บำเรอรัก
บทที่ 10
เอริคเดินออกมาจากร้านก็ตรงไปที่รถ ร่างสูงก็เห็นชายผิวดำสองคนที่กำลังซุ้มทำอะไรบางอย่างอยู่ใกล้บริเวณที่จอดรถ เอริคก็ไม่ได้สนใจมองเท้าก็เดินไปข้างหน้ายังรถของตนเอง แต่ในระหว่างทางเขาก็ได้ยินบทสนทนาที่ทำให้เท้าของตัวเองหยุดอัตโนมัติ
“พอเด็กนั้นออกมา นายก็เอาไอนี้พ่นใส่หน้าเลย” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยออกมา ก่อนที่จะส่งสเปรย์ขนาดเล็กให้เพื่อน
“นี้มันอะไรวะ” ชายหนุ่มอีกคนมองสเปรย์ในมือ แล้วถามอีกคนอย่างสงสัย
“ยานอนหลับว่ะ แค่พ่นใส่หน้านิดเดียวรับรองหลับยาว” ชายหนุ่มผิวดำบอก เพื่อนที่ได้ฟังดังนั้นก็ตบหัวของชายหนุ่มผิวดำไปหนึ่งที
เพียะ
“โอ๊ย.. มึงตบหัวกูทำไหมวะ” ชายหนุ่มผิวดำลูบหัวตัวเอง ด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงโดนตบ
“มึงโง่รึโคตรโง่วะ” ชายหนุ่มก็ด่าเพื่อนขึ้นมาทันที
“อะไรของมึงว่ะ อยู่ดีๆ ก็มาตบกู แถมยังจะด่ากูอีก” ชายหนุ่มผิวดำพูดด้วยความสงสัย
“มึงให้กูพ่นยานอนหลับใส่เด็กนั้น แล้วแบบนี้เด็กนั้นมันก็ต้องหลับใช่ไหม” ชายหนุ่มถามขึ้น
“ก็เออสิวะ ยานอนหลับมันก็ต้องทำให้หลับสิวะ มึงก็ถามอะไรโง่ๆ” ชายหนุ่มผิวดำบอกออกไป
“ถ้าเด็กนั้นมันหลับ แล้วแบบนี้กูจะสนุกได้ยังไง มันก็ไม่ต่างจากเอาท่อนไม้สิวะ” ชายหนุ่มเอ่ยไปตามที่คิด
“เื่แค่นี้เองหรอวะ มึงกลับตบหัวกูเลย” ชายหนุ่มผิวดำถามต่อ
“เออ” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ ด้วยท่าทางอารมณ์เสีย
“มึงเอาไอ้นี่ไปเลย กูเตรียมมันไว้แล้ว” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยบอก ก่อนที่จะหยิบซองอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นใส่มือเพื่อน
“อะไรของมึงอีกว่ะ” ชายหนุ่มมองดูซองที่อยู่ในมือ ภายในบรรจุผงสีขาวๆ เหมือนแป้งอยู่
“ยาปลุกเซ็กส์ไง พอเด็กนั้นฟื้นก็กรอกใส่ปากให้มันกินซะ แค่นิดเดียว.. แต่ออกฤทธิ์ถึงเช้ารับรองคืนนี้มึงกับกูมีความสุขทั้งคืนแน่” ชายหนุ่มผิวดำบอกเพื่อนด้วยสายตาเ้าเล่ห์ ก่อนทั้งสองจะมองหน้ากันอย่างเข้าใจ ลิ้นของชายหนุ่มก็เลียริมฝีปากหนาอย่างหื่นกระหาย
“หึหึ มึงนี้ว่างแผนซะหลายขั้นตอนเลยวะ” ชายหนุ่มตบไหล่เพื่อนเบาๆ กับความคิดดีๆ ที่ได้รับรู้
“เมื่อกี้มึงยังด่ากูว่าโง่อยู่เลย แต่มึงไม่ต้องชมกูหรอกนะ เพราะกูรู้ว่าตัวเองฉลาด ก็กูมีไอ้นี่ไง” ชายหนุ่มผิวดำบอกอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนที่จะยกมือไปชี้สมองของตัวเอง บ่งบอกว่าตนเป็คนมีสมองอันชาญฉลาด
“เออ.. ไอ้คนฉลาด” ชายหนุ่มก็เอ่ยประชดพร้อมยอมรับในความหลงตัวเองของเพื่อน
“แน่นอน แต่คนนี้กูขอคนแรกนะโว้ย” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยบอกเพื่อน
