My Duty Is Saving The Another World [ผมต้องช่วยต่างโลกไว้ให้ได้]

    Chapter I : สัญญาณของบางสิ่ง II

    เมื่อบานประตูได้เปิดออก ก็แสดงให้เห็นถึงบันไดที่ต้องเดินขึ้นไปต่อ ไฟจากหินเรืองแสงสลัว ๆ จากสองข้างกำแพง ที่ให้ความสว่างอ่อน ๆ เหมือนกับทางเดินด้านล่างที่ผ่าน ๆ มา เวลตัดสินใจเดินนำขบวนเป็นรูปตัววี โดยที่มีทหารและคนที่พวกเวลช่วยออกมาจากคุกเดินตามมาติด ๆ อยู่ทางด้านหลัง เมื่อเดินขึ้นมาจนสุดยอดบันไดเขาก็พบกับโถงทางเดินยาวที่มีประตูบานขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าคล้ายกับประตูบานก่อนหน้าที่พวกเขาพึ่งเปิดไป 

     

    นิคและเดฟได้เดินเข้าไปประชิดประตู ก่อนที่เวลที่กำลังเล็งปืนจะพยักหน้าให้สัญญาณเพื่อเปิดประตูออก และเมื่อนิคและเดฟค่อย ๆ  แง้มประตูเปิดออก แสงสว่างจากด้านนอกค่อย ๆ ลอดผ่านช่องประตูเข้ามา เมื่อประตูถูกเปิดออกจนสุด ก็แสดงให้เห็นถึงถ้ำที่มีพื้นที่ขนาดกว้างขวางพร้อมกับรูบนเพดานผนังถ้ำขนาดใหญ่มหึมาที่ใหญ่พอจะให้แสงรอดสว่างจ้าเข้ามา  

     

    เมื่อเวลและพรรคพวกเดินกันออกมาข้างนอก เวลสังเกตเห็นว่าข้างล่างนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมากกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ เลยสั่งให้ทุกคนหมอบลงกับพื้นเพื่ออำพรางสายตาและรอดูสถานการณ์ เวลได้เล็งกล้องเล็งที่มีตัว holo magnifier หรือ ตัวซูมขยายเป้า holo ที่ติดอยู่กับตัวปืน M4A1 SOPMOD Block II เพื่อส่องดูข้างล่างให้ชัด ๆ สิ่งที่เวลเห็นนั้นคือกลุ่มคนที่แต่งตัวเหมือนพวกยามที่เจอในคุกใต้ดิน รวมทั้งพวกที่แต่งตัวแตกต่างจากพวกยาม โดยชุดที่พวกนั้นใส่เหมือนกับผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้ม คล้ายกับพวกชุดพิธีทางศาสนาคล้ายนักบวช ที่กำลังทำพิธีกรรมอะไรบางอย่างอยู่ โดยที่ตรงกลางระหว่างพวกยามและพวกนักบวชนั้นมีคนที่ถูกโซ่ตรวนล่ามที่มือและเท้ายืนแถวเรียงยาวกันอยู่โดยโซ่ของพวกเขานั้นต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงคนสุดท้าย กล่าวคือถ้าใครโดนดึงโซ่คนอื่นก็จะถูกดึงตามกันไปด้วย 

     

    โดยที่ทางด้านหน้าของชายคนหนึ่งที่ดูรูปร่างผอมแห้งที่อยู่ทางแถวด้านหน้าสุด มีกองโซ่ตรวนจำนวนหนึ่งที่ถูกปลดออกแล้วกองทิ้งไว้ที่พื้นอยู่ด้านหน้าของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีคนก่อนหน้าชายคนนั้นโดนทำอะไรบางอย่างไปก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อสังเกตกลุ่มคนที่ยืนต่อแถวเรียงกันอยู่พวกเขาอยู่แสดงสีหน้าและท่าทางที่ต่างหวาดกลัว และเมื่อเวลสังเกตดูดี ๆ เขาก็เห็นผู้หญิงผมสีน้ำตาลคนนั้นที่เขากำลังตามหา ยืนอยู่ในแถวกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย ก่อนที่ยามคนหนึ่งจะปลดโซ่ตรวนของชายผอมแห้งที่อยู่ทางด้านหน้าแถวสุด และพาไปยังลานตรงกลางที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดทำพิธี เพราะตรงพื้นนั้นมีรูปสัญลักษณ์คล้ายกับวงเวทย์หรืออะไรสักอย่าง ทั้งยังมีเสาไม้แท่งใหญ่ตรงกลางวงเวทย์ที่มีรอยและน้ำเลือดนองอยู่ที่พื้นจำนวนมาก แต่ในขณะที่ยามกำลังนำตัวชายคนนั้นเดินไปยังลาน เขาก็พยายามดิ้นหนีจนสลัดหลุดออกมาได้ 

