ทางฝ่ายหม่าซานเมื่อได้ยินเข้าหัวคิ้วชนกันครู่หนึ่ง แต่กลับคิดว่าที่เจ้าขยะผู้นี้เสนอมาเพียงเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงการประลองที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น จึงต่างกันพาหัวเราะร่า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าฮ่า" เจ้าขยะเจ้ามีปัญญาจะจ่ายรึเงินตั้งห้าแสนเหรีญทองข้าว่าเจ้าคลานคุกเข่าเข้ามารับใช้พวกข้าเสียตอนนี้เลยดีกว่ามิต้องให้สหายของเจ้าต้องพลอยลำบากไปด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ใบหน้ากังหลงยังมีรอยยิ้มชวนลุ่มหลงเช่นเดิม พลันกล่าวด้วยเสียงราบเรียบว่า
"หากเจ้ากล้ารับคำท้าก็ตามข้าลงไปยังลานกว้างหน้าโรงเตี้ยมเพื่อไม่ให้การประลองทำความเสียหายให้แก่สถานที่นี้ส่วนเรื่องเดิมพันพวกเจ้ามิต้องกังวลว่าข้าจะสามารถจ่ายได้หรือไม่หากพ่ายแพ้...ข้าจะให้เถ้าแก่โรงเตี้ยมเป็นผู้รวบรวมและรับรองถือเดิมพันไว้เสร็จสิ้นการประลองผู้ชนะก็สามารถไปรับจากเถ้าแก่โรงเตี้ยมได้เลย !! แต่หากแม้นพวกเจ้ามิกล้ารับคำท้าก็รีบไสหัวไปข้ากับสหายจะได้ร่ำสุรากันต่อ..!!
พูดจบกังหลงก็ลุกขึ้นเดินลงไปหาเก้าแก่โรงเตี้ยมกล่าวซุบซิบครู่หนึ่งพร้อมหยิบของบางอย่างออกมาให้เถ้าแก่ชมดูเมื่อเถ้าแก่เห็นของสิ่งนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนไปวูบหนึ่งและพยักหน้ารับแล้วทั้งสองพากันเดินออกไปยังลานกว้างหน้าโรงเตี้ยม
ขณะนี้มีกลุ่มคนหลายคนได้เดินตามทั้งสองออกไปมากมายแม้การปะทะคารมของทั้งสองฝ่ายจะอยู่ด้านบนแต่เสียงพูดคุยก็ได้ยินกันเกือบทั่วภายในโรงเตี้ยมและการประลองการเดิมพันก็เป็นจุดสนใจของหลายผู้คน ผู้คนต่างออกมามุงดูรอบ ๆ ลานกว้าง ที่กำหนดเป็นลานประลองและเดิมพัน ผู้คนภายนอกที่ผ่านไปมาเมื่อเห็นมีคนมุงล้อมกันกลุ่มใหญ่ต่างสอบถามเรื่องราวเมื่อทราบต้นสายปลายเหตุก็ต่างมาร่วมรอดูการประลองที่มีเดิมพันถึงห้าแสนเหรียญทองจนผู้คนเนื่องแน่นโดยมีชายหมุ่มชุดขาวบอบบางคล้ายนักศึกษาหน้าตาหล่อเหลาและเถ้าแก้โรงเตี้ยมแชน์ฮ้วงเป็นศูนย์กลาง
หยางเชียงซีก็จำต้องเดินตามกังหลงลงไปรออยู่กลางลานเช่นกัน ชั่วครู่กลุ่มของหม่าซานทั้งแปดคนก็เดินตามลงไปกลางลานเช่นกันเมื่อเห็นเถ้าแก่โรงเตี้ยมยืนอยู่กับเจ้าขยะกังหลงก็ขมวดมุ่นคิ้วกล่าวถามขึ้น
