าวเยอะเพื่อใช้แบบนี้ไงค่ะ"


     


        "เมิ่งซิน:ดีแล้วจ่ะ"


     


        แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่บรรยากาศระหว่างพวกเขาก็ยังมีความผ่อนคลายเล็กน้อย ก่อนที่เสียงของพวกก็อบลินจากด้านหลังจะดังขึ้นมาอีกครั้ง กระตุ้นให้พวกเขาต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม!


        พวกเขาวิ่งไปเรื่อยๆ กว่า 20 นาที เลี้ยวไปมาตามทางเดินเพื่อสลัดพวกก็อบลินที่ไล่ตามมา จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของพวกมันค่อยๆ จางหายไปในความมืด


        เมิ่งซินที่แบกคริสอยู่หอบหนัก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า


     


        "ลีน่า:ซูด! ฮา~ พะ-พักก่อน ฉันไม่ไหวแล้ว พัก...ก่อน"


     


        โจเซฟที่ได้ยินรีบลดความเร็วลงก่อนที่คนอื่นๆ จะทำตาม จนกระทั่งทุกคนหยุดลงทีละคน หลังจากหยุดพวกเขาค่อยๆ วางคนเจ็บลงกับพื้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั้งหายใจหอบ


     


        "เมิ่งซิน/โจเซฟ:เฮ้อ! แฮก~ เฮ้อ! แฮก~"


     


        ในขณะที่โจเซฟและเมิ่งนั้งฮอบอยู่นั้นลีน่าก็เอาถังน้ำออกมาจากช่องเก็บและเอาถ้วยตักน้ำไปให้ทั้งคู่ดื่ม


     


        "ลีน่า:นี้คะน้ำ"


     


        ลีน่ายื่นถ้วยน้ำให้ทั้งสองคน เมิ่งซินรับไปก่อนพลางพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ ส่วนโจเซฟก็มองเธอด้วยสีหน้าซาบซึ้ง


     


        "เมิ่งซิน:ขอบใจมากจ่ะ"


     


        "โจเซฟ:ลุงกำลังเหนื่อยเลย ขอบคุณนะ"


     


        ทั้งคู่กระดกน้ำอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่ได้ดื่มอะไรมานาน เมิ่งซินยกถ้วยขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่ง


     


        "เมิ่งซิน:อึก อึก อึก อึก ฮา~~~~"


     


        ส่วนโจเซฟเองก็ดื่มตามไปติดๆ เสียงน้ำไหลผ่านลำคอของเขาดังพอให้ได้ยิน ก่อนที่เขาจะวางถ้วยลงอย่างแรงพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่


     


        "โจเซฟ:อึกอึก อึกอึก อึกอึก ฮา!!! ค่อยดีขึ้นหน่อย"


     


        ลีน่ามองไปรอบๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


     


        "ลีน่า:มีใครเอาน้ำอีกไหมค่ะ"


     


        เมิ่งซินส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ ขณะที่โจเซฟยกมือขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ


     


        "โจเซฟ:ลุงขออีกถ้วยแล้วกัน แต่ขอแค่ครึ่งเดียวนะ"


     


        "ลีน่า:ได้เลยค่ะ"


     


        ลีน่าเดินไปเก็บถ้วยจากเมิ่งซินและโจเซฟก่อนจะตักน้ำเพิ่มให้ โจเซฟได้รับถ้วยที่มีน้ำเพียงครึ่ง ส่วนอีกถ้วยเธอเก็บไว้ดื่มเอง


     


        "ลีน่า:อึก อึก อึก ฮ่า~~"


     


        "ลีน่า:เฮ้อ~...หนูคิดว่าพวกเราจะไม่รอดแล้วซะอีก"


     


        เธอถอนหายใจยาวก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงความกังวล


         โจเซฟที่เห็นสีหน้าของเธอก็ยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดให้กำลังใจ


     


