นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 54 ภารกิจหน่วย

             

            ตอนที่ 54 ภารกิจหน่วย

             

             

            “หน่วยสาม ผู้พันลาลันตาเรียกพบทั้งหน่วยเลยครับ” หน่วยสนามคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามาในห้องประจำการของหน่วยสามในวันอันสงบสุขวันหนึ่ง

             

            หัวหน้าเมย์เลิกคิ้วอย่างสงสัย เธอยังไม่ได้รับข่าวกรองใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ใหญ่อะไรที่สมควรเรียกพบพวกเขาทั้งหน่วย

             

            นิทานเงยหน้าขึ้นมาจากท้องของคีตา ในมือถือแปรงอย่างดีอันหนึ่ง บนตักของเขามีคีตาที่นอนหงายท้องอย่างสบายใจในขณะที่นิทานบรรจงหวีขนให้มัน

             

            หางตาของเขากระตุกน้อย ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้พันลาลันตาเรียกพบพวกเขาพร้อมกันทั้งหน่วย

             

            เขาสัมผัสได้ว่าจะมีเรื่องน่าปวดหัวเกิดขึ้น เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่เขาได้พักผ่อนอย่างสงบหลังจากงานเลี้ยงราชวงศ์ในครั้งนั้น แม้เขาจะยังมาทำงานตามปกติและยังมีเหตุร้ายที่พวกเขาต้องออกไปทำหน้าที่อยู่ทุกวัน แต่ก็เป็นเหตุร้ายทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้ทำให้พวกเขาเหนื่อยยากอะไร สัปดาห์นี้จึงถือเป็นช่วงที่นิทานค่อนข้างผ่อนคลาย

             

            แม้แต่การลอบโจมตีหรือการลอบทำร้ายที่เขารอคอยอยู่ก็ไม่เกิดขึ้น แม้จะยังเหนื่อยยากเรื่องการฝืนคงพลังอาณาเขตเอาไว้ แต่การได้พัฒนาขึ้นในทุก ๆ วันก็เป็นสิ่งที่นิทานยินดี

             

            นิทานได้พบองค์หญิงบ้างประปรายขณะที่เขาเดินในเมือง แน่นอนว่าคนเกลียดความวุ่นวายอย่างนิทานย่อมไม่เข้าไปทักทายหาเรื่องใส่ตัว เพียงหันไปมองแล้วจึงจากไปทำธุระของตนตามปกติ

             

            แม้นิทานจะมีทัศนคติต่อตัวองค์หญิงดีขึ้นมากแล้วหลังจากเหตุการณ์ ‘องค์หญิงของปวงชน’ ที่ร้านภารตาและการพบเห็นด้วยตาตนเอง เขาก็ยังขอเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวให้มากที่สุด จะยังไงเธอก็คือองค์หญิง คือผู้มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งผู้ประคองบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ การอยู่ใกล้เธอก็หมายถึงการหาเรื่องใส่ตัว

             

            ปัญหาเดียวที่พอจะมีคือคีตาชอบรบเร้าให้เขาเข้าไปหาองค์หญิงไพลินเวลามันพบเธอก็เท่านั้น ดูเหมือนว่าคีตาจะติดใจขนมที่องค์หญิงให้กินครั้งนั้นเข้าอย่างจัง

             

            “งั้นยกเลิกการซ้อมช่วงเช้าไปก่อน ไปเจอผู้พันก่อนค่อยว่ากัน” หัวหน้าเมย์เอ่ยขึ้นขณะเช็ดเหงื่อไคลที่ไหลย้อยตามใบหน้า

             

            “มีเรื่องอะไรรึเปล่านะ ภารกิจหน่วยรึเปล่า เราไม่ได้มีภารกิจหน่วยเข้ามานานแล้วนะ” นภาพูดขึ้น

             

            “นั่นสิ แต่ปกติถึงเป็นภารกิจหน่วยผู้พันลาลันตาก็ไม่เรียกพบเราทั้งหน่วยเพื่อมอบหมายงานด้วยตัวเองนี่นา” กีออนเกาหัว

             

            “นิทาน นายได้ไปทำพลาดอะไรรึเปล่า” คาซาหัวเราะพลางจิ้มเอวนิทาน

             

            “ผมก็ส่งเอกสารครบทุกชิ้นนะครับ” นิทานที่สะดุ้งจากการโดนจิ้มเอวตอบ

             

            “ผมคิดว่าคงเป็นภารกิจทั้งหน่วยนั่นแหละครับ แค่อาจจะเป็นภารกิจที่พิเศษหน่อย” เฒ่าเตวันหัวเราะ

             

            พวกเขาพูดคุยกันระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังห้องของผู้พันลาลันตา มีเพียงนิทานที่ยังคงสังหรณ์ไม่ดีอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ในรูปแบบของการสัมผัสอันตราย แต่เป็นสังหรณ์ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาจะเจอเรื่องยุ่งยากน่าเหนื่อยใจอีกครั้ง

             

            เมื่อหัวหน้าเมย์เปิดประตูเข้าห้องทำงานของผู้พัน ผู้พันลาลันตายังคงนั่งอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่ของเธอโดยปล่อยเก้าอี้ไว้เฉย ๆ เช่นเคย ผู้พันลาลันตาไม่ได้ดูมีอารมณ์โกรธหรือบรรยากาศกดดันอะไร เพียงยิ้มเบาบางพร้อมกับถือเอกสารไว้ในมือเหมือนเช่นทุกครั้ง

             

            นิทานลอบโล่งอกที่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก

             

            “โอ้ มากันแล้วสินะ นั่งก่อนเลย รายละเอียดที่ต้องคุยครั้งนี้จะยาวหน่อย” ผู้พันลาลันตาชี้ไปยังเก้าอี้และโซฟาในห้อง

             

            “สวัสดีครับ/ค่ะ ผู้พัน!” หน่วยสามต่างค้อมตัวทำความเคารพ

             

            “อื้ม สวัสดี เอ้า รีบนั่งกันได้แล้ว” ผู้พันลาลันตาโบกมือไปมา

             

            คีตาเดินเข้าไปนั่งข้างผู้พันอย่างรู้งาน ผู้พันเห็นดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ แล้วจึงอุ้มคีตาขึ้นมาไว้ข้างกาย นำมานั่งอยู่บนโต๊ะไม้ราคาแพงข้าง ๆ เธอ

             

            “ผู้พันคะ มีภารกิจหน่วยเหรอคะ” หัวหน้าเมย์ถามขึ้นหลังจากทุกคนนั่งลงแล้ว เธอมองเอกสารในมือของผู้พันลาลันตา

             

            “ใช่ เป็นภารกิจคุ้มกันน่ะ ระยะเวลาคิดว่าประมาณ 1สัปดาห์ ประกบติดตลอดเวลา ต้องไปค้างนอกสถานที่ด้วย เพราะงั้นเตรียมอุปกรณ์ไปให้พร้อมล่ะ อาจจะเกินกว่า 1สัปดาห์ก็ได้ เพราะงั้นเตรียมของส่วนตัวเผื่อไว้ด้วย” ผู้พันลาลันตาพูดขึ้น มือหนึ่งลูบหัวคีตา

             

            “ภารกิจพิเศษเหรอคะ?” หัวหน้าเมย์ขมวดคิ้ว ภารกิจเช่นนี้แม้เธอจะเคยผ่านมาบ้าง แต่โดยปกติแล้วหน่วยพิทักษ์เมืองสมควรทำภารกิจคุ้มกันภายในนครรัตนะเท่านั้น การติดตามคุ้มกันบุคคลสำคัญมักเป็นหน้าที่ของกองทหารเสียมากกว่า

             

            ผู้พันลาลันตาเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าเมย์ไม่พูดอะไร นัยน์ตาปรากฏความเฉียบคมตัดกับบรรยากาศชื่นมื่นเมื่อครู่ หัวหน้าเมย์เมื่อเห็นดังนั้นก็เงียบเสียงลง เธอสัมผัสได้ถึงความเข้มงวดในนั้น ในเมื่อผู้พันลาลันตาไม่ยอมอธิบายอะไร หมายความว่าเธอไม่สมควรได้รู้ในตอนนี้

             

            เหล่าสมาชิกหน่วยสามมองหน้ากันไปมา พวกเขานั้นย่อมเห็นการโต้ตอบและความเข้มงวดในนัยน์ตาของผู้พันเช่นกัน พวกเขานั้นไม่กล้าถามอะไรมาก แม้จะดูน่าสงสัย แต่พวกเขาล้วนเชื่อใจผู้พันลาลันตา เธอย่อมไม่ส่งพวกเขาไปทำอะไรที่เกินความสามารถของพวกเขา

             

            มีเพียงนิทานเท่านั้นที่ลางสังหรณ์เริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านการกระตุกของหนังตาอีกครั้ง

             

            “หมู่บ้านเปลวเหมันต์คือจุดหมาย ตั้งอยู่ที่ทางเหนือของอาณาจักรไฟกัลป์ ใกล้กับเขตพื้นที่เขาสูง เป็นพื้นที่เขตหนาวที่แม้จะอยู่ในเขตปกครองของอาณาจักรไฟกัลป์ แต่ก็ไม่มีการกวาดล้างสัตว์อสูรได้ดีเท่าที่ควร ด้วยเพราะความห่างไกล ทำให้กองกำลังของเราในพื้นที่นั้นจึงไม่มากนัก”

             

            “พื้นที่บริเวณนั้นจึงยังมีสัตว์อสูรอยู่ค่อนข้างเยอะ พวกเธอต้องร่วมทางไปกับเป้าหมายไปยังหมู่บ้านเปลวเหมันต์นี้ ช่วยเป้าหมายจัดการกับสัตว์อสูรที่ระบุไว้ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจึงนำเป้าหมายกลับมาจากพื้นที่นั้นอย่างปลอดภัย” ผู้พันลาลันตาร่ายยาว

             

            “เป้าหมายคือใครเหรอครับ” นิทานยกมือถามขึ้น

             

            ผู้พันลาลันตาเพียงหันมามองเขาเล็กน้อย ยิ้มให้อย่างมีเลศนัย แค่เห็นรอยยิ้มนั้นนิทานก็ขนลุกซู่ไปหมด หางตาของเขากระตุกไม่หยุด

             

            “รายละเอียดอื่น ๆ ไว้พรุ่งนี้พวกเธอก็รู้กันเองนั่นแหละ”

             

            “การเดินทางล่ะคะ ถ้าเป็นการเดินทางแบบพิเศษคนในหน่วยจะได้เตรียมตัวกันพร้อม” หัวหน้าเมย์ถามขึ้น

             

            “รถม้าลากทั่ว ๆ ไปเนี่ยล่ะ เตรียมตัวกันตามปกติเลย ของส่วนตัวทั้งหลายก็เตรียมไว้เผื่อสำหรับสัปดาห์กว่า ๆ ก็ได้ เรื่องเวลาไม่มั่นใจนัก แต่เดินทางไปถึงหมู่บ้านเปลวเหมันต์ก็ประมาณ 1วันได้ ถ้าภารกิจเสร็จไวก็อาจจะได้กลับก่อน1สัปดาห์” ผู้พันลาลันตาพูด

             

            “ส่วนสัตว์อสูรเป้าหมายอยู่ระดับนักสลักเอก คำแห่งพลังมีแค่คำเดียว พวกเธอน่าจะจัดการได้ไม่ยาก อนุญาตให้ใช้อาวุธได้เต็มที่ อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยของชาวบ้านด้วย”

             

            หลังจากนั้นก็เป็นการอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิประเทศ อุปกรณ์ที่พวกเขาควรเอาไปนอกเหนือจากของส่วนตัว ของจากกองทัพที่พวกเขาสามารถเบิกนำไปได้

             

            ที่เตะตานิทานคือพวกเขาสามารถทำเรื่องขอเบิกวัตถุเสริมอาคมและวัตถุสลักคำได้ นิทานนั้นอยู่ในนครรัตนะมาเกินหนึ่งเดือนแล้ว แม้เขาจะเห็นวัตถุเสริมอาคมมากมายในชีวิตประจำวัน แต่วัตถุสลักคำยังเป็นของหายากที่เขาพบเห็นไม่บ่อยนัก ในครอบครองของเขาก็ยังมีเพียงทัณฑ์สีขจีของคีตาที่เขาต้องคอยซื้อปลาสดมาเชือดในทุก ๆ วัน

             

            การประชุมดำเนินไปกว่าชั่วโมงเพื่อสรุปเรื่องยิบย่อยมากมายรวมถึงวัตถุเสริมอาคมที่พวกเขาพกไปได้

             

            “นอกเหนือจากนี้ก็ถามเอาจากเป้าหมายละกัน พรุ่งนี้จะมีรถม้ามารับตั้งแต่เช้า เตรียมตัวกันมาให้พร้อมล่ะ” ผู้พันลาลันตาพูดรวบรัด เป็นสัญญาณจบการประชุมครั้งนี้

             

            เหล่าสมาชิกหน่วยสามต่างทำสีหน้างุนงงมองหน้ากันไปมายามที่ออกมาจากห้องผู้พันลาลันตา

             

            “น่าจะเป็นบุคคลสำคัญมาก ๆ คนหนึ่งนั่นล่ะ เลยปิดข่าวเงียบขนาดนี้ น่าจะกลัวข้อมูลรั่วไหล” หัวหน้าเมย์พูดขึ้น

             

            “ครั้งก่อนยังไม่ขนาดนี้เลยนะครับ ตอนนั้นแค่กำชับว่าห้ามเปิดเผย” นภาพูดขึ้นด้วยสีหน้างุนงง

             

