ดวงเนตรสมบัติพลิกชะตา ข้าจะเป็นเศรษฐี [นิยายแปล]

    บทที่ 43 เกี๊ยวสุดหรู

    รอกระทั่งหมอและพยาบาลออกจากห้องสวี่ตงถึงได้พูดกับโหมวซือฉิงอย่างฉุนกึก“คุณพูดไร้สาระอะไรพยาบาลสวยไม่สวยแล้วเกี่ยวอะไรกับผม ผมไม่มีอารมณ์พิจารณาหรอกว่าหน้าตาเธอเป็นยังไงหรือถ้าอยากมองคนสวยจริงๆ ทำไมผมต้องไปมองเธอล่ะ มอง…มอง…”

            สวี่ตงพูดไปก็เริ่มพบว่าประโยคของตนมี‘ปัญหา’ จึงรีบกลืนมันกลับเข้าไป

            เขาตั้งใจจะพูดว่าถ้าอยากมองคนสวยจริงๆมองโหมวซือฉิงก็ได้ จะไปมองผู้หญิงคนอื่นทำไม

            นี่คือความสัตย์จริงหากพูดถึงความสวย โหมวซือฉิงคือหนึ่งในความงามอันน่าทึ่งที่สุดในโลกอยู่แล้วให้คนสวยทั่วไปมายืนเทียบกับเธอ ความแตกต่างจะปรากฏชัดทันทีแต่คำพูดนี้เก็บไว้ในใจก็พอ พูดออกไปไม่ได้หรอก!

            เห็นโหมวซือฉิงดูท่าทางไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดแบบนี้แต่ความจริงฉลาดเป็นกรด คำพูดครึ่งๆ กลางๆ ของสวี่ตงเธอย่อมเข้าใจความหมายของมันแน่นอนจึงหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “ทำไม นายว่าฉันสวยเหรอ”

             “ชิ…” สวี่ตงเบะปากอีกครั้งอยากตอกหน้าโหมวซือฉิงดูบ้าง แต่ก็พูดอะไรที่ ‘ขัดกับความจริง’ไม่ออก บนโลกนี้มีแค่คนตาบอดเท่านั้นที่บอกว่าโหมวซือฉิงไม่สวยเพราะตาบอดถึงมองไม่เห็น หากเป็นคนตาดีทั่วไปมีใครกล้าพูดว่าเธอไม่สวยบ้าง

            สวี่ตงแค่รู้สึกว่าโหมวซือฉิง‘โอ้อวด’ เกินไป หากเขายอมรับ เธอจะไม่ยิ่งภูมิใจเข้าไปใหญ่เหรอ

            โหมวซือฉิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจก่อนจะพูดอีกประโยค “เจ้าเด็กน้อยเข้าใจแล้วสินะว่าอะไรคือสวยไม่สวย!”

            กับสวี่ตงโหมวซือฉิงยังรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าในแง่ของอายุแต่ความจริงสวี่ตงเป็นผู้ใหญ่กว่าคนวัยเดียวกันมากจนเธอเกือบลืมปัญหาเรื่อง ‘อายุ’ ไปแล้วเวลาที่เธออยู่กับสวี่ตงเธอก็มองว่าเขาเป็น ‘คนวัยเดียวกัน’หรือแม้กระทั่งเป็น ‘เพื่อนร่วมงาน’ ด้วยซ้ำ

            แต่ต่อให้รู้สึกเหมือน‘คนวัยเดียวกัน’อย่างไร โหมวซือฉิงก็ไม่คิดจะ ‘ชอบพอ’ กับสวี่ตง ดังนั้น หยอกล้อเสร็จแล้วก็แล้วกันไป ไม่คิดจะ ‘พัฒนาต่อ’ 

             “เอาละ ในเมื่อนายไม่ได้เป็นอะไรก็ออกไปกินอะไรหน่อยไปฉันเลี้ยง…” โหมวซือฉิงพูดไปเรื่อย พอพูดถึง ‘จะเลี้ยงข้าว’ ก็หยุดปากกะทันหันก่อนจะหลุดขำพรืดแล้วพูดว่า “ไม่ ฉันจนมากคนเลี้ยงต้องเป็นคนที่เพิ่งได้เงินสิบล้านอย่างนายสิ ไปกินของอร่อยกันถึงยังไงก็ถูกผู้กำกับหูยกเลิกภารกิจแล้ว ได้โอกาสรีดไถคนรวยหน่อยแล้วละ!”

            ได้ยินคำว่า‘กิน’ สวี่ตงก็ท้องร้องโครกคราก หิวมากจริงๆ ด้วย เขาหาเงินได้ ‘มหาศาล’ ตั้งสิบล้านหยวนจึงไม่สำคัญว่าเขาจะถูก ‘รีดไถ’ หรือไม่

            โหมวซือฉิงหยิบรองเท้าจากในตู้ให้สวี่ตงแล้วพูดว่า “ไปกันก่อนเถอะเรื่องออกจากโรงพยาบาลไว้ฉันจัดการให้พรุ่งนี้”

            สวี่ตงลงลิฟต์ไปชั้นล่างกับเธอออกจากโรงพยาบาลมาแล้วก็ยังสับสน นอนอยู่บนรถดีๆ หลับแค่งีบเดียวทำไมถึงโผล่มาอยู่โรงพยาบาลอีกแล้ว

            ตื่นแล้วยังมีพลังชีวิตเต็มเปี่ยมเหมือนคนป่วยตรงไหนกัน

            เขานึกถึงเรื่องที่ตนเพิ่งเห็น‘ออร่า’ สีครามบนหัวของโหมวซือฉิง หมอ และพยาบาลยังไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!

            ผู้คนสัญจรไปมาสวี่ตงมองไปรอบๆ เห็นคนเดินไปเดินมาก็รู้สึกสับสนขึ้นมาอีกครั้ง!

            ผู้คนที่สัญจรไปมาแต่ละคนล้วนมี‘ออร่าสีคราม’จางๆ ต่อให้สมบัติมีเยอะแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมีใช่ไหมล่ะ

            หรือว่าสายตาเขาผิดปกติ

            สวี่ตงขยี้ตาก่อนจะสังเกตอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากมองดีๆ เขาก็ยังเห็นออร่าเลือนรางบนหัวทุกคนด้วยความสับสนจึงมองวัตถุอย่างอื่นรอบตัวบ้าง คราวนี้ยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม!

            พอหันไปมองสิ่งของอื่นไม่ว่าอะไรล้วนมี ‘ออร่า’ จางๆ สิ่งที่ต่างกันมีอย่างเดียวคือสีทว่าออร่า ‘จาง’ มากหากไม่สังเกตก็มองไม่เห็น

            ก่อนหน้านี้ไม่เป็นแบบนี้นี่ก่อนหน้านี้เขาเห็นแต่ออร่าสมบัติสีต่างๆ จากสมบัติล้ำค่าเท่านั้นแต่ตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างล้วนมี ‘ออร่า’ ต่างกันแค่สีอ่อนเข้มเจือจางหรือบางเบาเท่านั้น

            สวี่ตงมองจนอึ้งสักพักเขาก็เริ่มคิด หรือว่าพลังมองเห็น ‘ออร่าสมบัติ’ ของตัวเองจะเกิด ‘วิวัฒนาการ’

            ลองคิดทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ไปวัดบนเขาปี่เจี้ยกับโหมวซือฉิงเกิดเรื่องแปลกๆ ที่วัดแห่งนั้น เขา ‘ฝัน’ เลือนรางไร้ความชัดเจน ขากลับก็ตื่นมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งหลังจากตื่นขึ้นมาก็มองเห็นสิ่งของทุกอย่างมี ‘ออร่า’มันเพราะอะไรกันแน่

            โหมวซือฉิงมองท่าทางลังเลของสวี่ตงก็อดรู้สึก‘รำคาญ’ ไม่ได้ “คนขี้งก แค่เลี้ยงข้าวมื้อเดียวเองไหมแค่นี้ก็ต้องอิดออด มันขนาดนั้นเลยหรือไง ช่างเถอะ ไม่กินแล้ว!”

            สวี่ตงสะดุ้งแล้วรีบฝืนยิ้ม“ผมแค่กำลังคิดบางอย่างไม่ได้ไม่เต็มใจ แค่กินข้าวมื้อเดียวเองไหม มันขนาดนั้นเลยหรือไงครับ”

            โหมวซือฉิงสีหน้าอ่อนลงเธอจ้องสวี่ตงแล้วถามอีกรอบ “สวี่ตง วันนี้นายเป็นอะไรไป ฉันรู้สึกแปลกมาก วันนี้นายทำตัวแปลกๆไม่เหมือนปกติเอามากๆ !”

            สวี่ตงตกใจรีบส่ายหน้า“เอาที่ไหนมาไม่เหมือนหรือว่าผมไม่ใช่ผมแล้ว ไปๆๆ หิวมากเลยเนี่ย ไปกินข้าวกัน วันนี้ให้คุณเลือกเลยผมเลี้ยงเอง!”

            “ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว!”โหมวซือฉิงพูดอย่างไม่เกรงใจ “ไม่รีดไถหนักๆสักมื้อฉันคงเสียใจแย่ ต้องกินอาหารหรูเป็นพิเศษ!”

            ได้ยินคำว่า‘หรูเป็นพิเศษ’สวี่ตงก็เริ่มไม่มั่นใจโหมวซือฉิงเกิดในตระกูลร่ำรวยย่อมเอามาเทียบกับเด็กยากจนอย่างเขาไม่ได้หากพูดถึงสถานที่หรูระดับไฮเอนด์ การกินข้าวมื้อละแสนก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่ว่าเขาทนกินไม่ได้ แต่ค่าอาหารมื้อละแสนหรืออาจจะมากกว่านั้นยังทำให้เขาปวดใจอยู่บ้างไม่ใช่จ่ายไม่ไหว แต่มันไม่คุ้ม! แต่ตอนนี้คุ้มหรือไม่คุ้มก็ต้องพยักหน้ารับไปก่อน

            ออกจากโรงพยาบาลก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้วโหมวซือฉิงขับแคปติวาไปตามถนนด้วยความเร็วสี่สิบไมล์ต่อชั่วโมง

            สวี่ตงกระดากอายเกินกว่าจะถามเธอว่ากำลังไปไหนในจินตนาการของเขากำลังผุดภาพร้านอาหารหรูๆมากมายในเมืองถงเฉิงที่เขาเคยได้ยินชื่อ

            ทว่าเส้นทางที่โหมวซือฉิงขับไปน่าแปลกมากไม่ได้มุ่งไปยังร้านอาหารพวกนั้น แต่ไปทางเขตเมืองเก่าทางเหนือสวี่ตงก็รู้จักที่นั่นดี เขาเคยเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นที่นั่น การพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เว้นเขตเมืองเก่าไว้เพราะมีบ้านเรือนโบราณจำนวนมาก การรื้อถอนทำได้ยากและราคาแพง

            โหมวซือฉิงจอดรถไว้ข้างทางตรงบริเวณที่มีเส้นขีดให้จอดแล้วลงจากรถก่อนจะหันมากวักมือเรียกสวี่ตงที่ยังนั่งและมองไปรอบๆ อยู่ในรถ “ลงมาสิ นั่งงงอยู่ทำไม”

            สวี่ตงลงจากรถแล้วก็ถามอย่างสงสัย“คุณ…นี่จะไปร้านไหนน่ะ ตรงนี้มีร้านอาหารด้วยเหรอ”

            โหมวซือฉิงยิ้มพลางเชิดคางได้รูปสวย“ตามฉันมา!”

            สวี่ตงไม่มีทางเลือกนอกจากตามเธอไปโหมวซือฉิงเดินอยู่ข้างหน้าอย่างเชื่องช้า เขาก็เดินตามอยู่ข้างหลังอย่างเชื่องช้าห่างออกไปไม่ไกลคือประตูโรงเรียนมัธยมหมายเลขสิบสอง

            เห็นเด็กในชุดนักเรียนเดินเข้าออกสวี่ตงก็สะเทือนใจ เขาใช้เวลามัธยมต้นสามปีอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสิบสองเป็นเวลาสามปีแล้วตั้งแต่เขาออกจากที่นี่ ตอนที่เรียนที่นี่เขายังถือว่าเป็น ‘ลูกคนรวย’ คนหนึ่งคิดย้อนกลับไปช่วงเวลานั้นเขามีความสุขมากไม่เหมือนความทุกข์ทรมานในช่วงสองปีนี้หรอก

            โหมวซือฉิงหันกลับมาหัวเราะคิกคัก“ฉันเคยเรียนมัธยมต้นที่นี่ฉันรู้จักที่นี่ดีมาก แต่ไม่ได้มาหลายปีแล้ว”

            สวี่ตงคิดไม่ถึงว่าโหมวซือฉิงจะเรียนมัธยมต้นที่เดียวกันกับเขาแต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา เพื่อกันไม่ให้โหมวซือฉิงบอกว่าตัวเองเป็น ‘รุ่นพี่’ ของเขาหรืออะไรทำนองที่ยกระดับเหนือเขาอีก

            โหมวซือฉิงเดินมองรอบๆไปพลาง ทอดถอนใจไปพลาง “ไม่ได้กลับมาโรงเรียนมัธยมหมายเลขสิบสองนานมากแล้วจริงๆ นะเนี่ยไม่รู้ว่าอาจารย์ของฉันยังสอนอยู่ที่โรงเรียนกันทุกคนหรือเปล่า…”

            สวี่ตงคิดในใจอย่าบอกนะว่าอยากเจออาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นเขาไม่ได้มีเวลาเดินเล่นกับเธอขนาดนั้นนะ

            โชคดีที่โหมวซือฉิงไม่ได้พูดแบบนั้นและเดินผ่านประตูโรงเรียนไปก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าร้านเกี๊ยวแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่นอกโรงเรียน

            สวี่ตงตกใจเงยหน้ามองป้ายร้านก็รู้สึกคุ้นเคยมาก ไม่แปลกตาแม้แต่นิดเดียวตอนเรียนมัธยมต้นหากไม่ได้มาที่นี่ถึงร้อยครั้งก็มาเก้าสิบครั้งแหละ!

