ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 15


    เขามุ่งหน้าไปที่คุกตรงไปกรงของนักพรตก่อนที่ตรงดิ่งจับหัวกระแทกกำแพงอย่างรวดเร็วโดยที่นักพรตยังไม่ได้พูดไรสักคำ เขากัดนิ้วนักพรตนำมันมาบางอย่างก่อนที่จะเดินกลับจวนมุ่งตรงเรือนของตน ก่อนที่จะเอนตัวอย่างไม่มีไรเกิดขึ้น วันนี้ก็ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
    ในตอนนี้เปลวไฟได้โหมกระหน่ำ ทหารลาดตะเวนต่างเห็นเปลวไฟที่ลุกสุกสกาวก็ต่างพากันตีกลองลั่น ปลุกผู้คนให้แตกตื่นในค่ำคืนนี้
    ฟ้าสร่างดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นชาวเมืองต่างพากันผวากับไฟไหม้เมื่อคืน หรือว่าคำสาปของนางปีศาจที่สาปแช่งกัน ชาวเมืองต่างซุบซิบไปทั่ว
    สกุลเฟยและสกุลอี้ต่างเหงื่อตก กับสายตาของชาวเมืองพากันรังเกียจ หน้าประตูจวนโดนไข่เน่าเสียปาไปทั่ว คนในสกุลอี้ต่างไม่พอใจกับนายหญิงรองเพราะนางแท้ๆ
    ข่าวไฟไหม้มาถึงไม่ทันไรชาวบ้านก็ต้องตื่นตระหนกอีกครั้ง นักพรตปลอมฆ่าตัวตาย ข้างศพมีอักษรเลือดเขียนอยู่ชาวบ้านต่างหวาดกลัวคำสาปนางปีศาจนั้น
    บุปผากำลังโรยรา
    นั้นคืออักษรเลือดที่เขียนศพนักพรต ชาวเมืองต่างงงงวย บุปผาใดคือกำลังโรยรา
    เฟยหลี่ตอนนี้นางได้ยินข่าวลือก็รู้สึกตกใจกับข่าวคำสาปของนางปีศาจเฟยเหยียน นี้นางเป็นปีศาจจริงหรือ เหตุใดหลังจากนางตายก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น นางก็รู้สึกกลัวขึ้นมาว่านางปีศาจนั้นจะมาแก้แค้น นางเตรียมตัวที่จะไปไหว้พระที่วัดเสียหน่อย
    ในตอนนี้ข่าวเรื่องคำสาปนางปีศาจลามไปถึงในวัง ฮ่องเต้ทรงไม่สบายใจจึงจัดพิธีขอขมาเทพเจ้าให้เกิดความสบายต่อประชาชนต่อด้วยงานเลี้ยงเฉลิมฉลองปลอบขวัญประชาชน
    จวนสกุลอี้ตอนนี้นายท่านใหญ่ได้กลับมาจากการไปดูสินค้าที่ต่างเมือง ไปไม่กี่วันก็ตกใจเหตุใดจึงเกิดเรื่องเยอะเช่นนี้แถมนั้นยังคนใกล้ตัวอีก
    เฟยหลี่เห็นสามีของกลับมา นางก็จัดงานเลี้ยงส่งเทียบเชิญไปมากมาย ถึงเป็นพ่อค้าที่ดูต่ำต้อยในสายตาผู้อื่นแต่เขาก็เป็นคนที่ร่ำรวยแถมยังเป็นบิดาของขุนนางในราชสำนักที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีเชียว พวกเขาต้องการฝูกญาติสนิทเกี่ยวดองด้วย
    ในจวนที่เงียบเหงาถูกประดับประดาอย่างสวยงามในพริบตา พวกบ่าวต่สงวุ่นวายหัวหมุนจนถึงเวลางานเลี้ยงกำลังจะเริ่ม พวกแขกเริ่มทยอยกันเข้ามา
    ฟ่านเว่ยกำลังนอนชมวิวอยู่นั้นได้ยินเครียดแค้นของหลงเปา
    "เกินไปแล้ว รังแกกันเกินไป"ฟ่านเว่ยหันไปมองหลงเปาที่เดินเข้ามากัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบียน
    "หลงเปาน้อย มีเรื่องอะไรหรือ ท่าทางบูดบึ้งนั่นใครทำอะไรเจ้าบอกข้าสิ ข้าจะจัดการให้"ฟ่านเว่ยปลอบหลงเปาท่าทางสบายๆ
    "ก็พวกนางแม่มดแ- นายหญิงสิขอรับ งานเลี้ยงต้อนรับนายท่ายใหญ่ทั้งทีแต่กลับไม่ให้ท่าน ที่เป็นลูกสะใภ้ไปร่วมงาน นางไม่ยอมแจ้งกล่าวกันแบบนี้กลั่นแกล้งเกินไปแล้ว"หลงเปากระโดดฟุดฟัด เหมือนลูกสุนัขตัวน้อย ฟ่านเว่ยเย้ยหยันยิ้มออกมา
    "โอ้ งานเลี้ยงงั้นหรือ"ฟ่านเว่ยพูดเสียงลาก เขาเลียมุมปากนั้น ก่อนลุกขึ้นนั่ง
    "ใช่สิขอรับ"หลงเปาแทบร้องไห้ พวกนางไม่บอกกล่าวพวกเขา
    "งั้นไปกัน"ฟ่านเว่ยลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไป
    "ไปหรือขอรับ ไปไหน"หลงเปากระพริบปริบๆ
    "ไปเปลี่ยนเสื้อ งานเลี้ยงทั้งทีถ้าปล่อยให้พวกนั้นรับแขกคงน่าเบื่อแย่ ต้องเติมสัสันไปหน่อยสิถึงจะดี "ฟ่านเว่ยเอยจบก็เดินเข้าไปในเรือนพร้อมรอยยิ้ม หลงเปามองตามหลังของนายตน รู้สึกตื่นเต้น ลางบางอย่างเตือนเขาว่าวันนี้คงมีต้องเรื่องไรเกิดขึ้นเป็นแน่
    ฟ่านเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วย เขาเดินออกมาด้วยชุดสีแดงสดหรูหรา ถือพัดในมือโบกไปมา ดูสง่างาม หรี่ตายิ้มให้กับหลงเปา หลงเปาเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกเขินอาย เขาอยากวิ่งออกไปแล้วตะโกนดัง 'นายข้าสง่างามเช่นนี้ท่านจะฆ่าข้าหรือ'
    ในตอนนี้แขกเรื่อทยอยกันมาเยอะแล้ว ต่างพากันจับกลุ่มคุยกัน พลันนั้นบริเวณก็เงียบลงก่อนเห็นชายหนุ่มรูปงามชุดแดงเดินไขว้หลังมาอย่างสง่างามเหมือนกับองค์ชาย เหล่าดุรณีเห็นต่างแดงก้ำ ชะเลืองแอบมองบิดตัวไปมา
    เขามาด้วยตัวคนเดียว ไม่ได้หลงเปามาด้วย
    ทันใดนั้นดุรณีสาวน้อยผู้หนึ่งนางสวมชุดสีฟ้าอ่อนๆเดินเข้ามาทักทายฟ่านเว่ยด้วยรอยยิ้ม
    "คารวะพี่สะใภ้เจ้าค่ะ"เมื่อเสียงนั้นสิ้นลง ผู้คนต่างตกตะลึง นั้นคือคุณหนูเจ็ดสกุลอี้ อี้เหม่ย พี่สะใภ้งั้นหรือ สะใภ้ที่แต่งเข้ามาแล้วเป็นผู้ชายก็คือ ภรรยาของท่านเสนาบดี ภรรยาที่ว่ากันว่าโง่เขลานั้น เหล่าดุรณีต่างใจสลาย
    "น้องเจ็ดนี้เอง วันนี้เจ้าแต่งตัวงดงามเชียว"ฟ่านเว่ยหลุดยิ้มออกมา อี้เหม่ยได้ยินคำชมนั้นนางก็พลันเกิดรอยแดงฝาดที่หน้าขึ้น
    "ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่สะใภ้แต่วันนี้คนที่งดงามที่สุดในนี้ก็คงเป็นท่าน"นางเอยกล่าวก่อนที่จะได้เสียงที่ดูถูกเหยียดหยามดังขึ้น เมื่อมองไปเห็นหญิงสาวชุดแดงเย้ายวนเดินมา
    "หึ คนโง่กับลูกของอีตัวไม่มีใครคบจนต้องคบกันเอง ฮา "นางพูดจบก่อนที่จะสบตาของฟ่านเว่ย เมื่อนางเห็นดวงตาของฟ่านเว่ยนางก็อดสั่นไม่ได้ เรื่องน่าขายหน้านั้นฝุดขึ้นมา นางหวาดกลัวขาสั่นนางจะให้มันชดใช้ ก่อนที่จะหลบสายตาไปเห็นสีหน้านิ่งของอี้เหม่ย นางก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วช้าก่อนเดินออกไป ฟ่านเว่ยมองรอมยิ้มสุดท้ายของนางก่อนจากไปเขาเลิกคิ้วขึ้นก่อนที่จะยิ้ม
    สายตาไปเห็นผู้หนึ่งเข้า เฉียวหลิง ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี้ลูกขุนนางมาร่วมงานกับพ่อค้า อืม คงไม่พ้นที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับท่านเสนาบดีสินะ ท่านเสนาบดียังไม่ได้เลือกข้างฝั่งไหน แต่ตอนนี้เขาก็ไม่อยู่ สักพักเสียงของบ่าวดังขึ้นให้มารับเชิญให้แขกเข้าไปที่สวนที่จัดงาน
    พวกเขาเดินไปที่สวนที่สวยงาม ฟ่านเว่ยหยุดนิ่งก่อนที่จะเข้าไปนั่ง อี้เหม่ยนางก็มานั่งข้างเขาที่นี้พวกเขาจะนั่งที่ไหนก็ได้ งานเลี้ยงได้เริ่มขึ้น
    "ขอบคุณทุกคนที่มา วันนี้ข้ามาถึงก็ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง คงทำให้ทุกคนหวาดกลัว เพราะฉะนั้นวันนี้ข้าขอให้ทุกคนลืมเรื่องนั้นไป แล้วเรามาสังสรรค์กันเถอะ"อี้เฮยยกจอกเหล้าขึ้นก่อนจะคารวะแล้วดื่มมันลง
    แขกทุกคนเห็นก็พากันดื่มตาม เสียงหัวเราะครึกครื้นในงาน เหล่านางระบำที่สวยงามต่างออกมาสร้างความสำราญให้กับแขกเรื่อ
    "วันนี้ข้าอยากมาสร้างความสำราญให้กับทุกคน ข้าจะดีดกู่ฉิน"เสียงที่แสนจะเย้ายวนดังออกมา ปรากฎหญิงสาวชุดแดงนั่งลงพร้อมดีดกู่ฉินนั้นเสียงใส บรรดาแขกชายต่างเหม่อลอยกับความงามนั้นของอี้เหลียน
    อี้เหม่ยนางมองอย่างเฉยชา ก่อนที่จะหยิบจอกเหล้าขึ้นมาดื่ม ฟ่านเว่ยเห็นดั่งนั้นก็ยกมือขึ้น
    "น้องเจ็ด ข้าว่าเจ้าอย่าดื่มเลย"ฟ่านเว่ยยิ้มออกมาสื่อความหมาย หรี่ตามองจอกที่อี้เหม่ยถืออยู่ อี้เหม่ยสะดุ้งก่อนที่จะเข้าใจความหมายในดวงตาคู่นั้นของฟ่านเว่ย นางกัดริมฝีปากขบเบาๆ ก่อนหรี่สายตาเย็น บีบจอกนั้นแน่นจนเกือบปริบแตก
    ฟ่านเว่ยหัวเราะเบาๆก่อยที่จะหันไปมองจอกของตนเองและดื่มไป สิ้นเสียงกู่ฉินได้ยินเสียงปรบมืออี้เหลียนนางก็ลุกขึ้นอยู่ยิ้มอย่างเขินอายก่อนเดินกลับเข้าไป
    "ดูสิ เด็กคนนี้ต้องทำให้ขายหน้าแล้ว"เฟยหลี่นางแสร้งทำเป็นกล่าวว่า แต่ดวงตาเผยความภาคภูมิ
    "ตอนนี้การแสดงของคุณหนูหกจบไปแล้ว แต่ก็มีอีกหนึ่งที่อยากขึ้นมาแสดง"เฟยหลี่พูดขึ้น ก่อนหันไปมองฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยเหลือบมองนางอย่างแผ่วเบา นางแสดงสายตาเจตนาร้ายออกมา
    "อะไรกัน ท่านแม่ให้คนโง่ เอ๊ย พี่สะใภ้ไปแสดงข้าเกรงว่า"อี้เหลียนแสร้งทำเป็นกังวล มุมปากยกยิ้มขึ้น
    "คุณหนูหก ยังไงซะฮูหยินสามก็เป็นถึงภรรยาหลวงของขุนนางเชียวนะเจ้าคะ คงเป็นสักอย่าง"สาวใช้ลอบยิ้มอย่างดูถูก
    อี้เหม่ยลอบมองฟ่านเว่ย พี่สะใภ้ของตนจะทำเยี่ยงไร ตอนนี้หน้าแดงก้ำไม่ใช่เขินอายแต่กำลังโกรษ ฟ่านเว่ยเพียงแค่ยิ้มเบาที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืน หลงเปาเห็นนายตนแบบนั้นก็อยากจะห้ามไว้
    "ถ้าป้ารองกับคุณหนูหกอยากเห็นข้าก็ไม่ว่าไร ยินดีด้วยซ้ำ ข้าจะทำให้ทุกคนได้เพลิดเพลินเอง"ในดวงตาประกายแสงเย็น ก่อนที่เขาจะเดินไปหน้าคนผู้หนึ่งที่ถือดาบ
    "ลูกสะใภ้ ถ้าเจ้าแสดงไม่ได้ก็พูดไปเถอะ พวกข้าเข้าใจ"เฟยหลี่มองท่าทางของฟ่านเว่ย คนโง่คิดจะทำอะไรของมัน
    "ข้าขอยืมดาบเล่มนั้นของท่านได้หรือไม่"ฟ่านเว่ยยิ้มให้คนผู้นั้น คนผู้นั้นเหม่อลอยก่อนมอบดาบให้อย่างไม่ถือสา
    ฟ่านเว่ยจับดาบขึ้นมือลูบไล้มันท่ามกลางสายตางงงวย เขาค่อยๆถอดดาบจากปลอกดาบเผยให้เห็นแสงเงินที่ส่องสะท้านใบหน้าของฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยยิ้ใออกมาด้วยความตัวสั่น ตอนนี้มือของสั่น เลือดพลุ่งพล่านในกายร้อนขึ้นมา เขาเริ่มไล่รำ ตวัดดาบตามสายลมใบไม้ที่พริ้วไหวกำลังเต้นไปตามดาบที่เขากวัดแกว่งอย่างกับมีเวทมนต์ ชายหนุ่มรูปงามที่ในชุดแดงกวัดดาบท่ามกลางดอกไม้ที่ดูทั้งแข็งแกร่งและอ่อนไปตามสายลม เขารำดาบที่ต้องเสน่ห์ผู้คนต่างเหม่อลอย ก่อนที่จะหยุดดาบลง
    เฟยหลี่ตกใจ หัวใจสั่นมือไม้เกร็ง นางมีเหงื่อไหลออกมาจำนวนมาก ปลายดาบนั้นหยุดอยู่ลำคอของนาง แค่นางขยับคอคู่นั้นคงมีเลือดไหลออก นางหยุดนิ่งก่อนสบตาที่เย็นเฉียบของฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยสะกดอารมณ์บ้าคลั่งในกายก่อนที่จะเขาจะกดดาบนั้นลงคอนั้นซะ ฟ่านเว่ยถอนดาบออกแล้วยิ้มร่า เหล่าแขกต่างหยุดนิ่งเหมือนยังต้องมนต์สะกดอยู่ ต่างปรบมือเสียงดัง พร้อมเสียงหัวเราะออกมา ฟ่านเว่ยเพียงแค่ยิ้มก่อนกลับไปที่นั่งตัวเอง