ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 199 จุดสูงสุดของขั้นพลังนี้

คำพูดของมฤตยูดำเต็มไปด้วยความขมขื่นและความโกรธแค้นเขาเดินเข้ามาใกล้องค์ชายมากขึ้น ร่างกายของเขายิ่งขยายใหญ่ พลังมหาศาลไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย

"ตระกูลที่ไร้ค่าเช่นนั้นไม่คู่ควรกับความภาคภูมิใจ! ข้าจะทำลายมันเอง... และข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าพลังที่แท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องยึดติดกับอดีตอันน่าสมเพช!"

องค์ชายสามรู้สึกถึงความโกรธแค้นในคำพูดของมฤตยูดำ

ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าแม้จะเข้าใจเหตุผลที่มฤตยูดำเลือกเส้นทางนี้ แต่เขาก็ไม่อาจยอมรับได้

"เจ้ากำลังหลงทาง...พลังที่เจ้าได้รับในตอนนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่แท้จริงมันเป็นเพียงภาพลวงตาและความโง่เขลาที่จะนำพาเจ้าสู่ความพินาศ!"

มฤตยูดำคำรามอย่างเกรี้ยวกราด

"ข้าจะทำลายเจ้าก่อนแล้วค่อยทำลายทุกสิ่งที่เจ้ายึดถือ!"

 

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ร่างกายของมฤตยูดำเริ่มเปล่งประกายแสงสีแดงอ่อนๆจากพลังที่เพิ่งได้รับ เสียงหัวเราะเย้ยหยันของเขาดังขึ้นเมื่อเขายกมือขึ้นฟ้าเพื่อเรียกสิ่งมีชีวิตจำแลงที่เขาได้สร้างขึ้นใหม่ออกมา

“เจ้าจะได้เห็นพลังที่แท้จริงของข้า!” มฤตยูดำกล่าวพร้อมกับคลื่นพลังงานสีดำอันแกร่งกล้าแผ่ออกมา คล้ายกับพายุที่กำลังจะถาโถมเข้ามา

ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตจำแลงทั้งสี่ตนก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีปีกระเบิดเป็นไฟ สีแดงสด ตั๊กแตนที่มีขายาวเป็นมีดใหญ่ซึ่งเปล่งประกายแสงระยิบระยับและอีกสองตนที่เป็นเสือดำลายขาวและอสรพิษที่มีเกล็ดเป็นประกาย สีเขียวมรกต ทั้งสี่ตนนี้ดูทรงพลังมีมวลพลังเทียบเท่าระดับ 5 ขั้นสูง เต็มไปด้วยพลังชีวิตที่ทรงพลังมากล้น

มฤตยูดำยิ้มกว้างขึ้นขณะที่เขาสัมผัสพลังจากแต่ละตัว “เข้ามา!”

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ ร่างของมฤตยูดำเริ่มเปล่งแสงและทั้งสี่สิ่งมีชีวิตก็เข้ารวมร่างกับเขาอย่างรวดเร็ว

ร่างของเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปขนาดของเขาขยายใหญ่ขึ้น รูปลักษณ์ใหม่ปรากฏให้เห็น ว่าเขานั้นกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีสัดส่วนของทั้งสี่ชนิด

ความสามารถทั้งสี่อย่างของสัตว์แต่ละชนิดสื่อสารและหลอมรวมเข้าด้วยกัน

แขนข้างที่ขาดกลายเป็นใบมีดใหญ่คมวาววับที่เป็นเอกลักษณ์ของตั๊กแตนแขนอีกข้างปรากฎกงเล็บยาวใหญ่ที่หน้ากลัวของเสือ ร่างกายถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหนากลายเป็นเกาะคุ้มครองและร่างที่ควบรวมพลังที่หลากหลายก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากปีกใหญ่ด้านหลัง ในตัวของมฤตยูดำมีสัญลักษณ์พลังของสัตว์ทั้งสี่เปล่งประกายอย่างลึกลับ

 

องค์ชายสามที่ สายตาจับจ้องไปที่มฤตยูดำและรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกเส้นประสาทตื่นตัวในทันที

“ฟู่!”

