ตอนที่ 119 เรียบร้อย
ตอนที่ 119 เรียบร้อย หลังจากที่ผมพูดไปทั้งคาสันและวอเตอร์ก็มองมาทางผมด้วยหน้าตาแบบว่า [พูดอะไร] ด้วยใบหน้าที่กำลังสงสัยและแปลกใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้หรอกที่พวกนี้จะแสดงท่าทางแบบนี้กับผม เพราะสิ่งที่ผมได้พูดออกไปมันอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้ที่ไม่สงสัยโบสถ์แบบนี้แต่ว่าทางผมเองก็ไม่ได้พูดออกมาลอยๆ เหมือนกัน เพราะข่าวเรื่องเงินทุนของเอเดนมันเข้าหูของผมมาจากสายลับที่ส่งไปที่อาณาเขตในการดูแลของมันสักพักแล้ว เหมือนกันว่ามันได้รับเงินทุนและการสนับสนุนจากโบสถ์ในตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงการยักยอกเงินของพวกคนมีอำนาจในโบสถ์แค่ร่วมมือกับเอเดนในการขโมยเงินโดยอ้างว่าช่วยสนับสนุนเอเดนเท่านั้น เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรเรื่องนี้มาก แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้พวกที่น่าสงสัยพวกแรกก็คือพวกมันนี่แหละ เพราะโบสถ์เป็นองค์กรอิสระแบบไม่ขึ้นตรงกลับใคร และมีอำนาจอยู่ทุกที่ในทวีปยกเว้นประเทศคนเถื่อนเพราะพวกมันไม่ได้นับถือศาสนาอะไร แบบนี้การเริ่มจากตรวจสอบก็ต้องพวกมันนี่แหละถือเป็นเรื่องที่สมควรทำก่อนเป็นเรื่องแรก“ข้าคิดว่าแบบนี้ลำบากแล้วนะครับ…”“ข้าก็คิดแบบนั้น”วอเตอร์พรึมพรำออกมาก่อน จากนั้นคาสันก็พูดตามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกันมากและแสดงท่าทางหนักใจออกมาทั้งสองคน“ข้ารู้ไงถึงได้บอกให้พวกเจ้าสองคนทำพร้อมกัน”“ถึงท่านจะพูดแบบนั้นก็เถอะองค์ชาย แต่ท่านเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพวกโบสถ์มันมีอำนาจขนาดไหนถ้าพวกเราไม่ยุ่งกับพวกมันละก็ข้าคิดว่าเรื่องมันจะจบไม่สวยเอานะครับ”วอเตอร์พูดมาแล้วสิ่งที่วอเตอร์กำลังพูดออกมาตอนนี้ก็ถูกต้องแล้ว พวกมันมีอำนาจมากขนาดที่ว่าปกครองตัวเองแบบไม่ต้องจ่ายภาษีถึงให้ขุนนางระดับสูงอย่างสะ… ไม่สิ! อย่าว่าแต่ขุนนางเลย ต่อให้เป็นราชวงศ์เองก็ไม่มีอำนาจไปสั่งให้โบสถ์เชื่อฟัง หรือไปสั่งพวกมันให้ทำอะไรหรอกเพราะแบบนี้แหละ ที่มันน่าสงสัย!“พวกเจ้าสองคนไม่ต้องห่วงเรื่องของโบสถ์ข้าจะออกหน้ารับแทนเอง เพียงแค่ไม่ทำอะไรเกินเลยมากไปก็ไม่มีปัญหา”“ถ้าท่านพูดแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้นะครับ”คาสันตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหมดทางเลือก“งั้นก็ตกลงครับ ทางข้าเองก็จะพยามใช้เส้นสายทั้งหมดเพื่อตรวจสอบเรื่องของพวกมันเช่นกัน”วอตเตอร์พูดตามออกมาเท่านี้เรื่องตรวจสอบก็เรียบร้อย ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากให้เรื่องที่คิดเป็นจริงหรอกเพราะถ้าเอเดนได้รับการสนับสนุนกับโบสถ์การยึดประเทศคืนจากมันก็ยากขึ้นเยอะเข้าไปอีก ถ้าเปรียบอำนาจของโบสถ์สมัยนี้มันก็เหมือนกับ โทรทัศน์นั่นแหละพวกมันมีจำนวนเยอะ จึงสามารถควบคุมข่าวได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรการที่พวกมันไม่พอใจใคร หรือต้องการทำลายอะไรก็เพียงแค่กระจายข่าวเข้าไปยังโบสถ์ในการดูแลและให้เป่าหูผู้คนต่อเพื่อให้เป็นไปในทางที่พวกมันต้องการตัวอย่างก็อย่างเรื่อง การล่าแม่มดที่เกิดขึ้นในยุคกลางของโลกที่ผมได้จากมา ช่วงนั้นถ้าโบสถ์ออกมายืนเคียงข้างแม่มดเรื่องทั้งหมดมันก็ไม่เกิดขึ้นหรอก ตัวประวัติศาสตร์สอนให้รู้แล้วว่าอำนาจของพวกมันน่ากลัวขนาดไหนจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด!จากนั้นเมื่อสั่งวอเตอร์และคาสันเรียบร้อยผมก็เดินกลับห้องทันทีเพื่อพักผ่อน เพราะวันนี้เจอเรื่องมากมายเหลือเกิน ตามจริงตอนแรกก็ว่าจะไปคำนวณเรื่องงบประมาณการเดินทัพบุกยึดเมืองหลวงคืนให้เสร็จอยู่หรอกแต่วันนี้ไม่ไหวแล้วเฮ้อ~เมื่อเปิดประตูเข้าห้องก็พบกับเมดรับใช้สองคนกำลังทำความสะอาดกันอยู่ ทั้งสองคนต่างก็มองมาทางผมด้วยแววตาแปลกใจ อะไรฉันเข้ามานอนห้องตัวเองมันผิดขนาดนั้นเลยหรือไง เหอะๆ“อะ- องค์ชายจะพักผ่อนแล้วเหรอคะ”หนึ่งในเมดรับใช้ถามออกมาด้วยหน้าตาแปลกใจ ตามจริงตอนนี้ผมอยากจะตอบออกไปว่า เห็นฉันเข้ามาทำอะไรละมีตาไหม แต่อย่าพูดแบบนั้นเลยดีกว่าเพราะที่ถามออกมาเธอไม่ได้มีเจตนากวนหรืออะไรหรอกแต่แค่กำลังแปลกใจต่างหากเพราะปกติแล้วการที่ผมจะเข้ามานอนช่วงหัวคำแบบนี้มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ต้องช่วงใกล้เช้าหรือไม่ก็ช่วงดึกมากหลังจากที่ทำงานตามสัดส่วนที่ได้คิดเอาไว้เรียบร้อยผมจึงเดินกลับมานอนที่ห้องเพื่อพักผ่อน หรือบางวันก็ไม่ได้กลับหลับคาโต๊ะทำงานอยู่แบบนั้น“พวกเจ้าสองคนออกไปได้แล้ว วันนี้ข้าจะนอนเร็ว”“เอ่ะ! แต่พวกข้ายัง-”“ช่างมัน! ออกไปกันได้แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำใหม่ก็ได้ฝุ่นแค่นี้ข้าไม่ตายหรอก”“คะ- ค่ะ”จากนั้นพวกเมดรับใช้ทั้งสองคนก็เดินออกไปจากห้องทันทีตามคำสั่ง แต่พอมาลองกวาดสายตาดูก็สงสัยเหมือนกันว่าผมจะรีบไปไหน ตอนนี้ขนาดเตียงนอนเองยังแทบปูไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ เทียนในห้องก็ใกล้จะดับหลายเล่มแล้วเหมือนกันแต่ก็ช่างมันเถอะยังไงวันนี้ก็แค่มานอนเท่านั้นแสงไฟไม่จำเป็นหรอก ในชาติก่อนก็ชอบแบบนอนปิดไปมากกว่าด้วย แล้วผมก็เดินตรงไปที่เตียงและเริ่มเอียงตัวลงนอนตามที่ต้องการทันทีแบบที่ได้ตั้งใจเอาไว้…….…..จนเวลาผ่านไปสักพักไม่หลับ!นอนยังไงก็นอนไม่หลับถึงมันจะเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอยู่ก็ตาม แต่ตอนนี้ผมก็ยังนอนไม่หลับโดยพลิกตัวไปพลิกตัวมาหลายครั้งแล้ว ให้ตายสิ! เวลาพยามนอนแบบไม่เหนื่อยแทบตายนอนไม่หลับเลยคิดถึงโทรศัพท์ขึ้นมาเลยแหะตอนนี้แสงไฟในห้องก็เริ่มไม่มีแล้วเหมือนกัน เพราะพวกเทียนหลายแท่งตอนแรกใกล้ดับมันก็ดับไปแล้ว จากห้องที่เคยสว่างก็มือลงอย่างช้าๆจากนั้นแอด…เสียงประตูห้องก็เปิดออกเหมือนกับมีคนเดินเข้ามา ตามจริงก็ต้องหันไปดูนั่นแหละว่าเป็นใครเพราะอาจจะเป็นมือสังหารก็ได้ แต่เรื่องความปลอดภัยทางผมเองก็มั่นใจอยู่ในระดับสูง ที่ด้านหน้าห้องมีทหารองครักษ์นับสิบคนที่ยืนอยู่ ไม่มีทางที่มันจะเข้ามาได้หรอก เพราะงั้นคนที่กำลังแอบเข้ามาตอนนี้ก็คงเป็นเมดที่แอบมาทำความสะอาดไม่ผิดแน่เฮ้อ~ก็บอกไปแล้วว่าไม่เป็นอะไรจะอะไรนักหนา เมื่อคิดได้ผมก็ลุกขึ้นนั่งแล้วพูดออกไปว่า “ออกไป ข้ายังไม่หลับที่พูดเมื่อกี้ไม่…. เอ่ะ!?!?!”ระหว่างที่กำลังจะบ่นผมก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นด้านหน้าตอนนี้ เพราะคนที่กำลังยืนอยู่ที่ด้านหน้าประตูตอนนี้ไม่ใช่เมดรับใช้สองคนเมื่อครู่ แต่กลับเป็น….