เมื่อคืนกว่าจะหลับก็ปาไปเกือบตีสอง ในหัวของผมมีแต่เื่ ตัวละครของอินทร ผมพยายามเปิดอ่านไฟล์ต้นฉบับ แต่ไม่มีข้อความอะไรเพิ่มขึ้นมา แต่ข้อความก่อนหน้ายังอยู่ ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าตัวละครจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ แต่จากหลักฐานตรงหน้า มันก็แย้งไม่ได้ จะว่าถูกแฮ็กก็ไม่น่าจะใช่ เพราะผมถามพี่กายแล้ว พี่กายเปิดร้านซ่อมคอม ทำตามที่พี่เขาบอก มันก็แก้ไม่หายผมต้องทำใจยอมรับใช่ไหม ว่าตัวละครที่ผมเขียน มันมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ
เฮ้อ…บอกไป ใครจะเชื่อ!
ผมรวบรวมความกล้าในการลองพิมพ์หาตัวละครอีกครั้ง เพราะจริง ๆ ก็รู้สึกผิด ที่เขียนให้ตกอยู่ในอันตรายเกินไป ถึงแม้จะไม่ได้ให้ตายจริง ๆ ก็เถอะ
? อินทร
เงียบ ไม่มีอะไรตอบกลับ
? : ขอโทษ…ที่ทำให้อันตรายขนาดนั้น
เงียบ
ผมหมดหนทางแล้ว ปล่อยไปแล้วกัน เดี๋ยวก็มีข้อความเด้งขึ้นมาเองแหละ ผมปัดความคิดที่ปวดหัวนั้นทิ้ง แล้วเริ่มเขียนนิยายต่อ
นิยาย
3 สัปดาห์ต่อมา
กลิ่นโคลนเปียกปะปนกลิ่นน้ำกร่อยของแม่น้ำ เช้าตรู่แดดอ่อนสาดผ่านม่านหมอกลงมายังตลิ่งร้าง
อินทรก้าวลงจากรถ เขากลับมาเป็ตำรวจผู้แข็งแกร่งคนเดิมหลังจากแผลหายดี คนที่เดินตามหลังมาคือ ภัทราวดี พิศาล และธนาธิป
ไม่มีใครพูด มีเพียงเสียงเท้าที่กระทบโคลน และสายตาที่มองศพตรงหน้า
หญิงสาวในชุดเดรสสีชมพูนอนตะแคงใต้ต้นมะขาม ใบหน้าเธอสงบ ริมฝีปากแดงเหมือนถูกแต่ง กลางอกมีรอยมีดแทงเข้าหัวใจ
ภัทราวดีลงมือตรวจสภาพศพอย่างละเอียด
“ไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ รอยมีดแทงเข้าเพียงครั้งเดียว ลึก และตรงเป้าชัดเจน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงค่ะ” เธอกล่าวเบา ๆ
“เป็มันอีกแล้ว!” อินทรสรุป เสียงเขาเย็นจัด
“เจอเส้นผมที่ปลายแขนเสื้อค่ะ” ภัทราวดีหยิบขึ้นมาให้ดู เส้นผมสีดำธรรมชาติ ยาวประมาณ 7 เิเ
ทุกคนก้มดูเส้นผมนั้น
“อย่างน้อยก็พอมีเบาะแสเพิ่ม” อินทรเอ่ยขึ้น
ภัทราวดีเก็บเส้นผมนั้นใส่ซองพลาสติก เพื่อนำไปส่งตรวจ DNA ต่อ ว่าตรงกับฆาตกรก่อนหน้านี้ไหม
“บนกิ่งไม้ มีซองจดหมายครับ” พิศาลเอ่ย ขณะเงยหน้าขึ้นไปมองสิ่งที่อยู่บนต้นไม้เหนือศพ
ทุกคนเงยหน้ามองตาม จดหมายมันถูกเหน็บไว้พอดิบพอดี เหมือนถูกวางไว้
พิศาลหยิบมันลงมาอย่างระวัง เปิดออก ข้างในมีภาพถ่าย 1 ใบ กับข้อความ 1 แผ่น
ภาพถ่ายนั้น คืออินทรและเมฆานั่งตรงกลาง ซ้ายขวาคือธนาธิปกับภัทราวดี ด้านหลังคือพิศาลและก้องภพ แต่ที่น่าสะพรึงคือข้อความอีกแผ่นที่ถูกพิมพ์ด้วยหมึกสีแดง
‘ครั้งหน้าอาจจะไม่ใช่แค่ผู้หญิง พวกแกเลือกได้เลย ว่าอยากให้ใครเป็ศพรายต่อไป’
ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีรอยนิ้วมือ
ทุกคนต่างสบตากัน ความอึดอัดเข้ามาแทนที อันตรายเริ่มเข้าใกล้ขึ้นมาทุกที
ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน
อินทรนั่งอยู่ในห้องทำงาน เปิดภาพถ่ายใบนั้นอีกครั้ง ภาพที่ฆาตกรส่งมา พร้อมข้อความว่า
‘ครั้งหน้าอยากจะไม่ใช่แค่ผู้หญิง พวกแกเลือกได้เลย ว่าอยากให้ใครเป็ศพรายต่อไป’
เขามองภาพที่มีใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมทีละคน ทุกคนในภาพยิ้มอย่างมีความสุข แต่ในบริบทของ คำขู่ ทุกอย่างดูบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที
ณ สถานีตำรวจห้อยเส้นขนาน
ทีมสืบสวนนั่งกันครบภายในห้องประชุม เหลือแต่สารวัตรเมฆาที่ยังไม่ได้เข้ามา
แอด...