“ก็ได้ แล้วอย่าลืมกล้องถ่ายวิดีโอด้วยล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยบอก
“ไม่ลืมอยู่แล้ว” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยบอกพร้อมกับยกกล้องวิดีโอออกมาเปิดเช็กดูความเรียบร้อย
เอริคที่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก็คิดว่าใครกันที่เป็ผู้โชคร้ายคนนั้น แต่เมื่อร่างสูงได้ยินดังนั้นแล้วก็คงจะไม่ปล่อยไปไม่ได้ อย่างน้อยเด็กคนนั้นก็ไม่ได้เต็มใจและคงจะเป็ฝันร้ายของคนคนนั้นไปตลอด เอริคเดินมาเอาปืนที่รถพร้อมกับรอจังหวะที่จะจัดการพวกชั่วทั้งสองนั้นอย่างใจเย็น
ชายหนุ่มผิวดำทั้งสองก็ยืนรออยู่ในบริเวณนั้นไม่นาน เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่เป็เป้าหมายเดินออกมาจากร้าน ทั้งสองก็ทำตามแผนที่วางไว้ได้อย่างราบรื่น ชายหนุ่มผิวดำคนหนึ่งกำลังจะอุ้มร่างบางไปยังรถที่จอดรอ โดยมีชายหนุ่มอีกคนเดินไปเปิดประตูรถเตรียมไว้ ขณะที่ทั้งสองมีความสุขกับเยื่อที่ได้นั้น ก็ได้มีใครบางคนเดินเข้ามาขัดขวางแผนการนั้นเสียก่อน
เอริคยื่นมองเหตุการณ์นั้นั้แ่ต้นก็เห็นว่าพวกมันได้จับเด็กหนุ่มร่างบางไว้ได้ ซึ่งเขามองเห็นหน้าเด็กหนุ่มไม่ชัดสักเท่าไรนัก เนื่องจากบริเวณนี้มืดมีแสงจากหลอดไฟสาดส่องลงมาน้อยมาก พวกนั้นเลยจัดการกับเด็กหนุ่มร่างบางได้ง่าย เอริคเดินเข้าไปหาพวกมันช้าๆ โดยที่พกปืนเอาไว้ที่เอวเพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ตรงหน้า
“นั้นพวกแกทำอะไร” เอริคถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ เขายืนหากจากพวกนั้นไม่มากนัก แถมยังยืนด้วยท่าที่สบายๆ โดยไม่เกรงกลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนที่หันมามองกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดฝันก็สบถคำหยาบออกมา
“แม่งเอ๊ย”
“ไอ้หน้าหล่อ มึงอย่ามายุ่งเื่ของคนอื่นหน่อยเลย” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด เมื่อมีคนเข้ามาขวางทาง ทั้งที่แผนกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี
“บังเอิญ ฉันมันเป็คน.. ชอบยุ่ง เื่ของชาวบ้านนะ” เอริคพูดตอบเสียงเรียบๆ ออกแนวกวนๆ จนคนฟังแสดงสีหน้าไม่โกรธอย่างเก็บไม่มิด
“ดูเหมือนว่า.. เด็กคนนี้กำลังโดนพวกแกฉุดเลยนะ” เอริคพูดบอกอย่างใจเย็น พร้อมสายตาที่ประเมินทั้งสองคนหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดฝันขึ้น
“กูว่าไอ้หน้าหล่อนี้มันรู้แผนของเราวะ” ชายหนุ่มหันไปบอกกับเพื่อนที่อุ้มเด็กหนุ่มอยู่
“เออ.. มึงไปจัดการให้มันหุบปากเงียบทีสิ ก่อนที่ไอ้หล่อนี้มันจะไปแจ้งตำตรวจ เดี๋ยวจะพาความซวยมาให้กู” ชายหนุ่มผิวดำที่อุ้มร่างบางสั่งออกไป
“ทำไมมึงไม่ไปจัดการเองวะ” ชายหนุ่มถามขึ้น
