เมื่อคืนเมามายไม่ได้สติ พอลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองกลับมานอนที่ห้องนอนภายในร้านสุราของตัวเอง พอตั้งสติได้ก็นึกทบทวนว่าครั้งสุดท้ายเขานั่งดื่มเหล้าอยู่ที่หอคณิกา หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้
จึงเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ก็นึกขึ้นได้เมื่อคืนหลังจากดื่มเหล้าจนเมาเหมือนจะคุ้น ๆ ว่าเขาจะเจอโจวจินเยว่หลังจากนั้น ก็ ก็... ก็จำอะไรไม่ได้ เขาพยายามนึกสักครู่จึงถอดใจ ช่างเถอะจะเจอหรือไม่เจอ ท่านอ๋องคนนั้นคงไม่มายุ่งกับเขาหรอกมีหญิงงามนั่งเอาใจคงจะไปถึงไหนต่อไหนหลังจากดื่มเหล้าเสร็จ เขาจึงลุกขึ้นเรียกหาอาชางเพื่อช่วยเขาล้างหน้าแต่งตัว จะได้ไปหาฮุ่ยิ เมื่อคืนเมาหนักป่านนี้ไม่รู้เป็อย่างไรบ้าง
ยามบ่ายสองสหายเดินออกจากร้านสุราเพื่อหาที่เที่ยวเล่นสนุกแห่งใหม่ ฟ่านหนิงเหอมีที่เด็ด ๆ ที่จะพาฮุ่ยิไปเยี่ยมชมนั่นคือบ่อนพนันที่เขากับอาชางเคยไปถล่มมาแล้วหลายรอบ ถึงเมืองนี้บิดาเขาจะเป็ถึงนายอำเภอแต่แทบไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะทลายบ่อนที่คอยฉ้อโกงรีดเนื้อเถือหนังประชาชนที่ติดกับบ่อนแห่งนี้ เพราะมีผู้มีอำนาจซึ่งเป็เ้าของตัวจริงอยู่เื้ัซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเป็ใคร จากความรู้สึกของฟ่านหนิงเหอบุคคลผู้นี้คงจะยิ่งใหญ่พอควรขนาดนายอำเภอของเมืองยังแตะต้องไม่ได้ เขาจึงต้องทำตัวเป็ลูกที่ดีเข้ามาเอาตำลึงเงินออกจากที่นี่นาน ๆ ครั้ง ครั้งละเท่าไหร่ก็แค่ทำให้ผู้ดูแลบ่อนรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ แค่นั้นเอง
เขาหวังว่าคราวนี้คนในบ่อนคงไม่เขม่นเขา เพราะข่าวฟ่านหนิงเหอาเ็ต้องรักษาตัวแรมเดือน คนที่เดินเข้าบ่อนวันนี้จึงเป็ฟ่านหนิงเทียนอย่างไม่ต้องสงสัย และจุดประสงค์หลักที่เขามาวันนี้อีกประการคือแก้แค้นให้กับพี่ชายฝาแฝดที่โดนนักเลงคุมบ่อนรุมทำร้ายจนาเ็
วันนี้บ่อนพนันคึกคักเต็มไปด้วยผู้คน หลังได้ยินข่าวว่าฟ่านหนิงเหอาเ็ก็เปิดบ่อนกันอย่างสบายใจ ไม่ต้องเกรงว่าจะมีนักเลงพนันอันดับหนึ่งมากวาดเงินจากบ่อนไปแจกจ่ายชาวบ้านยากจนอีก รายได้จึงเก็บได้เป็กอบเป็กำ แต่เมื่อเห็นคนที่มีใบหน้าเหมือนฟ่านหนิงเหอเดินเข้ามาทั้งเด็กที่บริการในบ่อนทั้งนักเลงคุมบ่อนต่างมองกันตาเบิกกว้าง
เ้า..เ้ามาได้ยังไง เฟยหลางคู่ปรับเก่าที่อยู่กับนักเลงคุมบ่อนจ้องหน้าฟ่านหนิงเหอที่เดินเข้าบ่อนมาพร้อมสหายตาเบิกกว้าง
"พี่เฟยหลาง..ข้าไปเมืองหลวงเสียเป็เดือนท่านเห็นข้าทำไมถึงใเหมือนเห็นผีถึงเพียงนั้น ข้าหนิงเทียนอย่างไรเล่า..หรือท่านคิดว่าเป็คนอื่น"
เฟยหลางจ้องใบหน้านั้นอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าคนตรงหน้าเป็ฟ่านหนิงเทียนไม่ใช่ฟ่านหนิงเหอจอมเ้าเล่ห์คนนั้น
"วันนี้ข้าพาสหายมาจากเมืองหลวงด้วย หวังว่าพวกท่านคงจะออมมือให้กับมือใหม่อย่างพวกเรา"
"เชิญขอรับคุณชายฟ่านหนิงเทียน"
พนักงานบริการในบ่อนเดินออกมาเชิญแขกที่เข้ามาใหม่ให้เข้าประจำที่
"ไปเถอะฮุ่ยิ"
"ว๊าาา!..ข้าเสียอีกแล้ว ท่านเล่นกินเงินข้าห้าตาติด ข้าจะทำอย่างไรดี"
ฟ่านหนิงเหอเล่นเสียมาแล้วห้าตาติดกันถึงกับบ่นออกมา เขาแทงต่ำออกสูง แทงสูงออกต่ำ จนฮุ่ยิที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับหัวเสีย นักเลงคุม
บ่อนที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับส่งยิ้มกับเฟยหลางที่ยืนจ้องจับผิดฟ่านหนิงเหอตาไม่กะพริบ
"วันนี้สงสัยข้าคงไม่มีดวงจริง ๆ เสียแล้วล่ะฮุ่ยิ" ฟ่านหนิงเหอหันมายิ้มให้กับสหายที่ยืนลุ้นอยู่ด้านหลัง ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนให้เ้ามาเล่นบ้างดีกว่า
"เ้าแทงตามที่ข้าบอกนะ" เมื่อลุกขึ้นฟ่านหนิงเหอจึงกระซิบไปที่หูของฮุ่ยิที่กำลังจะนั่งลงแทนที่เขา ฮุ่ยิรู้ว่าสหายจะทำอะไรจึงเล่นตามน้ำแล้วส่งยิ้มให้
สิบตาผ่านไป
"เย้!..หนิงเทียน เ้าเห็นหรือไม่ข้าชนะอีกแล้ว"
"อืม..ฮุ่ยิเ้าเก่งจริง ๆ"
สองสหายเล่นพนันชนะกวาดเงินเข้ากระเป๋าตนเองเป็ว่าเล่น จนคนคุมบ่อนหน้าซีดแล้วซีดอีก ไม่คิดว่าจัดการกับฟ่านหนิงเหอไปแล้ว ยังจะมีคนมาเล่นงานบ่อนเขาได้อีก
เมื่อได้จนคิดว่าหนำใจแล้วฟ่านหนิงเหอจึงพยักหน้าให้ฮุ่ยิลุกขึ้นแล้วรีบกวาดเงินกลับทันที สหายทั้งสองเดินถือห่อผ้าที่เต็มไปด้วยตำลึงเงินเต็มห่อ เมื่อเดินออกมาไกลจากบ่อนพอสมควรก็หันหน้ามาหัวเราะกันเสียงดัง
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกนั้นเล่นโกง"
"เ้ารู้แล้วทำไมข้าจะไม่รู้เล่าฮุ่ยิ"
ฟ่านหนิงเหอหัวเราะ เดินนำฮุ่ยิไปที่ริมแม่น้ำ ที่ซึ่งเขานัดอาชางไว้เพื่อนำเงินไปใช้ให้หมดภายในคืนนี้เช่นเคย วิธีที่จะใช้ได้เร็วที่สุดก็คือการแจกจ่าย แต่คนที่เขาพบยืนอยู่ริมแม่น้ำกลับไม่ใช่อาชางแต่เป็เฟยหลางกับลูกสมุนอีกนับสิบ จึงดึงมือฮุ่ยิให้แอบซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เขาเห็นเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าอยู่ เฟยหลางก้าวขึ้นบนเรือแล้วหายเข้าไป
"พวกเขามาทำอะไรที่นี่" ฟ่านหนิงเหอกระซิบถามฮุ่ยิที่จ้องไปยังเรือลำนั้นตาเขม็ง
"ข้าว่าเรือลำนี้คุ้นตา เหมือนเป็ของผู้สูงศักดิ์สักคนในวังแต่นึกไม่ออก"
"เป็ไปได้ยังไงเฟยหลางเป็นักเลงอยู่เมืองอิงโตว เป็เพียงลูกพ่อค้าจะรู้จักคนใหญ่คนโตแบบนั้นได้อย่างไร"
"ข้าว่าข้าจำไม่ผิดแน่นอน" ฮุ่ยิขมวดคิ้ว
พลันสายตาของฟ่านหนิงเหอเห็นชายรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมสันเดินออกมาจากเรือพร้อมกับเฟยหลางที่ก้มศีรษะลงคำนับ
"ไทเลอร์!"