ประตูถูกเปิดออก ทุกคนหันไปมอง ซึ่งเป็สารวัตรเมฆาที่เดินเข้ามา พร้อมกับทรงผมใหม่ ที่สั้นกว่าเดิมเล็กน้อย
“ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอนะ”
ทุกคนพยักหน้าบอกว่าไม่เป็ไร เพราะสารวัตรเมฆาเลทไปเพียง 5 นาที ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก
สารวัตรเมฆาเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ เพื่อจะได้เริ่มประชุมในเคสการพบศพ ของเมื่อวาน เนื่องจากต้องมีการรอผล DNA ด้วย ทำให้พวกเขาต้องประชุมกันในวันถัดไป
ก้องภพฉายภาพบนหน้าจอ LED ซึ่งมีภาพเหยื่อทั้ง 13 ราย
ภัทราวดีรายงานผล
“ผลตรวจ DNA ของเส้นผมตรงกับฆาตกรต่อเนื่องค่ะ”
“โอเค เรามีเบาะแสมากขึ้นเแล้ว” สารวัตรเมฆาเอ่ยขึ้น
ก้องภพ เปิดไฟล์ประวัติการรักษาของเหยื่อคนล่าสุดบนหน้าจอแอลอีดี แล้วเริ่มอ่านให้ทุกคนฟัง
‘นิตา เหยื่อรายที่ 13
เคยเข้ารับการผ่าตัดจมูกเมื่อ 3 เดือนก่อน ที่คลินิก
แพทย์เ้าของเคส: นายแพทย์จิรเมธ อายุ 41 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม เขาเปิดคลินิกศัลยกรรมส่วนตัว
พิศาล เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มอีกเล่ม
“เหยื่อรายที่ 5 เคยมีประวัติฟ้องร้องกับคลินิกด้วยครับ”
เมฆาพึมพำเบา ๆ “ถ้ามีใครสักคนอยากกำจัดเธอ มีความเป็ไปได้ ถ้าคนคนนั้นเคยมีประเด็นด้วยกัน
เมฆาหันไปหาอินทร “ไปพบเขา”
“ครับ” อินทรพยักหน้ารับ
ณ คลินิกความงาม
ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน และกางเกงขายาวสีขาวสะอาดเรียบร้อย กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน บนโต๊ะมีแฟ้ม 3 แฟ้มวางเรียงอยู่ เขาเปิดแฟ้มหนึ่ง อ่านอย่างใจเย็น จากนั้นเขาหยิบปากกาขึ้นมา เขียนคำว่า สิ้นสุดการรักษา
ณ คาเฟ่
อินทรนั่งที่โต๊ะมุมข้างในสุดของร้าน เพื่อความเป็ส่วนตัว ก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ เหลือเวลาอีก 5 นาทีจะถึงเวลานัดหมาย
ไม่นานผู้ชายสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน และกางเกงขายาวสีขาว เดินตรงมายังโต๊ะที่อินทรนั่ง อินทรลุกขึ้นยืนต้อนรับ
อินทรแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมผู้หมวดอินทร มาจาก สน.ห้วยเส้นขนาน”
“สวัสดีครับ ผมจิรเมธ”
แล้วทั้งคู่ก็นั่งลงตรงข้ามกัน ไม่นานกาแฟที่สั่งก็นำมาเสิร์ฟ
นายแพทย์จิรเมธไม่ได้ถามว่าอินทรนัดเขามาทำไม ไม่ได้แสดงความสงสัยแม้แต่น้อย เพราะพิศาลแจ้งเขาไว้แล้วก่อนนัดเจอกัน
อินทรเริ่มเปิดประเด็นคำถาม
“คุณหมอจำคนไข้ชื่อ ณิชา ได้ไหมครับ เธอเป็เหยื่อรายที่ 5 ของฆาตกรต่อเนื่อง”
