ตอนที่7 เื่ระหว่างเรา
ณ ลานต้นไม้บริเวณประตูทางออกของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ต้นไม้ถูกปลูกเรียงแถวเป็แนวยาวขนานไปกับถนนทางเดินออกไปสู่ประตูรั่วโรงเรียน ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในร่มรื่นชื่นตา เด็กนักเรียนต่างจับกลุ่มพูดคุย บางก็เดินออกมารอรถเพื่อกลับบ้าน
“มุก วิน พวงมรึงคิดไว้หรือยังจะเข้าคณะอะไร” ชินวุฒเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง หนึ่งในเพื่อนสนิทของธนวินท์ เอยโพร่งขึ้นขณะกำลังพากันเดินเงียบๆ ออกไปรอรถที่หน้าโรงเรียน
“มุกคงหนีไม่พ้นบริหารแหละชิน ใช้ไหมวินลูกรัก ไปเรียนกับแม่นะลูกนะ” เด็กสาวคล้ายจะพูดเชิงเล่นเชิงหยอกคนเป็เพื่อน
“เออไอ้วินสนใจกูหน่อยมัวแต่เหมออยู่นั่นแหละ ่นี้มรึงเป็อะไรว๊ะเดี่ยวยิ้มเดี่ยวเศร้า” ชินวุฒถามด้วยความสงสัยเพราะเขาสังเกตุว่าเพื่อนดูแปลกไป เป็แบบนี้มาเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว
“ไม่ได้เหมอ เราฟังอยู่สรุปชินจะเข้าคณะอะไรนะ”
“กูจะเข้าวิศวะ ที่บ้านอยากให้กูเรียนบริหารแต่กูว่ากูควรเลือกที่กูชอบดีกว่าว๊ะ มรึงคิดว่าไงช่วยกูคิดหน่อยซิ”
“อืมเราก็ว่าดีนะชิน แต่ถ้าชินยังไม่แน่ใจยังไงลองปรึกษามุกดูอีกทีนะ” ธนวินท์พยักหน้าเห็นด้วย พูดพรางเหมอลอยจมอยู่ในความคิดตัวเอง ชินวุฒและมุกรวีสามคนเป็เพื่อนกันมาั้แ่มัธยมต้น รู้จักสนิทสนมกันมาจนเกือบจะหกปีแล้ว
“มุกว่าถ้าชินตัดสินใจดีแล้วก็อย่าลังเลเลย” มุกรวีเด็กสาวร่างเล็กใบหน้าสะสวยหนึ่งในเพื่อนสนิทของธนวินท์ เด็กสาวก็เออออพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน
“อืมแต่กูก็ต้องปรึกษาที่บ้านอีกรอบว๊ะมุก” ต่างคนต่างจมอยู่กับความเครียดของตัวเอง เหมือน่เวลาวัยเด็กกำลังจะหมดไปเมื่อกำลังจะย่างเข้าสู่รั่วมหาลัย
“มุก เราคิดว่าจะไม่เข้าบริหารแล้วนะ” จู่ๆ คนที่นั่งก้มหน้าคิดอะไรเรื่อยเปื่อยระหว่างรอรถที่บ้านมารับกลับ ก็พูดโพร่งขึ้นมากลางวงสนทนา
“ทำไมละวินไม่อยากไปเรียนกับมุกแล้วเหรอ” เด็กสาวเองก็ไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะติดสินใจแบบนี้ แต่ก็เห็นด้วยหากเพื่อนอยากเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบมากกว่า
“หึ! ไม่ใช่แบบนั่นนะมุก เพียงแต่วินคิดว่าไม่ได้ชอบ อีกอย่างธุรกิจของคุณยายก็มีอาภพคอยช่วยดูอยู่แล้ว แต่คงต้องปรึกษาคุณยายอีกเหมือนกันนัั่นแหละ ที่จริงความฝันของเราแค่อยากแต่งงานกับอาภพ เห้อ~” พูดแล้วก็ถอนหายใยออกมายืดยาว
แสงจันทร์เป็คนจิตใจดี รักหลานมากไม่ว่าจะขออะไร ท่านก็ตามใจเขาหมดทุกอย่างเื่เรียนต่อ เขาหัวไม่ดี เรียนไม่เก่งกลัวจะทำให้เพื่อนลำบาก เลยไม่อยากไปเป็พาระมุกรวี
“ตื่นครับเพื่อน! โธ่ไอวินเอ้ย! นี่ลูกมรึงยังไม่โตอีกเหรอว๊ะมุก ดูมันฝันกลางวันเข้าซิ ตื่นได้แล้วครับคุณหนูวิน” บนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มเหมือนเ้าตัวกำลังครุ่นคิดถึงอนาคตอันแสนหวานกับคุณอาหนุ่ม แต่บางครั้งก็ทำหน้าเศร้าสร้อยเหมอลอย เห็นแบบนั่นเพื่อนตัวสูงดีดนิ้วเสียงดังใส่เชิงหยอกล้อ พรางเงยหน้ามองท้องฟ้าตามสายตาของธนวินท์ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียยืดยาว เขาละเบื่อกับอาการพร่ำเพ้อแอบรักของเพื่อนสนิทเหลือเกิน เป็แบบนี้มาั้แ่ม.สี่แล้ว
“มรึงก็อย่าไปดูถูกความฝันลูกกูซิว๊ะไอ้ชิน ไปให้สุดเลยน้องวินลูกรัก แม่คนนี้สนับสนุนหนูเต็มที่เลยค่ะ”
“ขอบใจมากนะมุกเธอเข้าใจเรามากที่สุดเลยละ” ธนวินท์หันไปพูดอ้อนมุกรวีพรางซบศรีศษะลงบนไหลเพื่อน แล้วหันไปทำหน้าทะเล้นแลบลิ้นหยอกล้อใส่ชินวุฒเพื่อนตัวสูง ส่วนมุกรวีได้แต่ยืนกอดอกส่ายหน้าให้กับสองเพื่อนรัก เขาชินแล้วกับอาการหยอกล้อต่อเถียงกันของเพื่อนสนิทสองคนนี้
ด้านธนวินท์วันนี้เขาเองก็มีเื่ให้ต้องคิดมาก เหมือนกัน และนั่นคงหนีไม่พ้นเื่ของติณภพ เพระวันนี้อาภพจะกลับมานอนค้างที่บ้านใหญ่ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบจะหนึ่งเดือนเต็มไม่รู้ว่าอาภพจะคิดถึงกันบ้างไหมนะ หลังจากเหตุการณ์คืนนั่นเราก็ยังไม่ได้เจอกันเลย
ธนวินท์นั่งรอรถที่บ้านมารับ ไม่นานรถคันขาว กระจกดำสนิท ก็ขับเข้ามาจอดเทียบที่ริมฟุตบาทหน้าโรงเรียน โดยปกติแล้วจะมีลุงกนกคนขับรถของบ้านจะใช้รถคันนี้มารับมาส่งเขาที่โรงเรียนเป็ประจำทุกวันอยู่แล้ว เ้าตัวเลยไม่ได้เอ๊ะใจรีบขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันที
“เราไปก่อนนะมุก ชิน” ธนวินท์เข้ามานั่งในรถได้ก็รีบหันไปโบกมือลาเพื่อนๆ โดยไม่ทันได้เหลี่ยวมองคนข้างกายเลยด้วยซ้ำ
“เออโชคดีนะไอ้วินขอให้ได้เป็เมียอา… อื้อ! อื้อ! มุกปิดปากเราทำไม อื้อ!”