        "โจเซฟ:ไม่ได้รอดได้ไง เมื่อเรามีวีรสตรีหญิงตัวน้อย หันกลับไปยิงก็อบลินให้พวกมันเสียหลักจนเราวิ่งหนีมาได้"


     


        "เมิ่งซิน:ใช้แล้วแล้ว เพราะว่าวีรสตรีหญิงตัวน้อยของเราเลย"


     


        ลีน่าที่ได้ยินถึงกับหน้าแดงเล็กน้อย เธอขยับตัวเล็กน้อยด้วยความเขิน แต่ก็แอบยิ้มภูมิใจอยู่เหมือนกัน


     


        "อากิ:เราต้องฉลองขอบคุณกับวีรกรรมครั้งนี้ของ วีรสตรีตัวน้อยของเราแล้วแหละ"


     


        ลีน่าตาเป็นประกายทันที รีบยกมือขึ้นพูดอย่างร่าเริง


     


        "ลีน่า:งั้นหนูขอเค็กในงานฉลองแล้วกันนะค่ะ"


     


        "อากิ:พี่จะหามาให้แล้วกันนะ"


     


        "ลีน่า:หนูจะรอนะคะ! ฮ่าฮ่าฮ่า~""


     


        "โจเซฟ:ภารกิจโหดใช่เล่นเลยนะเนี่ย แต่ก็คงต้องทำให้ได้ล่ะนะ"


     


         "เมิ่งซิน:ไม่ใช่แค่ต้องทำให้ได้...แต่ต้องได้แน่นอน!"


     


        ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายทั้ง 3 คนก็เอะใจบ้างอย่างขึ้นมาได้


     


        'ลีน่า/โจเซฟ/เมิ่ง:เอ๊ะ!? เมื่อกี้เสียงใคร—''


     


        พอทั้งสามนึกขึ้นได้ ก็รีบหันไปตามต้นเสียง และสิ่งที่เห็นก็คือ... อากิเขาเป็นคนพูดออกมาเอง!


     


        "โจเซฟ:เห้ยๆ! ตื่นมาตอนไหนเนี่ย!?"


     


        "เมิ่งซิน:ตื่นแล้วทำไมไม่บอกก่อน!?"


     


        "ลีน่า:พี่ยังเจ็บแผลอยู่ไหมคะ!?"


     


        ทั้งสามคนรัวคำถามใส่อากิแบบไม่ให้เขาได้พักหายใจ จนเจ้าตัวต้องรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม


     


        "อากิ:ใจเย็นๆ กันก่อน! ฉันตอบไม่ทันแล้ว!!"


     


        ทุกคนที่ได้ยินก็เงียบ ก่อนที่จะเริ่มถามกันทีละคน


     


        "โจเซฟ:นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?""


     


        อากิยกมือขึ้นมานวดขมับเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ


     


        "อากิ:ถ้านับตั้งแต่ตื่นเลยก็ตั้งแต่ตอนที่นายอุ้มฉันขึ้นหลังนั่นแหละ"


     


        "โจเซฟ:แล้วแบบนี้ก็หมายความว่า... นายรู้ตั้งแต่ต้นเลยสินะว่าเรากำลังหนีอะไร?"


     


        "อากิ:อืม"


     


        "ลีน่า:แล้วตอนนี้พี่ยังเจ็บแผลอยู่ไหมคะ?"


     


        "อากิ:ก็ยังเจ็บอยู่... แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนมันจี๊ดๆ ขึ้นมาเป็นพักๆ"


     


        เมิ่งซินที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว สีหน้าดูไม่สู้ดี ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


     


        "เมิ่งซิน:นายลองดูแผลตัวเองสิ"


     


        อากิที่ได้ยินก็พยุงตัวเองขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เปิดแผลออกดู


     


        [อลิส:เปิดใช้งานสกิลปฐมพยาบาลเบื้องต้น]


     


