บนเกาะของชุน
ตอนนี้ชุนกำลังนอนอาบแดดริมชายหาดและมองท้องฟ้าอยู่เงียบๆ พลางคิดในใจไปเรื่อยเปื่อย เพราะเขารู้สึกเบื่อกับการอยู่ในพื้นที่แคบๆ เดิมๆซ้ำๆ ทุกวันอย่างยาวนาน ยิ่งไปกว่านั้นการฝึกฝนเรกิของเขามันพัฒนาช้าลงและอาจหยุดพัฒนาไป ต่อให้ตอนนี้อีกแค่ก้าวจะถึงขั้นเรกิจุติ แต่ก้าวเดียวนั้นมันดูยาวไกล..ไม่อาจบอกระยะเวลาได้
เฮ้อออออ!
"ฝึกเรกิน่าเบื่อกว่านั่งทำความเข้าใจอักขระโบราณพันเท่า สงสัยเราต้องออกไปฝึกข้างนอกซะแล้ว..แต่ว่ามนุษย์ยุคนี้ จะมีความคิดอ่านเป็นยังไงกันนะ และเราจะเข้าเมืองดีหรือไปฝึกในป่าดี.." ชุนคิดอยู่เงียบๆปล่อยให้สายลมพัดผ่านไป เขาคิดอยู่ภายใต้บรรยากาศอันแสนสบายที่มันน่าเบื่อสำหรับเขา กระทั่งมีความคิดแวบนึงว่าไปเดินเล่นใน 'นรก' ดีไหม แต่สุดท้ายเขาก็คิดต่อไป
"เอายังไงดีว้าาาาาาา....จะนอนคิดอยู่แบบนี้ไปทั้งปีทั้งชาติเรกิคงไม่พัฒนา คิดจะเดินทางไปเร็วๆคงน่าเบื่อแย่ งั้นลองเดินทางธรรมดาๆดูดีกว่าไหมนะ"
สุดท้ายชุนปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนและปัดทรายตามตัวออก แล้วทอดสายตามองท้องฟ้าสีแสด เพ่งสายตาไปยังดวงตะวันสีส้มหลังก้อนเมฆ
"เอาล่ะ..ปล่อยที่นี่ให้เป็นที่พักผ่อนเผื่อกลับมาอีกครั้ง" ชุนพึมพำพร้อมกับลอยตัวขึ้นไปบนอากาศ เขามองดูเกาะและใจกลางมหาสมุทรที่เขาอยู่มานาน เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ ก่อนจะหายตัวไปจากเกาะใจกลางมหาสมุทร..ด้วยเจตนาหาวิธีให้เรกิก้าวหน้า
. . .
ริมชายหาดแห่งหนึ่ง
ชุนได้ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าเหมือนพวกภูตผี โชคดีที่ไม่มีใครหรือตัวอะไรอยู่แถวนั้น แต่ต่อให้มีสิ่งมีชีวิตในยุคสมัยนี้ยังคงคร้านเกินจะทำความเข้าใจ
"โห๋ เห็นสภาพแวดล้อมแล้วมันให้ความรู้สึกต่างกับบนเกาะลิบลับ" ชุนอุทานกับสิ่งที่เขาเห็นแถวชายหาด มันเป็นสิ่งที่ชวนให้เขาตื่นตาตื่นใจ นอกจากริมชายหาดน่าเบื่อที่เห็นอยู่ตลอด ด้านตรงกันข้ามมันเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ และมีสิ่งมีชีวิตจำพวกแมลงกับสัตว์ที่ไม่ได้พบเห็นมาเนิ่นนาน แม้ว่ามันจะเป็นแมลงและสัตว์ที่ไม่เหมือนกับที่เขาเคยเห็นบนโลก แต่มันก็ให้ความรู้สึกคล้ายกันอยู่หลายส่วน
หลังจากชุนยืนดูจนพอใจ เขาได้เดินเลียบชายหาดไปเรื่อยๆจนพบเข้ากับแนวโขดหินโสโครกตามธรรมชาติ บนโขดหินมีปูตัวใหญ่หลายตัวเกินจะนับได้เดินไปเดินมา พอชุนเดินเข้าไปใกล้โขดหินปูพวกนั้นไม่ได้หลบหนี กลับกันพวกปูมันชูก้ามขึ้นแล้วขบก้ามให้เกิดเสียง แก๊บ แก๊บ แก๊บ เหมือนจะบอกว่าให้ถอยไป ซึ่งชุนไม่ได้สนใจหรือใส่ใจอยู่แล้วจึงเมินเฉยและเดินเลียบชายหาดต่อไป
สองชั่วโมงต่อมาเสียง ตู้ม! ดังสนั่นจากทิศทางหนึ่งในป่าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชุนที่เดินเลียบชายหาดอยู่ถูกเสียงดังดึงดูดให้หันไปสนใจทันที พอเขามองไปทิศทางนั้น ไม่พบเห็นกลุ่มควันรอยเหนือฟ้าหรือฝุ่นฟุ้งกระจาย
"มีตัวอะไรกำลังสู้กันอย่างงั้นหรอ" ชุนพึมพำด้วยน้ำเสียงสนอกสนใจ ก่อนจะวิ่งไปยังทิศทางที่เสียงดังขึ้นมา
เมื่อชุนมาถึงยังจุดเกิดเสียง เขาพลันเห็นภาพน่าตื่นตา เป็นปูก้ามโตตัวใหญ่เท่ารถบรรทุกกับแมงป่องยักษ์ขนาดเท่ากับปูกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งบางอย่างที่เป็นเงาตะคุ่มเล็กๆใต้ตัวพวกมัน
"โว้ว! สุดยอดนี่มันเป็นการต่อสู้แบบไหนกัน ในโลกเวทมนตร์ยังไม่เคยพบเคยเห็น สัตว์ธรรมดาตัวเบ้อเริ่มกำลังสู้กัน" ชุนอุทานด้วยความตื่นเต้นจนไม่ได้สนใจสิ่งที่สัตว์ตัวเขื่องทั้งสองกำลังแย่งชิง เขาสนใจเพียงการต่อสู้ว่ามันจะจบลงแบบไหน เป็นฝ่ายปูแพ้ แมงป่องแพ้ ตายทั้งคู่หรือเลิกสู้กันไป
ระหว่างชุนมองการต่อสู้อยู่ห่างๆ แมงป่องได้ใช้หางแหลมแทงเข้าใส่ปูไม่ยั้ง แต่ปูมันได้เอาก้ามใหญ่โตป้องกันหางแมงป่อง มองด้วยสายตาเจ้าปูอาจจะเชื่องช้ากว่าหลายเท่า ทว่า! มันกลบจุดอ่อนด้วยวิธีเคลื่อนไหวไม่ให้เกินความจำเป็น
แมงป่องเห็นว่าไม่สามารถใช้หางโจมตีปูได้มันจึงเปลี่ยนวิธีต่อสู้ เป็นใช้หางก่อกวนและใช้ก้ามหยุดจังหวะโจมตีของปู น่าเสียดายที่ก้ามของแมงป่องมันไม่สามารถสู้กับปูตัวนี้ได้ ด้านพละกำลังกับความเร็วยังแพ้ขาด มันมีเพียงหางพิษที่ได้เปรียบ แต่ก็ไม่สามารถใช้กับเจ้าปูได้ สุดท้ายแล้วแมงป่องเลือกหลบหนีไปและปูก็กลายเป็นผู้ชนะ
หลังจากแมงป่องหนีไป ปูก็ไม่ได้ตามไปต่อสู้ เพราะมันได้คว้าบางอย่างขึ้นมาจากพื้น ชุนที่มองดูอยู่ถึงกับตกใจ..เป็นปูหนีบสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์และตัวใหญ่กว่าชุนสองเท่าโยนเข้าไปในปากอย่างไม่รีบร้อน ซ้ำบนพื้นยังมีสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นนับร้อย
"เห้ย! พวกนั้นตายรึยัง แถมเจ้าปูนั่นยังกินคนเหมือนกินอาหารว่าง" ชุนอุทานกับฉากตรงหน้า เนื่องจากเขาไม่เข้าใจห่วงโซ่อาหารในช่วงเวลานี้ กระนั้นเขายังมีความคิดเข้าไปช่วยเหลือ หากพวกนั้นยังไม่ตาย
ขณะปูกำลังกินสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ ชุนได้หลับตาลงพลางปลดผนึกพลังเวทมนตร์ จากนั้นเขาลืมตาขึ้นมองไปยังสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ สิ่งที่เขาเห็นคือชีพจรเต้นอ่อนๆเหมือนกำลังจะหยุดเต้น ซ้ำยังเห็นบางคนมีพิษอยู่ในร่าง บางคนมีบาดแผลใหญ่บนร่าง หรือไม่ก็หมดลมหายใจไปแล้ว
"คงช่วยได้ไม่หมด ขืนใช้พลังเข้าไปช่วยไม่ใช่แค่กระทบการฝึกฝน ความผูกพันเองคงกลายเป็นสายใยและเชื่อมโยงกับเรา ตามความเข้าใจของเทพอสูรมันคือ 'เวรกรรม' อีกอย่างมันไม่มีเหตุผลให้ช่วย ถ้าไม่ใช่ว่า..." ชุนหยุดพูดไปครู่หนึ่ง เพราะเขาสัมผัสเจตนาสังหารได้ มันทำให้เขาหันไปมองเจ้าปูตัวเขื่อง
"แบบนี้ดูมีเหตุมีผลขึ้นมาหน่อย" ชุนมองเจ้าปูด้วยสายตาเอาเรื่อง จากนั้นเขาใช้พลังเพียงเล็กน้อยสร้างเป็นมีดสั้นเล่มหนึ่งแล้วใช้สกิล 'ตัด' ออกไปสิบกว่าครั้ง ก้ามและขาของปูจึงถูกแยกออกจากร่าง ก่อนกระดองมันจะตกลงสู่พื้นพร้อมกับดวงตาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ผนึก!
ชุนผนึกพลังเวทมนตร์เหมือนเดิม แล้วเดินเข้าไปหาปูที่ได้มองเขาโดยที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอความตาย
แปะ!
เท้าของชุนเหยียบลงไประหว่างตาของปู มันทำได้เพียงมองตาปริบๆและรอรับชะตากรรมต่อให้มันไม่ต้องการก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป..ถ้าชุนเมตตา
"ไม่ต้องทำสายตาแบบนั้น อย่างน้อยๆวันนี้แกจะเป็นอาหารมื้อแรกในรอบหลายปีของข้า" ชุนพูดด้วยรอยยิ้มน่ากลัว เสี้ยววินาทีต่อมาเขาพลันกระโดดหมุนตัวกลางอากาศ ฟาดหลังเท้าลงกระดองของปูดัง ตึง! ในเวลาเดียวกันเสียง เปร๊าะ! เหมือนมีอะไรแตกร้าวก็ดังขึ้นพร้อมกับฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เมื่อฝุ่นควันจางหายไป ชุนก็เห็นร่างของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์นอนเกลื่อนไปหมด แต่เขาไม่ได้ช่วยเหลือ เขาเพียงเปิดกระดองปูและนำสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ถูกกินไปออกมา จากนั้นเขาก็ไปตัดต้นพร้อมกับหาที่ว่างเพื่อก่อกองไฟย่างปูกิน