“มึงเห็นไหม กูอุ้มเด็กนี้อยู่” ชายหนุ่มที่อุ้มร่างบางอยู่บอกเพื่อนเชิงตำหนิ
“เออ.. เดี๋ยวกูจัดการสั่งสอนมันเอง” ชายหนุ่มบอกออกไป ก่อนที่เดินมาหาร่างสูงหน้าหล่อ
“มึงเจ็บตัวแน่” ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหงุดหงิด
ผลัวะ พลั่ก ผลัวะ พลั่ก
เอริคที่เรียนศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ มาั้แ่เด็ก ใช้ความสามารถจัดการกลับชายหนุ่มคนนั้นอย่างหนักหน่วง ทั้งเตะทั้งต่อยจนคู่ต่อสู้นอนหมดสภาพไร้ซึ่งสติ ใบหน้าของคู่ต่อสู้มีเืไหลอาบไปทั่วใบหน้า ปากที่แตกจากการต่อสู้ และฟันที่ร่วงออกมาจากหมัดหนักๆ ประมาณสองสามซี่ เอริคหันไปหาชายหนุ่มอีกคนที่อุ้มร่างบางอยู่
“ตอนนี้ก็ถึงตาแกแล้วซินะ” เอริคเอ่ยเสียงเรียบพร้อมเดินเข้าไปใกล้อีกคนราวกับมัจจุราชที่คาดชีวิต พร้อมกับปืนที่พกไว้ที่เอว ทำไมเมื่อกี้พวกเขาไม่สังเกตว่าอีกคนมีอาวุธมาด้วย
ชายหนุ่มมองเพื่อนที่นอนหมดสภาพด้วยความกลัว ใบหน้าของเพื่อนที่มีแต่รอยฟกช้ำกับเืที่ไหลอาบทั่วใบหน้า ชายหนุ่มรู้เลยว่าตัวเองไม่สามารถสู้ร่างสูงได้แน่นอน แถมร่างสูงเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แบบนี้ ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดออกไปก็จงต้องยอมแพ้อย่างเดียวเท่านั้น
“ถะ.. ถ้าแกอยากได้ก็เอาไปเลย” ชายหนุ่มผิวดำบอกอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนที่จะวางร่างบางไว้ที่พื้น
“ขอบใจ แต่ฉันคิดว่า...แกควรรับของขวัญจากฉันเหมือนที่เพื่อนแกได้ไปนะ” พูดจบเอริคก็เดินเข้าไปหาชายหนุ่มผิวดำ พร้อมจัดการมอบหมัดหนักๆ ไปที่ใบหน้าจนอีกคนต้องนอนหมดสภาพไม่ต่างจากเพื่อนไปอีกราย
เอริคเดินมาอุ้มร่างบางที่ไม่ได้สติกลับมายังรถของตัวเอง ก่อนจะโทรไม่สั่งการให้ลูกน้องมาเก็บพวกขยะสังคมส่งตำรวจและดำเนินการให้ถึงที่สุด เอริคที่นั่งที่ประจำคนขับก็มองร่างบางพร้อมกับมือหนาที่ลูบยังใบหน้าหวานนั้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้สติเขาก็ไม่รู้ว่าจะพาร่างบางไปไว้ที่ไหน ที่พักของร่างบางเขาก็ไม่รู้ เอริคจึงตัดสินใจพากลับมาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของตัวเอง
เอริคขับรถมาจอดที่หน้าโรงแรมแล้วส่งมอบกุญแจรถให้กับพนักงานนำไปเก็บ ร่างสูงอุ้มร่างบางผ่านเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานต้อนรับยืนมองมาด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังชั้นของตนเอง มาถึงชั้นบนสุดที่มีห้องเพียงห้องเดียวคือห้องของเขา ร่างสูงจึงพาร่างบางมายังห้องนอนส่วนตัว ก่อนที่จะว่างร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ ก่อนที่ร่างสูงจะเข้าไปอาบน้ำ
เอริคที่เพิ่มอาบน้ำเสร็จกำลังมองดูร่างบางที่หลับใหล ใบหน้าสวยหวานดูเหมือนจะซีดลงไปหลังจากที่เขาเจอร่างบางครั้งแรกที่ลิฟต์ ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปััเส้นผมดำนั้น ผมของร่างบางที่ดำเงาแถมยังนุ่มเหมือนกับที่ร่างสูงเคยจินตนาการไว้
“นุ่มอย่างที่คิดไว้จริงๆ” มือหนาไล่ตามใบหน้าเนียนสวยของคนไร้สติ
“นายนี้ก็สวยเหมือนกันนะ ถ้าไม่รู้จักมากันก่อน ฉันคงคิดว่านายเป็ผู้หญิงนะนี่” เอริคพึมพำเสียงเบา
เอริคมองใบหน้าขาวเนียนนั้นก็อดใจไม่ไหว ร่างสูงจะก้มลงจุมพิตหน้าผากแล้วไล่ลงมาที่แก้มเนียนใส แล้วไล่ลงมายังริมฝีปากบางนุ่มชมพูอ่อน ก่อนที่เขาจะล้มตัวนอนข้างๆ ร่างบาง ก็ในเมื่อห้องนอนนี้เป็ของเขา แล้วทำไมเขาจะต้องไปนอนที่อื่นด้วย
พระพายที่รับรู้ได้ถึงััที่อบอุ่น ััที่เคยคุ้นจากใครบางคนที่เขารอคอย รอมานานเกือบสองปี ร่างบางลืมตาถึงมองร่างสูงที่โอบกอดตัวเองไว้ ร่างสูงของคนรักอยู่ตรงหน้า มันเหมือนกับความฝัน เมื่อคนที่คนรักกลับมาหาเขา พระพายคิดว่าหากนี้เป็ความฝัน เขาก็ไม่อยากจะตื่นจากฝันครั้งนี้เลย เขาไม่อยากตื่นมารับรู้ความเ็ปที่ได้รับจากคนรักเลย
พระพายยกมือขึ้นััใบหน้าของร่างสูงที่ยังคงหล่อเหลาเหมือนเดิม คิ้วหนาที่ชอบขมวดในเวลาที่เขาพูดคุยกับชายหนุ่มคนอื่น จมูกโด่งสวยได้รูปที่มักจะหอมแก้วของเขาในเวลาที่ตื่นนอนทุกเช้า ริมฝีปากหนาที่มักจะพร่ำบอกคำว่ารักกับเขา แล้วจูบเขาด้วยความรัก
พระพายขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่ริมฝีปากบางจะกดลงไปจุมพิตริมฝีปากหนาของคนที่นอนหลับเบาๆ ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ จูบของร่างบางทำให้คนที่หลับอยู่ลืมตาขึ้นมา ก่อนที่ร่างสูงตอบรับจุมพิตของร่างบาง
เอริคที่หลับอยู่ก็รับรู้ได้ถึงสิ่งรบกวนบางอย่างที่วนเวียนอยู่บนใบหน้า เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นใบหน้าสวยขยับมาใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะจูบลงปากของตัวเอง ความรู้สึกที่นุ่มละมุนจากริมฝีปากบางนั้นทำให้เอริคไม่อาจที่จะผละริมฝีปากออกเลย ริมฝีปากหนายังคงเรียกร้องหาความหวานจากภายในปากบาง
เอริคที่ได้่ชิมความหวานพาในปากบางก็รู้สึกพอใจอย่างมาก ร่างสูงขยับขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ บัดนี้ร่างกายของเขากลับรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทันใด เอริค้ามากกว่าแค่จูบอย่างเดียว เขา้าร่างกายนี้ ้าคนคนนี้มากๆ ร่างกายขาวเนียนนุ่มที่น่าทำให้มีแต่รอยรัก ซึ่งไม่เคยมีใครทำให้เขามีความ้ามาอย่างนี้มาก่อน เพียงแค่จูบกันธรรมดา แต่ความ้าของเขากลับมากเพียงนี้
“อื๊ออออ”
“อ๊าาาา”