ฟ่านหนิงเหอถึงกับสติหลุดลอยพูดชื่อนั้นออกจากปากในอกเบาโหวง เมื่อเห็นใบหน้าชายผู้นั้นชัด ๆ เขาถึงกับมั่นใจว่านั้นคือไทเลอร์ คนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอที่นี่ ใบหน้านั้นเหมือนไทเลอร์ คนรักของเขา คนทรยศที่ทำให้เขาถูกยิงตายจนต้องมาอยู่ที่นี่
"นั่นมันองค์ชายสี่ โจวเยี่ยนจื่อ ไทเลอร์อะไรของเ้า" ฮุ่ยิกระซิบเมื่อเห็นสหายตัวเองพูดชื่อแปลก ๆ ออกมา
"องค์ชายสี่ ทำไมข้าไม่เคยเห็นในวัง"
"องค์ชายสี่ถูกส่งไปคุมชายแดน ได้ยินว่าจะกลับเข้าวังแต่ข้าไม่คาดคิดว่าจะเจอที่นี่ ที่น่าสงสัยคือองค์ชายรู้จักกับเฟยหลางนักเลงคุมบ่อนได้อย่างไร แล้วองค์ชายมาทำอะไรที่นี่"
"นั่นใครน่ะ"
ลูกสมุนของเฟยหลางเห็นเงาคนเคลื่อนไหวจึงะโเสียงดัง แล้วรีบวิ่งมาดูว่ามีใครซุ่มอยู่หรือไม่ ด้วยพวกเขามีภารกิจสำคัญที่ให้ผู้ใดเข้ามาแทรกแซงหรือล่วงรู้มิได้
"ฮุ่ยิ เผ่นเร็วเข้า"
ทั้งคู่ออกวิ่งคนนับสิบวิ่งไล่ตามหลังมา เมื่อถึงทางแยกจึงตัดสินใจแยกย้ายกันหนีเพื่อความสะดวกแล้วค่อยเจอกันที่ร้านสุรา
"เ้าไปทางขวา..เจอกันที่ร้านสุรา"
"อืม..เ้าระวังตัวด้วย"
ฟ่านหนิงเหอบอก ฮุ่ยิพยักหน้า ถึงเขาสองคนจะเป็ถึงองครักษ์ของวังหลวงแต่มีคนไล่ล่าเป็สิบก็คงต้องหนีก่อนการปะทะจะดีที่สุด
ฟ่านหนิงเหอวิ่งมาแอบอยู่ในตรอกเล็ก ๆ เมื่อเสียงฝีเท้ากลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งผ่านตรอกที่เขานั่งหลบไป เขาจึงผ่อนลมหายใจ ด้วยกลั้นหายใจจนท้องเกร็งไปหมด เขาเดินออกมาจากที่ซ่อนแล้วเดินทอดน่องไปอีกทางซึ่งเป็ตลาดที่มีคนเดินผ่านไปมาเป็ปกติ ทำตัวเนียน ๆ เป็แค่ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้แทน
เขาหันหลังไปมองชายสองคนที่กำลังทะเลาะแย่งปิ่นปักผมอยู่หน้าร้านขายเครื่องประดับเสียงดังจึงเดินถอยหลังมองไปเรื่อย ๆ สายตายังจับจ้องไปยังทั้งคู่ด้วยสงสัยว่าผู้ชายสองคนจะแย่งปิ่นปักผมของสตรีไปทำไมกัน
พลั่ก!
หลังเขาชนเข้ากับคนที่กำลังเดินมาบนถนนจนเซไปพิงร่างนั้นไว้ เมื่อได้สติจึงขยับออกจากมือที่จับไหล่เขาไว้ แล้วหันกลับไปก้มศีรษะขอโทษคนที่โดนเขาถอยหลังชนเข้า
"ข้าขออภัย"
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับพบว่าคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าเขาคือไทเลอร์ ทำให้เขาถึงกับหายใจติดขัด ตัวเกร็งมองใบหน้านั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"คุณชายเ้าเป็อย่างไรบ้าง"
"ข้าไม่..ไม่..เป็อะไร"
ฟ่านหนิงเหอพูดติด ๆ ขัด ๆ
"เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว เ้าเป็คนแถวนี้หรือไม่"
ฟ่านหนิงเหอยังคงมองใบหน้านั้นนิ่ง จนคนตั้งคำถามทิ้งไว้ต้องถามซ้ำอีกครั้ง เขาจึงรีบตั้งสติแล้วตอบกลับได้ตามปกติทั้งที่ใจสั่นไปหมด
"เ้าเป็คนที่นี่หรือเปล่า"
"ใช่..ข้าเป็คนที่นี่ แล้วท่านมาเที่ยวเหรอ ข้าไม่เคยเห็นหน้าท่านมาก่อน"
"ข้ามาเที่ยวพักผ่อน..ข้าชื่อเยี่ยนจื่อ แล้วคุณชายเ้าชื่ออะไร ขออภัยที่ข้าถาม ข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้ายิ่งนักจึงอยากทำความรู้จักไว้"
"ข้าหนิงเทียน ฟ่านหนิงเทียน ข้าขอตัวก่อน" ฟ่านหนิงเหอรีบเดินหนีออกมา
โจวเยี่ยนจื่อ มองตามแผ่นหลังฟ่านหนิงเหอที่เดินปะปนไปกับผู้คนจนหายไปในฝูงชนที่เดินขวักไขว่
"ฟ่านหนิงเทียน"
เขาพูดชื่อนั้นอีกครั้งดวงตาเป็ประกาย