        พอเห็นแผลที่บวมแดงชัดเจน พร้อมกับอาการตัวร้อนและความอ่อนเพลียที่เริ่มรุนแรงขึ้น สกิลปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็เริ่มทำงาน ส่งข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเขามาให้ อากิที่รับรู้ถึงสาเหตุของอาการตัวเองก็ชะงัก สีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพึมพำออกมา


     


        "อากิ:โอ้... ซิบหายของแท้เลยว่ะ"


     


         เมิ่งซินที่เห็นปฏิกิริยาของอากิ ก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาคงมีความรู้ด้านการแพทย์พอสมควร เธอจึงถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังเล็กน้อย


     


        "เมิ่งซิน:ตอนนี้มีอะไรที่พอช่วยนายได้บ้างไหม หรืออะไรที่พอจะช่วยยื้อเวลาได้บ้าง?"


     


        อากิอัมอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่ฟังดูหนักใจ


     


        "อากิ:เออ... ขอคิดสักแป๊บนึงแล้วกัน"


     


        *"อากิ:อลิส มีความคิดดีๆ บ้างไหม?"*


     


        [อลิส:ฉันคิดเรื่องนี้มาสักพักใหญ่ๆแล้วค่ะ แต่จนตอนนี้ยังหาทางรักษาไม่ได้เลยค่ะ นอกจากแค่ยื้อเวลาไปเท่านั้นค่ะ]


     


        *"อากิ:ไม่มีทางรักษาเลยเหรอ?"*


     


        [อลิส:ส่งสติกเกอร์สายหน้า]


     


        ในเวลานี้ที่อากิกำลังคุยกับอลิสอยู่ คนอื่นก็เห็นสีหน้าของอากิและรับรู้ถึงความเครียดของเขา


     


        'เมิ่งซิน:เขาคงคิดหาทางออกอยู่แน่ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกไม่ดีกับสีหน้าแบบนั้นเลย...'


     


        'ลีน่า:พี่อากิ... คิดหาทางออกให้ได้นะค่ะ'


     


        'โจเซฟ:ถ้าเขาคิดไม่ออกจริงๆ ฉันจะตอบรับข้อเสนอของเมิ่งซินเอง'


     


        *"อากิ:แล้วยื้อเวลาที่ว่าล่ะ?"*


     


        [อลิส:อืม... ท่านต้องหาสมุนไพรม่วงมาบีบเอาน้ำของมัน แล้วหยดลงบนแผล มันจะช่วยชะลอการลุกลามของเชื้อโรคค่ะ]


     


        *"อากิ:พิษของมันจะไม่ฆ่าฉันก่อนเหรอ?!"*


     


        [อลิส:ตราบใดที่ท่านใช้ในปริมาณน้อย มันจะส่งผลแค่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว วิงเวียน คลื่นไส้ หรืออาจท้องเสียบ้างค่ะ... แต่ถ้าใช้มากไป ท่านอาจเสีย HP ต่อเนื่องเหมือนติดเอฟเฟกต์เลือดไหลนะคะ ดังนั้นโปรดระวังให้ดีคะ!"]


     


        อากิทำสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาในใจ


     


        *"อากิ:ฉันจะอยู่ได้กี่วัน... ถ้าไม่ได้รับการรักษา?"*


     


        [อลิส:ถ้าท่านเปิดสกิลฟื้นฟูตามธรรมชาติ ก็น่าจะยื้อได้ประมาณ 3 วันค่ะ... แต่ถ้ามีอาการแทรกซ้อน ก็อาจจะน้อยกว่านั้นค่ะ...]


     


        อากิเงยหน้ามองเพดาน นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามสิ่งสุดท้าย


     


        *"อากิ:แล้วถ้าใช้สมุนไพรสีม่วงช่วยล่ะ? ฉันจะอยู่ได้นานขึ้นแค่ไหน?"*


     


        [อลิส:...5 ถึง 6 วันค่ะ นั่นคือระยะที่ยังพอปลอดภัย... แต่ถ้าใช้เกินไปกว่านั้น พิษจะสะสมในร่างกาย และท่านก็จะตายจากพิษอยู่ดี...]


