มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 176 วิกฤติการณ์ย้อนหวน

    บทที่176วิกฤติการณ์ย้อนหวน


            “ได้ผล โลหิตของบุรุษชราผู้นั้นเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยในการถอนพิษจริงๆ"

             

            หลังจากพิถีพิถันปรุงยาพร้อมกับทดลองใช้กับตนเองไปหลายขนานในที่สุดฮุ่ยจวินก็สามารถผสมสูตรยาและรักษาพิษที่ทำให้มันยุ่งยากใจมาโดยตลอดได้สำเร็จพิษของสตรีกลางคนนางนั้นได้ถูกถอนออกจนหมดสิ้น ตัวมัน รวมถึงไป๋เหิ่นซินและเทพดาเร้นกายตั้วซุนหงได้รอดพ้นอันตรายจากพิษแล้ว

             

            แต่ถึงแม้จะคลี่คลายปัญหาในเรื่องพิษทว่าตั้วซุนหงนั้นได้เสียดวงตามิอาจแก้ ด้านไป๋เหิ่นซินก็ยังได้รับผลกระทบจากการฝืนใช้กฎเกณฑ์แห่งคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราจึงมิอาจบอกได้ว่าฟื้นฟูร่างกายกลับมาอย่างสมบูรณ์เสียทีเดียว พวกมันถึงถอนพิษได้ แต่ร่างกายยังต้องพักฟื้นแลเดินลมปราณเพื่อรักษาและประคองอาการบาดเจ็บที่ต่างประสบจะมีก็เพียงฮุ่ยจวินที่ถูกพิษเพียงชั่วขณะ พอรักษาพิษ ร่างกายของมันก็แทบคืนกลับสู่ภาวะปกติมันจึงเป็นคนเดียวในที่นี้ที่ยังพอเคลื่อนไหวได้

             

            “ยาถอนพิษที่เหลือได้แต่ฝากฝังต่อเจ้าแล้ว”

            เทพดาเร้นกายกล่าวคำขึ้นซึ่งแฝงด้วยความคาดหวัง

             

            ฮุ่ยจวินเข้าใจในจิตเจตนาของฝ่ายตรงข้ามจึงมองยาส่วนสุดท้ายที่เหลือในขวดหยก

            “ดีที่ปริมาณโลหิตเพียงพอต่อการทดลองและปรุงยาสำหรับสี่คนท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะนำยาถอนพิษไปให้ประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้"

             

            คำกล่าวที่หลุดออกจากปากของฮุ่ยจวินนับเป็นที่วางใจของตั้วซุนหงอย่างมาก แม้มันจะพบเจอฮุ่ยจวินไม่กี่ครั้ง แต่สำหรับคนผู้นี้อาจเป็นคนเดียวในโลกหล้าที่ทำให้คนแก่อย่างมันสัมผัสถึงคำว่าสัจจะอย่างแท้จริงได้

            “เช่นนั้นก็รีบไปเถอะไม่ต้องห่วงนังหนูคนรักเจ้าผู้นี้ หากเจ้าสามารถช่วยเหลือประมุขศักดิ์สิทธิ์ได้ ข้าก็จะไม่ยอมให้นังหนูผู้นี้เป็นอะไรเช่นกัน"

             

            ฮุ่ยจวินรู้ดีว่าตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อให้ไป๋เหิ่นซินฟื้นฟูและประคับประคองอาการมันจึงมิอาจพานางไปโดยพละการเหมือนทุกครั้ง ตอนนี้เมื่อได้ยินเทพดาเร้นกายออกปาก มันเองก็วางใจเช่นเดียวกัน

            “ทราบแล้ว…ทางนี้ฝากท่านด้วย"

             

            ก่อนที่ประกายตาของตั้วซุนหงจะเย็นเยียบขึ้น

            “แต่หากประมุขศักดิ์สิทธิ์นางเป็นอะไรไปข้าก็ไม่อาจปล่อยนังหนูคนรักเจ้าและรวมถึงเจ้าเอาไว้เช่นเดียวกัน!”

             

            ไป๋เหิ่นซินได้ฟังคำว่าคนรักเจ้าจากปากของตั้วซุนหงสองครั้งสองครารวมถึงคำข่มขู่ของบุรุษชรา นางก็ขมวดคิ้วและกล่าวเสียงหนักว่า

            “ข้าในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ใจแคบอย่างมันและหากมันคิดฆ่าข้า ก็ลองดูว่ามันจะทำได้หรือไม่!"

             

            ฮุ่ยจวินไม่ได้กลัวคำขู่เพราะอย่างไรมันย่อมช่วยเหลือประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มที่อยู่แล้ว มันเพียงมองไป๋เหิ่นซินที่นั่งสมาธิเดินลมปราณอย่างเป็นห่วงแต่พอคิดดูว่าในเมื่อเทพดาเร้นกายก็อยู่ตรงนี้ สตรีกลางคนนามอี้เหยาพร้อมบิดาของนางก็คงไม่กล้าย้อนกลับมาเล่นงานอย่างแน่นอนนี่จึงยังพอให้มันได้วางใจ

             

            ทุ่งร้างตอนกลางคืนลมแรงและอากาศค่อนข้างหนาวเย็นก่อนจากฮุ่ยจวินจึงได้ถอดชุดคลุมแพรเงินด้านนอกออกมาแล้วคลุมลงบนร่างของไป๋เหิ่นซินอย่างแผ่วเบานัยน์ตาที่เพริศพริ้งชำเรืองมองชายหนุ่ม ทำให้นัยน์ตาของคนทั้งสองสบประสาน หัวใจของไป๋เหิ่นซินเต้นไม่เป็นจังหวะนางที่ถือว่าตนเป็นสตรีที่ไร้ใจยังมิอาจระงับความรู้สึกดังกล่าวได้เมื่ออยู่ต่อหน้าแพทย์ไร้นามผู้นี้

             

            “รอข้าอยู่ที่นี่ข้าจะรีบคืนกลับมา"

             

            ไป๋เหิ่นซินหลบสายตาไปที่อื่นก่อนนางจะกล่าวคำที่จิตใจไม่อยากกล่าวออกมา

            “ถือว่าเจ้าได้ช่วยข้าจนสำเร็จแล้วทางที่ดีอย่าได้พบกันอีกเลย"

             

            “แต่ท่านยังบาดเจ็บเพราะมหาวิถี….”

             

            ไป๋เหิ่นซินตัดบท

            “นั่นเป็นสิ่งที่ข้าจะต้องช่วยเหลือตนเองอย่างไรข้าก็ต้องหาคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์นั่นให้พบอยู่แล้ว"

             

            ฮุ่ยจวินเงียบไปไม่กล่าวต่อเพียงจัดแจงชุดคลุมแพรเงินบนร่างให้แก่นาง มองวงหน้าที่สะคราญโฉมไร้ที่ติเบื้องหน้าก่อนกล่าวราวกับกำลังตัดพ้อ

             

            “เย็นชากับข้าเกินไปแล้ว"

             

            ไป๋เหิ่นซินครุ่นคิดถึงเรื่องราวบางประการค่อยกล่าวอย่างไม่หันกลับ

            “ระหว่างเจ้ากับข้าไม่เป็นศัตรูกันก็นับเป็นจุดยืนที่ดีมากพอ”

             

            ฮุ่ยจวินผงกศีรษะก่อนยืนขึ้นกล่าวคำว่า“รักษาตัวด้วย" กับคนทั้งสอง จากนั้นก็ทะยานกายมุ่งหน้าสู่แผ่นดินใหญ่ในทันทีเป้าหมายของมันคือแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นหลุน ยาถอนพิษที่เหลือส่วนสุดท้ายนี้จะต้องนำไปรักษาประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ให้ทันท่วงที!

             

            ใช้เวลาเดินทางมาได้ระยะหนึ่งเห็นกำแพงที่ทอดผ่านครอบอาณาเขตมาแต่ไกล แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์อยู่เพียงเอื้อมแล้วฮุ่ยจวินยิ่งเร่งฝีเท้า ชั่วธูปไหม้ถัดมาจึงบรรลุถึง แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงเงียบสนิทเฉกเช่นเคยส่งเสียงเรียกอย่างกึกก้องแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนไหว

             

            คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้าเรื่องนี้มันทราบมาตั้งแต่แรกแล้ว ทว่าทั้งที่มันถ่ายทอดเสียงออกไปว่าสามารถหายาถอนพิษให้แก่ประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้แล้วไฉนพวกมันจึงยังนิ่งเฉยอยู่ ไม่มีคนตอบกลับ ไม่มีคนรับหน้า เสวี่ยนฉีที่สมควรจะออกมานางก็เงียบหายไป เสวี่ยนฉีนับเป็นคนเดียวในแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยออกหน้าให้มันเมื่อครั้งนั้นการเงียบหายของนางในครั้งนี้จึงดูผิดปกติ!