            นี่ก็คือร้านเกี๊ยวที่ตกแต่งแบบธรรมดามากแต่สำหรับเหล่านักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลขสิบสองกลับต่างออกไปแม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่เหล่านักเรียนก็ไม่ใช่ ‘คนมีเงิน’ อะไรอยู่แล้ว เพื่อนๆมารวมตัวกันทีไรก็มักจะเลือกร้านอาหารที่กินอิ่มแถมยังอร่อยแบบนี้แหละเหตุผลหลักคือเป็นร้านอาหารที่ ‘ถูกและดี’

            เจ้าของร้านแซ่เจิ้งเป็นหญิงวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบและเธอทำเกือบทุกอย่างในร้านด้วยตัวเอง เป็นทั้งเจ้าของร้านพนักงาน คนล้างจาน ฯลฯ เนื่องจากเธอใจดีกับเด็กนักเรียนมาก นักเรียนและอาจารย์ของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสิบสองจึงเรียกเธอว่า‘แม่นมเจิ้ง’

            โหมวซือฉิงตรงเข้าไปในร้านก่อนจะส่งเสียงเรียกที่หน้าประตู “แม่นมเจิ้งคะ เกี๊ยวสองชาม!”

            สวี่ตงแอบอมยิ้มแต่ก็โล่งใจ เขาเกือบถูกโหมวซือฉิงคนนี้หลอกจนตกใจเสียแล้ว เกี๊ยวสองชามนี่คือ ‘อาหารสุดหรู’ ของเธอเหรอ

            แม่นมเจิ้งกำลังนั่งห่อเกี๊ยวอยู่ข้างในอีกเดี๋ยวก็จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ในร้านจึงไม่ค่อยยุ่งเธอจึงใช้เวลาตรงนี้ห่อเกี๊ยว พอได้ยินเสียงก็เงยหน้ามาดูเห็นโหมวซือฉิงกำลังยิ้มแป้นให้ก็อดนิ่งไปไม่ได้จากนั้นถึงวางแผ่นเกี๊ยวในมือลงแล้วลุกไปต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม “เฮ้ วันนี้มีลมอะไรนะถึงพัดซือฉิงมาถึงนี่ได้นั่งก่อนๆ …”

            โหมวซือฉิงยิ้มให้“แม่นมเจิ้งคะยังจำหนูได้อีกเหรอ หนูไม่ได้มาที่นี่หกเจ็ดปีแล้วมั้ง”

            แม่นมเจิ้งหัวเราะ“เอาอะไรมาจำไม่ได้ล่ะจ๊ะเธอกับซืออี๋เป็นนักเรียนหญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียนเชียวนะเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ที่มากินเกี๊ยวก็เอาแต่พูดถึงพวกเธอสองพี่น้องกันทั้งนั้นแล้วฉันจะจำไม่ได้ได้ยังไง อืม คนนี้คือ…เพื่อนเธอเหรอ”

            แม่นมเจิ้งกำลังคุยกับโหมวซือฉิงก็เห็นสวี่ตงที่เดินยิ้มตามหลังโหมวซือฉิงมายืนข้างๆเธอไม่คุ้นหน้าเขาจึงเอ่ยถามพลางประเมินเขาอยู่ในใจทั้งยังคิดว่าเขาเป็นแฟนโหมวซือฉิงด้วย!

            สวี่ตงไม่รอให้โหมวซือฉิงตอบคำถามก็หัวเราะพร้อมกับตอบว่า“แม่นมเจิ้งครับดูเหมือนคุณจะจำผมไม่ได้นะ!”

            แม่นมเจิ้งได้ยินเขาเรียก‘แม่นมเจิ้ง’อย่างคล่องปากก็เริ่มไม่แน่ใจจึงจ้องหน้าเขาอยู่พักใหญ่แต่ก็ยังส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “ดูความจำฉันสิ จำไม่ได้จริงๆ …”


     

    คล้ายกับเรื่องดวงเนตรสมบัติพลิกชะตา ข้าจะเป็นเศรษฐี [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367