เฟยหลงยังคงประคองชิงเซียนไว้ในอ้อมกอด หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มที่เคยเย็นชาบัดนี้เต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่เขาก็อธิบายไม่ได้ เขาจ้องมองใบหน้าที่ดูงุนงงของเธอ พลังเทพสงครามในร่างของเขายังคงคุกรุ่น แต่มันกลับรู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่มีกระแสจิตยัยเป็ดชมพูคอยกวนประสาท
"ชิงชิง... จำผมไม่ได้จริงๆ เหรอ?" เฟยหลงถามด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย "ผมเฟยหลงไง คนที่คุณบอกว่า... เอ่อ... งานดีน่ะ"
ชิงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางค่อยๆ ผลักอกเขาออกอย่างสุภาพ "ขอโทษนะคะคุณ... เราเคยรู้จักกันเหรอคะ? แล้วทำไมคุณถึงอยู่ในบ้านฉันในสภาพเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยแบบนี้? พี่อี้คะ! นี่ใครน่ะ?"
หวังอี้ ถึงกับสะอึก เขาพยายามจะเงี่ยหูฟังเสียงในใจน้องสาวเหมือนที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่า มันเงียบจนเขารู้สึกใจหาย "ชิงชิง... น้องจำไม่ได้จริงๆ เหรอว่าเมื่อกี้เราเพิ่งสู้กับจอมมารมา?"
"จอมมาร? พี่อี้ดูหนังมากไปหรือเปล่าคะ?" ชิงเซียนหัวเราะเบาๆ "หนูจำได้แค่ว่าเรากำลังจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการใหม่ของพี่ แล้วอยู่ดีๆ หนูก็หน้ามืดไป... เอ๊ะ ทำไมทุกคนดูตกใจกันขนาดนั้นล่ะคะ?"
แผนการของพี่ชาย: เมื่อมนุษย์ธรรมดาต้องรับบท "ผู้พิทักษ์ความจำ"
หวังลั่วรีบเข้ามาตรวจม่านตาของน้องสาวทันที "สัญญาณชีพปกติ ความดันปกติ... แต่ดวงจิตเซียนหายไปจริงๆ สินะ" เขาหันไปมอง เทวพจน์ พนักงานประกันสวรรค์ที่กำลังเก็บแท็บเล็ตลงกระเป๋า "นี่คุณ! ไหนบอกว่าประกันจะซ่อมแซมทุกอย่างไง?! แล้วความจำน้องสาวผมล่ะ?!"
"กรมธรรม์ระบุชัดเจนครับว่า 'ซ่อมแซมทรัพย์สิน' ส่วน 'ค่าเบี้ย' คือตัวตนเซียนของคุณหนู" เทวพจน์ยิ้มอย่างเป็นธุรกิจ "แต่... ในฐานะที่ผมแถมบริการหลังการขายให้ ความจำเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหนครับ แต่มันถูก 'บีบอัด' ไว้ในมุกหัวใจนรกที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงอัญมณีประดับกายธรรมดา หากอยากให้นางจำได้ พวกคุณต้องทำให้ 'อารมณ์' ของนางพุ่งขึ้นสูงถึงจุดเดิมที่นางเคยเป็น"
หวังซิงตาเป็นประกาย "อารมณ์พุ่งสูงรึ? ได้เลย! งานถนัดของพี่! เราต้องทำให้น้อง 'รั่ว' หรือ 'ฟิวส์ขาด' เหมือนตอนอยู่บนยอดตึกสินะ!"
สองอาจารย์กับ "ภารกิจตกค้าง"
อาจารย์ไป๋เสวี่ยและไป๋จวินเดินเข้ามาสมทบ ทั้งคู่มองหน้าชิงเซียนแล้วถอนหายใจ "นังหนูเอ๊ย... กลายเป็นมนุษย์ขี้เหม็นไปซะแล้ว แต่ก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงตายสู้กับมารอีก"
"ไม่ได้นะครับอาจารย์!" เฟยหลงพูดขัดขึ้น แววตาของเขาแน่วแน่ "จอมมารแค่ถูกผนึกใหม่ แต่มันยังไม่ตาย และผมเชื่อว่าชิงชิงเวอร์ชั่นเซียนคือคนเดียวที่รู้วิธีจัดการมันอย่างถาวร ผม... ผมต้องการเธอกลับมา"
[เสียงในใจของเฟยหลง (ที่ตื่นขึ้นมาแทน): ผมจะยอมให้น้องจำเรื่อง 'งานดี' ของผมไม่ได้ได้ยังไงล่ะ! ผมยังไม่ได้โชว์ซิกแพ็กแบบ HD ใหน้องดูเลยนะ!]
เริ่มต้นแผนการ: ยั่วโมโหเซียน (ในร่างมนุษย์)
พี่ชายทั้งสามรีบรวมหัวกันทันที หวังอี้ตัดสินใจใช้วิธีที่ชิงเซียนเกลียดที่สุด "ชิงชิง... พี่จำได้ว่าน้องอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมคอลเลกชันใหม่ใช่ไหม? พี่ตัดสินใจแล้ว... พี่จะไม่ซื้อให้! และพี่จะงดค่าขนมน้องสามเดือนด้วย!"
ชิงเซียนหันมามองพี่ชายตาปริบๆ "อ้าว ทำไมล่ะคะพี่อี้? ปกติพี่ใจดีจะตาย... แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ หนูใช้เงินเก็บหนูก็ได้" (เธอยิ้มตอบอย่างกุลสตรี)
"ไม่ได้ผลแฮะ..." หวังอี้กระซิบ "ปกติยัยน้องต้องตะโกนด่าข้าในใจว่า 'ไอ้พี่เค็ม' แล้วนี่นา!"
หวังซิงลองบ้าง "ชิงชิง! พี่เอาชุดนอนเป็ดสีชมพูของน้องไปบริจาคหมดแล้วนะ! แล้วพี่ก็สั่งชุดนอนผ้าลูกไม้เซ็กซี่มาให้น้องใส่แทนด้วย!"
ชิงเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ก็ดีค่ะพี่ซิง หนูว่าชุดเป็ดมันดูเด็กไปหน่อย เปลี่ยนแนวบ้างก็ดี"
ทุกคน: "........." (สลบเหมือดไปตามๆ กัน)
จุดเปลี่ยน: เมื่อเฟยหลงต้อง "รุก" เอง
เฟยหลงมองดูความพยายามที่ล้มเหลวของเหล่าพี่ชาย เขาเดินเข้าไปใกล้ชิงเซียนแล้วคว้าข้อมือเธอไว้ แววตาที่เคยเป็นนักธุรกิจมาดเนี้ยบบัดนี้เปลี่ยนเป็นแม่ทัพผู้เอาแต่ใจ "ชิงชิง... คุณอาจจะจำไม่ได้ แต่คุณเป็นหนี้ชีวิตผมนะ"
"หนี้ชีวิต? เรื่องอะไรคะคุณเฟยหลง?" ชิงเซียนถามอย่างสงสัย
"คุณติดค้างคำชมผมอยู่เรื่องหนึ่ง... เรื่องที่ว่าผม 'งานดี' แค่ไหน" เฟยหลงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเธอจนชิงเซียนหน้าแดงฉาน "และผมจะไม่ยอมให้คุณลืมมันไปง่ายๆ"
ทันใดนั้นเอง มุกที่ลำคอของชิงเซียนเริ่มส่องแสงสีชมพูจางๆ ออกมาเป็นจังหวะ!