แพขนตางอนยาวเรียงตัวสวยขยับยุกยิกเมื่อลำแสงสายหนึ่งลอดผ่านม่านมุ้งเข้ามากระทบใบหน้างามกระจ่างเปลือกตาบางที่บดบังดวงตาคู่งามค่อยๆ ขยับไหวไปมาด้วยความเกียจคร้านของผู้เป็เ้าของจึงไม่ยอมที่จะลืมตาตื่น
ััแรกที่แทรกซึมเข้ามาเมื่อนางขยับตัวเพื่อพลิกกายเพราะรู้สึกเมื่อยขบคืออาการหนักอึ้งไปทั้งร่าง อิงอิงถึงกับเผลอนิ่วหน้าเมื่อศีรษะของนางก็หนักจนยกไม่ขึ้นเช่นกันคงเป็เพราะฤทธิ์สุราที่นางดื่มเข้าไปเสียหลายจอก เมื่อนึกถึงสุราที่นางดื่มกายบางก็ถึงกับชะงักไปความอบอุ่นที่ได้รับทำให้รู้ได้ว่านางกำลังนอนอยู่บนที่นอนหนานุ่ม
เอ๋...สำนึกสุดท้ายนางจำได้ว่าตัวเองอยู่ที่หอสุรามิใช่หรอกหรือและยังดื่มสุรากับบุรุษแปลกหน้าสองต่อสองอีกด้วยเมื่อรู้สึกตัวตื่นเต็มที่ร่างบางก็เกร็งไปทั้งร่างแล้วความทรงจำสายหนึ่งคำพูดที่นางเอ่ยกับบุรุษที่พึ่งเจอกันครั้งแรกก่อนที่สติจะดับวูบไปก็ดังก้องเข้ามาในหัวใบหน้างดงามพลันแดงซ่านเห่อร้อนไปทั้งใบหน้าและลำคอ
นี่นางทำอะไรลงไป
อิงอิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากรู้สึกว่าลำคอของนางแห้งเป็ผุยผงราวกับเมื่อคืนนี้นางใช้เสียงมากจนเกินไป แต่นางจำอันใดไม่ได้ตอนนี้มือไม้แข้งขาของนางสั่นไปหมดแล้ว
คอนางแห้ง ขานางสั่น อิงอิงคิดด้วยหัวใจที่สั่นระรัวมิใช่ว่าตอนนี้นางกำลังนอนร่วมเตียงอยู่กับเขาคนนั้นหรอกหรือจากประสบการณ์การอ่านหนังสือนิยายรักสิบแปดบวก พระนางที่เมามายก็มักจะลงเอยเช่นนี้
อร๊ายอร๊าย อร๊าย
เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังอยู่ภายในใจที่เต้นกระหน่ำใบหน้าและใบหูของนางร้อนผ่าวไปหมด ผิดกับฝ่ามือที่เย็นเฉียบและสั่นเทามันกำลังลากไล้ััไปตามร่างกาย ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่นางคิดมันคือเื่จริงอาภรณ์ที่อยู่บนร่างของนางตอนนี้มีเพียงชุดคลุมบางเบาเพียงตัวเดียว
ผ้าแพรคลุมกายจึงถูกดึงขึ้นมาปกปิดใบหน้าที่ตอนนี้มันคงแดงก่ำนางไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองกลัวเหลือเกินว่าหากลืมตาขึ้นมาแล้วจะเจอกับฉากยอดนิยมแห่งยุคแผงอกแกร่งกำยำของคนที่นอนอยู่ข้างกายในสภาพเปลือยเปล่าดวงตาคมกริบกำลังจ้องมองนางด้วยความเสน่หาและหิวกระหายกักตัวของนางเอาไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง แล้วก้มลงมาเอ่ยกระซิบชิดใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแหบพร่า ว่ามันยังไม่เพียงพอเขายังอยากจะกินนางอีก
หากเป็เช่นนั้นแล้วนางจะต้องทำเช่นไรดีจะร้องห่มร้องไห้ดิ้นรนขัดขืน บอกว่าทุกอย่างเป็เพราะฤทธิ์ของน้ำเมาเช่นดังนางเอกผู้อ่อนแอที่ถูกพระเอกรูปงามย่ำยีอย่างนั้นหรือแล้วหลังจากนั้นเขาก็คงจะต้องปลอบใจนางอย่างดุดัน เอ่ยกับนางซ้ำๆว่าเขาจงใจให้ทุกอย่างเป็เช่นนี้ อร๊าย...นางไม่อยากจะคิด
เฮือก!
ฝ่ามืออุ่นร้อนที่จับลงมาบนหัวไหล่มนทำให้อิงอิงสะดุ้งริมฝีปากแดงฉ่ำละล่ำละลักเอ่ยเสียงสั่น
"ยอมเ้าค่ะ ข้ายอมหมดทุกอย่าง"
"คุณหนู คุณหนูเ้าคะ เป็อันใดไปเ้าคะ"
กายบางที่บิดไปมาราวกับกำลังเขินอายนั้นสร้างความงุนงงให้กับเสี่ยวมี่เป็อย่างมากนางจ้องมองผู้เป็นายด้วยความเป็ห่วงกลัวว่าอีกฝ่ายจะล้มป่วยจนเพ้อเพราะใบหน้าของคุณหนูตอนนี้ดูแดงก่ำราวกับโดนพิษไข้เล่นงานริมฝีปากแดงเรื่อของผู้เป็นายเผยอขึ้นจนเห็นไรฟันขาวราวไข่มุกรำไร หรือว่าคุณหนูจะหายใจไม่ออก
น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นทำให้คนที่หลับหูหลับตาเชิดใบหน้ารอรับััวาบหวามชะงักดวงตาฉ่ำหวานปรือขึ้นจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มเ้าของฝ่ามือที่เขย่าร่างของนางอย่างเอาเป็เอาตายอีกทั้งยั้งชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงนาง
เฮ้ย!
"เสี่ยวมี่เ้าเองหรอกหรือ ใหมด"
อิงอิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ยังคงร้อนผ่าวของตนอย่างเสียอาการเมื่อเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของบ่าวคนสนิทมิใช่ใบหน้าหล่อเหลาร้ายกาจของบุรุษผู้นั้น หมดกันอารมณ์วาบหวามชวนใจสั่นของนางลมหายใจยาวเหยียดถูกระบายออกมาอย่างแสนเสียดาย เมื่อกวาดตามองไปรอบกาย ก็พบกับข้าวของเครื่องใช้ที่ดูคุ้นตาอ่า...นี่มันห้องนอนของนางในจวนตระกูลเว่ยนั่นเอง
"เสี่ยวมี่นี่ยามใดแล้ว"
เสียงที่ดูระโหยโรยแรงเอ่ยถามคนสนิทแล้วหลับตาที่หนักอึ้งลงอีกครั้ง
"ปลายยามซื่อแล้วเ้าค่ะคุณหนู"
เสี่ยวมี่เอ่ยตอบผู้เป็นายเฝ้ามองอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ อย่างนึกเป็ห่วง ท่าทางของผู้เป็นายดูไม่ดีเอาเสียเลย
จะเที่ยงแล้วหรือนี่ว่าแล้วทำไมถึงได้รู้สึกหิว
"เสี่ยวมี่เ้าช่วยประคองข้าลุกขึ้นที"
บ้าจริงพอไร้เงาบุรุษข้างกายอย่างที่ใจคิดความกระชุ่มกระชวยของนางก็ปลิวหายไปเสียหมด ร่างกายสิ้นไร้เรี่ยวแรงเสียดื้อๆศีรษะก็รู้สึกทั้งหนักทั้งปวดจนต้องร้องครวญครางออกมา
"คุณหนูปวดศีรษะหรือเ้าคะ รอสักครู่นะเ้าคะบ่าวจะไปนำน้ำแกงสร่างเมามาให้ดื่ม"
เสี่ยวมี่ที่กุลีกุจอประคองผู้เป็นายให้ลุกขึ้นนั่งพิงหลังกับพนักหัวเตียงก่อนจะเร่งสาวเท้าไปนำน้ำแกงสร่างเมาที่นางได้เตรียมเอาไว้มาให้ผู้เป็นายดื่ม
"ดื่มนะเ้าคะ กำลังร้อนๆ"
อิงอิงรับถ้วยน้ำแกงมาดื่มอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้หัวของนางคล้ายกับว่ามีใครเอาค้อนมาทุบนางหวังว่าน้ำแกงนี่จะช่วยได้จริงๆ จึงยกขึ้นดื่มจนไม่เหลือสักหยด
"ขอบใจเ้ามาก"
เสี่ยวมี่รับถ้วยน้ำแกงเปล่ามาถือไว้ในมือเอ่ยกับคุณหนูของนางอย่างเอาใจ
"บ่าวเตรียมน้ำเอาไว้ให้แล้ว คุณหนูไปอาบน้ำให้สดชื่นนะเ้าคะประเดี๋ยวบ่าวจะยกสำรับเข้ามาให้"
"เ้ารู้ใจข้าที่สุด"
เสี่ยวมี่ยิ้มรับคำผู้เป็นายเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็อันใดมากก็เบาใจ
หลังจากได้อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากแต่ความสงสัยว่านางกลับจวนมาได้อย่างไรยังคงอยู่และผู้ที่จะให้คำตอบนางได้ก็คงจะเป็บ่าวตัวน้อยของนาง
"เสี่ยวมี่ ข้า กลับมาที่จวนได้อย่างไรหรือ"
เสี่ยวมี่มองใบหน้าที่ดูดีขึ้นมากของผู้เป็นายอย่างฉงนนางเองก็อยากจะถามคุณหนูเช่นกันว่ากลับมาได้อย่างไร
เมื่อวานนี้นางเป็ห่วงนายสาวจนนั่งไม่ติดจึงไปยืนรออีกฝ่ายอยู่ด้านหลังจวน แต่หลังจากที่ผู้เป็นายออกไปได้เพียงไม่นาน คุณชายเซี่ยชิงเทียนก็พาคนของเขาบุกเข้ามาในจวนใบหน้าที่เหมือนจะฆ่าคนได้ของอีกฝ่าย ทำให้นางที่หลบซ่อนตัวอยู่กลัวจนแทบจะร้องไห้เมื่อไม่พบคุณหนูก็พากันกลับออกไป
คุณชายเซี่ยดูเหมือนจะโกรธคุณหนูมากๆความโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายทำให้นางนึกเป็ห่วงคุณหนูขึ้นมาจับใจคิดจะไปแจ้งทางการก็หลายหน เพราะผู้เป็นายหายเงียบไปตลอดทั้งวันจนเย็นย่ำก็ยังไม่เห็นทีท่าว่าคุณหนูของนางจะกลับมาเสียทีนางจึงตัดสินใจที่จะออกไปตามหาผู้เป็นายแต่เมื่อนางกลับเข้ามาในเรือนกลับเห็นว่าประตูห้องนอนของคุณหนูนั้นเปิดแง้มอยู่ทั้งที่นางจำได้ว่าก่อนที่จะออกไปนางได้ปิดประตูเอาไว้เรียบร้อยดีแล้วเมื่อเข้าไปดูปรากฏว่าคุณหนูนั้นนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงในสภาพที่เมามายไม่ได้สติกลิ่นสุราโชยออกมาจนฉุนไปหมด นางพยายามเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นจนนางใจคอไม่ดีหลังจากที่เช็ดเนื้อเช็ดตัวผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้คุณหนู สำรวจดูแล้วไม่เห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติก็เบาใจเพราะเมื่อผู้เป็นายรู้สึกสบายตัวขึ้นก็หลับตาพริ้มแถมยังคล้ายจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าอีกด้วยบางครั้งก็หลุดหัวเราะออกมาราวกับว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังฝันดี
นั่นคือคำบอกเล่าจากปากของเสี่ยวมี่ที่ทำให้อิงอิงถึงกับกุมขมับแต่สิ่งที่นางมั่นใจที่สุด คือบุรุษผู้นั้นคงเป็ผู้ที่พานางมาส่งเป็แน่
บุรุษผู้ที่นางไม่รู้แม้แต่ชื่อแซ่ของเขาแต่กลับเสนอตัวให้เขาอย่างใจกล้า แต่ดูสิเขากลับพานางมาส่งเรือนเสียนี่
มันช่าง...น่าอับอายยิ่งนัก