บทที่ 57 การคัดเลือกจบลงแล้ว
“เขาโกง! เขาใช้วิชาต้องห้าม!”
ขณะที่ทุกผู้กำลังตกตะลึงที่เจียงผิงอันบรรลุเคล็ดกายาคลั่งนั้นเอง หนึ่งเสียงก็โวยวายอย่างเดือดดาลจากตีนเขา
เจ้าของเสียงก็คือหม่าเหว่ย
อาภรณ์ตรงหน้าของเขาชุ่มโลหิต เพิ่งกินโอสถฟื้นบาดแผลและพอฟื้นตัวขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น
หม่าเหว่ยชี้เจียงผิงอันพลางตะโกนเสียงแหบ “เขาโกง เขาใช้วิชาต้องห้าม! เขาโกง!”
เขาไม่มีทางยอมรับ ไม่อาจรับความจริงที่ถูกเจียงผิงอันชกกระเด็นลงมา
อัจฉริยะจากสำนักเพียวเหมี่ยวอย่างเขาถูกคนไร้หัวนอนปลายเท้าชกหมัดเดียวจอด หัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยทั้งความริษยาและอับอาย
เขาอยากรักษาไว้ทั้งหน้าและตำแหน่งของตน
ดังนั้นเขาจึงอยากพิสูจน์ว่าเจียงผิงอันชนะอย่างไม่ขาวสะอาด
ยามนี้เอง คนทั้งหลายจึงละสายตาจากเจียงผิงอันมามองหม่าเหว่ยที่ตีนเขา บางคนมีสายตาสังเวช
คนผู้นี้น่าสงสารจริง ๆ แข็งแกร่งมากแท้ ๆ แต่ดันมาเจอเจียงผิงอัน และถูกชกกระเด็นจากชั้นสิบในหมัดเดียว
หากอีกฝ่ายไม่เลินเล่อ คงไม่พ่ายง่ายเช่นนี้
ผู้ดูแลที่รับร่างหม่าเหว่ยไว้เมื่อครู่กล่าวว่า “วิชาต้องห้ามหมายความวิชาอันผลาญชีวิต และเคล็ดเทียนซาก็มิได้ทำเช่นนั้น จึงไม่ถือเป็นวิชาต้องห้าม”
ได้ยินเช่นนี้ หม่าเหว่ยพลันรู้สึกถึงอะไรหวาน ๆ ในคอ เกือบกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
เขาตะโกนอย่างไม่ยอมจบ “เคล็ดเทียนซาต้องฆ่าคนเพื่อฝึกฝน ชั่วร้ายยิ่งนัก เจียงผิงอันเป็นคนชั่วช้า คนเช่นนี้จะไปคู่ควรเข้าร่วมการแข่งขันประลองร้อยเมืองได้อย่างไร!”
ผู้ดูแลถอนหายใจ “เจ้าไม่สังเกตหรือ? ซากเหล่านั้นส่วนใหญ่สวมเครื่องแบบทหารแคว้นหลิงไถนะ”
“กล่าวคือ เจียงผิงอันฆ่าคนจากแคว้นหลิงไถ”
สีหน้าของหม่าเหว่ยชะงัก โลหิตกระฉูดออกจากปากอย่างไม่อาจควบคุมได้เลย
การที่เจียงผิงอันฆ่าคนของแคว้นหลิงไถ มิเพียงทำให้คนจากแคว้นต้าเซี่ยไม่เห็นเป็นคนชั่วร้าย ยังชื่นชมเขาด้วย
“ยังมีเวลาอีกสิบสี่วัน หวังว่าเจ้าจะตั้งใจทำงานหนัก ตำแหน่งสุดท้ายจะส่งผลต่อทรัพยากรที่ได้ท้ายสุดด้วย”
เสียงอันไพเราะกังวานของเซี่ยชิงลอยมาจากหมู่เมฆา
ยามนี้เอง ผู้คนมากมายจึงสังเกตเห็นเซี่ยชิงและพากันคำนับ
เซี่ยชิงพินิจเจียงผิงอันอย่างลึกล้ำ ก่อนจะหันกายจาก
การต่อสู้ของเจียงผิงอันทำให้ทุกคนประหลาดใจ
ผู้คนล้วนต้องมองเจียงผิงอันใหม่ และครั่นคร้ามขึ้นมาเล็กน้อย
หนึ่งบุคคลอันฝึกฝนเคล็ดเทียนซา มองเปลือกนอกอันไร้พิษภัยมิได้ เขาต้องเป็นผู้เด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ห้ามล่วงเกินเป็นอันขาด
กระทั่งสามบุคคลในตำแหน่งสูงสุดยังจำชื่อเจียงผิงอันไว้
ทุกคนหวนกลับสู่การฝึกฝน ศึกนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขานัก จึงมิต้องใส่ใจจริงจัง
เหลือเวลาเพียงสิบสี่วัน ต้องไต่อันดับโดยเร็วที่สุด
หม่าเหว่ยกุมอกอันปวดร้าว มองเจียงผิงอันบนชั้นสิบด้วยสายตาสุดเคียดแค้น
เมื่อเสียตำแหน่งที่ชั้นสิบไป มิเพียงเสียโอกาสได้ทรัพยากรมากมาย ภายหน้ายามกลับสำนักยังจะถูกผู้อื่นล้อเลียนด้วยแน่แท้
ศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขามลายไปกับหมัดนั้นของเจียงผิงอัน
หม่าเหว่ยก้มหน้าลงกัดฟัน เกร็งกล้ามเนื้อ “อันดับสิบต้องเป็นของข้า!”