     


        อากิชะงักไปดวงตาเหม่อลอยก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลงราวกับแบกรับน้ำหนักของความจริงที่หนักอึ้ง


        เมิ่งซินที่สังเกตเห็นสีหน้าหมดหวังของเขา รีบถามขึ้นทันที


     


        "เมิ่งซิน:เป็นยังไงบ้าง? คิดอะไรออกหรือยัง?"


     


        *"อากิ:ฉัน...คิดหาวิธีรักษาไม่ได้เลย คิดออกแค่วิธียื้อเวลาเท่านั้น..."*


     


        เมิ่งซินที่ได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาเป็นประกายขึ้นทันทีราวกับเห็นแสงแห่งความหวัง


     


        "เมิ่งซิน:ยื้อเวลา?! นายยื้อได้นานแค่ไหน!?"


     


        อากิเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเมิ่งซินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง


     


        "อากิ:…เธอจะอยากรู้ไปทำไม เมิ่งซิน? ต่อให้ฉันยื้อได้...มันก็ไม่มีวิธีรักษาอยู่ดี ยื้อไปก็แค่เสียเวลาเท่านั้น"


     


        ทันใดนั้นเองเมิ่งซินก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คำพูดของเธอทำให้อากิที่กำลังจมอยู่ในความสิ้นหวังต้องชะงักไป


     


        "เมิ่งซิน:แล้วถ้าฉันบอกว่ามีวิธีรักษาล่ะ?"


     


        "อากิ:…เธอพูดจริงเหรอ?"


     


        ไม่มีคำตอบในทันที เมิ่งซินเพียงแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่ อากิกลืนน้ำลายลงคอ พยายามควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วน ก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบพร่า


     


        "อากิ:ถ้าเธอมีวิธีรักษาจริง ๆ ฉันจะลองดู"


     


        เมิ่งซินที่ได้ยินคำตอบของอากิ เธอหันไปมองโจเซฟ คล้ายจะถามเป็นนัยว่า จะเอาด้วยกับแผนของฉันไหม?


        โจเซฟที่เข้าใจความหมายจากสายตานั้นดี—และที่จริงก็ตัดสินใจไว้แล้ว—เพียงแค่พยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น


         เมื่อได้รับคำตอบ เมิ่งซินจึงหันกลับมาทางอากิ ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะถามตรง ๆ


     


        "เมิ่งซิน:แล้วการยื้อเวลาของนายล่ะ นายบอกว่าทำได้ แต่มันจะยื้อได้กี่วัน?"


     


        อากิที่ได้ยินคำถามนี้ก็ตอบกลับไปด้วยเสียงหนักเเน่น


     


        "อากิ:6 วัน... มากสุดแค่ 6 วัน!""


     


        เมิ่งซินที่ได้คำตอบก็กัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะหลบตาลงมองแผนที่ คิดคำนวณระยะทางและความเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว


     


        'เมิ่งซิน:จากตรงนี้ไปแคมป์... 234 กิโลเมตร'


     


        เธอพึมพำในใจ ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พวกเขาในตอนนี้มีคริสและอากิที่ได้รับบาดเจ็บ โจเซฟกับลีน่าที่แม้จะช่วยได้แต่ก็ไม่เร็วพอ...


     


        'เมิ่งซิน:ถ้าจะวิ่งไปกลับให้ทัน 4-5 วันต้องวิ่งวันละ 50-60 กิโลเมตร... ถ้าไปกันทั้งกลุ่มไม่มีทางเป็นไปได้แน่...'


     


        เธอกำมือแน่น หัวใจเต้นรัวขึ้นมาด้วยแรงกระตุ้นใหม่


     


        'เมิ่งซิน:แต่ถ้าเป็นฉันคนเดียว... และถ้ามีอาหารมากพอ! มันก็เป็นไปได้!'


     


        หลังจากไตร่ตรองอยู่สักพัก เมิ่งซินก็ตัดสินใจพูดสิ่งที่เธอคิดออกมาให้ทุกคนได้ฟัง


         โจเซฟขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด


     


        "โจเซฟ:ฉันก็ไม่มีแผนที่ดีกว่านี้จะมาค้านเธอหรอก... แต่เธอจะไหวจริงๆเหรอ?"


     


        เขาจับจ้องไปที่เมิ่งซินราวกับพยายามประเมินความตั้งใจของเธอ


        เมิ่งซินเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววแน่วแน่ ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ


     


        "เมิ่งซิน:ได้! ฉันทำได้แน่นอน!"


     


        โจเซฟที่ได้ยินน้ำเสียงหนักแน่นของเมิ่งซิน ก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจจริงของเธอโดยไม่มีความลังเลใดๆ เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่กลับก้มหน้าลงค้นหาสิ่งของที่จำเป็นจากช่องเก็บของของตัวเอง


        ลีน่าที่เห็นโจเซฟเริ่มเตรียมของให้เมิ่งซิน ก็เข้าใจทันทีว่าเธอเองก็ควรช่วยเช่นกัน เธอรีบเปิดช่องเก็บของของตัวเอง ก่อนจะเริ่มคัดอาหารให้เมิ่งซินไปใช่กินในการเดินทาง


     


        "โจเซฟ:อ่ะนี่...ฉันคิดว่าเธอคงต้องใช้"


     


        เขายื่นของจำนวนหนึ่งให้เมิ่งซิน โดยไม่รอให้เธอปฏิเสธ


        สิ่งที่โจเซฟให้ประกอบไปด้วย รองเท้าสำรอง,ถุงนอน,ผ้าสำหรับทำแผล และกริชอีกจำนวนหนึ่ง เมิ่งซินมองของตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ รับมาด้วยแววตาหนักแน่น


        เมิ่งซินรับของจากโจเซฟไว้พร้อมกับพยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล เธอรู้ว่าของพวกนี้จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการเดินทางของเธอ


        ลีน่าที่เตรียมอาหารเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาหาเมิ่งซิน ก่อนจะยื่นของให้ด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง


     


        "ลีน่า:นี่ค่ะ อาหารที่เรามีตอนนี้ ส่วนอันนี้เป็นถังน้ำขนาดใหญ่... หนูคิดว่าพี่ต้องใช้แน่ๆ"


     


        เมิ่งซินรับไว้ก่อนจะมองไปที่อากิที่กำลังหยิบบางอย่างออกมาจากช่องเก็บของของเขา


     


        "อากิ:เอานี่ไปวุ้นสไลม์... ฉันว่ามันน่าจะช่วยเธอได้เยอะ"


     


        เมิ่งซินมองสิ่งที่อากิยื่นให้ด้วยความสงสัยก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม


     


        "เมิ่งซิน:มันคืออะไร?"


     


        อากิยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย


     


        "อากิ:ถ้าฉันเล่าให้ฟังทั้งหมดมันคงยาว เอาเป็นว่ามันกินได้อิ่มด้วย... ฉันรับรองว่าเธอจะชอบมันแน่ๆ"


     


        เมิ่งซินแม้จะยังไม่เข้าใจว่าวุ้นสไลม์ที่อากิให้มาคืออะไร แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด เธอเลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อและรับมันไว้ก่อนจะเก็บใส่ช่องเก็บของ


        เธอกวาดตามองพวกพ้องที่ช่วยเตรียมของให้เธอทีละคน ก่อนจะก้าวเข้าไปกอดลีน่าแน่นๆ ราวกับจะส่งต่อความอบอุ่นให้กันและกัน


     


        "เมิ่งซิน:พี่จะรีบกลับมา... ดูแลตัวเองด้วยล่ะ"


     


        "ลีน่า:หนูจะดูแลตัวเอง พร้อมกับคนอื่นๆ รอพี่กลับมาค่ะ"


     


        ขณะที่เมิ่งซินกอดลีน่าแน่น อากิที่เฝ้ามองเธออยู่ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง


     


        "อากิ:ลีน่า"


     


        ลีน่าที่กำลังกอดพี่สาวร่วมทางของเธออยู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลายอ้อมแขนลงและหันมาหาอากิ


     


        "ลีน่า:เดี๋ยวมานะคะ"


     


        "เมิ่งซิน:อืม"


     


        เธอส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจให้เมิ่งซิน ก่อนจะเดินไปหาอากิที่รออยู่


     


        "ลีน่า:คะพี่"


     


        "อากิ:หนูมีสมุนไพรสีม่วงไหม"


     


        ลีน่าที่ได้ยินคำถามก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่เบา


     


        "ลีน่า:ไม่มีค่ะ แต่หนูจะลองไปถามคนอื่นๆให้นะค่ะ"


     


        ลีน่าก้าวไปหาโจเซฟพร้อมกับสีหน้าจริงจัง


      


        "ลีน่า:ลุงค่า~"


     


        โจเซฟที่หันไปเห็นลีน่าก็ยิ้มอ่อนๆ แล้วตอบกลับ


     


        "โจเซฟ:ว่าไงจ้ะ"


     


        ลีน่าหยุดยืนตรงหน้าก่อนจะถามอย่างไม่ลังเล


     


        "ลีน่า:คุณลุงมีสมุนไพรสีม่วงไหมค่ะ"


     


        "โจเซฟ:ไม่มีจ้ะ แต่หนูจะเอาไปทำอะไรจ้ะถึงถามหามัน"


     


        "ลีน่า:หนูไม่ได้จะเอาไปทำอะไรคะ แต่พี่อากิเป็นคนบอกให้หนูมาถาม"


     


        โจเซฟขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคิดตาม


     


        'โจเซฟ:อากิคงมีแผนที่จะใช้มัน แต่ฉันก็ไม่มีแล้วเพราะให้เมิ่งไปหมดแล้ว คงต้องไปถามเมิ่งซินดูว่าเหลือไหม'


     


        โจเซฟหันไปมองลีน่าและพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเมิ่งซิน พร้อมกับลีน่าที่เดินตามไปข้างๆ


     


        "โจเซฟ:เมิ่งซินสมุนไพรสีม่วงเธอยังมีเหลือไหม?"


     


        "เมิ่งซิน:ยังเหลือ แต่ถามหาทำไม?"


     


        "โจเซฟ:ฉันไม่ได้เป็นคนถามหา อากิตั้งหาก"


     


        เมิ่งซินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคิดในใจ


     


        'เมิ่งซิน:เขาจะเอามันไปทำอะไรนะ? คงต้องไปถามเขาดู'


     


        เมิ่งซิน ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยังสงสัยว่า อากิ จะเอาสมุนไพรไปทำอะไร จึงตัดสินใจเดินไปให้ด้วยตัวเองส่วนลีน่าและโจเซฟก็เดินมาด้วย


     


        "เมิ่งซิน:เอานี่ สมุนไพรสีม่วง 6 ต้น"


     


        "อากิ:ขอบใจ"


     


        "เมิ่งซิน:แล้วนายจะเอาสมุนไพรที่มีพิษนี้ไปทำอะไร?"


     


        "อากิ:ฉันจะเอามาช่วยในการยื้อเวลา"


     


        "โจเซฟ:นายหมายความว่าไง?"


     


        "อากิ:...ฉันจะใช้พิษอ่อนๆ ของสมุนไพรสีม่วงในการชะลอการลุกลามของเชื้อโรค"


     


        "โจเซฟ:นายมั่นใจเหรอว่าพิษมันจะได้ผลกับเชื้อโรค?"