             

            “เกิดสิ่งใดขึ้นข้านำยาถอนพิษมาแท้ๆ อย่างน้อยพวกมันก็ต้องมาตรวจสอบบ้าง อีกทั้งหากเป็นเสวี่ยนฉีนางต้องมาแน่"

             

            คิดดังนั้นฮุ่ยจวินจึงเดินไปหยุดที่ประตูบานใหญที่ปิดสนิทพร้อมถ่ายทอดกระแสเสียงจนดังก้องสะท้อนไปทั่วอาณาบริเวณ

            “อาการของประมุขพวกท่านมิอาจรอเวลาแล้วหากชักช้าต่อไปผลร้ายย่อมมากกว่าดี ในเมื่อพวกท่านไม่เปิด ข้าคงต้องถือวิสาสะพังประตูเข้าไปเพราะสำหรับข้าแล้วชีวิตคนย่อมสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด”

             

            หยุดเล็กน้อย ก่อนที่มันจะคำรามต่อ

            “ข้าจะนับ…สาม สอง หนึ่ง…”

             

            แล้วประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆแง้มเปิดออกเพราะกระแสเสียงซึ่งถ่ายทอดผ่านลมปราณได้กระทบถูก ที่แท้ประตูบานใหญ่นี้กลับมิได้ถูกปิดตายอย่างที่คิดไว้!

             

            ฮุ่ยจวินชะงักวาจาพร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเมื่อประตูบานใหญ่แง้มออก กลิ่นคาวโลหิตก็พลันคละคลุ้มลอยกระทบโสต แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่เขตที่หนาวที่สุดบนแผ่นดินแต่ก่อนหน้าฮุ่ยจวินกลับไม่ได้รู้สึกถึงคราวหนาวเย็น ทั้งที่เพียงใส่เสื้อป่านขาวด้านในตัวเดียวเท่านั้นมาบัดนี้กลิ่นคราวโลหิตกลับทำให้มันหนาวเหน็บไปทั้งกาย ยิ่งสาดสายตามองเห็นภาพที่ศพนอนทอดร่างจมกองเลือดอยู่จิตใจมันยิ่งหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างทันใด

             

            “เกิดสิ่งใดขึ้น!”

             

            ฮุ่ยจวินรีบทะยานกายผ่านประตูเมื่อเข้าสู่แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์จึงมองได้อย่างชัดตา ร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดซากปรักหักพังที่ถล่มทลาย ภาพของร่างอันไร้ชีวิตในชุดคลุมขาวแปดเปื้อนด้วยโลหิตและเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าดูอเนจอนาถ กลิ่นอายที่เคยศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง บัดนี้มีแต่กลิ่นอายแห่งความตาย!

             

            ฮุ่ยจวินปรี่เข้าไปพลิกร่างของศพเหล่านั้นพบว่ามีแต่คนของแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ไม่มีศพของคนนอก คนร้ายเป็นใคร พวกมันต้องการอะไรสังหารคนไม่ทิ้งร่องรอยแม้เพียงนิด อีกทั้งกล้าสังหารพรรคที่มีชื่อเพียงนี้ ซ้ำยังมีพลังฝีมือที่ไม่ธรรมดาคนที่สามารถสังหารล้างพวกมันได้ก็ย่อมไม่ใช่ตัวตนธรรมดา

             

            ยิ่งคิดก็ยิ่งเต็มไปด้วยข้อสงสัยก่อนที่จะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ มันจึงมองไปที่ตึกพำนักของประมุขศักดิ์สิทธิ์

            “แม่นางเสวี่ยนฉี"

             

            ร่างของชายหนุ่มทะยานออกไปอย่างรวดเร็วพบว่าตึกพำนักของประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดทั้งมันยังพบศพคนสำคัญ ผู้ที่น่านับถืออย่างแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงบุรุษนามเยี่ยหานก็ได้ทอดร่างกลายเป็นศพในที่แห่งนี้!

             

            “ผู้อาวุโส!”

