ตอนที่ 11 วิหารปฐมอสูร
“เ้าว่าอะไรนะ!!” จักรพรรดิครัสโตเมียพลันลุกพรวดขึ้นเพราะถ้อยคำของาาเอลฟ์ เมื่อหลายสิบปีก่อน จักรพรรดิครัสโตเมียต้องสูญเสียขุมกำลังหลักอย่างผู้กล้าไปกับการเข้าห้ำหั่นกับจอมมาร การศึกในครั้งนั้นทำให้เผ่าปีศาจต้องร่นถอยและไม่รุกรานเผ่ามนุษย์เลยแม้แต่น้อยตลอดหลายสิบปี าแที่จอมมารได้รับ มันสมควรไม่กล้าทำากับมนุษย์ไปอีกราวเกือบร้อยปี นี่าาเอลฟ์จะบอกว่าจอมมารฟื้นตัวขึ้นมาแล้วรึ!!
“ข้อมูลนี้น่าเชื่อถือได้แค่ไหน” ผู้กล้านาร์เนียที่เป็คนเงียบๆ จำต้องซักถามด้วยตัวเอง าาเอลฟ์เป็พวกเ้าเล่ห์เพทุบาย หากไม่มีหลักฐานยืนยันเกรงว่าคงจะไม่น่าเชื่อถือเลย
ทันใดนั้น บานประตูของห้องประชุมพลันเปิดออกอย่างรุนแรง มันปรากฏเป็ผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้าแห่งราชอาณาจักรตาโตโมฟ ผู้คนทั้งสิบแปดคนต่างจับจ้องไปที่ผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้าตาเขม็ง การประชุมนี้อยู่ในระดับความลับสุดยอดของระหว่างสามราชอาณาจักร การรบกวนการประชุมมีโทษมากถึงปะาทันที… หัวหน้าอัศวินแห่งราชอาณาจักรตาโตโมฟลุกยืนขึ้นพร้อมกับพูดกล่าวกับผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้าว่า
“เ้าก็รู้ว่าการประชุมนี้ห้ามเข้ามารบกวนเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ”
จักรพรรดิตาโตโมฟที่เห็นสีหน้าของผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้า เขายกมือไปทางหัวหน้าอัศวินตาโตโมฟเป็สัญญาณให้หยุดการกระทำ จักรพรรดิตาโตโมฟกล่าวขึ้นว่า “มีเื่อันใด”
“ระ…รายงานลับสุดยอดขอรับฝ่าา” ผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้ายังไม่หายจากอาการหอบ เขาควบม้าเร็วจากเขตชายแดนที่ห่างจากเมืองหลวงกว่าหมื่นกิโลเมตรเพื่อมารายงานสถานาการณ์ลับสุดยอด “รายงานนี้กระหม่อมมิกล้าติดต่อผ่านทางเวทมนตร์ข้อมูล เกรงว่าอาจถูกแทรกแซงหรือดักฟังได้ เพื่อความมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหล เก้ากระหม่อมจึงควบม้าเร็วมาที่เมืองหลวงขอรับ”
ถ้อยคำนี้สร้างความตกตะลึงลานแก่บรรดาผู้เข้าประชุมที่เป็คนของราชอาณาจักรตาโตโมฟอย่างมาก เขตชายแดนที่ผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้าประจำการณ์อยู่นั้นห่างจากเมืองหลวงนับหมื่นกิโลเมตร ม้าที่เร็วที่สุดของเขาคงใช้เวลามากถึงสามวันเพื่อมาถึงเมืองหลวง
“พูดมาได้” จักรพรรดิตาโตโมฟตรัสขึ้น ผู้บัญชาการหน่วยรบที่เก้าอยู่ในอาการหวาดระแวง เขาหันมองไปทางผู้คนจากราชอาณาจักรอื่นด้วยความรู้สึกไม่วางใจเท่าไหร่นัก จักรพรรดิตาโตโมฟจำต้องกล่าวย้ำ “พูดมาได้เลย”
“ที่เขตราบูเาสูงอาร์คทา หน่วยสำรวจที่สิบเอ็ดพบกองทัพปีศาจขนาดใหญ่ที่นำโดยสามขุนพลปีศาจ จำนวนกองทัพคร่าวๆมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตน อีกทั้ง ปีศาจเ่าั้ทั้งหมดต่างเป็ปีศาจระดับกลางร้อยละแปดสิบ ที่เหลือเป็ปีศาจชั้นสูงขอรับ”
รายงานนี้ถึงกับทำให้ผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งสิบแปดคนปรากฏแววตกตะลึงค้าง กองทัพปีศาจหนึ่งแสนตน!! นั่นเป็กองกำลังที่ใหญ่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เผ่ามนุษย์จะเคยเห็นมาเลย!! ข้อมูลนี้แทบทำให้พวกเขาเชื่อไม่ลง จอมมารเมื่อสิบปีที่แล้วไม่ได้ทรงอิทธิพลขนาดรวบเผ่าปีศาจให้เป็ปึกแผ่นได้…
นาร์เนียยากจะปักใจเชื่อาาเอลฟ์ นางหันไปมองาาเอลฟ์พร้อมเอ่ยว่า “เส้นทางเขตที่ราบูเาสูงอาร์คทาเป็ได้ทั้งเส้นทางเดินทางกลับสู่นครหลวงปีศาจ หรือเส้นทางที่เดินทางสู่ดินแดนเอลฟ์ จำนวนปีศาจแสนตนนับว่าน่าใอยู่มาก แต่ผู้นำทัพเป็แค่ขุนพลปีศาจสามตน เกรงว่าจอมมารที่รอบคอบผู้นั้นคงไม่ทำอะไรที่โง่เขลาเช่นนี้ แค่สามขุนพลปีศาจบุกดินแดนเอลฟ์… ด้วยกองทัพระดับนั้นถ้านำด้วยสามปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ข้อมูลที่เ้าให้ยังพอน่าเชื่อถือได้บ้าง”
าาเอลฟ์ไม่กล่าวตอบ มันมองนาร์เนียผู้เ็าและเปี่ยมสงบโดยไม่ตอบโต้ใดๆ จู่ๆ มันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านประตูประชุมเข้ามา ผู้บัญชาการหน่วยรบที่แปดและสิบเอ็ด “ฝ่าา นี่เป็รายงานด่วนที่สุด กองทัพปีศาจขนาดทัพโดยประมาณไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตนกำลังเข้าปะทะกับเผ่าเอลฟ์จำนวนพันตน คาดเดาจากลักษณะและรูปร่างคงเป็เอลฟ์ระดับสูงขอรับ”
สองรายงานนี้ประหนึ่งสายฟ้าฟาดใส่ทุกผู้คนในห้องประชุม พวกเขาต่างหันมองไปทางาาเอลฟ์อย่างพร้อมเพรียง าาเอลฟ์เผยรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์ลึกลับ “เผ่าเอลฟ์ของข้าจะชนะจอมมารถึงเวลานั้นคือเผ่ามนุษย์ของพวกเ้าที่จะต้องถูกยึดครอง เื่ที่จะบอกก็คือสามราชอาณาจักรของพวกเ้ามีหนอนบ่อนไส้ของจอมมารอยู่ คำต่อรองของข้าง่ายดาย ตอนนี้ข้ารู้ตัวพวกมันแล้ว เ้าแค่ส่งนาร์เนียมาให้ข้า แล้วข้าจะกำจัดพวกมันให้ หรือต่อให้พวกเ้าไม่ส่งนาร์เนียมา สักวันนางก็ต้องเป็ของข้าอยู่ดี ฮะฮ่าฮ่าฮ่า”
การติดต่อของาาเอลฟ์สิ้นสุดลงที่เสียงหัวเราะสะใจ มันปล่อยให้เหล่าผู้นำสูงสุดของสามราชอาณาจักรตกอยู่ในความวิตกกังวล
“พวกเราคงต้องเตรียมพร้อมสู่าที่กำลังใกล้เข้ามา…”
……………………………………………………………….
ในขณะนี้เองที่บริเวณเขตราบูเาสูงอาร์คทา ทุกหย่อมหญ้าบริเวณพื้นที่ราบกว้างต่างเต็มไปด้วยกองทัพปีศาจหลายแสนตนกำลังเคลื่อนทัพ พวกมันไม่ได้มีเจตนาไปรบกับใครแต่อย่างใด แต่นี่เป็แนวขบวนป้องกัน… ตรงใจกลางกองทัพนับแสนที่มีทั้งแนวรบบนพื้นราบและแนวรบบนอากาศ มันมีรถม้าคนหนึ่งที่อยู่ใจกลางกองทัพพอดี ทัพนับแสนนี้ถูกนำโดยสามขุนพลปีศาจ ภายใต้คำสั่งโดยตรงของจอมมาร
“หยุดทัพ!” ขุนพลปีศาจที่หนึ่งปล่าวประกาศลั่น ด้วยสกิลนำกองทัพ การะโครั้งนี้ปีศาจนับแสนล้วนได้ยินโดยทั่วกัน ขุนพลปีศาจที่หนึ่งเป็ปีศาจรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ที่แก่ชรา “พวกเ้ามาที่นี้ด้วยเจตนาอะไร”
ภาพเบื้องหน้าของกองทัพปีศาจหนึ่งแสนตนคือเอลฟ์นับพันชีวิตที่มายืนดักรออยู่ก่อนแล้ว พวกมันทั้งพันกว่าตนล้วนแต่มีปีกสยายกว้างบนแผ่นหลัง นี่บ่งบอกว่าพวกมันคือเผ่าพันธุ์เอลฟ์ระดับสูงเป็รองแค่เอลฟ์ราชวงศ์และาาเอลฟ์เท่านั้น กองกำลังเอลฟ์ระดับสูงหนึ่งพันตน มันมากพอที่จะทำให้ผู้กล้าเดินทางมาเป็แนวป้องกันด้วยตนเอง…
“เ้าทราบดีว่าเรามาด้วยเจตนาอะไร” เอลฟ์ระดับสูงตนหนึ่งเอ่ยขึ้น ท่าทางของเขาเหมือนจะเป็ผู้นำทัพ
“าาเอลฟ์ยื่นมือมาสอดรึ” ขุนพลปีศาจที่หนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พึงพอใจอย่างมาก ดูเหมือนาาเอลฟ์จะเคลื่อนไหว “รู้เช่นนี้เชื่อคำท่านจอมมารก็ดี น่าจะรอให้สามปีศาจศักดิ์สิทธิ์กลับจากภารกิจก่อน” ขุนพลปีศาจที่หนึ่งบ่นพึมพำก่อนเขาก็แผดเสียงสะท้านกัมปนาท “จัดขบวนทัพ!! ปีศาจต้นไม้ระดับสูงยืนตามตำแหน่ง”
“ปีศาจไม้ระดับสูงรึ… ยุ่งยากเสียจริง” ผู้นำทัพเอลฟ์ระดับสูงเริ่มรู้สึกดูถูกเ้าพวกปีศาจไม่ได้แล้ว ทัพในครั้งนี้ถูกตระเตรียมมาอย่างดี สังเกตจากปีศาจหลากหลายประเภท มันเตรียมมารับมือกับทุกเผ่าพันธุ์เลยด้วยซ้ำ… “ปีศาจอย่างพวกเ้าฉลาดขึ้นขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่…”
นี่นับเป็เื่ผิดปกติ ปีศาจนั้นมีฐิติที่สูงเทียมฟ้า การรบสะเปะสะปะไม่เป็ระบบ ถึงกระนั้น ด้วยพละกำลังโดยกำเนิดของพวกมัน มันยังสามารถเอาชัยเหนือเผ่าพันธุ์อื่นที่รบเป็ระบบได้ด้วยซ้ำ ครั้งนี้เผ่าปีศาจทวีคูณความน่ากลัวขึ้นมา เหมือนพวกมันจะรู้จักแผนการรบแล้ว…
“หลีกทางให้พวกข้า เป็ไปได้ก็ไม่อยากจะเข้าปะทะกันให้เสียกำลังพล”
………………………………………………..
ตัดกลับมาที่ฝั่งมนุษย์ การประชุมของสามราชอาณาจักรมหาอำนาจเสร็จสิ้นพอดี นาร์เนียเดินออกไปริมระเบียงหน้าตาพลางทอดมองบรรยากาศที่เงียบสงบ ทันใดนั้น สุ้มเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา “คุณนาร์เนีย”
เขาทำท่าแสดงความเคารพต่อนาร์เนียด้วยการโค้งคำนับ ทั้งที่…ชายหนุ่มผู้นี้ก็เป็ผู้กล้าเหมือนกัน
นาร์เนียหันขวับมาทางต้นเสียง ั์ตาคู่งามสีแดงสดคงความเยือกเย็นประดุจน้ำแข็ง “ผู้กล้าคนใหม่จากทวีปที่ห้า คนที่บ้าระห่ำเข้าไปลองดีในป่าดึกดำบรรพ์ใช่หรือไม่? น่าเหลือเชื่อที่รอดชีวิตออกมาได้ ชื่อ…”
“โยชิดะ ฮารุ”
“คุณโยชิดะ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับข้าหรือ” เส้นผมสีแดงเป็ประกายดุจทะเลพลิงพริ้วไหลเบาบางตามสายลม ผิวพรรณที่ขาวเนียนละเอียดประดุจหยก ก่อเกิดเป็แรงเสน่ห์ประหลาดต่อบุรุษทั้งปวง
สีหน้าของโยชิดะกลับกลายเป็แดงระเรื่อ “คะ…แค่อยากทราบว่าคุณนาร์เนียคิดเห็นยังไงกับคำพูดของาาเอลฟ์ ผมทราบมาว่าผู้กล้าก่อนหน้าผมแข็งแกร่งขนาดที่เกือบฆ่าจอมมารได้ มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จอมมารจะฟื้นตัวได้สมบูรณ์ภายในร้อยปี”
“ยกเว้นจะเป็จอมมารคนใหม่” นาร์เนียกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คำพูดนี้ถึงกับทำให้โยชิดะตกตะลึงลานเลยทีเดียว “แต่ข้าก็ไม่เข้าใจ ถ้าจอมมารคิดจะทำาจริงๆ นั่นควรนำทัพด้วยปีศาจศักดิ์สิทธิ์แต่นี่กลับเป็ขุนพลปีศาจ”
“ถ้าเช่นนั้น… คุณนาร์เนียคิดเห็นยังไง?”
“เป็ไปได้ในหลายกรณี ถ้ากองทัพนับแสนตนไม่ได้มาเพื่อสู้รบแต่เดินทัพเพื่อปกป้องบางสิ่งละ?” นาร์เนียเงียบไปราวสามลมหายใจ “สิ่งที่สำคัญขนาดที่จอมมารยอมยกทัพหนึ่งแสนตนเพื่อปกป้องไว้”
“สำคัญระดับที่มีกองทัพหนึ่งแสนตนมาตามปกป้อง…”
……………………………………………………………………………..
ในเขตที่ราบูเาสูงอาร์คทา ข้างในูเานั้นปรากฏเป็วิหารแห่งหนึ่ง มันบังเกิดวงเวทย์ขนาดมหึมาขึ้นมา ทันทีที่วงเวทย์เคลื่อนย้ายหายไป มันก็ถูกแทนที่ด้วยสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดที่มีสีขาวซีดดุจกระดาษ ทันใดนั้น ชายแก่ชราที่บุคลิกภาพดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า
“เ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
เสียงของระบบเด้งเตือนก้องในโสตประสาทของไวท์
<วิหารปฐมอสูร>