     


        "อากิ:ได้ผลไม่ได้ผลไม่รู้ สกิลมันบอกมาแบบนั้น แถมนี้เป็นวิธีเดียวด้วย"


     


        'อากิ:ที่จริงสกิลมันไม่ได้บอกหรอก แต่อลิสเป็นคนบอก ซึ่งฉันก็เชื่อเพราะอลิสไม่โกหก'


     


        ทุกคนที่ได้ยินต่างเงียบไป ไม่มีใครสามารถแย้งอะไรได้ เพราะไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ พวกเขาจึงทำได้แค่ฟังและหวังว่าแผนของอากิจะสำเร็จ


        ในขณะเดียวกัน เมิ่งซินที่เตรียมของเสร็จแล้ว ก็เริ่มออกวิ่งทันที และในขณะที่เธอกำลังจะออกจากกลุ่ม ทุกคนที่เหลือก็ส่งเสียงตะโกนตามหลังไป เพื่อให้กำลังใจและอวยพรให้เธอประสบความสำเร็จในการเดินทางครั้งนี้


     


        !!!"ลีน่า:ขอให้เดินทางปลอดภัยน่าค่า~~~~"!!!


     


        !!!"โจเซฟ:ไปดีมาดีล่ะ!!!"!!!


     


        "อากิ:ฉันเชื่อว่าเธอทำได้"


     


        เมิ่งซินวิ่งออกไปด้วยกำลังที่เต็มเปี่ยม สู่เส้นทางที่รออยู่ข้างหน้า


     


        'เมิ่งซิน:ฉันต้องทำให้ได้!!'


     


        พวกอากิมองตามแผ่นหลังของเมิ่งซินที่ค่อยๆ ไกลออกไป จนกระทั่งร่างของเธอลับสายตา...


     


        "อากิ:เอาล่ะ! เรากลับห้องพักกันเถอะ"


     


        อากิพยายามจะลุกขึ้น แต่พอออกแรงก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่กัดกินร่างกาย


     


        "อากิ:อึบ!... เฮ้อ~ เหมือนจะไม่ไหวแฮะ"


     


        ลีน่าที่เห็นอากิทรุดลง ก็รีบเข้ามาพยุงเขาทันที


     


        "ลีน่า:หนูช่วยเองค่ะ"


     


        เธอประคองอากิขึ้นจนเขาสามารถยืนได้อีกครั้ง แต่เพียงครู่เดียว ขาของเขาก็อ่อนแรงจนต้องเอนหลังพิงกำแพง


     


        "อากิ:ซืดเฮ้อ~ ซืดเฮ้อ~ ซืดเฮ้อ~"


     


        ลมหายใจของเขาหนักและไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด


     


        'อากิ:ให้ตายสิ แค่ยืนเฉยๆก็เหนื่อยขนาดนี้แล้ว คงไม่พูดถึงการกลับห้องพักเลย'


     


        อาการของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ จนโจเซฟที่เฝ้ามองอยู่ต้องเดินเข้ามา


     


        "โจเซฟ:ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน"


     


        "อากิ:..."


     


        อากิไม่ได้ตอบอะไร มีเพียงลมหายใจที่ยังหนักและสั่นสะท้าน...


     


        โจเซฟเดินเข้าไปใกล้อากิก่อนจะหันหลังให้ แล้วนั่งลงช้าๆ


     


        "โจเซฟ:...ขึ้นหลังมา"


     


        อากิรู้ดีว่าตัวเองไม่มีแรงแม้แต่จะยืนตรง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังลังเลที่จะยอมให้โจเซฟแบก จนกระทั่งเสียงของอลิสดังขึ้นในหัว


     


        [อลิส:ท่านอากิ จะมั่วแต่รักษาภาพพจน์ไม่ได้นะค่ะ เดี๋ยวก็อยู่ไม่ถึง 6 วันหรอกค่ะ]


     


        *"อากิ:ถ้าจะพูดแบบนี้ฉันขึ้นก็ได้"*


     


        เขาค่อยๆ ขยับตัวขึ้นหลังโจเซฟ แม้จะรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีทางเลือก


     


        "โจเซฟ:ลีน่าฝากเอาผ้ามัดอากิไว้ที"


     


        "ลีน่า:ได้ค่ะ"


     


        อากิขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนถามออกไป


     


        "อากิ:ทำไมต้องมัดด้วยละ"


     


        โจเซฟหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบ


     


        "โจเซฟ:ฮ่ะ ก็ฉันต้องอุ้มคริสด้วยไง ถ้ามัดนายไว้มือฉันก็ว่างและอุ่มคริสไปด้วยได้"


     


        อากิเม้มปาก ไม่พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ลีน่าจัดการมัดเขากับโจเซฟอย่างว่าง่าย


     


        "อากิ:..."


     


        เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย โจเซฟเดินเข้าไปหาคริส ขณะที่ลีน่าซึ่งอยู่ข้างๆ คอยพยุงคริสขึ้นมาให้โจเซฟอุ้ม


        หลังจากนั้น ทั้งหมดจึงเริ่มออกเดินทางกลับห้องพัก โดยมีโจเซฟแบกทั้งสองคนไว้


        อากิหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม


     


        "อากิ:จะว่าไปแล้ว จากที่นี้ถึงห้องพักไกลแค่ไหน"


     


        ลีน่าเปิดแผนที่ขึ้นมาดูก่อนตอบ


     


        "ลีน่า:ในแผ่นที่บอก 4 กิโลเมตรคะ แต่หนูคิดอาจไกลดว่านั้นเพราะทางมันคดเคี้ยวค่ะ"


     


        "อากิ:..."


     


        อากิเงียบไป ไม่มีเสียงตอบกลับ


     


        "ลีน่า:พี่อากิค่ะ?"


     


        หลังจากลีน่าพูดถึงระยะทาง อากิก็เงียบไป ไม่มีเสียงตอบกลับ ลีน่าขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาดูใกล้ๆ


     


        "ลีน่า:อะ พี่อากิหลับไปแล้ว"


     


       โจเซฟเหลือบตามองก่อนจะถอนหายใจเบาๆ


     


        "โจเซฟ:เฮ้อ~ มันคงถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว"


     


        ลีน่ามองใบหน้าที่ซีดเซียวของอากิก่อนจะยิ้มบางๆ


     


        "ลีน่า:นอนเยอะๆจะได้หายไวๆนะคะพี่อากิ"


     


        พวกเขาเดินกลับห้องพักอย่างช้าๆ โดยมีลีน่านำหน้า คอยสอดส่องรอบข้างและระวังมอนสเตอร์ ถ้าพบศัตรู พวกเขาก็จะรีบหาที่หลบซ่อน รอจนกว่ามันจะจากไป ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวต่อไป พวกเขาทำเช่นนี้ซ้ำๆ อย่างระมัดระวัง จนในที่สุดก็ถึงห้องพักหลังจากใช้เวลากว่า สี่ชั่วโมง


         ลีน่าที่เห็นประตูอยู่ตรงหน้าก็เร่งฝีเท้าเข้าไปเปิดให้โจเซฟ


    โจเซฟเดินเข้ามา สภาพของเขาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แบกผู้ชายสองคนตลอดทางไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย


        เมื่อเข้ามาในห้อง โจเซฟก็รีบวางคริสลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ลีน่าเข้ามาช่วยจัดท่าทางให้คริส ก่อนจะหันไปแกะผ้าที่มัดอากิไว้กับโจเซฟ แล้วค่อยๆ ประคองอากิไปยังเตียงอีกฝั่ง


        ลีน่าหันไปมองโจเซฟที่หอบหนักอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


     


        "ลีน่า:ลุงไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูดูต่อเองค่ะ"


     


        "โจเซฟ:...ฝากด้วยน่ะ"


     


        "ลีน่า:ค่ะ"


     


     


     


     


     


     


     


     


                     จากผู้แต่ง


        234 กิโลเมตรนี้จากกรุงเทพถึงหัวหินเลยป่ะ หวังว่าเมิ่งซินจะวิ่งทันน่ะในเวลา 6 วัน