“ครับ เธอมากระชับใบหน้าให้อ่อนเยาว์” เขาตอบโดยไม่ลังเล เนื่องจากเตรียมข้อมูลไว้แล้ว เพราะพิศาลแจ้ง
“เขาเคยฟ้องร้องกับคลินิกด้วยใช่ไหมครับ” อินทรถามต่อ
“ครับ ตอนนั้นหลังจากผ่าตัดเสร็จ เธอเผลอไปทานของดอง แล้วทำให้แผลติดเชื้อ เธอเลยฟ้องผมข้อหาไม่แจ้งข้อมูล ทำให้ตอนนั้นคลินิกผมถูกโจมตีหนักมาก ซึ่งทางผมได้แจ้งต่อศาลไปแล้วครับ แต่เธออายุมากแล้ว อาจจะหลง ๆ ลืม ศาลเลยยกฟ้องครับ” จิรเมธยิ้มเบา ๆ
“แล้วสิริณล่ะครับ เธอเคยมาทำจมูกที่นี่” อินทรถามต่อในเหยื่อรายที่ 13
“หลังจากที่เธอถอดเฝือกออก เธอก็มาพบผมเป็ครั้งคราวครับ มาติดตามผลว่าจมูกที่ทำไปมีปัญหาหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่มา ก็ไม่มีปัญหานะครับ เธอปฏิบัติตามที่หมอแนะนำเป็อย่างดี”
“แล้วนัดเจอล่าสุดคือวันที่เท่าไหร่ครับ”
นายแพทย์จิรเมธหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูตารางนัด แล้วตอบ “ 8 มีนาคมครับ”
อินทรเริ่มไล่จำนวนวัน ก็พบว่านายแพทย์จิรเมธเจอเหยื่อล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
นายแพทย์จิรเมธเอ่ยต่อ “ตอนเธอมาเช็กจมูกกับผม ก็เห็นมีบ่นเื่สามีบ้างครับ ว่าสามีไม่อยากให้ทำจมูก เพราะคิดว่าเธอจะหนีไปมีคนอื่น”
อินทรเคยเรียกให้สามีของเหยื่อมาให้ปากคำแล้ว แต่พบว่าเหยื่อหนีออกไปเที่ยวกับผู้ชายคนอื่น และสามีเลี้ยงลูกอยู่บ้าน โดยอิงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน
จิรเมธเอ่ยถามขึ้น “คุณตำรวจมีอะไรอยากสอบถามเพิ่มไหมครับ”
“ไม่มีแล้วครับ ขอบคุณคุณหมอที่สละเวลามาคุยกับผมนะครับ” อินทรเอ่ย
“ยินดีครับ”จิรเมธยิ้มอย่างสุภาพ
หลังจากนายแพทย์จิรเมธออกไป อินทรก็ขอซื้อแก้วแกแฟใบนั้นของนายแพทย์จิรเมธจากร้านคาเฟ่
อินทรส่งแก้วกาแฟนั้นให้ภัทราวดี เพื่อส่งตรวจน้ำลาย ว่ามี DNA ตรงกับฆาตกรไหม
ณ บ้านพักอินทร
ติ๊ง!
อีเมลจากก้องพบ อินทรรีบเปิดดูทันที เขาเลื่อนอ่านข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนสะดุดกับข้อมูลชุดหนึ่ง สรุปใจความได้ว่า
นายแพทย์จิรเมธ ในทะเบียนบ้านเก่า มีชื่อแม่ของสารวัตรเมฆาอยู่ในนั้นด้วย ดูจากปีเกิด น่าจะเป็พี่สาวของนายแพทย์จิรเมธ พวกเขาเป็ญาติกัน แต่ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
ครืดดดดดด
อินทรมองไปที่โทรศัพท์ แล้วกดรับสาย
อินทร: ว่าไงก้องภพ?
ก้องภพ: ่เวลาที่พบศพที่ 13 นายแพทย์จิรเมธอยู่ที่อังกฤษครับ จากข้อมูลเที่ยวบิน เขาอยู่ที่นั้นอยู่แล้ว 4 วัน และเพิ่งบินกลับมาถึงไทยเมื่อวาน่เย็นครับ
อินทร: อื้ม ขอบใจมาก
ติ๊ด!
ครืดดดด
ติ๊ด!
อินทร: ผล DNA ตรงไหม
ภัทราวดี: ผลไม่ตรงกันค่ะ
อินทรเงียบไปครู่นึง เหตุการณ์ในอดีตก็ผุดขึ้นมา สมัยตอนที่เขาได้เลื่อนขั้นเป็ผู้หมวดใหม่ ๆ เมฆาพาไปเลี้ยงฉลอง และเคยเล่าให้ฟัง ว่าไม่ค่อยถูกกับน้าชายของตัวเอง เพราะเหตุผลบางอย่าง และเมื่อวานสารวัตรเมฆาก็เพิ่งตัดผมมาใหม่ น่าจะสั้นขึ้นมาอีก 2 เิเ สีผมก็ดำธรรมชาติ
อินทร: ขอบคุณมากครับ
ภัทราวดี: ค่ะ
ติ๊ด!
อินทรเริ่มไม่แน่ใจ หรือว่าฆาตกรตัวจริงกำลังหาแพะมารับบาปแทนหรือเปล่า
2 สัปดาห์ต่อมา
ณ บ้านพักของอินทร
ครืดดดดด…..
โทรศัพท์อินทรดังขึ้นกลางดึก อินทรควานหาโทรศัพท์จนเจอ ดูหน้าจอ สายนี้คือเพื่อนสมัยเรียนตำรวจด้วยกัน
อินทร: อื้ม ว่าไง
ปลายสาย: ฮึก...เศกมันประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อคืนนี้ เสียชีวิตคาที่
“...” มือเขาเย็นเฉียบ ในหัวมันเหมือนะเิเงียบที่กำลังไล่ล้างคนใกล้ตัว
ณ วัดในจังหวัดใกล้เคียง
มีคนมาร่วมงานไม่มาก ส่วนใหญ่คือญาติและเพื่อนรุ่นเดียวกัน อินทรยืนอยู่หน้ารูปถ่ายของเพื่อนสนิท
เศก คือเพื่อนสนิทที่เคยแชร์ห้องพักเดียวกัน เล่นเกม ดูบอลตอนสอบ คนที่เคยบอกเขาว่า
‘ถ้าไม่มีใครเชื่อในตัวมึง มึงจำไว้นะอิน กูนี่แหละที่เชื่อในตัวมึง!’
คำพูดในวันนั้นหวนกลับมาทำให้เขาน้ำตาไหล คนที่สนุกมาด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข แต่ตอนนี้ เศกกลายเป็ศพที่เย็นชืด อยู่ในโลงที่ประดับดอกไม้สีขาว
โลกความจริง
ผมอัพลงแอพ วันนี้ไม่ออกไปกินข้าว สั่งไรเดอร์เอา ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอ ว่าจะมีข้อความของอินทรเด้งมาตอนไหน
2 ชั่วโมงผ่านไป
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นอกจากคอมเมนต์ และยอดคนอ่าน
ยอดอ่าน: 1,725
คอมเมนต์:
giftttt: ฆาตกรคือสารวัตรเมฆาแน่ ๆ
Veena: เสียใจกับอินทรด้วยนะ ที่สูญเสียเพื่อนสนิทไป
Dalin: ฆาตกรอยู่ในคาบตำรวจจจจจจจ
Arant: อะไรกันครับเนี่ย!!
ผมดีใจที่คนอ่านอินกับนิยายที่ผมเขียน เดี๋ยวอีกหน่อยจะเปิดสร้างรายได้แล้ว รอก่อนนะ กยศ. กำลังผลิตเงินอยู่
แต่…อินทรหายไปเลย ไม่มีการทักท้วงบทนิยายที่ผมเขียน ทีแรกไม่อยากให้มีข้อความบ้า ๆ พวกนี้เด้งขึ้นมา แต่พออินทรบอกว่าเจ็บแผล ทรมาน วันนี้ผมเลยอยากให้ข้อความเ่าั้เด้งขึ้นมาอีกครั้ง อยากรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรบ้าง
ผมเริ่มพิมพ์ข้อความอีกครั้ง
? : อินทรอยู่ไหม
เงียบ
? : นายโกรธฉันหรอ ตอนนี้ฉันก็ทำให้แผลของนายหายแล้ว
เงียบ
เฮ้อ…ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่กำลังตามง้อตัวละครที่ตัวเองเขียนขึ้นมาเนี่ย!
(ฉากในห้องนอนของอินทรหยุดนิ่ง อินทรนั่งมองข้อความที่ปรากฏในหน้าจอมือถือ
? อินทร
? : ขอโทษ…ที่ทำให้อันตรายขนาดนั้น
? : อินทรอยู่ไหม
? : นายโกรธฉันเหรอ ตอนนี้ฉันก็ทำให้แผลของนายหายแล้ว
มือของเขาเริ่มกำโทรศัพท์แน่นขึ้น)