“หุบปากเลยนะชิน!หยุด!” มือเล็กๆ ของมุกถูกใช้ปิดปากของชิณวุฒเข้าทันที่ หญิงสาวทันได้สบสายตาเ็าของคุณอาเพื่อนเข้าอย่างจัง เขาละเสียวสันหลังแทนไอ้เพื่อนตัวดีของเขาจัง รถแล่นออกไปไกลแล้วแต่ธนวินท์ยังโบกมือลาเขาสองคนไม่หยุด ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าใครที่มารับกลับบ้านวันนี้
“ไอ้ลูกวินเอ้ยจะรอดไหมเนี๊ย” มุกปล่อยมือจากเพื่อนเ้าตัวยืนเท้าสะเอวมองรถที่ขับออกไปลับตา เกิดนึกสงสารเพื่อนขึ้นมาจับใจ
ด้านธนวินท์เขาคิดว่าเพื่อนสองคนกำลังหยอกล้อกันเล่น เหมือนทุกวัน เขาก็อดหัวเราะขำท่าทางตลกๆ ของสองคนนั่นไม่ได้ข้อมือสวยยกขึ้นโบกลาเพื่อนๆ จนสุดสายตา
“แฮ๊ะ~หึหึ ลุงนกคับน้องวินหิวขนม เดี่ยวแวะมินิมาร์ทก่อนถึงปากซอยเข้าบ้านให้น้องวิ…” ดวงตากลมใส่เปร่งประกายวิบวับเมื่อนึกถึงเื่กิน เ้าตัวพูดพรางหันกลับมานั่งตัวตรงพอดีที่สายตาพลันเหลือบมาเห็นว่าคนที่ขับรถมารับกลับวันนี้ไม่ใช้คุณลุงกนกเ้าประจำหากแต่เป็อาภพคุณอาหนุ่มหล่อ
“O.o อาภพมาได้ยังไงคับ?” เด็กหนุ่มกลื่นคำพูดตัวเองไม่ทัน ถามออกมาด้วยความใ แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมาของชายหนุ่มร่างใหญ่ มีเพียงสายตาสีนิลเ็าคู่นั่นที่ใช้มองกัน ธนวินท์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาภพจะมารับกันที่โรงเรียนวันนี้
’ งื้อ ชินนะชินไม่น่าพูดเลยเมื่อกี่ แค่นี้อาภพก็เกลียดเขาจะแย่อยู่แล้ว’
“อาภพสวัสดีคับ” เห็นแบบนั่นเด็กหนุ่มก็รีบยกมือขึ้นมาไหว้ติณภพ สวนชายหนุ่มกลับทำเพียงพยักหน้าบนใบหน้ายังนิ่งเรียบไม่มีคำพูดอะไรเช่นเคย บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความอึดอัดไม่มีเสียงเพลงจากวิทยุให้ฟังเหมือนลุงกนกมีเพียงความเงียบเข้าปกคลุม มือเล็กสองข้างพลันประหม่ากุมเข้าหากันจนแน่น เม้มปากสายตาแอบเหลือบมองเสี่ยวหน้าคนขับรถ ปากได้รูป จมูกโด้งเป็สันตาเหยี่ยวนัยตาสีนิลเข้มช่างเป็ใบหน้าที่หล่อเหล่าซ๊ะจนน่าหลงไหล่ ไม่รู้ตัวเลยว่าตกหลุ่มรักอาภพตอนไหน อาจจะเป็ใบหน้าหล่อสายตาดุๆ คู่นั่นที่ชอบเผลอจดจ่องมองกันเวลาที่ได้เจอ
“มองอะไร”
“เปล่าคับ”
“เมื่อไหร่จะหยุดมองฉันสักที” น้ำเสียงเ็าถูกพ่นออกมาจากคนนั่งหลังพวงมาลัยรถ เด็กหนุ่มตัวขาวทำใจกล้าฉีกยิ้มส่งไปให้ หวังให้รอยยิ้มของตนทำให้บรรยากาศในรถมันทุเลาลงบ้างไม่มากก็น้อย
“ทำไมอาภพถึงมารับน้องวินได้ละคับ” ดวงตากลมโตสองชั้นกลมใสช้อนตามองชายหนุ่มอย่างออดอ้อน
“ถ้าคุณท่านไม่สั่ง คิดเหรอว่าฉันจะมารับเธอ” จากตอนแรกที่ดีใจมากๆ ที่เห็นว่าอาภพมารับกลับบ้าน แต่พอได้ยินแบบนั่นบรรยากาศแสนโรแมนติกที่คิดวาดฝันเอาไว้พลันดับวูบลงทันที ‘เห็นหน้านิ่งขนาดนี้สงสัยอาภพคงยังโกรธกันอยู่แน่ๆ เลย ’ ’อาพพทำเหมือนว่าเื่คืนนั่นไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เขายังเป็อาภพคนเ็าเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน’
“น้องวินจะแวะซื้อขนมก่อนกลับบ้าน ใกล้จะถึงแล้วด้วย…. อาภพช่วยจอดข้างหน้าด้วยคับ!” ธนวินท์รีบบอกขึ้นเมื่อใกล้จะถึงที่หมายแล้วแต่รถยังพุ่งทยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วอยู่
“อาภพ!!”
เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนดัง เอี๊ยดดดดอ๊าด!!!!!!
ไม่ทันตั้งตัวหน้าพากมลชนเข้ากับคอนโทรหน้ารถอย่างจังจนกลางหน้าพากขึ้นสีแดงจางๆ ทั้งเจ็บทั้งอายชายหนุ่ม ผิดที่เขาประมาทเองแหละที่ไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัย
“โอ๊ย อาภพอ่ะ น้องวินเจ็บนะคับ” เสียงต่อว่าชายหนุ่มดังขึ้นข้างๆ คูๆ แต่ติณภพไม่ได้สนใจหันมอง เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาพรางเหมือนเ้าตัวกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ แต่เด็กหนุ่มกลับนั่งนิ่งเฉยไม่ยอมลุกออกไปทั้งที่เขาก็จอดรถให้เทียบหน้าร้านแล้วด้วยซ้ำ ถึงแม้จะจอดเลยร้านไปหน่อยหนึ่งก็ตามเถอะ
“ทำไมยังไม่ลงไปอีก!”
“อาภพก็ไปด้วยกันซิคับ วันนี้น้องวินลืมเอาโทรศัพท์มา เงินสดน้องวินก็หมดแล้วด้วย” จากที่โมโหอยู่ก็หันมาพูดเสียงอ้อนกับชายหนุ่มต่อ แถมยังส่งสายตาออดอ้อนที่ใช้ทำเป็ประจำให้ชายหนุ่มอีกต่างหาก และมันก็ใช้ได้ผลทุกครั้งเมื่อใช้กับคุณหญิงแสงจันทร์ แต่ทว่าเมื่อธนวินท์เห็นว่าอ้อนก็แล้วติณภพยังคงนั่งหน้านิ่งแถมยังไม่มองหน้ากันอีก ไม่แม้แต่จะหันมาสนใจกันเลยด้วยซ้ำ เด็กหิวขนมก็เลยหน้างองำแทนการออดอ้อนซ๊ะเลย
“งึ !ไม่กินแล้วก็ได้คับ อาภพออกรถซิคับ” เหมือนว่าตอนนี้ธนวินท์เริ่มมีอารมณ์โกรธคนเป็ผู้ใหญ่กว่าขึ้นมาบ้างแล้ว
“อย่าประชด!” น้ำเสียงนิ่งเ็าตอบกลับทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบ
“ก็น้องวินบอกอาภพแล้วนี่คับว่าน้องวินไม่มีตังส์แต่อาภพก็เงียบใส่อะ” ติณภพไม่ได้อยู่ต่อล้อต่อเถียงกับเด็กหนุ่ม เขาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูลงจากรถไปแทน เห็นแบบนั่นธนวินท์ก็รีบรุดเปิดประตูรถลงตามไปบ้าง เขาเดินตามติณภพเข้ามาในมินิมาร์ททันที
“อาภพรอน้องวินด้วยคับ” เด็กตัวขาววิ่งแจ้นตามติณภพไปติดๆ จนเข้ามาอยู่ในมินิมาร์ทด้วยกัน ดวงตากลมใส่สองชั้นกวาดมองชั้นวางขนมตาเป็ประกาย ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ใบหน้าชายหนุ่ม การมองอาภพเขาต้องเงยหน้าขึ้นมามองเพราะอาภพตัวสูงกว่าเขาอยู่มาก
“จะกินอะไรก็รีบหยิบฉันมีเวลาไม่มาก”
“กินอะไรก็ได้จริงๆ เหรอคับ..อืมถ้าอย่างงั่นน้องวินอยากลองกินอืมมม~” ดวงตาสีนิลเข้มไม่ไหวติงจ่องมองเด็กหนุ่มเขม้นพรางยกมือขึ้นมากอดอกมองอย่างคาดโทษ ‘คิดจะทำอะไรพิเรนอีกละ’
ส่วนธนวินท์ที่คิดอยากลองของมึนเมาก็ต้องพับเก็บความคิดนั่นไปทันทีเมื่อได้เห็นสายตาดุๆ ของคุณอาหนุ่มที่มองมาถึงปากจะอยากขอร้องอยากลองชิมดูก็เถอะ แต่ธนวินท์กลับกลืนคำพูดทั้งหมดเหล่านั่นลงคอ เขาแค่คิดว่าเขาโตจนจะจบมันธยมปลายแล้วเหตุใดที่บ้านถึงไม่ปล่อยให้เขาได้ลองทำสิ่งที่อยากทำบ้าง เพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาตอนนี้ก็เที่ยวพับกันหมดแล้ว ถึงแม้จะแอบไปก็ตามทีเถอะ แล้วอีกอย่างแต่ละคนก็ขับรถเป็กันหมดแล้วคงเหลือแต่ตัวเขาที่เหมือนยังทำอะไรไม่เป็เลยซักอย่าง
“เอาแค่นี้ก็พอคับ” เด็กหนุ่มเดินหอบขนมมาเต็มมือวางลงบนเคาเตอร์คิดเงิน แล้วหันไปบอกติณภพ ที่ยืนมองกันอยู่ก่อนแล้วสายตาเ็าละจากใบหน้าสวย หันมาคว้าหยิบหยิบบัตรเครติรในกระเป่าสตังส์ออกมายืนให้พนังงานคิดเงิน
สองมือเต็มไปด้วยถุงขนม หอบหิ้วกลับขึ้นมาที่รถเ้าตัวยิ้มแก้มแถบฉีบ เพราะแค่นี้ที่บอกคุณอาหนุ่มไปเมื่อกี่คือขนมทั้งหมดเกือบห้าร้อยบาท เขาหยิบขนมทุกอย่างที่คิดว่าจะทานตอนดูซีรี่ร์ในคืนนี้ เด็กหนุ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เข้าใจว่าทำไมอาภพถึงไม่ช่วยเขาถือของมาที่รถนะ
“อาภพกินด้วยกันไหมคับ” มือเล็กฉีกซองขนมห่อสี่เหลืองยี่ห้อที่ทำจากมันฝรั่ง ซึ่งเป็รสชาติที่เขาโปรดปราณ ติณภพถอนหายใจเขาไม่ได้หันกลับมามองเด็กเ้าปัญหาเลยด้วยซ้ำ กลับตั้งใจทำหน้าที่ขับรถไปเงียบๆ จนเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเงียบไปสายตาเหยี่ยวสีนิลก็ชำเลืองมองเด็กตัวขาวที่หลับไหลไปแล้ว ขาขาวเรียวที่พ้นออกมาจากกางเกงนักเรียนมัธยมปลายทำชายหนุ่มหายใจติดขัด ไหนจะกลีบปากอิ่มแดงที่เลอะเศษขนมนั่นอีก
“ยั่วกันชัดๆ!” ชายหนุ่มสบดออกมาเสียงเบา เขามองเพลินจนจนเกือบเสียหลัก
“อาภพระวังคับoO!” แต่แค่นี้ไม่ได้ทำลายสติของของเขาเ้าตัวประคองรถกลับมาได้ แต่เด็กหนุ่มที่หลับไหล่อยู่นี่ซิกลับตื่นขึ้นมาทำตาโตใส่เขา ‘เห็นแล้วขัดใจเป็บ้า’
“ อาภพขับเลยซอยเข้าบ้านเราแล้วคับ” เด็กหนุ่มที่ตื่นมาเคี้ยวมันฝรั่งต่อจนแก้มตุ่ยรีบร้องบอก เมื่อเห็นชายหนุ่มขับเลยซอยเข้าบ้านจันทร์ประดับไปไกลแล้ว แต่คุณอาหนุ่มกลับไม่ได้พูดอะไรธนวินท์เลยปล่อยเลยตามเลย อาภพจะไปธุระที่ไหนต่อก็ได้เพราะถึงยังไงเขาก็มีขนมกินอยู่แล้ว จนเมื่อรถแล่นเข้ามาจอดในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็ร้านที่เขาเคยมากับคุณหญิงแสงจันทร์เป็ประจำ