     

    “ ไม่เอาฉันยังไม่อยากตาย ไม่เอ- อั๊ก!! ”

     

    ในขณะที่ชายคนนั้นกำลังจะวิ่งหนีเขาก็โดนยามคนอื่นดักหน้าและโดนด้ามหอกฟาดเข้าไปที่ท้องอย่างจัง จนชายคนนั้นล้มลงไปด้วยความจุกพร้อมกับอาเจียนออกมา ก่อนที่พวกยามจะลากแขนพาตัวชายคนดังกล่าวไปที่ลานพิธีเหมือนเดิมและมัดเขาเอาไว้กับเสาไม้แท่งใหญ่ โดยที่ข้าง ๆ เสาที่ชายผอมแห้งคนนั้นถูกมัดไว้ก็มียามรูปร่างกำยำสูงใหญ่ที่สวมหน้ากากกระสอบที่มีรอยคราบเลือดคล้ายกับผู้ประหารชีวิตในยุคกลางยืนอยู่ทางด้านข้าง

     

    “ *@#%!*^?@+๗& ” 

     

    เสียงพึมพำของเหล่านักบวชได้ดังขึ้น ก่อนที่ยามที่ใส่หน้ากากกระสอบจะหยิบมีดเล่มใหญ่ออกมา โดยที่มีดเล่มนั้นยังคงมีคราบเลือดสดติดอยู่ ยามคนนั้นค่อย ๆ นำมีดมาจ่อที่คอของชายผอมแห้ง ชายผอมแห้งคนนั้นพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตและร้องไห้อ้อนวอนด้วยความโหยหวนออกมา

     

    “ ผมขอร้องล่ะ ผมยังมีลูกมีเมียที่ต้องดูแล ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ฮือออ ปล่อยผมเถอะขอร้องงง!!- ”

     

    แต่ยามก็ไม่สนใจในสิ่งที่ชายผอมแห้งพูด ก่อนที่จะเขาค่อย ๆ นำมีดกรีดเข้าไปที่คอของชายคนนั้นอย่างเลือดเย็น จนเลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลทะลักนองลงบนพื้นรวมผสมกับเลือดที่มีอยู่ก่อนหน้า นั่นทำให้เวลเข้าใจทันทีว่าคราบเลือดที่พื้นพวกนั้นเกิดจากอะไร เมื่อชายผอมแห้งคนนั้นแน่นิ่งไป เสียงการสวดภาวนาของเหล่านักบวชก็ได้ดังขึ้นเป็นบทสุดท้าย ก่อนที่พวกเขาจะชูแขนขึ้นทั้งสอง โดยที่นักบวชที่อยู่ตรงกลางได้ชูขวดแก้วขวดหนึ่งที่บรรจุของเหลวสีดำใส่เอาไว้ขึ้นมา ก่อนที่ร่างของชายผอมแห้งที่พึ่งโดนกรีดคอไปเมื่อสักครู่จะค่อย ๆ เรืองแสงและสลายกลายเป็นผง และผงที่สลายก็ค่อย ๆ ลอยเหนือไปบนอากาศและเข้ามารวมไว้ในขวดของเหลวสีดำจนเต็มขวด

     

    “ พิธีบูชาจบแล้ว ขอให้ทุกคนที่เหลือกลับสู่นิจนิรันดร์ ” นักบวชคนตรงกลางกล่าวในขณะที่มองดูขวดแก้วที่บรรจุเต็มไปด้วยของเหลวสีดำพร้อมรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา

     

    หลังสิ้นประโยคของนักบวชคนดังกล่าว ทหารยามหลายนายได้ชักอาวุธของตนออกมา ทำท่าเตรียมเหมือนกับจะสังหารหมู่คนที่ถูกโซ่ตรวนเรียงแถวกันอยู่ ในขณะที่สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี เวลก็สังเกตเห็นทหารยามคนหนึ่งที่อยู่อีกกลุ่มกำลังเหมือนสั่งการลูกน้องจำนวนหนึ่ง ก่อนจะหันหน้าชี้นิ้วขึ้นมาทางพวกเวล ทหารยามคนนั้นได้สังเกตเห็นพวกเวลพอดีทำให้ทหารยามคนนั้นรีบตะโกน “ ผู้บุกรุก!! ”

     

    “ เวรแล้วไง.. ทุกคนเตรียมพร้อมสู้!! ” เวลและทุกคนที่หมอบอยู่รีบลุกขึ้น

     

    ปัง ปังง!! ปังๆ ปัง!

     

    เวลและทหารทุกคนได้เปิดฉากยิงสาดกระสุนเข้าไปใส่ทหารยามด้วยความแม่นยำ ทหารยามอีกกลุ่มที่กำลังจะลงมือสังหารแถวของกลุ่มคนก็ต่างหันเหความสนใจไปที่เสียงปืนจากฝั่งเวล ทำให้พวกนั้นรีบวิ่งกรูกันเข้ามาทางเวล

     

    “ ไป ไป ไป! ” เวลโบกมือให้ทหารและกลุ่มคนที่โดนจับมารีบวิ่งหนีไปทางเนินลงตรงด้านข้าง ก่อนที่เวลจะรีบลงตามไปติด ๆ

     

    ปังง! ปังๆๆ! ปัง ปังง!! ปัง

     

    เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องพร้อมกับพวกยามที่ค่อย ๆ ลงไปนอนตายกันทีละคนทีละคน เมื่อพวกเวลลงมาจากเนินมายังพื้นเบื้องล่าง ทหารทั้ง 7 คน รวมทั้งเวล ได้ยืนเรียงยิงปืนกด คอยคุ้มกันกลุ่มคนให้รีบวิ่งหนีไปทางด้านหลัง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นทางออกจากถ้ำ เวลได้เสกทหารมาเพิ่มอีก 2 คน 

     

    “ พวกนายทั้งสองไปคุ้มกันกลุ่มคนที่กำลังหนีอยู่ ”

     

    “ รับทราบครับ! ”

     

    เวลได้สั่งให้ทหารทั้ง 2 ที่พึ่งเสกมาไปคุ้มกันกลุ่มคนที่กำลังหนี โดยที่ตัวเขากับทหารที่เหลือจะสู้กับพวกมันต่อ

     

    “ เปลี่ยนกระสุน! ”

     

    ทหารนายหนึ่งได้ตะโกนขึ้นทำให้เวลรีบนำปืนกลับมาประทับบ่าและยิงต่อ ก่อนที่เวลจะสังเกตเห็นพวกนักบวชยกฝ่ามือขึ้นและกำลังพึงพำอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะฝ่ามือพวกนั้นจะค่อย ๆ เรืองแสงและจะมีบางอย่างพุ่งออกมาจากฝ่ามือมายังทางเวล

     

    “ เวรแล้วไงทุกคนหมอบลง ! ”

     

    ฟิ้ว ๆ ฟิ้วๆๆ ฟิ้ว! ตู้มมมม!

     

    นักบวชเหล่านั้นยิงบางสิ่งที่เหมือนเป็นกระสุนเรืองแสงออกมาถ้าตามความเข้าใจก็อาจจะเป็นการยิงเวทมนตร์ โชคดีที่เวลและทหารก้มหมอบทันทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ พวกเขารีบลุกขึ้นแล้วยิงสวนกลับไปยังกลุ่มนักบวช ทำให้พวกนั้นแน่นิ่งไป ก่อนที่ไม่นานจะมียามหน้ากากกระสอบรูปร่างกำยำกำลังวิ่งถือมีดเล่มใหญ่มาทางพวกเวล เวลได้กดลั่นไกแต่…

     

    แกร๊ก! 

     

    กระสุนของเขาและทหารคนอื่น ๆ ดันมาหมดแม็กพร้อมกันเสียก่อนในขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนกระสุน ก็มีมีดพุ่งออกมาจากทางด้านหลังของเขา พุ่งผ่านหน้าและตรงปักเข้าไปที่กลางหน้าผากของยามคนดังกล่าวจนล้มลงจนแน่นิ่งไป เวลและทหารได้หันหน้าไปยังด้านหลังของตนจนเห็นกับชายที่คุ้นเคย

     

    “ โย่ว ไอพวกอืดอาด ” 

     

    เคียนได้ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับเดินผ่านพวกเวลเพื่อไปดึงมีดที่ปักหน้าผากของยามคนนั้นออกมา 

     

    “ เคียนทำไมไม่หนีออกไปรวมกลุ่มกับคนด้านนอก ”

     

    “ ก็ฉันช่วยคนของพวกแกอยู่ไงล่ะ ” 

     

    เคียนได้ชี้นิ้วโป้งไปยังทางด้านหลังของตนไปยังจุดที่มีแถวกลุ่มคนที่ถูกโซ่ตรวนไว้ บัดนี้พวกเขาได้ถูกปลดออกจากพันธนาการแล้ว พร้อมกับกลุ่มยามบางคนที่นอนตายจมกองเลือดอยู่ด้วยฝีมือของเคียน

     

    เวลที่เห็นดังนั้นก็คลายความหงุดหงิดที่มีต่อเคียนลง และพยักหน้าเล็กน้อยแสดงถึงความขอบคุณ โดยที่เคียนก็พยักหน้ายิ้มกลับให้เช่นกัน ก่อนที่พวกเวลจะกระจายคนเดินไปตรวจเช็กศพรอบ ๆ ว่ายังมีพวกยามเหลือรอดอยู่ไหม เวลได้เดินตรงไปยังกลุ่มศพนักบวชก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นนักบวชคนหนึ่งที่เป็นคนเดียวกันกับคนที่ชูขวดแก้ว กำลังลุกขึ้นด้วยสภาพอิดโรยพร้อมกับเลือดที่ออกมาจากรอยรูกระสุนบนตัว ทำให้เวลรีบนำปืนขึ้นมาเล็งประทับบ่า

     

    “ อย่าขยับ อยู่นิ่ง ๆ ถ้ายังไม่อยากตาย! ” 

     

    “ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ตายหรอ? ยังไงทุกคนก็ต้องตายอยู่แล้ว และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์อย่างพวกแกต้องชดใช้กับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป! ฮ่า ๆ ๆ !! ”

     

    นักบวชคนนั้นได้หยิบขวดแก้วที่บรรจุของเหลวสีดำออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่ขวดดังกล่าว

     

    “ นั่นแกจะทำอะไร? ”

     

    “ ในที่เวลานี้ก็มาถึง ขอให้สันติสุข จงมีแก่โลก! ”

     

    เพล้ง!!

     

    นักบวชคนนั้นได้ปาขวดแก้วลงพื้นก่อนที่ของเหลวสีดำจะแปลเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสสารสีดำกระจายไปทั่วถ้ำ บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มมืดมนด้วยความรวดเร็ว มีเสียงกรีดร้องอันทุกข์ทรมานจำนวนมากดังขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว ทำให้เวลและทุกคนภายในห้องต่างขนลุกซู่ กลุ่มคนที่พึ่งถูกเคียนปล่อยจากโซ่ตรวนบางคนก็คุกเข่าลงไปปิดหูด้วยความหวาดกลัว บางคนก็ยืนแข็งเกร็งตัวสั่นด้วยความกลัว เวลกวาดสายตามองไปยังสิ่งตรงหน้าที่ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก ราวกับว่าของเหลวในขวดแก้วนั้นกำลังปลดปล่อยภูตผีปีศาจทุกอย่างจากออกมาขุมนรก ความรู้สึกรอบตัวคล้ายกับแผ่นดินไหว ภาพบรรยากาศที่เห็นราวกับกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย แรงกดดันอันมหาศาลและความรู้สึกอันน่าสะพรึงกลัวได้ถาโถมออกมาจากขวดนั้น ก่อนที่มันจะเริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและพวยพุ่งลอยออกจากรูเพดานถ้ำไปยังที่ไหนสักแห่งด้วยความรวดเร็ว และบรรยากาศก็ค่อย ๆ กลับมาสงบอีกครั้ง

     

    “ นั่นมัน.. บ้าอะไรวะน่ะ… ”

     

    หลังจากที่ทุกอย่างสงบลงนักบวชคนนั้นก็ล้มลงไปกับพื้น เวลรีบวิ่งไปยังนักบวชคนดังกล่าวพร้อมจ่อปืนใส่

     

    “ เมื่อกี้แกทำบ้าอะไรไป! ”

     

    “ ฮ่า ๆ ๆ มนุษย์อย่างพวกแกต้องชดใช้… ”

     

    เวลที่เห็นว่านักบวชคนนั้นได้สิ้นใจไปแล้ว เขาที่ทำอะไรไม่ได้ก็หันกลับไปหาพวกทหาร เคียน และกลุ่มคนที่โดนจับมา ต่างก็กำลังตกอยู่ในความสับสนมึนงงกับภาพก่อนหน้านี้ ก่อนที่เวลจะเรียกคืนสติพวกเขาให้รีบหนีออกไปกันจากที่นี่

     

    เวล เคียน เหล่าทหาร และกลุ่มคนที่เหลือได้ออกมาด้านนอก พวกเขาเห็นเมืองอาเทอร์มิธจากมุมสูงในระยะที่ไม่ไกลมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นอยู่ภายในภูเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองอาเทอร์มิธ เพราะพวกเขายังสามารถมองเห็นทั้งเมืองได้อยู่เลย ก่อนที่เวลจะสังเกตเห็นพวกกลุ่มคนที่โดนจับมากำลังนั่งพักกันอยู่ในป่าที่ไม่ไกลมากนักพร้อมกับทหารอีกสองนายที่เวลเสกให้ออกมาคุ้มกัน กำลังทำหน้าที่ของตนอยู่ พวกเวลได้เดินลงมาจากเนินและมาตรวจสอบว่าทุกคนยังปลอดภัยกันดีไหม

     

    “ ขอบคุณมากนะครับ/ค่ะ ที่ช่วยพวกเราไว้ ไม่ทราบว่าคุณคือ…? ”

     

    “ ผมลืมแนะนำตัวไปเลย ตอนนั้นมันวุ่นวาย ผมชื่อทเวลฟ์ เรียกผมสั้น ๆ ว่าเวลก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ ”

     

    “ เราจะไม่ลืมบุญคุณของท่านในครั้งนี้เลยค่ะท่านเวล ”

     

    “ ขอบคุณจริง ๆ ขอรับ ขอบคุณเท่าไหร่ก็ไม่พอ ”

     

    “ เอาหน่า ๆ ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว ”

     

    ในขณะที่กลุ่มคนที่เวลช่วยไว้กำลังขอบคุณเวลอยู่ก็ได้มีเอลฟ์หญิงหน้าตาคุ้น ๆ วิ่งโบกมือเข้ามาทางเวล

     

    “ คุณเวล ปลอดภัยดีใช่ไหม! ”

     

    “ อ้าวฟีโอเนีย ผมปลอดภัยดี ทางนั้นไม่เป็นอะไรใช่ไหม ”

     

    “ อื้อ! ได้พวกเวลช่วยไว้ขอบคุณมากนะ นายทำตามที่สัญญาเอาไว้ได้จริง ๆ ด้วย ” ฟีโอเนียยิ้มออกมาด้วยสีหน้าดีใจ

     

    พวกเขาพูดคุยกันอยู่ได้ไม่นานก็มีกองทหารในชุดเกราะเหล็กพร้อมขี่ม้าค่อย ๆ เดินกันเข้ามา ก่อนที่คนขี่ม้าที่อยู่ด้านหน้าสุดจะชี้ดาบออกมาทางพวกเวล รวมถึงกองทหารม้าทั้งหมดก็ได้ชักดาบออกมา จนทำให้พวกเวลต้องยกปืนขึ้นมาเล็งประทับบ่า เพราะไม่มั่นใจว่าคนพวกนี้เป็นฝ่ายไหนเพราะการแต่งตัวดูแตกต่างจากพวกยามก่อนหน้านี้

     

    “ หยุดอย่าขยับ! บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ”

     

    ในขณะที่อัศวินคนนั้นกำลังพูดอยู่ เขาก็เหลือบหันไปหาเวลพอดี

     

    “ เห้ยนั่นมัน.. ไอหัวทอง!? ”

     

    “ ห้ะ? ”

     

    “ ทหารทุกนายเอาดาบลง! ”

     

    อัศวินคนนั้นได้เปิดหน้ากากออกแสดงให้เห็นหน้าที่เวลคุ้นเคย นั่นคือเดิร์กที่เคยงัดข้อแข่งกับเวลที่บาร์ลับในเมืองเมื่อคราวก่อน

     

    “ คุณเดิร์ก!? ”

     

    “ ไอหัวทอง นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ”

     

    “ ไว้ผมค่อยอธิบายเรื่องมันยาวน่ะครับ เอาเป็นว่าช่วยคนพวกนี้ไปก่อน พวกเขาโดนจับมาโดยที่ไม่ได้ทำผิดอะไร ”

     

    ในขณะที่เดิร์กกำลังกวาดสายตามองกลุ่มคนที่เวลช่วยมาอยู่ เขาก็ได้เห็นชายที่คุ้นเคย ที่อยู่ในใบประกาศจับอย่าง เคียนแห่งสมาพันธ์นักฆ่าอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นด้วย ทำให้เดิร์กรีบชักดาบออกมาอีกครั้ง

     

    “ เห้ยนั่นมันเคียนแห่งสมาพันธ์นักฆ่านี่! มาอยู่ที่นี่ได้ไง ทหารทุกนายเตรียมจับกุม! ”

     

    “ เดี๋ยวก่อน! ”

     

    เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งได้พูดแทรกขึ้น

     

    “ นั่นมัน องค์หญิง!?!? ” เดิร์กและทหารทุกนายก้มหัวทำความเคารพ

     

    หญิงสาวผมสีน้ำตาลที่เวลและเคียนได้ช่วยไว้เดินออกมาจากกลุ่มคน 

     

    “ {ห้ะ ผู้หญิงคนนี้คือองค์หญิง!?} ” เวลทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย

     

    “ ถึงเคียนเขาจะถูกทางการตามล่าอยู่ แต่เคียนเขาก็ช่วยฉันและคนพวกนี้ไว้นะคะ ”

     

    “ แต่เขา.. ”

     

    “ นำคนพวกนี้รวมถึงเคียนกลับไปที่วังก่อนแล้วค่อยหารือเรื่องนี้กันค่ะ ”

     

    “ อึก.. ขอรับองค์หญิง ” 

     

    เดิร์กเก็บดาบเข้าฝัก ก่อนที่จะสั่งให้ทหารทุกนายช่วยเหลือดูแลคนที่อยู่บริเวณนี้ทั้งหมด หญิงสาวผมสีน้ำตาลคนนั้นเดินตรงเข้าไปหาเวล

     

    “ ขอบคุณคุณเวลนะคะที่พยายามช่วยฉันตั้งแต่ก่อนที่พวกเราจะโดนจับมา ”

     

    “ คุณเห็นผมด้วยหรอครับ? ”

     

    “ ก่อนที่ฉันจะโดนทำให้สลบ ฉันเห็นคุณพยายามเดินมาช่วยพอดีน่ะค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ”

     

    “ ไม่เป็นไรครับ ผมเห็นคนโดนทำร้ายอยู่ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ”

     

    หญิงคนนั้นก้มหัวขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปหาเคียนต่อ

     

    “ และก็ขอบคุณนะคะคุณเคียนที่ช่วยดิฉันและทุกคนเอาไว้ ถ้าไม่ได้คุณช่วยปลดโซ่ตรวนให้ตอนนั้น พวกเราอาจจะถูกทหารยามพวกนั้นเล่นงานแล้วก็ได้ ” 

     

    หญิงคนนั้นก้มหัวแสดงความขอบคุณเล็กน้อยพร้อมยิ้มให้ นั่นจึงทำให้เคียนที่กำลังจ้องมอบใบหน้าอันงดงามของเธอก็เกิดอาการหน้าแดงขึ้นมานิดหน่อย 

     

    “ มะ..ไม่เป็นไร ”

     

    เวลที่เห็นสีหน้าของเคียนก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปแซว

     

    “ คิ๊ก ๆ ชอบล่ะสิเคียน ”

     

    “ หุบปากไปเลยไอหัวทอง! ”

     

    ในขณะที่เวลและเคียนกำลังหยอกล้อกัน เดิร์กก็ได้พูดแทรกขึ้น

     

    “ เอาล่ะทุกคนเดี๋ยวเราจะเดินทางกันไปที่วังตามคำสั่งองค์หญิง โปรดตามมาด้วยความสงบเรียบร้อยด้วยนะครับ”

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    กร๊อบๆๆ กร๊อบๆ กร๊อบ

     

    เสียงของขบวบรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงอาเทอร์มิธ โดยในรถม้าที่เวลกำลังนั่งอยู่นั้นประกอบไปด้วย องค์หญิง ฟีโอเนีย เคียน พร้อมกับเดิร์กที่มานั่งอยู่ข้างในด้วย เพื่อความปลอดภัยขององค์หญิงและคอยจับตาดูเคียน ตัดภาพไปก่อนหน้านี้เดิร์กได้ให้ทุกคนเดินลงออกมาจากป่าในเขา เพื่อมายังทางโล่งด้านล่างเพื่อที่เขาจะได้เรียกรถม้าขนคนออกมารับได้โดยง่าย เพราะในป่านั้นไม่สามารถนำรถม้าเข้าไปด้านในได้

     

    เวลาผ่านไปไม่นานพวกเขาก็มาถึงปราสาทพระราชวังแห่งหนึ่งที่อยู่ใจกลางเมืองหลวงอาเทอร์มิธแบบเดียวกับที่เวลเคยเห็นตอนที่เดินเล่นอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ทุกคนได้ก้าวเดินลงมาจากรถม้า เวลได้มองสำรวจโดยรอบถึงความยิ่งใหญ่อลังการของปราสาทพระราชวังแห่งนี้ ที่มีดอกไม้สีสันสวยงาม ต้นไม้เขียวชอุ่ม และการตกแต่งรอบนอกที่ดูสบายตาแต่ก็ดูเรียบหรู ก่อนที่เดิร์กจะสั่งให้ทหารนำกลุ่มคนที่พวกเวลได้ช่วยไว้ที่มากับรถม้าคันอื่นพาไปยังที่พัก หาข้าว หาน้ำ ให้พวกเขาเหล่านั้นได้กินและพักผ่อน ส่วนเดิร์กก็ขอให้พวกเวล ทหารของเวล องค์หญิง รวมทั้งเคียนตามเข้าวังมา ส่วนฟีโอเนียเดิร์กก็ให้แยกไปพักผ่อนกับกลุ่มคนเหล่านั้น 

     

    เดิร์กได้พาพวกเวลเดินมายังหน้าประตูไม้บานหนึ่งที่ถูกตกแต่งแกะสลักอย่างสวยงามซึ่งน่าจะเป็นทางเข้าพระราชวัง โดยมีทหารองค์รักษ์สองนายยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อทหารองค์รักษ์ทั้งสองนายเห็นเดิร์ก พวกเขาก็ได้รีบเปิดประตูให้ ก่อนที่เดิร์กจะนำพวกเวลเดินทางเข้าไปยังด้านในปราสาทพระราชวัง…

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    โปรดติดตามตอนต่อไป……

     

     

     

    「-`♡´- Thank You For Reading -`♡´-」

    คล้ายกับเรื่องMy Duty Is Saving The Another World [ผมต้องช่วยต่างโลกไว้ให้ได้] ที่คุณอ่าน