พริบตาเดียว สองวันก็ผ่านไป
เฟิงลู่เซวี่ยตรวจสอบพื้นที่ที่เหลือของเขต13 อย่างละเอียดจากนั้นก็รายงานไปยังฐานก่อนที่จะเดินทางกลับ
เย่เทียนยังคงอยู่ที่นี่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์เขาได้รับอนุญาตให้คอยรั้งอยู่ที่นี่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ได้ โดยเขาจำเป็นต้องส่งรายงานสถานการณ์กลับไปที่ฐานวันละหนึ่งครั้ง
สามวันผ่านไป
พรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนก็คูลดาวน์เสร็จ
เขาสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้อีกครั้งแล้ว
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะลงมือเขาก็ได้ส่งข้อความไปยังฐานทัพ
เนื้อหาของข้อมูลนั้นเป็นเพียงเรื่องที่เขาแต่งขึ้นเขารายงานไปว่าที่รังสัตว์อสูรมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง ขอให้ทางฐานทัพส่งหนึ่งใน 36 จักรพรรดิมาเป็นกำลังเสริม
เพราะทันทีที่เขาขโมยดอกไม้แห่งความว่างเปล่ามาอินทรีปีกทองที่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจะต้องโกรธเกรี้ยวอย่างแน่นอน
เมื่อถึงตอนนั้น พื้นที่แห่งนี้จะต้องเผชิญกับความโกรธของอินทรีปีกทองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากฐานไม่จัดการกับเรื่องนี้มันอาจจะส่งผลกระทบต่อฐานทัพก็เป็นได้
หลังจากส่งข้อความเสร็จสิ้นเย่เทียนก็ลอบเข้าไปในถ้ำทันที
หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนก็ได้เข้าใกล้ตัวอินทรีปีกทอง
“พรสวรรค์ในการบินระดับลึกลับคัดลอก!”
“พรสวรรค์ด้านการฟันระดับสูงสุดคัดลอก!”
เมื่อคัดลอกพรสวรรค์ทั้งสองอย่างเรียบร้อยเขาจึงหันไปมองดอกไม้แห่งความว่างเปล่า
ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้มัน!
เพียงครู่เดียวเย่เทียนก็อยู่ห่างจากดอกไม้แห่งความว่างเปล่าเพียงแค่เอื้อมมือ
พรึบ!
เย่เทียนเร่งความเร็วขึ้นถึงขีดสุดเขาคว้าดอกไม้แห่งความว่างเปล่าและส่งมันเข้าไปในมิติส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาหนีออกไปยังทางเข้าถ้ำ
เหตุผลที่เขาไม่ใช้พรสวรรค์ล่องหนเพราะมันช้าเกินไปเพราะทันทีที่อินทรีปีกทองพบว่าดอกไม้แห่งความว่างเปล่าหายไป มันจะต้องโกรธเกรี้ยวและโจมตีออกมาอย่างบ้าคลั่งหากเขาอยู่ใกล้มัน เขาไม่อาจจะหลบเลี่ยงการโจมตีของมันได้
การโจมตีของระดับจักรพรรดินั้นทรงพลังเกินไปเพียงแค่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีเล็กน้อยก็อาจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสได้
“กรรร”
เสียงกรีดร้องของอินทรีปีกทองดังขึ้น
มันเปิดตาและเห็นว่าดอกไม้แห่งความว่างเปล่าของมันหายไปสมบัติที่มันเฝ้ารอคอยมานานหายไปแล้ว
วินาทีถัดมา มันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเย่เทียนโดยไม่รีรอ ปีกสีทองของมันกางออกฟาดออกไปในอากาศ
ตูม!!!!!
แสงสีทองนับไม่ถ้วนกวาดกราดราวกับจะฉีกกระชากมิติพื้นที่ใต้ดินทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยแสงสีทอง แสงสีทองนี้เกิดจากอินทรีปีกทองที่กระพือปีกฟาดฟันออกไปนับครั้งไม่ถ้วน
สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนตกตายท่ามกลางแสงสีทองนี้แม้แต่สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่อาจต้านทาน
อินทรีปีกทองไม่สนใจการตายของลูกน้องของมันมันเพียงต้องการที่จะฆ่าหัวขโมยที่บังอาจขโมยสมบัติของมันให้ได้เท่านั้น
ตูม!!!!
ผนังถ้ำใต้ดินที่แข็งแรงถูกแสงสีทองกระทบจนกลายเป็นฝุ่นละอองนับไม่ถ้วน
เย่เทียนเร่งความเร็วขึ้นรีบหลบการโจมตีเหล่านี้
พริบตาเดียวเขาก็ออกมาถึงปากถ้ำและยังคงใช้งานทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาต่อไป
หลังจากใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาหลายครั้งเขาก็รีบใช้พรสวรรค์ล่องหนและหลบหนีลงไปในแม่น้ำ
มันเป็นหนึ่งในเส้นทางหลบหนีที่เขาวางแผนไว้ก่อนหน้านี้
เกือบจะในทันทีที่เย่เทียนล่องหนลงไปในแม่น้ำอินทรีปีกทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมันแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณในระยะหมื่นลี้ตรวจสอบพื้นที่ทั่วทุกตารางนิ้ว
บนผืนปฐพี ในแม่น้ำลำธาร ต้นไม้สัตว์อสูรและสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแออื่นๆ ทุกสรรพสิ่งอยู่ภายใต้การรับรู้ของมัน
แต่น่าเสียดายมันไม่พบร่องรอยของเย่เทียนแม้แต่เงา
ลึกลงไปในแม่น้ำ
เย่เทียนหลบอยู่ในโคลนในขณะที่ยังคงเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านล่องหนระดับสูงสุดเขาสัมผัสได้ว่าจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของอินทรีกวาดผ่านเขาอยู่หลายครั้ง แต่มันไม่สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขา
โชคดีที่พรสวรรค์ด้านล่องหนระดับสูงสุดนั้นยอดเยี่ยมมากอินทรีปีกทองไม่ได้มีพรสวรรค์พิเศษในการตรวจสอบพรสวรรค์ด้านล่องหน ดังนั้นมันจึงไม่มีทางจะพบตัวเขาได้เลย
แต่การกระทำของเย่เทียนครั้งนี้ก็เสี่ยงมากเช่นกันหากเขาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว เขาจะต้องถูกพบอย่างแน่นอน
ภายในรัศมี 100,000 ลี้
เมื่ออินทรีปีกทองไม่พบเย่เทียนมันก็เริ่มโจมตีออกไปรอบด้านอย่างบ้าคลั่ง
ผืนดินถูกทำลายโดยมัน สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนล้วนถูกมันสังหาร
ตอนนี้มันบ้าไปแล้ว!
ในเวลาเดียวกันฐานทัพได้ทราบข่าวแล้ว
36 จักรพรรดิเคลื่อนไหวทันที!
เย่เทียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกบ้างเขาไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมา แม้แต่พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะใช้มันต่อให้เขาปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรแล้วอย่างไร
อินทรีปีกทองสังหารแม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นลูกน้องของมัน
ครึ่งวันต่อมา เสียงการต่อสู้ด้านนอกก็จบลง
เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“โชคดีที่เราเลือกใช้แผนนี้หากเราใช้แผนปลอมตัวเป็นสัตว์อสูร บางทีเราอาจจะถูกฆ่าโดยอินทรีปีกทองก็เป็นได้”
เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี
ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้รู้ว่าเขาประเมินพรสวรรค์ด้านล่องหนสูงเกินไป
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวถึงจะใช้พรสวรรค์ด้านล่องหนไปก็ไร้ประโยชน์ การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามสามารถครอบคลุมพันลี้หรือแม้แต่หมื่นลี้ได้
ถึงแม้จะไม่ถูกพบตัว แต่หากถูกโจมตีเข้าจริงๆก็ต้องตายเช่นกัน
หลังจากรออยู่ครึ่งชั่วยามตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว เย่เทียนฉวยโอกาสในคืนที่มืดมิดเปิดใช้งานพรสวรรค์เงาทมิฬเร้นกายเข้าสู่ความมืดและออกจากแม่น้ำจากนั้นเขาก็ใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาครั้งแล้วครั้งเล่า รีบกลับไปยังฐานทัพ
จนกระทั่งเขาเข้าไปในฐาน เขาจึงสามารถคลายความกังวลลงได้
เพียง 10 นาทีที่เขากลับมาถึงฐาน ระดับจักรพรรดิก็เรียกเขาไปพบทันที
ซึ่งเขาก็คือจักรพรรดิกู่หรง!
ภายในที่พักของจักรพรรดิกู่หรงไม่นานเย่เทียนก็มาถึง
“จักรพรรดิกู่หรงคุณเรียกผมมาเพราะเรื่องอะไร?”
เย่เทียนเอ่ยถาม
“พวกเราคิดว่าคุณตายไปแล้วไม่คิดเลยว่าคุณจะมีชีวิตรอดกลับมาได้!”
เมื่อจักรพรรดิกู่หรงเห็นเย่เทียนเขาก็กล่าวด้วยท่าทีประหลาดใจ
“ผมโชคดีนิดหน่อยน่ะ!”
เย่เทียนเอ่ยตอบอย่างแผ่วเบา
“เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ทำไมสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอยู่ๆ ถึงได้บ้าคลั่งขนาดนั้น?” จักรพรรดิกู่หรงถาม
เย่เทียนเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่อยู่ที่นั่นพวกเขาจึงต้องถามสถานการณ์จากเย่เทียน
“มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งฆ่าสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ไปหลายตัวและบุกเข้าไปในรังของมันไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตัวนั้นทำอะไรลงไป แต่ไม่นานนกตัวใหญ่ก็พุ่งออกมา จากนั้นมันก็โจมตีออกมาอย่างบ้าคลั่งผมซ่อนตัวอยู่ในสถานะล่องหนและรีบหาที่หลบ โชคดีที่ผมไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงการต่อสู้แต่ก็ไม่กล้าออกมาจนกระทั่งเสียงการต่อสู้ข้างนอกสงบลง”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
จักรพรรดิกู่หรงเชื่อคำพูดของเย่เทียนเขารู้ดีว่าอินทรีปีกทองนั้นน่ากลัวมาก แม้ว่าเย่เทียนจะมีพรสวรรค์ด้านล่องหน แต่หากถูกจับได้ขึ้นมาเขาไม่สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างแน่นอน
และเขาก็ไม่ได้คิดว่าเย่เทียนนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้อินทรีปีกทองโกรธเกรี้ยว
อย่างไรก็ตามเขาคิดผิด
เรื่องนี้ ทั้งหมดมันเป็นฝีมือของเย่เทียนอย่างแท้จริง!
“จักรพรรดิกู่หรงแล้วผลการต่อสู้เป็นอย่างไรบ้าง?”
เย่เทียนถามด้วยความสงสัย
“จักรพรรดิ6 คนจาก 36 จักรพรรดิได้รับบาดเจ็บสาหัส และสุดท้ายจักรพรรดิขวานสงครามก็ลงมือด้วยตัวเองทำให้อินทรีปีกทองได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็สามารถหลบหนีไปได้!”
จักรพรรดิกู่หรงกล่าว
“แม้แต่จักรพรรดิขวานสงครามก็ยังไม่สามารถฆ่ามันได้?”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ใช่!” จักรพรรดิกู่หรงพยักหน้า“นกตัวนั้นน่าจะมีพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับความลึกลับ นอกจากนี้ระดับการบ่มเพาะของมันก็ไม่ได้อ่อนแอมันมีความเร็วมากกว่าจักรพรรดิขวานสงครามเล็กน้อย ในขณะที่มันได้รับบาดเจ็บสาหัส มันได้กระตุ้นพลังทางสายเลือดทำให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก จักรพรรดิขวานไม่สามารถไล่ตามมันได้ทัน ดังนั้นเขาจึงต้องยอมแพ้ในการไล่ล่าจากการประเมินคร่าวๆ อินทรีปีกทองนั่นมีพลังอย่างน้อยก็เทียบได้กับ 5 อันดับแรกของการจัดอันดับระดับจักรพรรดิ!”
“มันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เย่เทียนประหลาดใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่จักรพรรดิกู่หรงพูดผิดไปนั่นก็คืออินทรีปีกทองมีพรสวรรค์ในการบินระดับลึกลับไม่ใช่พรสวรรค์ด้านความเร็วระดับความลึกลับ
“คุณกลับไปก่อนเถอะเรื่องนี้คุณทำได้ดีมาก ถ้าไม่มีคำเตือนล่วงหน้าของคุณ พวกเราอาจจะส่งจักรพรรดิธรรมดาไปจัดการมันถ้าเป็นเช่นนั้นคงจะทำให้เราต้องเผชิญกับความสูญเสีย!” จักรพรรดิกู่หรงกล่าวชม
“ไม่เป็นไรแค่เรื่องเล็กน้อย!”
เย่เทียนรู้สึกละอายเล็กน้อย
ความจริงแล้วเขาเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้หากจักรพรรดิกู่หรงหรือจักรพรรดิที่ได้รับบาดเจ็บรู้เรื่องนี้ เขาคงจะถูกสังหารอย่างแน่นอน
หลังจากเย่เทียนกล่าวคำอำลาเขาก็กลับไปที่ปราสาทเพื่อพักผ่อนและเตรียมจะหลอมรวมกับพรสวรรค์ทั้งสองที่เขาคัดลอกมา