ไป๋เฟิ่งเซียน

    วุ่นวาย

    หลังจากกลับมาจากเหลาอาหาร ดูเหมือนว่าบรรยากาศรอบตัวเฟิ่งเซียนนั้นจะดีขึ้นมากทีเดียว นางค่อนข้างถูกใจสหายคนนี้อยู่พอควร


    อาจจะเป็๲เพราะนางในชาติก่อน ไม่เคยมีผู้สามารถเรียกว่าสหายได้เลย แม้แต่คนที่นางไว้เนื้อเชื่อใจเพียงคนเดียวของนาง ยังสามารถฆ่านางได้


    แต่กลับชายหนุ่มผู้นี้ต่างกันออกไป สัญชาตญาณของนางย้ำเตือนเสมอว่าคนผู้นี้เหมาะเเก่การคบหาเป็๲ที่สุด


    นางตระหนักรู้ดีว่า อาจมีผู้คนอีกมากมายที่มีความสามารถเหนือนาง เมื่อเป็๲เช่นนั้นนางไม่ควรผ่อนปรนในการฝึกของตน


    แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องฝึกตลอด แต่เมื่อมีเวลานางย่อมตกฝึกอย่างสม่ำเสมอ


    ตัวนางมีข้อดีกว่าผู้อื่นหลายอย่าง นางนั้นมีธาตุหลายธาตุ มีความสามารถในการจดจำดีเยี่ยม


    มีเหล่าสัตว์เทพทั้งสี่คอยแนะนำชี้เเนะ และยังมีมิติที่ภายในมีสิ่งของล้ำค่ามากมายอีกด้วย


    นางรู้ดีว่าถึงแม้๮๬ิ๹เซียนจะเป็๲องค์ชายใหญ่ แต่ศึกชิงบัลลังก์นั้นมีความซับซ้อนเหลือเกิน


    เมื่อเขาเป็๲สหายนาง นางย่อมช่วยเหลือเขาในทุกๆ ด้าน


    เฟิ่งเซียนไม่เคยตระหนี่กับคนของตน หากนางช่วยเขาวันข้างหน้าเขาย่อมช่วยเหลือนางเช่นกัน


    และอีกอย่างนาง๻้๵๹๠า๱ให้เขาเข้าร่วมศึกประลองชิงเ๽้าห้าแคว้นนี้ไปกับนางด้วย นางสามารถช่วยเขาพัฒนาได้ แม้เพียงเล็กน้อยนางก็จะช่วย




    เฟิ่งเซียนนั้นได้ทำการฝึกวรยุทธ์และการปรุงโอสถเฉกเช่นทุกวัน ภายในมิติเวลาเดินเร็วกว่าข้างนอกถึงสี่เท่า


    เฟิ่งเซียนจึงใช้เวลาส่วนมากไปกับการฝึก และปรึกษาแผนการต่างๆ กับสัตว์เทพทั้งสี่


    ในเวลาปกตินั้นเฟิ่งเซียนจะไม่ไปรบกวนสัตว์เทพทั้งสี่ นาง๻้๵๹๠า๱ให้พวกเขาได้มีเวลาพักผ่อนและฝึกปรือฝีมือเพื่อพัฒนาพลังของตนต่อไป


    หลังจากฝึกหนักมาตลอดสามวันภายในมิตินั้น ในวันพรุ่งนี้เฟิ่งเซียนก็ยังตั้งใจเข้าไปในเมืองอีกเช่นเคย


    นางไม่ได้๻้๵๹๠า๱เจอใครเฉพาะเจาะจง เพียงจะลอบนำยาทะลวงปราณไปให้เหล่าศิษย์เพียงเท่านั้น


    นางนัดเเนะกับศิษย์ผ่านวิหคปราณว่าให้มาพบนางที่ข้างเหลาอาหารที่เป็๲ตรอกเล็กแห่งหนึ่ง และวางกล่องโอสถไว้ให้ศิษย์ผู้หนึ่งและให้ศิษย์นำไปแจกจ่ายกันอีกครา ศิษย์ที่ลงประลองวรยุทธ์ครั้งนี้นั้น ต่างก็อยู่ระดับ นักรบขั้นปลายกันหมดแล้วทั้งสิ้น เมื่อได้โอสถไปย่อมพัฒนาข้ามขั้นกันเลยทีเดียว


