[มี E-book] สวย เริ่ด อย่างฉัน ขอบายสามีเฮงซวย ยุค80

    บทที่ 7 ความร่วมมือทางธุรกิจ

    หลี่หว่านชิงเดินตรงไปยังโรงสีของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านซ่งเจีย

    ที่นี่เป็๞สถานที่ที่ชาวบ้านนำข้าวสาลีมาสีเป็๞แป้งสาลี และเป็๞จุดแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างคนในหมู่บ้าน เธอมีเป้าหมายบางอย่างที่ต้องจัดการ

    กลิ่นฝุ่นของแกลบและเสียงเครื่องสีข้าวดังอยู่ตลอดเวลา พวกชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังต่อแถวรอให้เ๽้าของโรงสีช่วยสีข้าวให้

    เถ้าแก่หลี่ ชายวัยกลางคนเ๯้าของโรงสีกำลังตรวจสอบข้าวที่มีคนนำมาแลก เขาเป็๞พ่อค้าผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านซ่งเจีย ถ้าหากใครอยากได้แป้งสาลีที่มีคุณภาพดีหรือแลกเปลี่ยนสินค้า ก็มักจะต้องมาคุยกับเขา

    ร่างบางเดินตรงไปหาชายคนนั้น พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ

    "เถ้าแก่หลี่ พอจะมีแป้งสาลีเก็บไว้ขายให้ฉันสักหน่อยไหมคะ"

    เถ้าแก่หลี่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "อ้าว นี่คุณนายซ่งไม่ใช่เหรอ ปกติฉันเห็นแม่สามีของคุณเป็๲คนมาซื้อข้าวแทนนี่นา วันนี้คิดยังไงถึงมาเองล่ะ"

    หลี่หว่านชิงหัวเราะเบา ๆ "ฉันอยากมาเลือกซื้อเองจะได้เลือกของดี ๆ ไงละคะ เถ้าแก่พอจะมีแป้งสาลีคุณภาพดีเหลืออยู่บ้างไหม"

    เถ้าแก่หลี่พยักหน้า ก่อนจะกวักมือเรียกให้ลูกน้องยกกระสอบแป้งออกมา "มีอยู่ แต่ราคาก็ไม่ถูกนะ ปีนี้ข้าวขึ้นราคา คุณนายซ่งจะซื้อเท่าไหร่"

    หลี่หว่านชิงมองกระสอบแป้งตรงหน้า ดวงตาของเธอทอประกายเ๯้าเล่ห์ ก่อนจะหยิบเงินทั้งหมดออกมาวางบนโต๊ะ

    "ฉันไม่ใช่แค่มาซื้อแป้งค่ะเถ้าแก่หลี่"

    "แล้วคุณนายซ่งแล้วมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า"

    เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ฉันมีข้อเสนอที่คุณอาจจะสนใจ"

    เถ้าแก่หลี่หรี่ตา มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด "ข้อเสนออะไรหรือครับ?"

    หลี่หว่านชิงไล้ปลายนิ้วไปบนขอบโต๊ะไม้หยาบ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "ฉันอยากซื้อล็อตแป้งสาลีจำนวนมากในราคาพิเศษ และถ้าคุณให้ราคาดี ฉันอาจจะเป็๲ลูกค้าประจำของคุณก็ได้"

    เถ้าแก่หลี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "คุณจะซื้อไปทำอะไร? เท่าที่รู้ ตระกูลซ่งไม่เคยซื้อแป้งสาลีเยอะขนาดนี้"

    หลี่หว่านชิงยิ้มมุมปาก "เ๱ื่๵๹นั้นฉันขอเก็บไว้เป็๲ความลับ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าคุณยอมขายให้ฉันในราคาที่สมเหตุสมผล ฉันรับรองว่าฉันจะกลับมาซื้อซ้ำ และอาจจะเพิ่มรายการซื้อขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าหากธุรกิจของฉันไปได้ดี"

    เถ้าแก่หลี่เป็๞พ่อค้า ย่อมรู้ทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าต้องมีแผนอะไรบางอย่าง แต่สำหรับเขาแล้ว ขอแค่ได้เงินก็พอ อย่างอื่นเขาไม่คิดจะไปสนใจ

    "งั้นก็ตกลง แต่ฉันลดให้ไม่ได้มากนัก ปีนี้ราคาข้าวแพง"

    "ฉันไม่ได้๻้๪๫๷า๹ให้คุณขาดทุนอยู่แล้ว" หลี่หว่านชิงพูดเสียงเรียบ "แต่ฉัน๻้๪๫๷า๹ราคาที่ดีกว่าคนอื่นนิดหน่อย อย่างน้อยก็ให้ฉันได้กำไรจากการไปขายต่อพอสมควร"

    เถ้าแก่หลี่หัวเราะในลำคอ "คุณนายซ่งนี่เ๽้าเล่ห์กว่าที่ฉันคิดไว้"

    หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน "ฉันก็แค่รู้จักใช้เงินให้เป็๞เท่านั้นค่ะเถ้าแก่"

    เถ้าแก่หลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "เอาล่ะ… ผมจะให้ราคาพิเศษสำหรับสินค้าล็อตแรก ตอนนี้ผมมีแป้งสาลีอยู่ 500 กิโล ถ้าคุณซื้อเยอะกว่านี้ในอนาคต ผมจะลดราคาให้มากกว่านี้อีก"

    "ตกลงค่ะ" เธอพยักหน้าอย่างมั่นใจ

    "งั้นฉันขอเหมาแป้งสาลีทั้งหมดเลยนะคะ ทั้งหมดเป็๲เงินเท่าไหร่คะ?"

    เถ้าแก่หลี่ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
    "250 หยวน ถือว่าเป็๞ราคาพิเศษสำหรับคุณ"

    "ตกลงค่ะ"

    หลี่หว่านชิง หยิบธนบัตรสีหม่นออกมานับอย่างรวดเร็ว

    "งั้นผมจะให้คนงานช่วยแบกแป้งไปส่งที่บ้านตระกูลซ่งนะครับ"เถ้าแก่หลี่เอ่ยอย่างอารมณ์ดีที่ขายแป้งสาลีได้เป็๲จำนวนมาก

    "ไม่ต้องค่ะ" หลี่หว่านชิงยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ย

    "เดี๋ยวฉันจะให้คนของฉันมารับเอง"

    เถ้าแก่หลี่มองเธอด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

    หลี่หว่านชิงรับใบเสร็จมา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงสี

    ก้าวแรกของแผนการทำธุรกิจเริ่มต้นขึ้นแล้ว… และไม่มีใครหยุดเธอได้อีกต่อไป

    หลังจากจัดการเ๱ื่๵๹ซื้อแป้งสาลีเสร็จ หลี่หว่านชิงก็ไม่รอช้า รีบเดินไปยังป้ายรถโดยสารประจำหมู่บ้านเพื่อขึ้นรถเข้าไปในเมือง

    ระหว่างที่รถโดยสารแล่นผ่านทุ่งกว้าง เสียงล้อบดไปกับถนนลูกรัง หัวของเธอก็เต็มไปด้วยแผนการต่อไปทันที

    เมื่อถึงตัวเมือง เธอก็เดินตรงไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งอยู่ข้างร้านขายของชำ

    เธอหยอดเหรียญเข้าไปก่อนจะกดหมายเลขที่จำขึ้นใจ ปลายสายดังอยู่ไม่กี่ครั้งก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำตอบกลับมา

    "ฮัลโหล จ้าวเจิ้งอวี่พูดครับไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ?"

    "ฉันเอง หลี่หว่านชิง" ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของชายหนุ่มจะดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาฟังดูประหลาดใจเล็กน้อย

    "คุณหลี่? มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

    หลี่หว่านชิงยิ้มบาง ๆ แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น "ฉันมีเ๹ื่๪๫อยากคุยด้วย สนใจมาเจอฉันหน่อยไหม?"

    "เ๱ื่๵๹อะไรครับ?" น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่เธอจับได้ถึงความสนใจที่ซ่อนอยู่

    "ธุรกิจค่ะ"

    ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ "ธุรกิจอย่างงั้นหรือ? น่าสนใจดี บอกสถานที่นัดเจอมาครับ"

    "ร้านน้ำชาหลินฟู่ ตรงตลาดกลางเมืองค่ะ"

    "ตกลง งั้นอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันครับ"

    สิ้นเสียงนั้น สายก็ถูกตัดไปทันที

    หลี่หว่านชิงวางหูลง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

    จ้าวเจิ้งอวี่… พ่อค้าจากเมืองหลวงที่เธอเคยช่วยไว้โดยบังเอิญ หญิงสาวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา และถ้าเขาตอบรับการนัดพบของเธอ นั่นหมายความว่าเขาเองก็กำลังให้ความสนใจเธออยู่เหมือนกัน

    เธอยกยิ้มมุมปาก พลางหมุนตัวเดินไปร้านน้ำชาทันที

    นี่เป็๞อีกก้าวหนึ่งของแผนการ… และเธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปแน่

    เมื่อมาถึงร้านน้ำชาหลินฟู่ หลี่หว่านชิงกวาดตามองไปรอบ ๆ บรรยากาศในร้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระทบกันของถ้วยน้ำชาและเสียงพูดคุยเบา ๆ ของแขกที่มานั่งพัก

    เธอเลือกนั่งที่มุมหนึ่งของร้าน ใกล้หน้าต่างที่มองเห็นถนนด้านนอกได้ชัดเจน

    ระหว่างที่รอ เธอสั่งน้ำชากับขนมมาเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

    หลี่หว่านชิงเงยหน้าขึ้น และเห็นชายหนุ่มในชุดผ้าเนื้อดีสีเข้มเดินเข้ามา จ้าวเจิ้งอวี่ดูแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งท่าทางและการแต่งกายของเขาล้วนบ่งบอกถึงภูมิฐานและความสำเร็จ

    เขามองไปรอบร้านเล็กน้อย ก่อนจะหยุดสายตาที่เธอ แล้วเดินตรงเข้ามาหา

    "คุณมาถึงนานแล้วเหรอครับ?" เขาถามพลางนั่งลงตรงข้ามเธอโดยไม่รอให้เชิญ

    "ไม่นานค่ะ พอดีฉันเลือกที่นั่งไว้ก่อน"

    จ้าวเจิ้งอวี่พยักหน้า ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พนักงานร้านที่รีบเข้ามารับออเดอร์ เขาสั่งชาอีกหนึ่งกา แล้วจึงหันกลับมาสบตากับเธอ

    "บอกหน่อยสิ ว่าคุณนัดผมมาพบทำไม?"

    หลี่หว่านชิงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเธอ

    "ฉันมีข้อเสนอที่คุณอาจสนใจค่ะ"

    จ้าวเจิ้งอวี่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบมองหลี่หว่านชิงอย่างพิจารณา "ข้อเสนออะไรครับ?"

    หลี่หว่านชิงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "ฉันอยากคุยเ๱ื่๵๹แป้งสาลี"

    เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว "แป้งสาลี?"

    "ใช่ค่ะ" เธอพยักหน้า "ฉันเพิ่งซื้อแป้งสาลีจำนวนมากจากโรงสีในหมู่บ้าน และกำลังมองหาคนที่จะช่วยฉันกระจายมันออกไปในตลาด"

    จ้าวเจิ้งอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ดวงตาของเขาฉายแววสนใจขึ้นมาทันที "น่าสนใจจริง ๆ ผมเองก็กำลังตามหาแป้งสาลีอยู่พอดี ธุรกิจของผมที่เมืองหลวงต้องใช้แป้งสาลีจำนวนมาก แต่พักหลังนี้สินค้าขาดตลาด ผมเลยเดินทางมาที่เมืองนี้เพราะหวังว่าจะหาแป้งสาลีไปขาย แต่ก็ยังไม่ได้แหล่งสินค้าที่แน่นอน"

    หลี่หว่านชิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก "ถ้าอย่างนั้น ฉันอาจจะช่วยคุณได้นะคะ"

    "คุณมั่นใจเหรอ ว่ามีแป้งสาลีเพียงพอ?"

    "ล็อตแรก ฉันมีประมาณ 500 กิโลกรัม และฉันมีช่องทางที่จะจัดหามาเพิ่ม ถ้าคุณรับซื้อ ฉันสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้เรื่อย ๆ"

    จ้าวเจิ้งอวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ถ้าคุณสามารถหาสินค้าได้ต่อเนื่องจริง ผมจะรับซื้อทั้งหมด"

    หลี่หว่านชิงทอประกายตา "ถ้าอย่างนั้น เรามาลองทำธุรกิจร่วมกันดู ฉันจะเป็๲คนจัดหาแป้งให้ ส่วนคุณรับผิดชอบด้านการกระจายสินค้า"

    จ้าวเจิ้งอวี่จ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก "คุณเป็๞ผู้หญิงที่ไม่ธรรมดาเลยนะคุณหลี่"

    เธอยิ้มตอบ "ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ"

    หลังจากตกลงกันเรียบร้อย หลี่หว่านชิงหยิบสัญญาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกจากกระเป๋า แม้เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่จะดูธรรมดา แต่ท่าทีของเธอกลับดูมั่นใจและสุขุมราวกับนักธุรกิจที่เจนสนาม

    จ้าวเจิ้งอวี่รับเอกสารไปอ่านอย่างละเอียด แววตาของเขาฉายประกายความพึงพอใจขณะที่กวาดมองเนื้อหาในสัญญา

    "ผมละทึ่งจริงๆ ที่คุณเตรียมมาล่วงหน้ามาเป็๞อย่างดี?" เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความทึ่ง

    หลี่หว่านชิงยิ้มบาง "การทำธุรกิจต้องมีแผนรองรับเสมอ ถ้าคุณคิดจะร่วมมือกับฉัน ก็ต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจน"

    จ้าวเจิ้งอวี่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหยิบปากกาแล้วลงชื่อของตัวเองด้วยท่าทีราบเรียบ

    "ยินดีที่ได้ร่วมมือครับคุณหลี่" เขาปากกาลง แล้วมองตรงมาที่เธอ

    หลี่หว่านชิงรับเอกสารคืน ก่อนจะเซ็นชื่อของเธอบ้าง แล้วม้วนสัญญาเก็บเข้ากระเป๋า "ฉันก็หวังว่าความร่วมมือนี้จะเป็๞ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย"

    จ้าวเจิ้งอวี่จ้องเธอครู่หนึ่ง รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างอดไม่ได้ "คุณเป็๲ผู้หญิงที่น่าสนใจจริง ๆ"

    "ฉันก็ได้ยินมาบ่อยเหมือนกัน" เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ

    หลังจากเจรจาจบลง ทั้งคู่จับมือกันเบา ๆ เป็๲เชิงตกลง ธุรกิจระหว่างพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และนี่เป็๲เพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับเธอในอนาคต



    ไรท์ขอบอกเลยนางเอกของเราไม่ได้มาเล่น ๆ จากการซื้อแป้งธรรมดา 

    กลายเป็๲การวางหมากธุรกิจขั้นแรกและเธอได้พาร์ตเนอร์ทรงอิทธิพลมาหนึ่งคน...

    ธุรกิจแป้งเริ่มเดิน แต่นี่แค่บทเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนี้...

    จะไม่มีใครหยุดความรำ่รวยของเธอได้อีกแล้ว ฝากให้กำลังใจยัยน้องด้วยนะคะ 

    นางไม่มีของวิเศษมาด้วยต้องต่อสู้ดิ้นจนด้วยตัวเอง