การเอาชนะเจียงผิงอันตามปกติมิง่ายเลย เขาต้องคิดหาทางอื่น
ขอเพียงเจียงผิงอันหายไปเสีย อันดับสิบก็จะเป็นของเขา
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็หยุดมือสังหารขอบเขตจินตานไม่ได้แน่
เจียงผิงอันต้องตาย!
ยิ่งใกล้วันปิดฉาก ทุกคนก็เริ่มไต่อันดับเต็มกำลัง มีการต่อสู้เกิดทุกวันคืน
สิบอันดับแรกค่อย ๆ นิ่งเสถียร
เจียงผิงอันไม่ได้ไต่อันดับต่อ
หนึ่งเพราะชั้นบนคือเมิ่งจิง หนึ่งเพราะเขาอยากขวางทางหม่าเหว่ยไว้
เจียงผิงอันไม่พูดจา มิได้หมายความว่าเขาโกรธไม่เป็น
หาไม่ ในการต่อสู้กับหม่าเหว่ย เขาคงไม่เลือกสยบอีกฝ่ายในกระบวนเดียวอย่างผ่าเผยที่สุด
แต่เจียงผิงอันก็ต้องรู้สึกแปลกใจ เมื่อจนวันสุดท้าย หม่าเหว่ยก็ไม่มาท้าทายเขาอีกเลย
ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ในห้องบนชั้นสิบ เมิ่งจิงนอนเอกเขนกบนเตียง ไขว้เรียวขางาม หนึ่งมือถือขนมอบ กัดกินตุ้ย ๆ เต็มปาก
“ฮิ ๆ ยินดีด้วยนะเจ้าท่อนไม้ อันดับสิบ ส่วนข้าอันดับเก้า ร้ายกาจกว่าเจ้า”
“อืม”
เจียงผิงอันตอบเรียบ ๆ พลางฝึกฝนเคล็ดป้อมพสุธาอย่างเงียบ ๆ
เคล็ดป้อมพสุธาฝึกฝนไม่ยาก แต่สิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างยิ่ง
กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานยังไม่มีโอสถเผยหยวนเยอะเท่าที่เขากินไป
ไร้ผู้ใดทราบว่าเขาฝึกควบยุทธ์วิญญาณ นี่คือไพ่ตายสูงสุดของเขา
เมื่อเห็นเจียงผิงอันตอบแบบขอไปที คู่เนตรงามของเมิ่งจิงก็ค้อนไปหนึ่งวง
โชคยังดีที่นางคุ้นชินกับนิสัยแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ของเจียงผิงอันแล้ว นางจึงทำเพียงยัดขนมอบเข้าปากต่อไป
“ข้าได้ยินว่าการแข่งขันประลองร้อยเมืองนั้นจัดเพื่อคัดเลือกอัจฉริยะไปยังสถานที่นามเกาะเทวะ ซึ่งกล่าวกันว่ามีเคล็ดบรรลุเซียนอยู่ที่นั่น”
“บรรลุเซียน?”
เจียงผิงอันมองมาทันที “บรรลุเซียนอะไร?”
