ตอนที่ 20 : จิตจำแลงแห่งเทพเทวะ และการแลกเปลี่ยนด้วยพันธสัญญา
"หากเ้ายกกระบี่เล่มนั้นขึ้นมา สิ่งที่ตื่นขึ้นจากใต้ธรณีจะไม่ใช่แค่มดปลวกสีเืพวกนี้... แต่เป็ 'ตัวตน' ที่แม้แต่์ยังต้องหลั่งน้ำตา!!"
เสียงตวาดอันศักดิ์สิทธิ์และเ็าของสตรีปริศนาดังก้องกังวานในห้วงสำนึกของอวิ๋นเซียว ฝ่ามือของเด็กหนุ่มที่กำลังจะััด้ามกระบี่ขึ้นสนิมชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ไอสังหารสีดำทะมึนที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่คล้ายถูกกระแทกด้วยพลังงานที่มองไม่เห็นจนต้องม้วนตัวกลับคืนสู่ใบดาบ
วูบ!
โดยไม่ทันให้ฝูงมารร้ายได้ลงมือฉีกทึ้งร่างของเขา ลำแสงสีเงินยวงอันบริสุทธิ์และโอ่อ่าพลันะเิพวยพุ่งออกมาจากกึ่งกลางหน้าผากของอวิ๋นเซียว แสงนั้นไม่ได้สาดส่องเพื่อสร้างความอบอุ่น ทว่ามันแฝงไว้ด้วยแรงกดดันแห่งมรรคาที่อยู่เหนือล้ำยิ่งกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ ในโลกหล้า
ท่ามกลางแสงสีเงินที่หมุนวน ปรากฏร่างจำแลงของสตรีผู้หนึ่งลอยเด่นอยู่เหนือพื้นดิน นางสวมชุดอาภรณ์สีจันทราพลิ้วไหว เค้าโครงใบหน้างดงามเหนือโลกีย์ทว่าถูกบดบังด้วยหมอกแสงบางเบา ดวงตาสีเงินของนางทอดมองลงมายังฝูงมารอสูรเบื้องล่างด้วยสายตาที่คล้ายกับมองดูฝุ่นธุลีไร้ค่า
กี๊ซซซ... กรร...
วินาทีที่จิตจำแลงของ 'เซวียนหยวนิเยว่' ปรากฏตัว มวลอากาศในสุสานกระบี่คล้ายถูกแช่แข็ง อสูรมารร่างั์ที่สวมเกราะกระดูกและฝูงมารสุนัขป่านับสิบตัวที่เคยก้าวร้าวบ้าคลั่ง บัดนี้กลับทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายอันน่าเกลียดน่ากลัวของพวกมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สัญชาตญาณดิบในสายเืมารของพวกมันกำลังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่อ 'ความสูงส่ง' ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้
"ท่านอาจารย์..." อวิ๋นเซียวครางในลำคอ ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่า หอบหายใจอย่างหนักหน่วง "ข้าไม่มีทางเลือก... พลังปราณของข้าหมดแล้ว พันซานกำลังจะตาย..."
เซวียนหยวนิเยว่ปรายตามองศิษย์ของตน น้ำเสียงของนางยังคงความราบเรียบทว่าบาดลึก "กระบี่เล่มนั้นคือ 'กระบี่ราชันย์อสูร' ที่ถูกใช้เป็แกนสะกดค่ายกลมาร หากเ้าถอนมันออกด้วยระดับพลังฝึกตนอันต่ำต้อยของเ้า เ้าจะถูกไอสังหารกลืนกินิญญาจนกลายเป็หุ่นเชิดสังหารในพริบตา และมารร้ายระดับาที่หลับใหลอยู่ใต้ฝ่าเท้าเ้าก็จะตื่นขึ้น"
"แล้วข้าควรทำเช่นไร... นั่งรอความตายอยู่ที่นี่งั้นหรือ?!" เด็กหนุ่มกัดฟันถาม เืสีดำยังคงรินไหลจากมุมปาก
"ข้าจะให้เ้ายืมพลัง... เพียงเสี้ยวหนึ่งของจิติญญาข้า" เซวียนหยวนิเยว่กล่าวช้าๆ "ทว่าตัวตนของข้าคือสิ่งต้องห้าม กฎแห่ง์ไม่อนุญาตให้ข้าแทรกแซงโลกเบื้องล่าง หากข้าลงมือ พันธกรรมจะผูกมัดเราทั้งสอง เ้าต้องจ่าย 'ราคา' เพื่อหลอกลวงเนตร์"
ดวงตาของอวิ๋นเซียววูบไหว "ราคาอันใด?"
"ประการแรก อายุขัยของเ้าสามสิบปีจะถูกสูบกลืนเพื่อใช้เป็ม่านบังตา ประการที่สอง เ้าต้องประทับ 'ตราทัณฑ์์' ไว้ในิญญา... นับจากนี้เป็ต้นไป ทุกครั้งที่เ้าทะลวงผ่านระดับขั้นใหญ่ ์จะส่งอสนีบาตฟาดฟันเพื่อทำลายล้างเ้าอย่างไม่ปรานี เ้าจะต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความพิโรธของ์ไปชั่วชีวิต... เ้ายอมรับหรือไม่?"
เงื่อนไขนั้นหนักหน่วงจนแทบทำให้ผู้คนวิปลาส การสูญเสียอายุขัยสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างคือการตัดอนาคตตนเอง และอสนีบาต์คือฝันร้ายที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยังขยาดกลัว ทว่าเมื่ออวิ๋นเซียวหันไปมองร่างของพันซานที่ลมหายใจรวยรินจนแทบจะขาดห้วง รอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนเืของเขา
"ข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งในห้วงเหวลึก... เหตุใดข้าต้องกลัว์ที่หน้าซื่อใจคดพวกนั้นด้วยเล่า? หากมันกล้าฟาดฟันข้า ข้าก็จะทะลวง์ให้ดู!" อวิ๋นเซียวตวาดลั่น แววตาเด็ดเดี่ยวราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุม "ทำพันธสัญญาเสีย!"
"ใจกล้าไม่เบา"
มุมปากของเซวียนหยวนิเยว่โค้งขึ้นเป็รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะสังเกตเห็น นางวาดนิ้วเรียวยาวกลางอากาศ ก่อเกิดเป็อักขระสีเงินซับซ้อนประทับลงบนกลางหน้าผากของอวิ๋นเซียว
พริบตานั้น ความเ็ปแสนสาหัสราวกับถูกกระชากิญญาออกจากร่างจู่โจมเข้าใส่อวิ๋นเซียว เขารู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของตนเองกำลังถูกสูบออกไป เส้นผมสีดำขลับที่จอนหูเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีดอกเลา ทว่าในขณะเดียวกัน พลังงานสีเงินยวงอันไร้ขอบเขตก็ไหลบ่าจากจิตจำแลงของอาจารย์เข้าสู่เส้นลมปราณที่แห้งผากของเขา
อ๊ากกกก!!!
อวิ๋นเซียวแผดเสียงร้องลั่น เส้นเืทั่วร่างปูดโปนจนแทบปริแตก พลังของ เซวียนหยวนิเยว่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ร่างกายระดับรวบรวมปราณของเขาจะรองรับได้ ิัของเขาแตกร้าว มีโลหิตซึมออกมาทุกอณู ทว่าดวงตาที่ลืมขึ้นมาบัดนี้กลับอาบชโลมไปด้วยประกายแสงสีเงินอันน่าเกรงขาม
เขาไม่ได้ก้มลงไปเก็บกระบี่า แต่ค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ชูเพียงนิ้วชี้และนิ้วกลางประกบกันดั่งกระบี่
"วิชาระดับศักดิ์สิทธิ์..." เสียงของอวิ๋นเซียวประสานกับเสียงของเซวียนหยวนิเยว่ดังก้องกังวาน "จันทราเยือนหล้า ตัดรจนาธุลี!"
ฟาสสสส!!!
แสงสีเงินเส้นบางเฉียบถูกตวัดออกไปจากปลายนิ้ว มันไม่ได้ส่งเสียงกัมปนาท ไม่ได้สร้างแรงะเิที่สั่นะเืฟ้าดิน ทว่าในวินาทีที่เส้นแสงนั้นกวาดผ่านมวลอากาศ ร่างของมารสุนัขป่านับสิบตัวและมารั์สวมเกราะกระดูก พลันหยุดนิ่งอยู่กับที่
สายลมพัดผ่านเบาๆ ร่างของอสูรมารที่แข็งแกร่งเ่าั้พลันสลายกลายเป็ผุยผงสีดำ ปลิวหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย... ไม่มีแม้แต่เืสักหยดตกค้างอยู่บนพื้น นี่คือพลังแห่งการทำลายล้างกฎเกณฑ์อย่างแท้จริง!
"แค่ก... อึก!"
เมื่อการโจมตีสิ้นสุดลง แสงสีเงินก็เลือนหายวับกลับเข้าสู่เจดีย์หมื่นวิถี อวิ๋นเซียวทรุดตัวลงกระอักเืกองใหญ่ ร่างกายของเขาราวกับเศษแก้วที่ถูกทุบจนร้าวไปทั้งใบ หากไม่ใช่เพราะรากฐานอันแข็งแกร่งจากปราณหลอมภพ เขาคงร่างแหลกสลายไปแล้ว
ตึง! ตึง! ตึง!
ยังไม่ทันได้พักหายใจ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าพลันสั่นะเือย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม การใช้พลังของเซวียนหยวนิเยว่ได้ไปกระตุ้น 'หัวใจค่ายกล' ที่อยู่ลึกซึ้งลงไปใต้ดิน รังไหมสีเืนับหมื่นดักแด้ที่อยู่ไกลออกไปเริ่มเต้นรัวและปริแตกพร้อมกัน เสียงกรีดร้องของมารร้ายดังกึกก้องจนแก้วหูแทบฉีกขาด แดนลับแห่งนี้กำลังจะพังทลายลง!
"ต้อง... ไปเดี๋ยวนี้..."
อวิ๋นเซียวฝืนขบกรามจนเืไหล รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลือเพียงความบ้าบิ่น ลากร่างอันไร้สติของพันซานขึ้นพาดบ่า พุ่งทะยานกระโจนออกจากสุสานกระบี่โบราณ วิ่งฝ่าม่านหมอกสีเทาที่กำลังหมุนวนเป็พายุคลุ้มคลั่ง กลับไปตามเส้นทางเดิมที่เคยเข้ามา
แผ่นดินเื้ัทรุดตัวพังทลายลงเป็หลุมยุบขนาดใหญ่ ปราณมารสีดำทะลักทลายราวกับเสาน้ำพุนรก อวิ๋นเซียวใช้พละกำลังหยดสุดท้าย กระโจนพรวดผ่านรอยแยกมิติของบานประตูหินศิลาออกมาได้ฉิวเฉียด ก่อนที่รอยแยกนั้นจะปิดตัวลงอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงะเิกึกก้องจากภายใน
ตุบ...
ร่างของเด็กหนุ่มและสหายร่างท้วมร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นหญ้านอกแดนลับ อากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืนพัดผ่านใบหน้า ทว่าอวิ๋นเซียวกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว ดวงตาของเขาพร่ามัว สติสัมปชัญญะกำลังจะดับวูบลงทุกขณะ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ดวงตาของเขาจะปิดสนิท หางตาของเด็กหนุ่มกลับสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่าง
บนยอดหน้าผาหินทรายที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือซุ้มประตูแดนลับ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง ร่างของชายชราผู้หนึ่งยืนเอามือไพล่หลังมองลงมายังเขา... ชายผู้นั้นสวมชุดคลุมสีขาวขลิบทอง ปักลวดลายนกกระเรียนเหินเวหา อันเป็สัญลักษณ์ของ 'ผู้าุโคุมกฎหอโอสถ' ผู้ทรงเกียรติและเที่ยงธรรมแห่งสำนักสายนอก!
ในมือของผู้าุโท่านนั้น กำลังบีบขยี้เศษซากป้ายหยกครึ่งซีก... ป้ายหยกที่เป็อีกครึ่งหนึ่งของ 'หลินเทียน' จนแหลกละเอียดเป็ผุยผง!
ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยเมตตา บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบและอำมหิต รอยยิ้มที่กำลังมองดูผลงานของตนเองอย่างพึงพอใจ... รอยยิ้มที่กระชากหน้ากากจอมปลอมของสำนักและเปิดเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว!
การตายของหลินเทียน การเปิดแดนลับก่อนกำหนด และรังฟักตัวของนิกายเงากลืนดารา... ทุกอย่างถูกจัดฉากโดยคนระดับสูงของสำนัก!
"พวก... เ้า..."
อวิ๋นเซียวพยายามจะเค้นเสียง แต่สติของเขาไม่อาจทนรับความเหนื่อยล้าได้อีกต่อไป โลกทั้งใบหมุนคว้าง ก่อนที่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งจะกลืนกินเขี้ยวเล็บของัหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มลืมตาตื่นผู้นี้ไปอย่างสมบูรณ์