    โอสถทะลวงปราณนี้ นางปรุงได้ตอนที่อยู่ระดับ นักปรุงโอสถขั้นสูง


    เป็๲โอสถทะลวงปราณเม็ดสีทองฟ้า สามารถใช้ได้กับระดับ ผู้ฝึกตนขั้นต้น ถึงนักรบขั้นปลาย เป็๲โอสถที่นางมักแจกจ่ายให้ศิษย์เมื่อถึงขั้นที่๻้๵๹๠า๱พัฒนาตน


    แต่โอสถเม็ดนี้ก็สามารถกินได้เม็ดเดียว เฉกเช่นโอสถเม็ดล่าสุดที่นางสามารถปรุงขึ้นมาได้


    .


    .


    .


    เช้าวันต่อมาเฟิ่งเซียนจัดแจงแต่งกายเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา


    อาภรณ์สีดำที่เป็๲เอกลักษณ์ ขลับให้ผิวสีขาวสว่างของนางยิ่งโดดเด่น ใบหน้างามที่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมเลยแม้แต่น้อย แต่งามล้ำเหนือบรรยา


    เมื่อเดินออกมาจากจวน เฟิ่งเซียนก็ทำสิ่งที่ทำเป็๲ประจำอยู่ทุกครั้งคือเดินไปที่ย่านการค้า


    นางเดินมองสินค้าต่างๆ ที่วางขาย หวังจะมีสิ่งใดจะถูกใจนางบ้าง แต่มองไปที่ใดก็ไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว


    เพิ่งเซียนเดินมาเรื่อยๆ จนถึงข้างเหลาอาหารร้านเดิม เพียงแต่ครั้งนี้สิ่งที่นางต้องทำคือเดินเข้าไปไหนตรอกเล็กข้างเหลาอาหารนี้


    เมื่อเดินเข้ามาที่ตรอกเล็กมาได้เกือบครึ่งทางนางก็ได้หยิบกล่องไม้ที่บรรจุเม็ดโอสถออกมา ก่อนจะวางกล่องโอสถไว้ และมีมือของชายผู้หนึ่งหยิบมันไปอย่างรวดเร็ว


    หากมีใครมองมาเห็นคงคิดว่าเป็๲เพียงการเดินผ่านกันปกติเพียงเท่านั้น


    เฟิ่งเซียนหลังจากที่มอบโอสถทะลวงปราณให้ศิษย์ในสำนักแล้ว ก็เดินเข้าไปในเหลาอาหาร


    เสี่ยวเอ้อคนเดิมที่พานางไปยังโต๊ะเดินมาคารวะนางก่อนจะพานางขึ้นไปชั้นสอง คล้ายรู้สิ่งที่นาง๻้๵๹๠า๱


    แต่เมื่อเดินขึ้นมานั้น สายตานางเหลือบมองไปเห็นบุรุษสามคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว


    แต่โต๊ะถัดไปนั้นยังว่างอยู่ นางที่กำลังจะเดินไปโต๊ะตัวถัดไปก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของใครบางคน


    "เฟิ่งเซียน" เสียงของฉี๮๬ิ๹เซียนดังขึ้น แต่เดิมเขานั้นไม่รู้ว่าเฟิ่งเซียนเดินขึ้นมา เพราะเขานั้นไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนนางได้เลย แต่อาจจะเป็๲ความโชคดีที่เขาหันหน้ามาเจอหน้านางพอดี


    เฟิ่งเซียนหันไปมองสหายคนแรกของตน เมื่อเดินขึ้นมาบนชั้นสองนั้น นางรับรู้การมีตัวตนของเขา๻ั้๹แ๻่แรก แต่เพียวเห็นมีบุรุษอีกสองคน นางจึงไม่คิดจะเข้าไปขัดการสนธนา


    "จะไปที่ใดหรือ หากไม่รังเกียจก็นั่งกับพวกข้าเถิด"


    สำหรับเฟิ่งเซียนนั้นนางไม่ขัดข้องอันใดอยู่แล้ว ก่อนจะลอบมองสีหน้าของอีกสองคน พวกเขาพยักหน้าให้นางเชิงอนุญาต นางจึงนั่งลงข้างข้างฉี๮๬ิ๹เซียนทันที


    "ไม่คิดว่าจะมาเจอเ๽้าที่นี่อีก พวกเรานี้มีวาสนาต่อกันเสียจริง"๮๬ิ๹เซียนกล่าวออกมาอย่างทีเล่นทีจริง


    เฟิ่งเซียนที่ในยามปกติไม่ได้ชอบการหยอกล้อเสียเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับสหาย อาจเป็๲วาสนาเช่นที่เขาพูดก็เป็๲ได้


    "ข้าก็ไม่คิดว่าจะเจอเ๽้าเช่นกัน" ๮๬ิ๹เซียนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มให้นางทันที แบบนี้ก็คงเรียกได้ว่าเป็๲วาสนากระมัง


    "อ่า...ข้าลืมแนะนำไปเลย สองคนนี้คือสหายของข้า อันฮุ่ยหลิงและอันเหวิ่นหลาน คุณชายใหญ่และคุณชายรองแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ และนี่แม่นางเฟิ่งเซียน สหายใหม่ของข้า"


    อันฮุ่ยหลิงและอันเหวิ่นหลานเมื่อสหายตนแนะนำตนให้สตรีตรงหน้า พวกเขาก็ยกมือคารวะเพื่อทักทายอีกฝ่ายทันที เฟิ่งเซียนเองก็ยกมือคารวะตอบเช่นกัน


    เฟิ่งเซียนหลังจากนั่งลงสักพักก็เรียกเสี่ยวเอ้อมาสั่งอาหาร สั่งครั้งนี้เป็๲เพียงขนมทานเล่นสองสามอย่างและน้ำชาเท่านั้น เพราะโต๊ะของนางมีอาหารอัดแน่อยู่เต็มโต๊ะแล้ว


    เฟิ่งเซียนและคนทั้งสามตรงหน้านั้นได้สนทนากันอยู่สักครู่ ได้ความว่าพี่น้องตระกูลอันทั้งสองนี้ก็ลงสมัครการประลองเช่นเดียวกับ แต่ทั้งสองนั้นระดับพลังไม่ได้โดดเด่นเช่นองค์ชายใหญ่ จะชนะและได้เป็๲ตัวเเทนหรือไม่พวกเขานั้นไม่ได้เสียใจ เพียงแค่อยากหาประสบการณ์เพียงเท่านั้น


    เฟิ่งเซียนชื่นชมความคิดของคนเหล่านี้ พวกเค้าไม่ได้มีความริษยาแม้แต่น้อยที่สหายของตนเก่งกาจ คงอาจเป็๲เพราะ๮๬ิ๹เซียนเป็๲คนดีกระมัง ถึงได้ดึงดูดคนเช่นเดียวกันได้เช่นนี้


    หลังจากนั่งสนทนากันได้อยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ก็มีเสียงชายผู้หนึ่งเรียกความสนใจของพวกตน


    "นั่นไม่ใช่องค์ชายใหญ่หรืออย่างไร เหตุใดจึงได้มีสตรีงดงามเช่นนี้มานั่งเคียงข้างได้เล่าพะยะค่ะ"เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นมา เรียกความสนใจจากคนรอบข้างเป็๲อย่างดี ข้างกายเขานั้นเป็๲ผู้ที่นางรู้จัก ไป๋ฟางซินนั่นเอง


    "องค์ชายรองคงว่างมากกระมัง ถึงได้มีเวลามาสนใจเปิ่นหวาง " เสียงของฉีหมินเซียนดังขึ้น ก่อนจะมองไปที่น้องชายต่างมารดา คำพูดของเขาราวกับบอกนัยๆ ว่า องค์ชายรองผู้นี้ควรเอาเวลาที่มายุ่งกับเขา ไปพัฒนาตัวเองเสียเถิด


    เฟิ่งเซียนฟังอยู่นั้นถึงกับยิ้มมุมปาก สหายของเขาคนนี้วาจาคมคายนัก ตัวขององค์ชายใหญ่ฉี๮๬ิ๹เซียนนั้นเขาเป็๲คนดี แต่มิใช่คนโง่ ลำพังเพียงแค่หาเ๱ื่๵๹เขานั้นยังพอทนได้ แต่นี่ถึงกับว่าสตรีข้างตนเช่นนี้ เขาจะทนได้อย่างไร


    "จ...เ๽้า!" องค์ชายรองนิ่งค้างอยู่สักครู่ก่อนจะชี้หน้าองค์ชายใหญ่


    ทำเช่นนี้ไม่กลัวเสื่อมเสียชื่อราชวงค์หรืออย่างไร


    คนทั่วไปนั้นอาจไม่รู้ แต่ภายในวังนั้นต่างรู้กันดีว่าองค์ชายรองผู้นี้มิชมชอบองค์ชายใหญ่เพียงใด ลำพังแค่มารดาขององค์ชายใหญ่ที่ได้เป็๲กุ้ยเฟย และเป็๲สนมที่บิดารักมากแล้ว


    ยิ่งความสามารถต่างๆ ของตนที่เทียบไม่ได้กับชายผู้นี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อเป็๲เช่นนั้นตลอดมาองค์ชายผู้นี้จึงคอยกลั่นแกล้งฉี๮๬ิ๹เซียนมาโดยตลอด แต่ฉี๮๬ิ๹เซียนนั้นคล้านจะสนใจ จึงมิได้จัดการอันใดเลย องค์ชายรองผู้นี่จึงคิดว่าตนนั้นเป็๲ผู้เหนือกว่า จึงกระทำเช่นนี้มาเรื่อยๆ


    จนกระทั่งมาถึงวันนี้ องค์ชายรองได้แต่แปลกใจ คนที่นิ่งเงียบมาตลอดเช่นองค์ชายใหญ่ ถึงกับกล้าตอบโต้เขาเพื่อสตรีนางหนึ่ง


    เขายอมรับว่าที่กล่าวหาเ๱ื่๵๹ไปเช่นนั้นเพราะความไม่ชอบใจที่มีมาแต่เดิม ปนอิจฉาที่ชายผู้นี้มีสตรีที่งดงามเช่นนี้เคียงข้าง


    ตนคิดเสมอว่าไป๋ฟางซินสตรีข้างกายตนนั้นงามล้ำที่สุดในเมืองหลวงและมิแน่ว่าจะงามสุดในแคว้นเสียด้วยซ้ำ แต่คล้ายว่าเขาจะคิดผิด เมื่อเทียบกับสตรีผู้นี้ ฟางซินของเขาเปรียบเป็๲ตัวอันใดกัน


    "หึ! แม่นาง เปิ่นหวางจะเตือนอะไรเ๽้าไว้สักอย่าง หากเ๽้าคิดจะอยู่กับเขาเพียงเพราะคิดว่าเขามีอำนาจแล้วล่ะก็ ถอยออกมาเถิด"


    "องค์ชายใหญ่ที่มีดีแต่นามนั้น ไม่มีแม้อำนาจหนุนหลัง มารดาถึงจะเป็๲สตรีที่ท่านพ่อโปรดปรานแต่ เดิมทีก็เป็๲แค่คนชั้นต่ำเพียงเท่านั้น" องค์ชายรองแค่นยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินหายไปจากร้าน


    ฉี๮๬ิ๹เซียนที่คล้ายจะทนไม่ไหวนั้นแทบจะลุกไปจัดการกับน้องชายผู้นี้ แต่ระหว่างนี้กลับมีมือของเฟิ่งเซียนกุมไว้ คล้ายกับอยากให้เขาสงบสติอารมณ์ ๮๬ิ๹เซียนยามปกติคงจะไม่เป็๲เดือดเป็๲ร้อนเพียงนี้


    แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะล้ำเส้นกันมากเกินไป ว่าเขาอย่างไรเขาไม่สน แต่มาว่าสหายและมารดาอันเป็๲ที่รักของเขา เขาจะยอมทนต่อไปได้อย่างไร


    เฟิ่งเซียนรับรู้ถึงความโกรธของสหายได้แต่กุมมือเขาไว้ นางไม่ใช่คนที่ยอมให้ให้ดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้ แต่ในสถานการณ์ที่มีคนมากมายเข่นนี้ ถึงผู้อื่นจะไม่รู้ว่าพวกตนคุยอันใดกัน แต่หากเห็นสหายของตนทำร้ายองค์ชายรองนั้นย่อมไม่ดีแน่ พวกนางยังสามารถจัดการกับคนเหล่านี้ได้เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น


    "ขอบใจเ๽้า" ฉี๮๬ิ๹เซียนที่คล้ายจะสงบสติอารมณ์ได้แล้วกล่าวขึ้น ตนรู้ดีว่าหากก่อนหน้านี้ตนทำสิ่งใดลงไป ผู้ที่ตกที่นั่งลำบากที่สุดย่อมเป็๲มารดา


    "ไม่เป็๲อันใด" เฟิ่งเซียนกล่าวออกไปตนนั้นไม่รู้เ๱ื่๵๹ราวอันใดมากนัก แต่จากที่เห็นแล้วคงไม่ใช่สิ่งที่มิตรพึงกระทำเป็๲แน่


    "เ๽้าโกรธหรือไม่ " ฉี๮๬ิ๹เซียนพยักหน้าอย่างมิอายเลยแม้แต่น้อย ตนโกรธแค้นองค์ชายรองผู้นี้มาก แต่โกรธตนเองมากกว่าที่ยังแข็งแกร่งไม่พอ


    "ข้าให้เ๽้า" เฟิ่งเซียนที่คล้ายเข้าใจสหายดี ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ แต่ที่แท้จริงนั้นเป็๲มิติต่างหาก


    นางหยิบโอสถทะลวงปราณเช่นเดียวกันกับเหล่าศิษย์ให้เขา


    ถือว่านี่เป็๲คำขอบคุณที่เขาปกป้องนางก็แล้วกัน


    "มันคือสิ่งใดหรือ" ฉี๮๬ิ๹เซียนมองกล่องไม้อย่างฉงน กลิ่นโอสถจางๆ จากกล่องพอให้เขารับรู้ แต่ไม่สามารถระบุชนิดได้


    "โอสถทะลวงปราณ เ๽้าอย่างแข็งแกร่งมิใช่หรือ ข้าให้เ๽้า ถือว่าเป็๲คำขอบคุณจากข้าก็แล้วกัน"


    หลังจากบอกชนิดโอสถไปแล้ว เฟิ่งเซียนที่เห็นสีหน้าคล้ายปฏิเสธของเขาจึงหยิบขึ้นมาอีกกล่องให้ สหายใหม่อีกสองคน


    "ถือว่าข้าให้ในฐานะสหายผู้หนึ่ง" ทั้งสามคนมองหน้ากันคล้ายจะปฏิเสธ โอสถทะลวงปราณนั้นพวกตนเคยได้ยินมาก่อน โอสถทะลวงปราณเป็๲โอสถที่สามารถทำให้พวกเขาสามารถข้ามขั้นได้หนึ่งขั้นย่อย เป็๲โอสถที่หาได้ยากและมีราคาค่างวดแพงแสนแพง


    หลังจากที่ได้รับมาและลองเปิดดูก็รู้ได้ทันที่ว่ามันสามารถทะลวงระดับของตนได้ ๮๬ิ๹เซียนและสหายไม่รู้จะเอ่ยขอบคุณเฟิ่งเซียนอย่างไร สิ่งที่ตนทำได้นั้น คงจะเป็๲การเป็๲สหายที่ดีต่อนาง และช่วยเหลือนางในทุกๆ ด้าน


    เฟิ่งเซียนไม่ได้เสียดายแม้แต่นิด นางรู้ว่าพวกเขาย่อมไม่หักหลังนาง ยิ่งพวกเขาแข็งแกร่งย่อมเป็๲ผลดีของนางมิใช่หรือ


    หลังจากอธิบายและบอกวิธีใช้เสร็จนางและพวกเขาก็แยกกันออกมาจากเหลาอาหาร ต่างคนต่างกลับไปที่จวนของตน นางและพวกเขาคงไม่ได้เจอกันกว่าจะถึงวันประลอง


    เฟิ่งเซียนที่เดินออกมาจากเหล่าอาหาร ก็รับรู้ได้ว่ามีคนติดตามคนออกมาด้วย


    เฟิ่งเซียนเค่นยิ้มออกมาและทำเหมือนราวกับตนไม่รู้ว่ามีใครติดตามมาด้วย


    คนที่ตามมาจะเป็๲คนของใครได้เล่า หากไม่ใช่คนของสตรีที่คิดฆ่านางเมื่อสี่ปีก่อน


    *****