หลี่หว่านชิงเดินตรงไปยังโรงสีของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านซ่งเจีย
ที่นี่เป็สถานที่ที่ชาวบ้านนำข้าวสาลีมาสีเป็แป้งสาลี และเป็จุดแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างคนในหมู่บ้าน เธอมีเป้าหมายบางอย่างที่ต้องจัดการ
กลิ่นฝุ่นของแกลบและเสียงเครื่องสีข้าวดังอยู่ตลอดเวลา พวกชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังต่อแถวรอให้เ้าของโรงสีช่วยสีข้าวให้
เถ้าแก่หลี่ ชายวัยกลางคนเ้าของโรงสีกำลังตรวจสอบข้าวที่มีคนนำมาแลก เขาเป็พ่อค้าผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านซ่งเจีย ถ้าหากใครอยากได้แป้งสาลีที่มีคุณภาพดีหรือแลกเปลี่ยนสินค้า ก็มักจะต้องมาคุยกับเขา
ร่างบางเดินตรงไปหาชายคนนั้น พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ
"เถ้าแก่หลี่ พอจะมีแป้งสาลีเก็บไว้ขายให้ฉันสักหน่อยไหมคะ"
เถ้าแก่หลี่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "อ้าว นี่คุณนายซ่งไม่ใช่เหรอ ปกติฉันเห็นแม่สามีของคุณเป็คนมาซื้อข้าวแทนนี่นา วันนี้คิดยังไงถึงมาเองล่ะ"
หลี่หว่านชิงหัวเราะเบา ๆ "ฉันอยากมาเลือกซื้อเองจะได้เลือกของดี ๆ ไงละคะ เถ้าแก่พอจะมีแป้งสาลีคุณภาพดีเหลืออยู่บ้างไหม"
เถ้าแก่หลี่พยักหน้า ก่อนจะกวักมือเรียกให้ลูกน้องยกกระสอบแป้งออกมา "มีอยู่ แต่ราคาก็ไม่ถูกนะ ปีนี้ข้าวขึ้นราคา คุณนายซ่งจะซื้อเท่าไหร่"
หลี่หว่านชิงมองกระสอบแป้งตรงหน้า ดวงตาของเธอทอประกายเ้าเล่ห์ ก่อนจะหยิบเงินทั้งหมดออกมาวางบนโต๊ะ
"ฉันไม่ใช่แค่มาซื้อแป้งค่ะเถ้าแก่หลี่"
"แล้วคุณนายซ่งแล้วมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า"
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ฉันมีข้อเสนอที่คุณอาจจะสนใจ"
เถ้าแก่หลี่หรี่ตา มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด "ข้อเสนออะไรหรือครับ?"
หลี่หว่านชิงไล้ปลายนิ้วไปบนขอบโต๊ะไม้หยาบ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "ฉันอยากซื้อล็อตแป้งสาลีจำนวนมากในราคาพิเศษ และถ้าคุณให้ราคาดี ฉันอาจจะเป็ลูกค้าประจำของคุณก็ได้"
เถ้าแก่หลี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "คุณจะซื้อไปทำอะไร? เท่าที่รู้ ตระกูลซ่งไม่เคยซื้อแป้งสาลีเยอะขนาดนี้"
หลี่หว่านชิงยิ้มมุมปาก "เื่นั้นฉันขอเก็บไว้เป็ความลับ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าคุณยอมขายให้ฉันในราคาที่สมเหตุสมผล ฉันรับรองว่าฉันจะกลับมาซื้อซ้ำ และอาจจะเพิ่มรายการซื้อขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าหากธุรกิจของฉันไปได้ดี"
เถ้าแก่หลี่เป็พ่อค้า ย่อมรู้ทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าต้องมีแผนอะไรบางอย่าง แต่สำหรับเขาแล้ว ขอแค่ได้เงินก็พอ อย่างอื่นเขาไม่คิดจะไปสนใจ
"งั้นก็ตกลง แต่ฉันลดให้ไม่ได้มากนัก ปีนี้ราคาข้าวแพง"
"ฉันไม่ได้้าให้คุณขาดทุนอยู่แล้ว" หลี่หว่านชิงพูดเสียงเรียบ "แต่ฉัน้าราคาที่ดีกว่าคนอื่นนิดหน่อย อย่างน้อยก็ให้ฉันได้กำไรจากการไปขายต่อพอสมควร"
เถ้าแก่หลี่หัวเราะในลำคอ "คุณนายซ่งนี่เ้าเล่ห์กว่าที่ฉันคิดไว้"
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน "ฉันก็แค่รู้จักใช้เงินให้เป็เท่านั้นค่ะเถ้าแก่"
เถ้าแก่หลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "เอาล่ะ… ผมจะให้ราคาพิเศษสำหรับสินค้าล็อตแรก ตอนนี้ผมมีแป้งสาลีอยู่ 500 กิโล ถ้าคุณซื้อเยอะกว่านี้ในอนาคต ผมจะลดราคาให้มากกว่านี้อีก"
"ตกลงค่ะ" เธอพยักหน้าอย่างมั่นใจ
"งั้นฉันขอเหมาแป้งสาลีทั้งหมดเลยนะคะ ทั้งหมดเป็เงินเท่าไหร่คะ?"
เถ้าแก่หลี่ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
"250 หยวน ถือว่าเป็ราคาพิเศษสำหรับคุณ"
"ตกลงค่ะ"
หลี่หว่านชิง หยิบธนบัตรสีหม่นออกมานับอย่างรวดเร็ว
"งั้นผมจะให้คนงานช่วยแบกแป้งไปส่งที่บ้านตระกูลซ่งนะครับ"เถ้าแก่หลี่เอ่ยอย่างอารมณ์ดีที่ขายแป้งสาลีได้เป็จำนวนมาก
"ไม่ต้องค่ะ" หลี่หว่านชิงยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ย
"เดี๋ยวฉันจะให้คนของฉันมารับเอง"
เถ้าแก่หลี่มองเธอด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
หลี่หว่านชิงรับใบเสร็จมา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงสี
ก้าวแรกของแผนการทำธุรกิจเริ่มต้นขึ้นแล้ว… และไม่มีใครหยุดเธอได้อีกต่อไป
หลังจากจัดการเื่ซื้อแป้งสาลีเสร็จ หลี่หว่านชิงก็ไม่รอช้า รีบเดินไปยังป้ายรถโดยสารประจำหมู่บ้านเพื่อขึ้นรถเข้าไปในเมือง
ระหว่างที่รถโดยสารแล่นผ่านทุ่งกว้าง เสียงล้อบดไปกับถนนลูกรัง หัวของเธอก็เต็มไปด้วยแผนการต่อไปทันที
เมื่อถึงตัวเมือง เธอก็เดินตรงไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งอยู่ข้างร้านขายของชำ
เธอหยอดเหรียญเข้าไปก่อนจะกดหมายเลขที่จำขึ้นใจ ปลายสายดังอยู่ไม่กี่ครั้งก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำตอบกลับมา
"ฮัลโหล จ้าวเจิ้งอวี่พูดครับไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ?"
"ฉันเอง หลี่หว่านชิง" ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของชายหนุ่มจะดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาฟังดูประหลาดใจเล็กน้อย
"คุณหลี่? มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
หลี่หว่านชิงยิ้มบาง ๆ แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น "ฉันมีเื่อยากคุยด้วย สนใจมาเจอฉันหน่อยไหม?"
"เื่อะไรครับ?" น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่เธอจับได้ถึงความสนใจที่ซ่อนอยู่
"ธุรกิจค่ะ"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ "ธุรกิจอย่างงั้นหรือ? น่าสนใจดี บอกสถานที่นัดเจอมาครับ"
"ร้านน้ำชาหลินฟู่ ตรงตลาดกลางเมืองค่ะ"
"ตกลง งั้นอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันครับ"
สิ้นเสียงนั้น สายก็ถูกตัดไปทันที
หลี่หว่านชิงวางหูลง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
จ้าวเจิ้งอวี่… พ่อค้าจากเมืองหลวงที่เธอเคยช่วยไว้โดยบังเอิญ หญิงสาวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา และถ้าเขาตอบรับการนัดพบของเธอ นั่นหมายความว่าเขาเองก็กำลังให้ความสนใจเธออยู่เหมือนกัน
เธอยกยิ้มมุมปาก พลางหมุนตัวเดินไปร้านน้ำชาทันที
นี่เป็อีกก้าวหนึ่งของแผนการ… และเธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปแน่
เมื่อมาถึงร้านน้ำชาหลินฟู่ หลี่หว่านชิงกวาดตามองไปรอบ ๆ บรรยากาศในร้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระทบกันของถ้วยน้ำชาและเสียงพูดคุยเบา ๆ ของแขกที่มานั่งพัก
เธอเลือกนั่งที่มุมหนึ่งของร้าน ใกล้หน้าต่างที่มองเห็นถนนด้านนอกได้ชัดเจน
ระหว่างที่รอ เธอสั่งน้ำชากับขนมมาเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
หลี่หว่านชิงเงยหน้าขึ้น และเห็นชายหนุ่มในชุดผ้าเนื้อดีสีเข้มเดินเข้ามา จ้าวเจิ้งอวี่ดูแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งท่าทางและการแต่งกายของเขาล้วนบ่งบอกถึงภูมิฐานและความสำเร็จ
เขามองไปรอบร้านเล็กน้อย ก่อนจะหยุดสายตาที่เธอ แล้วเดินตรงเข้ามาหา
"คุณมาถึงนานแล้วเหรอครับ?" เขาถามพลางนั่งลงตรงข้ามเธอโดยไม่รอให้เชิญ
"ไม่นานค่ะ พอดีฉันเลือกที่นั่งไว้ก่อน"
จ้าวเจิ้งอวี่พยักหน้า ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พนักงานร้านที่รีบเข้ามารับออเดอร์ เขาสั่งชาอีกหนึ่งกา แล้วจึงหันกลับมาสบตากับเธอ
"บอกหน่อยสิ ว่าคุณนัดผมมาพบทำไม?"