            “เอาเถอะน่า ยังไงก็เป็นงานนะ เอาเป็นว่าเตรียมตัวกันให้พร้อมด้วยล่ะ ส่วนเรื่องเบิกของจากกองทัพ เดียวเย็นนี้ฉันจะไปเบิกมาให้ ใครต้องการสมบัติแบบไหนที่คิดว่าจำเป็นก็จดแล้วส่งมาให้ฉันก่อนเลิกงาน” หัวหน้าเมย์กล่าวสรุป

             

            นิทานไม่อาจสลัดความรู้สึกเป็นกังวลได้เลยตลอดทั้งวัน ได้เพียงเตรียมตัวเองให้พร้อม เขาไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้สมบัติแบบพิเศษอะไร แต่ในเมื่อโอกาสได้ของฟรีมาถึง เขาจึงขอเบิกวัตถุเสริมอาคม ยันต์ป้องกัน 3ใบ

             

            ยันต์ป้องกันเป็นวัตถุเสริมอาคมที่สามารถป้องกันการโจมตีระดับนักสลักเอกได้ครั้งหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ของสูงค่าอย่างเทียนเปลวดับสูญของอินจันทร์ที่สามารถสังหารนักสลักโทได้ แต่การมีสมบัติเพิ่มขึ้นก็ทำให้เขาอุ่นใจ เขาจัดสรรโดยให้คีตาพกไว้สองใบ ตัวเขาหนึ่งใบ

             

            พอกลับถึงบ้านจึงจัดแจงเสื้อผ้าไว้เปลี่ยน ชุดคลุมตัวเก่ง รองเท้าหนัง หวีแปรงขน และขนมของคีตา ด้วยความกังวล นิทานถึงกับเตรียมหอกอย่างดีสำหรับใช้เป็นกระสุนของวัชระดาวตกถึง 5เล่มด้วยกัน

             

            คีตาก็เตรียมตัวเองพร้อม มีดสั้นมากมายถูกใส่ในกระเป๋าบรรจุวังขนาดเล็กที่นิทานซื้อมาให้ ทัณฑ์สีขจีที่ถูกดูแลอย่างดีก็ถูกตระเตรียมเช่นกัน

             

            นิทานเพียงหวังว่าความกังวลของตนจะเป็นเพียงสิ่งที่เขาคิดไปเอง

             

            —————————————————————————————————————————————————

             

            รถม้าสุดหรูคันหนึ่งมาจอดหน้าสำนักงานหน่วยพิทักษ์เมืองในรุ่งเช้า หน่วยสามที่ต่างมารอคอยกันพร้อมหน้าล้วนแต่กระซิบกระซาบกันถึงตัวตนของผู้ที่พวกเขาต้องปกป้อง เมื่อรถม้าจอดสนิท ประตูก็เปิดขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นเงาร่างของสตรีที่อยู่ภายใน

             

            เมื่อหน่วยสามเห็นใบหน้าของสตรีผู้นั้น ดวงตาของพวกเขาก็เปล่งประกาย เผยรอยยิ้มกันออกมา

             

            คีตาส่ายหางอย่างมีความสุขขณะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของสตรีตรงหน้า เธอหัวเราะเสียงหวานพลางหยิบขนมออกมายื่นให้มันกินอย่างมีความสุข

             

            “ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะหน่วยสาม หัวหน้าเมย์ เราได้ยินเรื่องชื่อเสียงของเมย์หอกแลบลั่นมานานแล้วค่ะ”

             

            “ตอนที่ผู้พันลาลันตาฝากฝังภารกิจนี้ พวกกระหม่อมก็สงสัยอยู่ค่ะว่าเหตุใดต้องเก็บเป็นความลับถึงเพียงนั้น” หัวหน้าเมย์หัวเราะเบา ๆ

             

            “คุณนภา คุณกีออน คุณคาซา คุณเตวัน สบายดีนะคะ เจอกันครั้งล่าสุดก็ที่ตลาดกลางเมืองใช่มั้ยคะ”

             

            “ยินดีที่ได้พบครับ/ค่ะ องค์หญิงไพลิน” หน่วยสามพูดอย่างพร้อมเพรียง

             

            “บอกแล้วไงคะ ว่าเราต้องได้พบกันอีกบ่อย ๆ นิทาน คีตา” องค์หญิงไพลินยิ้มให้นิทานจากบนรถม้าขณะที่มองตรงมายังเขา

             

            นิทานได้แต่ปั้นยิ้ม ในตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเขาจะเจอเรื่องน่าปวดหัว

             

            ก็ในเมื่อตัวดึงดูดเรื่องเหนื่อยใจตอนนี้มาปรากฏตรงหน้าเขา และยังต้องร่วมทางกันไปอีกกว่าหนึ่งสัปดาห์


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852