เสียงครางของทั้งคู่ดังขึ้น เมื่อเอริคไล่จูบสร้างลวดลายพร้อมซอกไซร้ที่ลำคอขาวเนียน เพื่อ่ชิมความหวานบนร่างกายนี้แทน มือหนาทำหน้าปลดเสื้อผ้าของร่างบางออกอย่างชำนาญ ในไม่ช้าร่างบางก็เหลือเพียงกางเกงในตัวจิ๋วที่ปกปิดร่างกายไว้ ร่างสูงมองเนื้อกายของอีกคนที่เปื่อยเปล่าอย่างหลงใหล
พระพายรับรู้ได้สึกความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เมื่อร่างกายไร้สิ่งปกปิด มือบางยกขึ้นมาปกปิดหน้าอกและ่ล่างอัตโนมัติ ตอนนี้เขารู้สึกอับอายเป็อย่างมาก ตลาดเวลาที่อยู่ร่วมกับคนรักเขาไม่เคยได้ทำเื่นี้เลย มีก็แค่จูบกันอย่างมากที่สุด
“อย่าปิดเลย นายสวยมาก” เอริคจับมือบางออก ก่อนที่เขาจะก้มลงััยอดอกสีสวยด้วยลิ้นร้อนๆ
“อื๊อออ.. อ๊าาา” พระพายพยายามสกัดกั้นเสียงครางอันน่าอับอาย เมื่อร่างสูงไล่ดูดเลียยอดอกของตัวเองอย่างสนุก
“อ๊า.. อย่าครับ.. อื๊อออ” พระพายที่เริ่มได้สติก็พยายามร้องห้าม หากทำมากกว่านี้เขาเองก็มิอาจห้ามััของอีกคนได้แน่
“อย่าห้ามฉันเลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ลิ้นหนาจะไล่เลียยอดอกของร่างบางต่อ มือหนาอีกข้างก็ไม่อยู่นิ่งจัดการบดขยี้ยอดอกอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน
“แต่ว่า.. อื๊ออ.. อ๊าา” พระพายพยายามพูดห้าม แต่ก็ไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดได้นอกจากเสียงครางกระเส่าอันหอมหวาน
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว นายมาเป็ของฉันเถอะนะ” เอริคบอกขึ้นพร้อมกับร่างกายที่ปวดทรมาน เพราะตอนนี้ร่างกายของตัวเองทนไม่ไหวแล้ว เขา้าร่างบางตรงหน้าเหลือเกิน
“ไม่ได้ครับ ผะ... ผม... อื๊อออ.. ” พระพายพยายามพูดให้เสียงเป็ปกติ แต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อมือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของตัวเอง
“เห็นไหม นายเองก็้ามันเหมือนกัน” เอริคบอกพร้อมกับมือหนาที่ลูบไล้เข้าไปภายในกางเกงชั้นในของร่างบาง ก่อนจะจับแก่นกายขนาดเล็กรูดขึ้นลงเบาๆ
“อ๊า.. อ่าา.. อาาาาา” เสียงครางพร่าอันไพเราะเปล่งออกมาไม่ขาดสาย พร้อมร่างกายที่บิดไปมาด้วยความทรมาน
“เป็ของฉันเถอะนะ” เอริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา เพราะรู้ว่าตอนนี้ร่างบางก็รู้สึกไม่ต่างจากตัวเอง
“แต่ผม.. ผม...” พระพายพยายามบอกร่างสูง เพราะเขาไม่เคยกับเื่อย่างว่ามาก่อน ถึงแม้ว่าตัวเองจะมีคนรักอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยมีอะไรกับคนรักสักครั้งเลย
“เป็ของฉันเถอะนะ” เสียงแ่เบาของเอริคเอ่ยพร้อมกับจูบลงหน้าผากของร่างบางอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหวานก็เคลิบเคลิ้มกับััตรงหน้าไม่อาจจะละสายตาได้
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
เพื่อเป็กำลังในการเขียนตอนต่อไปค่ะ