เมิ่งจิงทราบว่าชายผู้นี้สนใจแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ไม่ได้เจาะจงแน่ชัดนัก เขาบอกกันว่ายอดฝีมือมากมายที่ได้บรรลุเซียนไปที่นั่นมาก่อน บ้างบอกว่าที่นั่นมีเคล็ดบรรลุเซียน บ้างบอกว่ามีสมบัติฟ้าดินบรรลุเซียนอยู่ที่นั่น”
“แม้ตำนานเหล่านี้จะไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่มีผู้คนมากมายไปยังเกาะเทวะก่อนบรรลุเป็นเซียน”
“เพราะเกาะเทวะตั้งอยู่ที่รอยต่อระหว่างแคว้นหมิงหวังและแคว้นหลิงไถ เรื่องการเป็นเจ้าของเกาะเทวะ ต่างฝ่ายล้วนแย่งกันไปมา หนึ่งในชนวนสงครามนี้ก็คือเกาะเทวะนี่แหละ”
“และเพื่อป้องกันมิให้ยอดฝีมือตกตาย ลดความเสียหายลง สองฝ่ายจึงตัดสินใจส่งอัจฉริยะบางส่วนไปสู้กันเพื่อแย่งสิทธิ์ครอบครองเกาะเทวะ”
ส่งผู้น้อยไปประชัน เป็นวิธีพื้นฐานที่มหาอำนาจในโลกหล้าผู้ฝึกเซียนมักใช้
หากมิเลวร้ายจริง ๆ ผู้แข็งแกร่งจะไม่ลงมือ และให้ผู้น้อยประชันกัน
เพราะถึงอย่างไร ยามผู้แข็งแกร่งแพ้พ่าย อำนาจภาพรวมของแคว้นหรือมหาอำนาจก็จะถูกกระทบ จึงมิลงมือกันง่าย ๆ
“บรรลุเซียน…”
ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองประกาย
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะไปที่เกาะเทวะสักหน่อย
เมื่อตระหนักทราบถึงขอบเขตการฝึกฝน เจียงผิงอันก็ทราบความยากเย็นของการบรรลุเซียน
ในอดีตกาล มีผู้ฝึกตนบรรลุเป็นเซียน แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หมื่นปีมานี้จึงไร้ผู้ใดบรรลุเซียน
เหมือนกับว่า… เส้นทางเซียนพินาศแล้ว
ภายใต้ความยากเย็นเช่นนี้ เจียงผิงอันจะไม่พลาดสิ่งใดอันเกี่ยวกับการบรรลุเซียนไปแน่แท้
ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเดิมพันที่ทำไว้กับเซี่ยชิงหรือคิดอยากบรรลุเป็นเซียน เขาก็ต้องชนะในการแข่งขันประลองร้อยเมือง!
ทันใดนั้น เสียงของเซี่ยชิงก็ดังมาจากข้างนอก
“การคัดเลือกจบลงแล้ว ทุกคนหยุดสู้กันได้”
“จบแล้ว!”
เมิ่งจิงกระโดดผลุงจากเตียงอย่างปรีดา นางติดสิบอันดับแรก ติดต่อมารดาได้แล้ว!
อัจฉริยะทั้งเจ็ดสิบแปดคนเดินลงจากเขา
บางคนหัวเสีย บ้างเสียดาย บ้างสุดพอใจกับความสำเร็จตน
การฝึกฝนครั้งนี้วางรากฐานการฝึกฝนในอนาคตให้พวกเขา จะเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ในภายหน้า
เจียงผิงอันเดินลงเขามา ขณะที่ชายรูปร่างกำยำผู้หนึ่งข้าง ๆ กันตบบ่าเขาอย่างแรง
“เฮ้สหาย สักวันประลองกันหน่อยสิ ข้าอยากประจักษ์เคล็ดกายาคลั่งสักครั้ง”
เจียงผิงอันเงยหน้ามองเจ้าของเสียง
เขาคืออันดับสาม เจียงผิงอันหารู้นามอีกฝ่ายไม่ ทราบเพียงว่าอีกฝ่ายมีความสามารถที่เรียกว่าร่างหมื่นทอง ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งนัก
ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายสามอันดับแรกเลย จึงทราบได้ว่าพลังต่อสู้ของคนผู้นี้แข็งแกร่งเพียงไร
“ได้”
เจียงผิงอันก็อยากประจักษ์กายาพิเศษนี้เช่นกัน
นอกจากนั้น หลังจบศึก เขาก็ตระหนักเช่นกันว่ามีเพียงการต่อสู้เท่านั้นที่จะขัดเกลาพัฒนาทักษะต่อสู้ของเขาให้สมบูรณ์ขึ้น
ทักษะต้อสู้ วรยุทธ์ พลังในกาย… ทุกสิ่งล้วนกระทบถึงผลการต่อสู้
การต่อสู้อัจฉริยะระดับนี้ แพ้ไปก็ยังได้เรียนรู้มากมาย
“ฮ่า ๆ ไว้ข้าจะมาหาเจ้า”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันตอบตกลง ผู้ฝึกตนคนนั้นก็หัวเราะร่า สาวเท้าเดินลงเขาไป