             

            คนเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยคิดมาจัดการตนทว่านั่นเป็นเพราะความเข้าใจผิดและถูกผู้อื่นยุแยง พอได้สู้กันก็ทำให้ฮุ่ยจวินทราบว่าลึกๆแล้วคนเหล่านี้เป็นคนดีที่มากด้วยคุณธรรมเพียงไหน มันยังไม่ได้ทำความเคารพและรู้จักกันมากพอพวกมันกลับมาชิงตกตายอย่างน่าอนาถก่อนแล้ว

             

            ประกายตาที่ทอแววสับสนคละเคล้าโทสะของฮุ่ยจวินผุดขึ้นมันรีบกวาดสายตาเข้าไปยังซากตึกขนาดใหญ่ที่ปรักหักพัง ประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์นางอยู่ที่นั่นเป็นร่างที่ไร้ชีวิตเช่นเดียวกับทุกคน!

             

            ฮุ่ยจวินนิ่งค้างไปพักใหญ่แม้แต่ตัวตนที่ร้ายกาจอย่างประมุขศักดิ์สิทธิ์ยังตกตาย คนร้ายยิ่งไม่ใช่คนทั่วไปแน่แล้วมันทำไปเพื่ออะไร วิกฤติการณ์แห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์นี้เกิดจากสิ่งใด

             

            แม้ไม่เข้าใจในสิ่งที่แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้ประสบทว่าฮุ่ยจวินยังคงควานหาอยู่ต่อไป มันยังไม่พบร่างของเสวี่ยนฉี จึงไม่ทราบว่านางเป็นตายร้ายดีหรือไม่อีกทั้งก็ยังไม่พบคนที่รอดชีวิต แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังพยายามควานหา เพราะหากยังมีผู้รอดชีวิตมันก็อาจจะได้คำตอบของวิกฤติการณ์ที่แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ประสบได้

             

            “มีใครได้ยินข้าหรือไม่"

             

            “แม่นางเสวี่ยนฉี"

             

            “ทุกคน!”

             

            ภายในกำแพงแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีแต่เพียงความเงียบสนิทต่อคำถามของชายหนุ่มทว่าที่เบื้องนอกกำแพง เสียงฝีเท้าของอาชาที่ตะกรุยพื้นกลับดังมาเป็นทิวแถว ชุดคลุมน้ำเงินปลิวสะบัดไปตามแรงลมที่พัดหวนสัญลักษณ์แห่งเทวะวจนะดูเด่นชัดน่าเกรงขาม หลังจากมีสัญญาณขอความช่วยเหลือในรอบร้อยปีจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ผุดขึ้นที่วิหารประตูแห่งวิหารก็เปิดออกทันใด ศิษยานุศิษย์ที่อยู่ใกล้ล้วนได้รับคำสั่งด่วนให้เคลื่อนมาคนของวิหารปัญญาได้มาถึง!

             

            แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ใดไม่รู้บ้างว่ามีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำกับวิหารปัญญาธรรมบาลปัญญามีต้นกำเนิดจากที่นี่ มีคนรักอยู่ที่นี่ มันจึงให้ความสำคัญต่อแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากของวิเศษจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับเตือนภัย ธรรมบาลปัญญาก็ใช้พลังปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์แห่งค่ายกลให้เชื่อมไปสู่วิหารปัญญาด้วยเมื่อค่ายกลนี้ทำงาน เมื่อสัญญาณปรากฏ วิหารปัญญาก็ไม่มัวชักช้า พวกมันรีบเคลื่อนไหวทันทีและพวกมันก็ได้มาถึงแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว

             

            “นั่นมันเรื่องอะไร"

             

            “ทำไมแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์จึงถูกสังหารล้าง!”

             

            “ผู้ใดกันที่ช่างโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้"

             

            ตัวตนของวิหารปัญญาที่อยู่ใกล้แคว้นหลุนมากที่สุดล้วนมาถึงหนึ่งในนั้นก็มีเจียวมิ่งหัวหน้าหน่วยสาม นางมองเห็นหนึ่งบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางกองศพและซากปรักหักพังนางเห็นมัน เช่นเดียวกับทุกผู้ที่เห็นมัน สายตาของนางทอแววสับสน แต่สายตาของคนจากวิหารปัญญาผู้อื่นกลับเต็มไปด้วยโทสะ

             

            “เป็นแพทย์ไร้นามอย่างนั้นหรือ?"

            คำกล่าวของเจียวมิ่งเจือไปด้วยความไม่อยากเชื่อแต่เสียงของทุกคนกลับดังขึ้นราวกับจะกรีดเลือดกรีดเนื้อฮุ่ยจวิน

             

            “เจ้าคนชั่วช้าข้าจะลงโทษในความสามานย์ของเจ้าอย่างสาสม!”

             

             

             

             

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน