ท้องฟ้าภายนอกเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วงของยามพลบค่ำ แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ราวกับเป็สัญญาณเตือนว่า่เวลาแห่งแสงสว่างกำลังจะหมดลง และความมืดมิดกำลังจะเข้ามาปกคลุมชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง รถเก๋งซีดานสีขาวคันเก่าของ ชัยกร เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบที่หน้าล็อบบี้ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมือง ซึ่งดูขัดแย้งกับสภาพรถที่ดูธรรมดาจนเกือบจะซอมซ่อ
ภายในรถ เครื่องปรับอากาศทำงานเสียงดังหึ่มๆ แข่งกับเสียงหัวใจของ ริน ที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวในชุดเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ดูเรียบร้อยมิดชิด นั่งกำมือแน่นอยู่บนเบาะข้างคนขับ บนตักของเธอมีถุงกระดาษใบใหญ่ที่บรรจุ "ชุดทำงาน" ของเธอเอาไว้
ชัยกรดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองรินด้วยสีหน้าที่ปั้นแต่งให้ดูเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับคนที่แบกโลกไว้ทั้งใบ
"ริน..." ชัยกรเอ่ยเสียงสั่นเครือ "พี่ถามอีกครั้งนะ... รินแน่ใจแล้วเหรอ? พี่... พี่รู้สึกผิดจริงๆ ที่ต้องให้รินมาทำอะไรแบบนี้เพื่อทีม พี่มันไร้น้ำยาเองที่หาสปอนเซอร์ด้วยวิธีปกติไม่ได้"
รินหันไปมองหน้าผู้จัดการที่เธอเคารพรักเหมือนพี่ชาย ความลังเลใจฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยวูบหนึ่ง เธอคิดถึงใบหน้าของ กานต์ สามีผู้เป็ที่รัก คิดถึงรอยยิ้มของ น้าชัย และคิดถึงภาพบรรยากาศในอู่เมื่อตอนบ่ายที่ทุกคนยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานทั้งที่รู้ว่าจุดจบกำลังรออยู่ข้างหน้า ภาพเ่าั้บีบคั้นหัวใจเธอจนเจ็บหนึบ
"พี่กรไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ" รินเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อเชิ้ตของชัยกรเบาๆ เพื่อปลอบโยน ทั้งที่คนที่น่าสงสารที่สุดในตอนนี้คือตัวเธอเอง "พี่ทำเพื่อทีมมาเยอะแล้ว พี่ทำดีที่สุดแล้วค่ะ... เื่นี้รินตัดสินใจเอง รินทำเพื่อกานต์ เพื่อทีมของเรา... รินโอเคค่ะ"
ชัยกรเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาดูเหมือนจะซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอ (ซึ่งรินไม่มีทางรู้เลยว่ามันคือการแสดงขั้นเทพ) เขาพยักหน้าช้าๆ "ขอบใจมากนะริน... ถ้าเสร็จธุระแล้วรีบโทรบอกพี่นะ พี่จะรอฟังข่าวดี"
รินพยักหน้ารับ เธอหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าสวยหวานเอาไว้ เหลือเพียงดวงตาคู่คมที่ฉายแวววิตกกังวล เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าเฮือกสุดท้าย ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวลงไปเผชิญกับโชคชะตา
หญิงสาวร่างบางเดินผ่านโถงล็อบบี้ที่ปูด้วยหินอ่อนราคาแพง กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในโรงแรมหรูทำให้เธอรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะอาเจียน รินพยายามก้มหน้าเดินเลี่ยงผู้คนตรงไปยังลิฟต์ กดชั้นที่ได้รับแจ้งมา ตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้นเหมือนการนับถอยหลังสู่นรก
ก๊อก... ก๊อก...
รินเคาะประตูห้องสวีทหมายเลข 1809 ด้วยมือที่สั่นเทา ไม่นานนักเสียงปลดล็อกประตูก็ดังขึ้น บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน ผิวมันเยิ้ม ศีรษะล้านเลี่ยน เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเพียงตัวเดียวที่ผูกปมไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขนหน้าอกที่ดูรกตา
สายตาของชายคนนั้น—เสี่ยอ้วน เ้าของธุรกิจอสังหาฯ—กวาดมองรินั้แ่หัวจรดเท้าด้วยความหื่นกระหาย แม้เธอจะอยู่ในชุดมิดชิด แต่เขาก็ดูออกว่าภายใต้เสื้อผ้านั้นซ่อนรูปสมบัติล้ำค่าขนาดไหน
"เชิญ... เข้ามาสิหนู" เสียงแหบพร่าเอ่ยเชื้อเชิญ
รินก้าวเข้าไปในห้อง กลิ่นซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นโคโลญจน์ฉุนจมูกลอยมาแตะจมูก เธอไหว้เขาอย่างนอบน้อมตามมารยาท "สะ... สวัสดีค่ะท่าน"
เสี่ยอ้วนยิ้มกริ่ม เขาพยักหน้าไปทางห้องน้ำ "ไม่ต้องพิธีรีตองมาก... ไปเปลี่ยนชุดซะ เอาชุดที่เตรียมมานั่นแหละ ฉันอยากเห็นสินค้าเต็มๆ ตา"
รินรับคำเสียงเบาแล้วรีบเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำหรู เธอล็อกประตูลงกลอนแ่า ราวกับว่ากลอนประตูนี้จะช่วยปกป้องเธอจากความจริงที่โหดร้ายได้ หญิงสาววางถุงกระดาษลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าที่ซีดเซียวตอบกลับมา
มือเรียวค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อแขนยาวออกทีละเม็ด เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนม บราเซียร์ตัวเรียบๆ ถูกปลดออก ปล่อยให้หน้าอกคู่โตเด้งผึงออกมาเป็อิสระ รินค่อยๆ ถอดกางเกงขายาวและกางเกงชั้นในตัวเก่งของเธอออก พับเก็บไว้อย่างดี ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบชุดจากถุงกระดาษ... ชุด Race Queen สีแดง-ขาว ประจำทีม Vortex Apex Racing
เธอเริ่มจากการสวมถุงน่องแบบเต็มตัว (Pantyhose) เนื้อบางเฉียบสีเนื้อที่เนียนไปกับผิว ััของไนลอนที่รัดรึงเรียวขาทำให้เธอรู้สึกหวิวๆ จากนั้นจึงหยิบชุดวันพีซเกาะอกขึ้นมาสวม
มันเป็ชุดที่ออกแบบมาเพื่อโชว์สรีระอย่างถึงพริกถึงขิง ตัวชุดตัดเย็บจากผ้าหนังสังเคราะห์มันวาวสีแดงสลับขาว เมื่อรินดึงมันขึ้นมาสวม ความคับแน่นของมันบีบรัดเรือนร่างของเธอจนแทบหายใจไม่ออก โดยเฉพาะ่หน้าอก... เกาะอกตัวจิ๋วพยายามโอบอุ้มปทุมถันไซส์มหึมาของเธอเอาไว้อย่างยากลำบาก เนื้อนูนขาวผ่องล้นทะลักออกมา้าจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ยิ่งขยับตัว ยอดอกสีหวานที่ซ่อนอยู่ข้างในก็เสียดสีกับเนื้อผ้าจนแข็งเป็ไต
กระโปรงของชุดนั้นสั้นกุดจนแทบจะปิดแก้มก้นไม่มิด เพียงแค่เธอก้มตัวเล็กน้อย ความขาวของบั้นท้ายก็จะโผล่ออกมาทักทายโลกภายนอกทันที รินจัดแจงชุดให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาจัดการกับทรงผม
เธอแกะยางมัดผมที่รวบไว้เป็หางม้าต่ำออก ปล่อยผมยาวสลวยให้ตกลงมาแผ่เต็มแผ่นหลัง จากนั้นเธอหยิบหวีขึ้นมาจัดทรง แบ่งผมออกเป็สองข้างเท่าๆ กัน แล้วบรรจงมัดเป็ทรง ทวิลเทล (Twin Tails) หรือผมแกละสองข้างยกสูง ทรงผมนี้ทำให้ใบหน้าสวยคมของเธอดูน่ารักและเด็กลงราวกับตุ๊กตา แต่มันกลับสร้างความขัดแย้งที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนได้อย่างน่าประหลาด... ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาเหมือนเด็กสาว แต่เรือนร่างกลับอวบอัดยั่วยวนเหมือนแม่วัวพันธุ์ดี
รินมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง... ภาพที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ภรรยาผู้แสนดีของกานต์อีกต่อไป แต่เป็ "เรซควีนสาว" ที่พร้อมจะถูกใช้งาน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ จนหน้าอกกระเพื่อมไหว
‘ยังทันนะริน... ถ้าจะหนีก็ต้องตอนนี้’ เสียงเล็กๆ ในหัวะโบอก ‘แต่ถ้าหนี... ทีมก็จะจบ กานต์ก็จะไม่มีที่ยืน’ อีกเสียงหนึ่งแย้งขึ้นมาทันควัน
รินหลับตาลง ข่มความกลัวและความละอายใจไว้ในส่วนลึกที่สุด เธอตัดสินใจแล้ว... เธอจะทำเพื่อกานต์ มือเรียวเอื้อมไปปลดล็อกประตูห้องน้ำ เสียง คลิก เบาๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงตัดขาดจากโลกใบเดิม
ประตูห้องน้ำเปิดออก รินเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่พยายามจะมั่นใจเหมือนตอนเดินอยู่ในพิตเลน แต่แก้มที่แดงระเรื่อและแววตาที่หลุบต่ำกลับฟ้องถึงความประหม่า
เสี่ยอ้วนที่นั่งรออยู่บนโซฟาปลายเตียงถึงกับตาเบิกโพลง เขาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นร่างระหงในชุดรัดรูปเดินออกมา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกูเาไฟที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการเดิน และเรียวขาขาวเนียนภายใต้ถุงน่องบางๆ เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความหิวกระหาย
"โอ้โห... ของจริงสวยกว่าในรูปเยอะเลยนี่หว่า... น่าเย็ดชิบหาย" เขาพึมพำออกมาโดยไม่เกรงใจ
รินสะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดหยาบคายนั้น แต่เธอก็ยังยืนนิ่งยอมให้สายตาโลมเลียของเขาสํารวจร่างกายเธอทุกตารางนิ้ว
"เอ่อ... เื่สัญญา... ที่ท่านจะมาเป็สปอนเซอร์ให้ทีมเรา..." รินรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเสียงสั่น
เสี่ยอ้วนหัวเราะในลำคอ เขาเดินเข้ามาใกล้เธอจนรินได้กลิ่นลมหายใจเหม็นๆ "เื่นั้นน่ะเหรอ... มันก็ขึ้นอยู่กับหนูแล้วล่ะจ้ะ"
เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงคืบเดียว "ว่าหนู... จะยอมรับเงื่อนไขของฉันได้ถึงใจแค่ไหน"
รินเงยหน้ามองสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
"รินยอมรับเงื่อนไขค่ะ... รินยอมทำทุกอย่าง ขอแค่ท่านช่วยทีมของเรา"
เสี่ยอ้วนแสยะยิ้มกว้างจนตาหยี "ดี... พูดง่ายๆ แบบนี้สิเฮียชอบ งั้นเรามาเริ่ม 'พิสูจน์' ความตั้งใจของหนูกันเลยดีกว่า"
รินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องหรู สายตาจับจ้องไปที่ปมเชือกผูกเอวของชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่กำลังถูกมือหนาอูมของเสี่ยอ้วนกระตุกออกอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหยุดเดิน ความเงียบภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของชายตรงหน้า
"ไหนดูซิ... ว่าเรซควีนเบอร์หนึ่งจะมีความตั้งใจแค่ไหน"
สิ้นเสียงแหบพร่า ปมเชือกก็คลายออก สาบเสื้อคลุมแยกออกจากกันเผยให้เห็นเรือนร่างที่แท้จริงของสปอนเซอร์รายใหญ่ ร่างกายของเขานั้นเต็มไปด้วยชั้นไขมันที่กระเพื่อมไหว ิัมันเลื่อมและมีขนดกหยาบปกคลุม่หน้าอกและหน้าท้อง แต่สิ่งที่ทำให้รินต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงไม่ใช่ความอัปลักษณ์ของรูปร่าง แต่เป็ "อาวุธร้าย" ที่ซุกซ่อนอยู่หว่างขา
ความเป็ชายของเขามันช่าง... มหึมา
รินอ้าปากค้าง ลมหายใจสะดุดเฮือกเมื่อได้เห็นแท่งเนื้อขนาดมหึมาที่กำลังผงาดง้ำค้ำโลก มันมีขนาดใหญ่โตและยาวเหยียดจนน่ากลัว เส้นเืปูดโปนพาดผ่านลำแท่งสีคล้ำดูราวกับงูั์ที่กำลังโกรธเกรี้ยว ส่วนหัวบานหยักนั้นแดงก่ำและดูคุกคามอย่างถึงที่สุด หากเทียบกับของกานต์ สามีของเธอที่มีขนาดมาตรฐานชายไทยทั่วไปแล้ว ของเสี่ยคนนี้มันเปรียบเสมือนปีศาจร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างกายเธอให้แหลกสลาย
ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง รินเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ภาพจินตนาการอันน่าสยดสยองผุดขึ้นมาในหัว... ถ้าไอ้สิ่งนี้มันเข้ามาอยู่ในตัวเธอ ร่างกายของเธอจะรับมันไหวได้อย่างไร? มันจะต้องเ็ปเจียนตายแน่ๆ ช่องทางรักที่กานต์เคยเข้าไปอย่างง่ายดายคงจะต้องฉีกขาดไม่มีชิ้นดี
"จะยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะจ๊ะ?" เสี่ยอ้วนแสยะยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาว เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง กางขาออกกว้างจนแท่งเนื้อั์นั้นดีดผึงชี้หน้าเธอ "มานี่... มาทำความคุ้นเคยกับ 'เ้านาย' คนใหม่ของหนูหน่อย"
เขาตบมือลงบนพื้นที่ว่างระหว่างขา ออกคำสั่งเสียงเข้ม "คุกเข่าลง!"
รินสะดุ้งเฮือก ขาของเธอสั่นเทาแต่สมองสั่งการให้ทำตามคำสั่งเพื่อความอยู่รอดของทีม หญิงสาวในชุดเรซควีนค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรม สายตาของเธอยังคงไม่อาจละไปจากท่อนเนื้อตรงหน้าที่อยู่ระดับสายตาพอดี กลิ่นคาวเฉพาะตัวของบุรุษเพศลอยมาแตะจมูกจนเธอต้องกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืด
"เลียมันซะ" คำสั่งสั้นๆ แต่เฉียบขาดดังขึ้น
รินเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาอ้อนวอนเล็กน้อย เธอไม่เคยทำเื่แบบนี้มาก่อน แม้แต่กับกานต์ เธอก็ไม่เคยใช้ปากให้เขาอย่างจริงๆ จังๆ สักครั้ง แต่สายตาที่กดดันของเสี่ยทำให้เธอรู้ว่าไม่มีทางเลือก มือเรียวสั่นระริกค่อยๆ เอื้อมไปััแท่งร้อนผ่าวนั้น ความร้อนของมันลวกมือเธอจนสะดุ้ง ผิวััของมันแข็งเกร็งและเต้นตุบๆ สู้มือ
เธอค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ลมหายใจร้อนๆ ของเธอรดรินส่วนหัวบานหยัก รินหลับตาลงแน่นก่อนจะลองใช้ลิ้นเล็กๆ แตะลงไปเบาๆ ที่ส่วนปลายราวกับแมวเลีย ความรู้สึกขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาในอก แต่เธอก็พยายามกลั้นใจใช้ลิ้นลากผ่านส่วนหัวนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"อืม..." เสี่ยครางต่ำในลำคอ แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว "ทำบ้าอะไรของหนู? แมวเลียหรือไง? อ้าปาก! อมมันเข้าไป!"
รินสะดุ้งใ เธอรีบอ้าปากออกกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามจะส่วนหัวที่บานใหญ่นั้น ทว่าด้วยความที่ไม่ประสีประสา ฟันซี่เล็กของเธอจึงเผลอไปครูดกับผิวเนื้ออ่อนบางของเขาเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย! อีโง่! มึงจะกัดควยกูเหรอ!?"
เพียะ!!
ฝ่ามือหนาฟาดเข้าที่แก้มเนียนใสของรินเต็มแรง แรงตบนั้นส่งผลให้ร่างบางของเรซควีนสาวกระเด็นคว่ำไปกองกับพื้นพรม ใบหน้าสวยสะบัดไปตามแรง รสเืฝาดเฝื่อนซึมออกมาที่มุมปาก ความเ็ปแล่นริ้วขึ้นมาที่แก้มข้างซ้ายจนชาหนึบ น้ำตาเม็ดโตเอ่อล้นออกมาทันทีด้วยความใและเ็ป
"ทะ... ท่านคะ... รินขอโทษ... รินทำไม่เป็..." รินพูดยกมือไหว้เสียงสั่นเครือ ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกที่าเ็
เสี่ยอ้วนลุกขึ้นยืนมองเธอด้วยสายตาดุดัน เขาไม่ได้มีความสงสารเลยแม้แต่น้อย "ทำไม่เป็ก็ต้องหัด! กูจ่ายเงินมาเป็ล้านไม่ได้มาให้มึงกัดเล่นนะเว้ย! ลุกขึ้นมา!"
เขากระชากผมแกละทรงทวิลเทลของเธออย่างแรงจนหน้ารินหงายเงิบขึ้น ความเจ็บที่หนังศีรษะทำให้เธอต้องนิ่วหน้า เขาลากเธอกลับมาที่หว่างขาอีกครั้ง มือหนาบีบแก้มเธอจนปากจู๋ บังคับให้เธออ้าปากรับความเป็ชายของเขาเข้าไปอีกครั้ง
"จำใส่หัวไว้... ปากของมึงมีหน้าที่ทำให้กูพอใจ ห้ามใช้ฟันเด็ดขาด ใช้แต่ลิ้นกับคอ... เข้าใจไหม!"
เขาไม่อนุญาตให้เธอตอบ มือข้างหนึ่งจิกกลุ่มผมด้านหลังของเธอไว้แน่น อีกมือจับท่อนเอ็นั์ยัดเยียดเข้าไปในโพรงปากนุ่มของเธออย่างรุนแรง
"อื้อออ!!" รินส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อความใหญ่โตนั้นรุกล้ำเข้ามาจนคับปาก ความคับแน่นทำให้ขากรรไกรของเธอแทบค้าง ลิ้นของเธอถูกดันจนแทบไม่มีที่อยู่ รสชาติเฝื่อนคอและกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วปาก
"ดี... แบบนั้นแหละ ดูดมันแรงๆ เหมือนดูดไอติม" เสี่ยสั่งพร้อมกับเริ่มขยับเอวสวนกระแทกเบาๆ
รินน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เธอพยายามปรับตัวตามจังหวะที่เขาบังคับ ลิ้นเรียวตวัดเลียไปรอบๆ ลำแท่งตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด พยายามห่อปากครอบคลุมความใหญ่โตนั้นให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้โดนตบอีก ยิ่งทำเธอก็ยิ่งตระหนักว่าสิ่งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการ ยิ่งมันขยายตัวเต็มที่ในปากเธอ เธอก็ยิ่งหวาดกลัวว่าเมื่อถึงเวลาที่มันต้องเข้าไปในส่วนล่างของเธอ มันจะฉีกเธอออกเป็ชิ้นๆ
"นั่นแหละ... เด็กดี" เสี่ยเริ่มกดหัวเธอลงต่ำขึ้น บังคับให้แท่งเนื้อเข้าไปลึกกว่าเดิมจนชนกับลิ้นไก่ "ลึกอีก! กูอยากให้มึงกลืนมันลงไปให้หมด!"
"อึก... อื้อ... อ๊อก!" รินสำลักน้ำตาไหลพราก ความยาวของมันแทงลึกเข้าไปในลำคอจนเธอรู้สึกเหมือนจะอาเจียน ร่างกายกระตุกเกร็งตามสัญชาตญาณการต่อต้าน แต่เสี่ยอ้วนกลับไม่ยอมหยุด เขาจิกหัวเธอแน่นแล้วเริ่มซอยสะโพกเข้าออกใส่ปากเธอรัวเร็วขึ้น ราวกับว่าปากของเธอคือช่องคลอดที่เขากำลังระบายความใคร่
เสียง แจ๊บ... แจ๊บ... จากน้ำลายที่เยิ้มออกมามุมปากผสมกับเสียงครางต่ำของเสี่ยดังก้องห้อง รินต้องทนรองรับแรงกระแทกที่ไร้ความปรานี หัวของเธอโยกคลอนไปตามแรงส่ง ผมทวิลเทลที่เคยจัดทรงสวยบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง
ผ่านไปพักใหญ่ เสี่ยอ้วนก็เริ่มส่งเสียงคำรามในลำคอ ร่างกายของเขาเกร็งเขม็ง บ่งบอกว่าใกล้จะถึงฝั่งฝัน "อ่า... กูจะแตกแล้ว... อ้าปากกว้างๆ อีหนู! รับน้ำของกูไป!"
แทนที่จะถอนออก เขากลับกดศีรษะของรินแช่นิ่งไว้ แล้วกระแทกสวนเข้าไปจนมิดด้าม อัดความใหญ่โตอุดรูคอของเธอจนสนิท รินตาเหลือกโพลงด้วยความทรมาน เธอหายใจไม่ออก พยายามจะดิ้นรนหนีแต่ก็สู้แรงควายของเขาไม่ได้
พรวด... พรวด...
ธารน้ำอุ่นข้นจำนวนมหาศาลถูกฉีดพ่นเข้าไปในลำคอของรินโดยตรง รินสำลักหน้าแดงก่ำแต่จำต้องกลืนกินของเหลวคาวเ่าั้ลงไปบางส่วนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนที่เหลือล้นทะลักออกมาทางมุมปากและจมูก ไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนชุด Race Queen สีแดงสวยจนเลอะเทอะ
เสี่ยอ้วนกดแช่อยู่แบบนั้นจนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ ถอนอาวุธร้ายออกมา ปล่อยให้ร่างของรินร่วงลงไปกองกับพื้น เธอนอนไอโขลกๆ อย่างหนัก สำลักทั้งน้ำลายและคราบอสุจิ หน้าอกสะท้อนขึ้นลงรุนแรงเพื่อโกยอากาศเข้าปอด น้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าสวย
เสี่ยอ้วนมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจและขบขัน "ฮ่าๆๆๆ... ดูสภาพมึงสิ โคตรน่าสมเพชเลยว่ะ แต่มึงเรียนรู้เร็วนะเนี่ย"
เขาใช้เท้าเขี่ยที่ขาของเธอเบาๆ "ลุกขึ้นมา! อย่าเพิ่งตาย... ของจริงมันอยู่บนเตียง นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นแหละ"
เขาก้มลงกระชากแขนรินให้ลุกขึ้น ลากร่างที่อ่อนปวกเปียกของเธอตรงไปที่เตียงกว้าง โดยไม่รอให้เธอได้พักหายใจ ความโหดร้ายของจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้... มันจะไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว