The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 82 เผชิญหน้ารองเจ้าป่า

    เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com

    ....................

               

           มาวินเดินตรงโดยไร้อุปสรรคใดๆ ระหว่างทาง เด็กหนุ่มพบแต่สายลมเย็นและความว่างเปล่าเวลาผ่านไป 20 นาที ก็ถึงเชิงเขาอันเป็นด่านสุดท้ายของดันเจี้ยน


    “ โอ้โห มองไกลๆไม่น่าสูงเท่าไหร่ แต่พอมองใกล้ๆ ก็มหึมาไม่ใช่น้อย ตกลงภูเขาลูกนี้สูงกี่เมตรกันแน่ฟะ พี่ชายผมทอง ” มาวินจ่อปากไปที่นาฬิกาข้อมือเพื่อถามข้อมูล แต่ปลายสายกลับเงียบฉี่ 


    “ เหอๆ..... มีงอนด้วยแฮะ ดีเลย ถึงมีนาย ก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ แบร่..... ” มาวินแลบลิ้นใส่นาฬิกาข้อมือเป็นเชิงล้อเลียน แต่ภายในกลับรู้สึกจิตตกพอสมควรที่จู่ๆต้องขาดผู้ช่วยคนสำคัญ

               


           แม้มาวินต้องสู้ต่อโดยไร้ผู้สนับสนุน แต่ด้วยทิฐิมานะที่แรงกล้าก็บันดาลให้เขางดเว้นคำขอโทษและก้าวขึ้นสู่เขาสูง ปากก็บ่นพึมพำเรื่อยเปื่อยตามประสาคนอยู่ไม่สุข


    “ เชอะ ด่าแค่นี้ทำเป็นงอน ไอ้ผมทองใจเสาะเอย กลับไปได้ จะเอาดาบยาวๆของมันยัดตูดให้ร้องแต๋วแตกไปเลย ”

               


            ทางเดินขึ้นเขาค่อนข้างเรียบ คล้ายถนนที่ตัดมาเป็นอย่างดี แถมไม่ชันมาก คนแก่อายุ 70 อัพสามารถเดินผ่านได้อย่างสบาย ดูไปแล้ว สถานที่นี้ไม่น่าจะเป็นด่านสุดท้ายของดันเจี้ยน แต่น่าจะเป็นอุทยานป่าสงวนซะมากกว่า 


    “ โอ้โห.... แน่ใจนะว่านี่เป็นด่านสุดท้าย ถนนหนทางเดินง้ายง่ายอย่างกะทางเข้าสวนสาธารณะเลย แถมบรรยากาศก็ดีจนน่ามาปิกนิก ” เด็กหนุ่มเดินขึ้นเขาอย่างช้าๆ สายตามองป่ารอบข้างที่อุดมไปด้วยดอกไม้หลากสีสันและต้นไม้ที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

              


           เด็กหนุ่มเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ เขารู้สึกชิวเอามากๆ เพราะตลอดทางเดินเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ ร่มรื่นและสวยงาม


    “ อืม.....ที่นี่สวยไม่เลวแฮะ ถ้าจันได้มาเห็น ยัยนั่นต้องชอบแน่ๆ ” เด็กหนุ่มพูดไปก็อมยิ้มไป ใจคิดถึงเพื่อนวัยเด็กที่ถวิลหา  

                


             ทุกสรรพสิ่งในที่นี้ดูเหมือนจะสมบูรณ์และสวยงามตามอุดมคติของจิตรกรเอก ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป นั่นก็คือ……..เสียงของสิงสาราสัตว์  

               


            เด็กหนุ่มเดินเรื่อยเฉื่อย โดยไม่แยแสต่อความผิดปกติที่ปรากฏ ในที่สุด เขาก็มาถึงยอดเขาได้สำเร็จ 

                


             บนยอดเขานั้นเป็นลานโล่งรูปวงกลม มีต้นไม้แวดล้อมอยู่ประปราย เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือหน้าผาสูงชันที่ยื่นออกจากลานกว้างไปเล็กน้อย 

           


              หน้าผาแห่งนั้นมีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาของเด็กหนุ่มนั่นก็คือแท่นโลหะที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
     50 เซนติเมตร


    “ เย้ๆ ถึงยอดเขาแล้ว สิ่งนั้นน่าจะเป็นแท่นวาร์ปที่พาชั้นออกจากดันเจี้ยนนี้ ” มาวินฉีกยิ้มกว้าง เขาเดินตรงไปที่แท่นวาร์ป 

               


             ทุกย่างที่ก้าว ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มมั่นใจ โจจี้คือตัวซวยขนานแท้ เพราะในด่านที่ผ่านมา หนุ่มหล่อทักทีไร ศัตรูต้องโผล่มาทุกที แต่ในด่านสุดท้าย ไม่ปรากฏแม้แต่มดซักตัว 


    “ นับว่าโชคดีที่เบรกพี่ชายผมทองได้ทัน ไม่งั้นเราคงได้เจอตัวอะไรซักอย่างแน่ๆ ” มาวินยิ้มให้ตนเอง

            


              ขณะที่เด็กหนุ่มใกล้จะถึงแท่นวาร์ป ก็บังเกิดเสียงคำรามของอะไรบางอย่างกระแสนั้นดูทรงอำนาจ


    “ โฮก........ ” 

                 


              ทันทีที่ได้ยินเสียง เด็กหนุ่มหัวเขียวถึงกับชะงัก ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านไขสันหลังและกระจายไปทั่วร่าง ด้วยรู้ดีว่านี่คือเสียงของอะไรแต่ก็ไม่วายปลอบใจตัวเอง 


    “ เอ๊ะ หูแว่วไปเองล่ะมั้ง สงสัยช่วงนี้เจ็บตัวบ่อย เลยออกแนวหลอนนิดๆ เหอเหอ เหอ.... ” มาวินหัวเราะแห้งๆทันใดนั้นเอง เสียงนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้กระโชกแรงและลากยาวยิ่งกว่าเดิม


    “ โฮก......... ” 

                


            มาวินกลั้นหายใจ พร้อมรวบรวมความกล้า เพื่อหันกลับไปมอง เมื่อได้ประจันกับสิ่งที่ส่งเสียง เด็กหนุ่มก็พบว่ามันคือ……..เสือดาว

                 


            เสือดาวตัวนั้นโตเต็มวัย ร่างยาวใกล้เคียงกับความสูงของมาวิน หนังสีเหลืองมีจุดดำแต้มอยู่โดยรอบ ดวงตาดุร้ายบนใบหน้าจับจ้องมาที่เด็กหนุ่ม หูตั้งชันขึ้นมา พร้อมขนที่พองทั่วกาย อาการคล้ายแมวใหญ่ที่กำลังสำแดงเดช


    “ ฮะๆ ใจเย็น เพื่อน ชั้นแค่จะขออนุญาตเดินไปที่จุดวาร์ปนั่นจะได้มั้ย ” มาวินขอร้องเสือร้ายพร้อมหัวเราะ เขาพยายามตีสีหน้าให้เป็นมิตรที่สุด


    “ โฮก....... ” เสือดาวอ้าปากกว้างและคำรามยาว เสียงดังก้องกว่าสองครั้งที่ผ่านมาเขี้ยวในปากแหลมคมและแข็งแรง เชื่อว่าถ้ามันได้ขย้ำมาวินแบบเต็มๆ รับประกันได้เลยว่าต้องมีเนื้อหลุดออกมาเป็นยวง


    “ เหอๆ ฟังจากเสียง คงไม่ใช่คำว่า…..ยินดีต้อนรับแน่ๆ ” มาวินยังเพ้อเจ้อได้อีกแต่น้ำเสียงกลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

              


            เสือดาวหยุดคำราม มันย่างสามขุมเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมวาวที่แสนดุร้ายจับจ้องมาที่เหยื่ออยู่ตลอด


    “ เฮ้..... จะทำอะไรน่ะ อย่าเข้ามานะ ชั้นไม่อร่อยหรอก พวก ไปกินอย่างอื่นเถอะน่า ” มาวินถอยหลังช้าๆ พร้อมตั้งท่าสู้ แน่นอนว่าเสือดาวไม่เคยคิดเกรงกลัวท่าทางขอร้องแกมข่มขู่ที่น่าอนาถมันก้าวเข้ามาเร็วขึ้น 


    “ โว้ๆ ช้าก่อน ใจเย็นๆ ” มาวินร้องห้ามเสียงหลงอึดใจต่อมา เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่าแผ่นหลังได้กระทบกับอะไรบางอย่างที่แข็งกระด้าง เขาตอบตัวเองในใจว่าสิ่งนั้นคือ….ต้นไม้ 


    “ ซวยแล้ว ” 

                 


            วินาทีนั้นเอง เด็กหนุ่มก็รู้สึกถึงแรงลมมหาศาลที่พัดกระพือพอเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับเสือดาวร่างเพรียวที่กำลังกระโจนเข้ามาพร้อมกรงเล็บแหลมคมบนอุ้งมือ


    “ เฮ้ย ” มาวินกระโดดออกข้างสุดกำลัง 


    “ เปรี้ยง ” 

                


            กรงเล็บของเสือดาว ทำให้เปลือกไม้แตกกระจุย นับว่ามาวินเป็นนักสู้ที่มีปฏิกิริยาว่องไว เพราะถ้าเมื่อกี้หลบไม่ทัน รับประกันได้เลยว่าหัวของเขาต้องหลุดจากบ่าอย่างแน่นอน 


    “ กรร...... ” เสือร้ายหันกลับมาแยกเขี้ยวขู่ท่วงท่าเต็มไปด้วยความดุร้ายตามสายพันธุ์ ส่วนมาวินก็ยกสองแขนขึ้นตั้งการ์ด เพื่อรับการจู่โจมครั้งต่อไป


    “ เหอๆ สงสัยจะจริงอย่างที่พี่ชายหัวทองพูด......ถึงหมอนั่นจะทักหรือไม่ทัก เราก็ต้องเจอกับมอนสเตอร์ประจำด่าน” มาวินเริ่มสำนึกผิด ในระหว่างที่รู้สึกจิตเสื่อมเสียงของโจจี้ก็ดังขึ้นมา


    “ เป็นไง ไอ้น้องชายหัวเขียว ที่นี้นายเชื่อรึยัง ถึงชั้นไม่พูดอะไร มอนสเตอร์ก็โผล่ออกมาอยู่ดี ” น้ำเสียงของหนุ่มผมทองดูจะสะใจ 


    “ เออ นายถูกก็ได้ ตกลงที่โฟนอินเข้ามา กะจะมาเยาะเย้ยหรือมาช่วยกันแน่ฟะ ” มาวินถามกลับ ท่าทางเคืองนิดๆ แต่ลึกๆนึกดีใจที่ได้ยินเสียงโจจี้


    “ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ โฟนอินคืออะไร ” โจจี้ถามกลับมาอีกครั้งตามนิสัยใฝ่รู้ (แถวบ้านเรียกสอใส่เกือก)


    “ โฟนอินก็คือ… เฮ้ย ไอ้บ้า จะตายมิตายแหล่อยู่แล้ว นายดันมาถามบ้าถามบออะไรฟะ ” มาวินนึกนิดหนึ่งว่าจะตอบยังไง แต่พอเหลือบไปเห็นเสือร้ายที่ยืนถมึงทึง เขาก็เปลี่ยนมาโวยใส่หนุ่มหล่อ


    “ เออ จริงแฮะ นายกำลังแย่อยู่นี่หว่า เอาล่ะ เจ้าตัวนี้คือเสือดาว เป็นมอนสเตอร์ที่มีเลเวลอยู่ในระดับ 18-25 ” หนุ่มผมทองรีบบอกข้อมูลของมอนสเตอร์ที่มาวินกำลังผจญ


    “ เฮ้อ...... นายช่วยได้มากเลย แต่รบกวนบอกอะไรที่ชั้นยังไม่รู้จะได้มั้ย ” มาวินถอนหายใจเบาๆ


    “ โอเค เดี๋ยวขอดูข้อมูลที่ศาสตราจารย์ส่งมาก่อน ” โจจี้ไม่ต่อร้องต่อเถียงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าเขาคิดหาหนทางช่วยเหลือพระเอกหนุ่มมาดลิงอย่างจริงจัง

              
           จังหวะที่มาวินกำลังง่วนอยู่กับการสนทนา เสือดาวตัวร้ายก็ฉวยโอกาสกระโจนเข้าใส่สุดกำลัง ด้วยความเร็วและระยะที่กระชั้น ทำให้หลีกเลี่ยงได้ยากกว่าคราวแรก


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter