บทที่ 78
“แล้วถ้าข้าอยากจะเป็นอัศวินต้องทำอย่างไรขอรับ” อามินถามเข้าประเด็นทันที“เจ้าก็ต้องเข้าโรงเรียนอัศวินเป็นอย่างแรก ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ เจ้าต้องมีทั้งความสามารถ และเงินค่าเล่าเรียนอีกด้วย” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาลงมา เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน“เรื่องนั้นเมื่อข้าทำงานชดใช้ให้กับท่านภามได้สำเร็จ ข้าจะต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนอัศวินให้ได้เลย แล้วโรงเรียนนี้มันอยู่ที่ไหนหรือขอรับ” อามินกล่าวออกมาอย่างมีเป้าหมายมุ่งมั่น“ก็ที่ปราสาทลูน่า ที่เดียวกับโรงเรียนเวทย์มนต์นั่นแหละ” แม็กซ์กล่าวเหมือนกับว่าเส้นทางของเด็กน้อยทั้งสองได้ถูกโชคชะตากำหนดเอาไว้แล้ว สำหรับคนทั่วไปอาจคิดว่าแม้เด็กๆจะมีพรสวรรค์ แต่ในฐานะทาส คงไม่สามารถพลิกผันชะตาชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือไปได้ แต่โชคชะตาอีกเช่นกันที่ทำให้ทั้งสองได้มาพบกับทหารหนุ่มจากต่างโลก ไม่นานภามก็ขับเกวียนมาจนถึงที่ฟาร์มของเขา ในช่วงเวลาโพล้เพล้ที่พระอาทิตย์เกือบจะลับขอบฟ้าเพียงเล็กน้อย แต่แสงสว่างก็ยังมากพอที่จะส่องที่ดินทั่วทั้งหุบเขา“โอ้ว!!!!!!!!!!!!!!!!! ที่แห่งนี้มันอะไรกัน กลางป่าลึกเช่นนี้กลับมีฟาร์มกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด” แม็กซ์ชายหนุ่มจากหมู่บ้านแห้งแล้งตกตะลึงกับภาพตรงหน้า“ฮ่าๆๆ ตอนที่พวกข้ามาถึงที่นี่ครั้งแรกก็ตื่นเต้นเหมือนเจ้าตอนนี้นี่แหละ” อลันกล่าวเมื่อเห็นท่าทางของแม็กซ์“เอาล่ะ ตอนนี้ก็มืดแล้ว พวกเราเข้าบ้านไปทานอาหารเย็นเถอะ น้าเมมี่ทำอะไรง่ายๆให้พวกเราก็แล้วกัน” ภามกล่าวหลังจากผู้ช่วยของเขาลงจากเกวียนแล้ว และขับเกวียนไปจอดที่คอกม้า ภายในบ้าน“โอ้ว!!!!!!!!! แสงสว่างนี่มันอะไรกัน หิ่งห้อยยักษ์งั้นหรือ” แม็กซ์ตื่นเต้นกับสิ่งแปลกๆในบ้านของเจ้านายคนใหม่“สิ่งที่เปล่งแสงสว่างนั้นเรียกว่าหลอดไฟเจ้าค่ะ ส่วนปีกห้าปีกที่กางออกมานั้นเรียกว่าพัดลมเพดาน เป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์เจ้าค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยแอนเน่ตอบชายหนุ่มอย่างฉะฉาน“ซ่า!” เสียงน้ำไหลออกมาจากก๊อกตรงอ่างล้างจาน“นั่นๆๆ น้ำไหลออกมาจากจากสิ่งนั้นได้อย่างไร” แม็กซ์ตกใจอีกครั้ง“นั่นเรียกว่าก๊อกน้ำขอรับ เป็นเครื่องมือที่ใช้ส่งน้ำจากลำธารมาให้เราใช้ได้สะดวก” อามินตอบข้อสงสัยของแม็กซ์อย่างรู้งาน“แม็กซ์ที่นี่ยังมีเครื่องมือแปลกๆอีกมาก เดี๋ยวให้เด็กๆพาไปสอนวิธีใช้ระหว่างที่ข้าทำกับข้าวละกันนะ” เมมี่กล่าวกับชายหนุ่ม จากนั้นมหกรรมสอนวิธีใช้ของในบ้านให้กับผู้มาใหม่ก็เริ่มขึ้น สักพักภามกับอลันก็เดินเข้าบ้านมาพอดีหลังจากเก็บเกวียนเรียบร้อย“ท่านภามขอรับ บ้านท่านมีแต่ของประหลาดทั้งนั้นเลย แต่มันก็สุดยอดมาก ทำให้ชีวิตของเราสบายขึ้นเยอะเลยขอรับ ท่านต้องเป็นจอมเวทย์นักประดิษฐ์ที่เก่งกาจมากแน่ๆเลยใช่มั้ยขอรับ” แม็กซ์วิ่งเข้ามาคุยกับภามจนตัวแทบจะชนเขาอยู่แล้ว“ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่จอมเวทย์หรอก แค่บ้านเกิดที่จากมามีของพวกนี้ใช้กันเป็นปกติน่ะ” ภามตอบ“ท่านไม่ใช่จอมเวทย์ เช่นนั้นคงเป็นชนชั้นสูงอย่างนั้นสินะขอรับ” แม็กซ์ยังคงสงสัย“ไม่ใช่ ข้าเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ต้องเร่ร่อนขอเศษอาหารกินไปวันๆเท่านั้น แต่ก็สู้ชีวิตจนมีสิ่งต่างๆที่เจ้าเห็นนี่แหละ” ภามตอบเพื่อให้ชายหนุ่มได้หยุดคิด“ถ้าเช่นนั้นท่านทำยั...” ยังไม่ทันที่แม็กซ์เจ้าปัญหาจะถามจบ ก็มีเสียงขัดขึ้นมาก่อน“แม็กซ์! อย่าเสียมารยาทกับท่านภาม” อลันกล่าวเสียงดุเพื่อปรามชายหนุ่ม