หลี่หว่านชิงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเธอ
"ฉันมีข้อเสนอที่คุณอาจสนใจค่ะ"
จ้าวเจิ้งอวี่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบมองหลี่หว่านชิงอย่างพิจารณา "ข้อเสนออะไรครับ?"
หลี่หว่านชิงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "ฉันอยากคุยเื่แป้งสาลี"
เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว "แป้งสาลี?"
"ใช่ค่ะ" เธอพยักหน้า "ฉันเพิ่งซื้อแป้งสาลีจำนวนมากจากโรงสีในหมู่บ้าน และกำลังมองหาคนที่จะช่วยฉันกระจายมันออกไปในตลาด"
จ้าวเจิ้งอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ดวงตาของเขาฉายแววสนใจขึ้นมาทันที "น่าสนใจจริง ๆ ผมเองก็กำลังตามหาแป้งสาลีอยู่พอดี ธุรกิจของผมที่เมืองหลวงต้องใช้แป้งสาลีจำนวนมาก แต่พักหลังนี้สินค้าขาดตลาด ผมเลยเดินทางมาที่เมืองนี้เพราะหวังว่าจะหาแป้งสาลีไปขาย แต่ก็ยังไม่ได้แหล่งสินค้าที่แน่นอน"
หลี่หว่านชิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก "ถ้าอย่างนั้น ฉันอาจจะช่วยคุณได้นะคะ"
"คุณมั่นใจเหรอ ว่ามีแป้งสาลีเพียงพอ?"
"ล็อตแรก ฉันมีประมาณ 500 กิโลกรัม และฉันมีช่องทางที่จะจัดหามาเพิ่ม ถ้าคุณรับซื้อ ฉันสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้เรื่อย ๆ"
จ้าวเจิ้งอวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ถ้าคุณสามารถหาสินค้าได้ต่อเนื่องจริง ผมจะรับซื้อทั้งหมด"
หลี่หว่านชิงทอประกายตา "ถ้าอย่างนั้น เรามาลองทำธุรกิจร่วมกันดู ฉันจะเป็คนจัดหาแป้งให้ ส่วนคุณรับผิดชอบด้านการกระจายสินค้า"
จ้าวเจิ้งอวี่จ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก "คุณเป็ผู้หญิงที่ไม่ธรรมดาเลยนะคุณหลี่"
เธอยิ้มตอบ "ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ"
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย หลี่หว่านชิงหยิบสัญญาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกจากกระเป๋า แม้เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่จะดูธรรมดา แต่ท่าทีของเธอกลับดูมั่นใจและสุขุมราวกับนักธุรกิจที่เจนสนาม
จ้าวเจิ้งอวี่รับเอกสารไปอ่านอย่างละเอียด แววตาของเขาฉายประกายความพึงพอใจขณะที่กวาดมองเนื้อหาในสัญญา
"ผมละทึ่งจริงๆ ที่คุณเตรียมมาล่วงหน้ามาเป็อย่างดี?" เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความทึ่ง
หลี่หว่านชิงยิ้มบาง "การทำธุรกิจต้องมีแผนรองรับเสมอ ถ้าคุณคิดจะร่วมมือกับฉัน ก็ต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจน"
จ้าวเจิ้งอวี่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหยิบปากกาแล้วลงชื่อของตัวเองด้วยท่าทีราบเรียบ
"ยินดีที่ได้ร่วมมือครับคุณหลี่" เขาปากกาลง แล้วมองตรงมาที่เธอ
หลี่หว่านชิงรับเอกสารคืน ก่อนจะเซ็นชื่อของเธอบ้าง แล้วม้วนสัญญาเก็บเข้ากระเป๋า "ฉันก็หวังว่าความร่วมมือนี้จะเป็ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย"
จ้าวเจิ้งอวี่จ้องเธอครู่หนึ่ง รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างอดไม่ได้ "คุณเป็ผู้หญิงที่น่าสนใจจริง ๆ"
"ฉันก็ได้ยินมาบ่อยเหมือนกัน" เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
หลังจากเจรจาจบลง ทั้งคู่จับมือกันเบา ๆ เป็เชิงตกลง ธุรกิจระหว่างพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับเธอในอนาคต

ไรท์ขอบอกเลยนางเอกของเราไม่ได้มาเล่น ๆ จากการซื้อแป้งธรรมดา
กลายเป็การวางหมากธุรกิจขั้นแรกและเธอได้พาร์ตเนอร์ทรงอิทธิพลมาหนึ่งคน...
ธุรกิจแป้งเริ่มเดิน แต่นี่แค่บทเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนี้...
จะไม่มีใครหยุดความรำ่รวยของเธอได้อีกแล้ว ฝากให้กำลังใจยัยน้องด้วยนะคะ
นางไม่มีของวิเศษมาด้วยต้องต่อสู้ดิ้นจนด้วยตัวเอง