"เถ้าแก่ท่านคงทราบแล้วว่ามีการเดิมพันกันขึ้นและให้ท่านเป็นคนกลางรวบรวมเดิมพันและตัดสินการประลองในครั้งนี้เงื่อนไขการประลองนั้นสองฝ่ายสามารถส่งตัวแทนผู้ประลองเข้าโจมตีสามครั้งและรับการโจมตีสามครั้งหากฝ่ายใดสามารถรับการโจมตีได้สองในสามครั้ง และโจมตีชนะสองในสามครั้งรวมทั้งสองประการ จะเป็นผู้ชนะการประลอง และได้รับเดิมพันการประลองทั้งหมดที่ตกลงกัน"
เหล่าผู้คนเมื่อได้ฟังกติกาก็ต่างแสดงสีหน้ามึนงงสงสัย เถ้าซึ่งเป็นนักเลงเก่ามาก่อนย่อมดูออกถึงเจตนาของอีกฝ่ายและเข้าใจความรู้สึกของผู้ชมจึงกล่าวขึ้น
"ข้ายินดีเป็นคนกลางถือของเดิมพันไว้ก่อนการประลอง ขอให้ทั้งสองฝ่ายรวบรวมรางวัลมูลค่าห้าแสนเหรียญทองมาให้ข้าเป็นผู้ถือไว้ในส่วนเดิมพันของกงจื้อท่านนี้ได้นำของมูลค่าห้าแสนเหรียนทองมาฝากไว้กับข้าแล้วข้าได้ใส่เงินในบัตรจำนวนห้าแสนเหรีญเรียบร้อยแล้ว เชิญนายน้อยตระกูลหม่าตรวจสอบตรวจสอบ"
กล่าวพลางยื่นบัตรเงินตราสีน้ำเงินไปให้ตรวจสอบ หม่าซานรับบัตรมาแผ่พลังจิตเข้าตรวจสอบพบมียอดเงินตามที่เถ้าแก่กล่าว จึงยื่นบัตรส่งกลับให้เถ้าแก่รับบัตรมาแล้วกล่าวต่อ
"ตอนนี้ถึงคราฝ่ายนายน้อยตระกูลหม่ารวบรวมเดิมพันส่งมาให้ข้าถือไว้แล้วระหว่างรอท่านรวบรวม ข้าขอเสนอกติกาการประลอง เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากและมึนงงสงสัยให้แก้ผู้คน และเพื่อเปิดหูเปิดตาแก่ผุู้คนชาวเมืองเหอหนานมีโฮกาสชมการประลองยุทธของหนุ่มสาวให้แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนเข้าแข่งขันได้ไม่เกินสามคนโดยจะขีดเวทีเป็นวงกลมรัศมีสิบเมตรต่อสูกันภายในวงกลมนี้จนฝ่ายใดยอมแพ้หรือมิอาจต่อสู้ได้หรือฝ่ายใดหลุดออกจากวงกลมนี้ถือว่าพ่ายแพ้ฝ่ายไหนสามารถยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายถือเป็นผู้ชนะ ได้รับรางวัลเดิมพันไป...และครานี้โรงเตี้ยมแชน์ฮ้วงของเราจะเพิ่มเงินรางวัลแก่ผู้ชนะอีกสองแสนเหรียญทองและให้ผู้ชนะเข้าพักฟรีสามวันมิทราบทั้งสองฝ่ายจะเห็นด้วยหรือไม่ ?"
เหล่าผู้คนเมื่อใด้ยินเช่นนั้นต่างก็พยักหน้าปรบมือสนับสนุน เสียงเฮฮาดังลั่น
"แปะ แปะ แปะ"
"ใครยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายคือผู้ชนะ"!!
"ดี ๆ ข้าเห็นด้วย จะได้ดูการประลองเปิดหูเปิดตาบ้าง !!"
หยางเชียงซีพูดอะไรไม่ออกได้แต่หันไปมองหน้ากังหลงซึ่งยังยืนด้วยรอยยิ้มสบายๆ เช่นเดิม หยางเชียงซีทราบว่าหากให้ต่อสู่กับ นายน้อยตระกูลทั้งสามโอกาสที่ตนจะชนะมีสูงถึงแปดส่วนแต่หากแม้นฝ่ายตรงข้ามส่งผู้คุ้มกันทั้งสองที่มีระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุดโอกาสที่ตนจะชนะอาจมีเพียงครั้งเดียว ฝ่ายตรงข้ามมีถึงสามคนที่แข็งแกร่งฝ่ายตนมีเพียงคนเดียวเท่านั้นส่วนสหายใหม่นั้นมีพลังแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้นมิทราบสหายผู้นี้กินอะไรผิดสำแดงไปหรือเมามายสุรา ถึงได้บ้าบิ่นมารับคำท้าและเสนอการประลองจนบานปลายมาถึงขนาดนี้
ทางฝ่ายหม่าซานเมื่อรวบรวมเงินจนครบห้าแสนเหรียญทองผู้คุ้มกันคนละหนึ่งแสน นายน้อยคนละหนึ่งแสน นับว่าต่างคนต่างรวบรวมจนหมดสิ้นแต่ยังดีที่ได้ยินเถ้าแก่ประกาศว่าจะมอบเพิ่มให้ผู้ชนะอีกสองแสนก็ยินดียิ่งหากชนะคราวนี้ได้เงินมาฟรีๆ เจ็ดแสนเหรียญทอง และโอกาสที่จะชนะมีถึงสิบส่วนโดยจะให้ผู้คุ้มกันทั้งสองลงประลองก่อน หากชนะเจ้าหนุ่มร่างใหญ่ได้ในคราแรกคราต่อไปการจะเอาชนะเจ้าขยะตระกูลกัง หม่าซานมีความตั้งใจลงประลองเองและจะใช้โอกาสนี้ทำลายเจ้าผู้ขยะนี้ให้พิการจนไม่อาจเดินออกนอกตระกูลได้อีกต่อไปเมื่อคิดเช่นนั้นก็หัวเราะลั่น จึงตัดสินใจตอบรับทันทีพร้อมกล่าว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่าทางฝ่ายข้าย่อมเห็นด้วยอย่างเต็มที่ โดยจะส่งผู้ประลองสามคนมีข้าและนักสู้ชุดดำและนักสู้ชุดขาวสองท่านนี้ !!"
เสียงซุบซิบดังขึ้นกระหึ่มทันทีที่หม่าซานพูดจบผู้คนภายในเมืองนี้ต่างรู้จักนายน้อยตะกูลหม่าและนายน้อยตระกูลเยี่ยนเป็นอย่างดีเป็นกลุ่มที่ชอบอาศัยบารมีตระกูลก่อเรื่องวุ่นวายข่มเหงเอารัดเอาเปรียบผู้คนภายในเมืองเหอหนานประจำแต่ก็เกรงกลัวอิทธิพลของสองตระกูลเลยมีค่อยมีใครกล้าเอาเรื่องเมื่อเห็นการประลองที่อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มหน้าอ่อนสองคนดูท่าทางเจ้าหนุ่มร่างใหญ่จะพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่หากให้สู้กับอีกฝ่ายสามคน ที่มีนักสู้ระดับเหนือกว่าถึงสองคนเฉกเช่นเด็กทะเลาะกับผู้ใหญ่มิมีผิด เสียงต่างต่างจึงแว่วมาให้ได้ยิน
"ช่างน่าสงสารเจ้าหนุ่มหน้าอ่อนสองคนนั่นโดยแท้ต้องมาเจ็บตัวและเสียเงินฟรีแล้ว"
"ช่างน่าทุเรศสิ้นดีตระกูลหม่าและตระกูลเยี่ยนชอบเอาเปรียบแบบนี้แหละ"
"เป็นการประลองที่ปิดประตูแพ้สำหรับฝ่ายตระกูลหม่าและตระกูลเยี่ยนแล้ว"
ฝ่ายของหม่าซานย่อมได้ยินเสียงซุบซิบเหล่านี้แต่มิได้สนใจ ได้แต่หัวเราะร่า โอกาสงาม ๆ เช่นนี้ทั้งได้เงินได้ลงมือสั่งสอนเจ้าขยะตระกูลกังนับว่าถูกใจยิ่ง
ฝ่ายกังหลงหยางเชียงซียืนหน้ากระอักกระอ่วน มิรู้จะพูดกระไรดี กังหลงเห็นเช่นนั้นยิ้มให้ด้วยไมตรีตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ พยักหน้าให้พร้อมกล่าวว่า