ซึ่งทำให้แม็กซ์ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าภามเป็นเจ้านายคนใหม่ของเขา“ขะ ข้าน้อยขออภัยขอรับ นายท่าน” ชายหนุ่มรีบก้มหัวลงให้ต่ำที่สุดเพื่อขอโทษภาม“ไม่เป็นหรอกแม็กซ์ ใครมาเห็นที่นี่ก็ต้องสงสัยอยากรู้กันทั้งนั้น แล้วไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่านล่ะ แต่ให้เรียกว่าท่านภามเหมือนกับคนอื่นๆ แล้วก็ในบ้านนี้มีห้องว่างอีกห้องหนึ่ง เจ้าก็ใช้ห้องนั้นไปก็แล้วกัน เด็กๆพาแม็กซ์ไปดูห้องนอนหน่อยซิ” ภามไม่ถือสาชายหนุ่มขี้สงสัย“หา? ขะ ขอบคุณขอรับท่านภามที่ไม่ถือสาข้าน้อย” แล้วแม็กซ์ก็เดินตามสองเด็กน้อยไปดูห้องนอนของเขา“ท่านภาม ข้าต้องขอโทษแทนเจ้าแม็กซ์ด้วยนะขอรับ เจ้านั่นเป็นเด็กกำพร้าไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ที่มันยังขยันขันแข็งทำมาหากินสุจริตได้ทุกวันนี้ก็ถือว่ามันเป็นคนดีมากแล้วล่ะขอรับ” อลันกล่าว“ข้าไม่ได้ติดใจอะไรหรอก ถ้าน้าอลันให้การรับรองข้าก็เชื่อใจ ว่าแต่น้าเมมี่ทำอะไรเป็นอาหารเย็นวันนี้หรือ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องไปถามกับแม่บ้านของเขาแทน“เป็นข้าวต้มปลาเจ้าค่ะ ทำง่าย รวดเร็ว และให้ความมอบอุ่น เหมาะกับอากาศเย็นๆตอนหัวค่ำเช่นนี้” เมมี่กล่าวพร้อมกับคนข้าวไม่ให้ไหม้ติดก้นหม้อ หลังจากหรี่ไฟลงแล้ว กลางคืนที่แสนเงียบสงบของฟาร์มใหญ่กลางหุบเขา นอกจากเสียงสายลมที่พัดแผ่วเบา และเสียงสัตว์ป่าร้องคำรามแล้ว ก็มีเสียงปิดประตูห้องเบาๆดังขึ้นมา ท่ามกลางความมืดภายในบ้านยังมีแสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องสว่างผ่านหน้าต่างเข้ามา เห็นร่างเด็กชายกำลังเดินเข้าไปในครัว เวลาประมาณสี่ทุ่ม อามินเด็กชายผู้ที่เพิ่งจะมีเป้าหมายในชีวิต เขานอนไม่หลับแม้ว่าจะอ่อนเพลียจากการเดินทางมาทั้งวัน อามินนั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าวท่ามกลางความมืด แล้วมองไปที่พระจันทร์เสี้ยวที่ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางดวงดาวนับล้านบนท้องฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนที่นอนไม่หลับเช่นเดียวกับเขา นั่นก็คือแม็กซ์ ชายหนุ่มผู้มาใหม่นั่นเอง เขาเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับอามิน“เจ้านอนไม่หลับหรืออามิน” ชายหนุ่มถามเด็กชาย“ขอรับ” อามินสบตาชายหนุ่ม แล้วตอบรับเพียงสั้นๆ“เป็นอะไรไป มีสิ่งใดที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจเหรอ ขากลับมาที่นี่เห็นนั่งเงียบมาเกือบตลอดทางเลยนะ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ“ข้าอยากเป็นอัศวินขอรับ เพื่อปกป้องครอบครัวของข้า เพื่อให้ชีวิตของพ่อแม่ และแอนเน่ได้อยู่อย่างสุขสบาย” อามินมีแววตาที่แน่วแน่อย่างยิ่ง แม้แต่ภายในความมืด แสงจันทร์ยังสะท้อนดวงตาคู่เล็กนั้นออกมาให้ชายหนุ่มได้เห็นอย่างแจ่มชัด“เยี่ยมมาก ความตั้งใจจริงของเจ้าช่างแรงกล้ายิ่งนัก แม้แต่ข้ายังรู้สึกได้ ถ้างั้นข้าจะคอยช่วยเหลือเจ้าเองน้องชาย” แม็กซ์กล่าวออกมาจากใจจริง“แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้างขอรับ ข้าอยากเริ่มเดี๋ยวนี้เลย ข้าอยากไปโรงเรียนพร้อมกับแอนเน่ หากฝีมือของข้ายังไม่ถึงคงยากที่จะผ่านการทดสอบแน่ๆ แล้วใครจะปกป้องนางเมื่ออยู่ที่นั่น” อามินเกิดความฮึกเหิมขึ้นมา“ใจเย็นๆก่อนน้องชาย ที่โรงเรียนเขาก็มีกฎเกณฑ์เลือกคนที่มีความสามารถ แม้จะต้องใช้เงินทองบ้าง แต่ที่นั่นไม่ได้เลือกคนเพียงเพราะชาติตระกูลนะ แล้วเมื่อไปอยู่ที่โรงเรียนทุกคนก็ต้องพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นรวมถึงแอนเน่ด้วย ถ้าเจ้ามัวแต่จะปกป้องนางแล้วนางจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร” แม็กซ์กล่าวเตือนให้อามินได้เข้าใจ