ทันใดนั้น องค์ชายก็เรียกพลังจากต้นตระกูลของเขาสายทองที่เปล่งประกายเหมือนแสงอาทิตย์เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขาราวกับเส้นสายลายประดับของเทพเจ้า สายพลังเหล่านั้นก่อตัวเป็นเขตแดนสีทองขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวองค์ชายไว้เหมือนเกราะคุ้มกันที่ไม่มีสิ่งใดสามารถทะลุผ่านได้

เขตแดนสีทองนี้ส่งประกายแสงสว่างจ้าออกไปทั่วทุกทิศทางปกคลุมพื้นที่โดยรอบ

มฤตยูดำหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะเมื่อเห็นพลังอันบริสุทธิ์ที่เปล่งออกมาจากองค์ชาย

“เขตแดนทองคำที่ใหญ่กว่าเดิม…”มฤตยูดำพึมพำกับตนเอง พลางจ้องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

 

 ในขณะที่ดาบสีทองในมือกลายเป็นดาบคู่ ทันทีดาบเล่มที่สองปรากฏขึ้นมันเปล่งแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม ราวกับพลังทั้งหมดในโลกนี้ถูกบรรจุอยู่ในดาบคู่นี้

 

นาฟยืนอยู่ไม่ไกลจากสนามการต่อสู้ระหว่างที่เขามองการเผชิญหน้าของคนทั้งสองความคิดเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและความสงสัย

พลังที่พวกเขาปลดปล่อยออกมาเกินกว่าที่เขาเคยเห็นหรือจินตนาการได้เป็นรูปแบบที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความลึกลับ ราวกับทั้งสองคนอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นพลังนี้

นาฟสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับพวกเขาและรู้ว่ายังห่างไกลจากระดับพลังของพวกเขามาก แต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกถึงความท้าทายและแรงผลักดันบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

“ต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้!” นาฟกำหมัดแน่นความมุ่งมั่นของเขาเริ่มพุ่งพล่าน

 

มฤตยูดำไม่รอช้าพุ่งตัวไปข้างหน้าร่างของเขาสลับทิศทางไปมาอย่างรวดเร็วราวกับสายลมที่ไม่มีใครคาดเดาได้

“ฟ้าว!”

แขนดาบฟาดอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดเป็นคลื่นพลังที่พุ่งตรงเข้ามายังเขตแดนสีทอง เข็มทองนับร้อยพุ่งเข้าปะทะ จนเกิดเสียงก้องดังไปทั่ว

“ครืนนน..!”.

เขตแดนสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากการโจมตี แต่ยังคงสภาพอยู่ได้มฤตยูดำที่บินโฉบไปมาพร้อมฟาดดาบและกงเล็บผ่าอากาศครั้งแล้วครั้งเล่าคลื่นพลังที่สร้างขึ้นพุ่งเข้าปะทะกับเข็มทองและดาบขององค์ชายด้วยความรุนแรงเรื่อยๆ

เขตแดนสีทองเปล่งแสงสว่างไสวต้านทานการโจมตีอย่างดุเดือด เข็มทองอีกมากพุ่งผ่านแรงดันอากาศตรงเข้าหามฤตยูดำแต่ก็ไม่สามารถผ่านร่างกายถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหนาไปได้

มฤตยูดำถอยกลับไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าการโจมตีของเขายังไม่สามารถทำลายเขตแดนขององค์ชายได้ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความโกรธและความท้าทาย

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะปล่อยพลังจากร่างกายของเขาออกมาอย่างเต็มที่

แสงสีแดงเข้มเริ่มส่องประกายจากร่างของเขาส่องแสงจนแทบจะมองไม่เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขาอีกต่อไปพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมามีความรุนแรงและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบๆ แปรปรวนคลื่นพลังอันร้อนแรงกระจายออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง


คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน