กระทิงคลั่งพัวพันอยู่กับบอสที่กำลังอาละวาดอย่างดุเดือด โดยมีนักเวทไฟคอยจ่ายสกิล [เสาเพลิง] ขึ้นมาขัดจังหวะบอสให้เป็ระยะ เหล่านักธนูก็วิ่งไปหามุมยิง ซึ่งแนวหลังทั้งสองกลุ่มนี้ได้รับการเฝ้าระวังปกป้องจากตัวแทงค์หลักทั้งห้าอยู่ตลอด ส่วนนักเวทสายน้ำแข็งเพียงคนเดียวแทบจะสร้างดาเมจต่อบอสไม่ได้เลย
ขณะที่สตรีแห่งแดนสนธยาเพิ่งสร้างภาพ‘อุกกาบาต’ โยนใส่จุดปะทะ ตั้งใจคุกคามบอสอีกาเหล็กน้ำแข็งเต็มความสามารถ
ซึ่งภาพมายาครั้งนี้น่าเหลือเชื่อมาก ตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของนิสาจนไม่มีใครกล้าดูถูกดูแคลนอีก ความอลังการและสมจริงของมันส่งผ่านลงมากดดันทุกชีวิต แม้กระทั่งบอสอีกาเหล็กน้ำแข็งยังเริ่มคิดที่จะถอยไปตั้งหลัก แต่มันไม่ได้รับสิทธิ์นั้นง่าย ๆ เพราะไทเทพชิงเคลื่อนไหวพุ่งเข้ามาขัดขวางเอาไว้ก่อน
สามผู้ถือครองพลังเอกลักษณ์รุกไล่โจมตีบอสทั้งทางกายภาพและจิตใจ หนึ่งคนอยู่วงนอก อีกสองคนบุกเข้าโรมรันฟันแทง ประกายไฟเจิดจ้าท่ามกลางพายุหิมะ
ผลึกน้ำแข็งที่ราวกับเป็ผิวชั้นนอกของบอสค่อยๆ แตกร้าวพังทลาย ไม่อาจทนการโจมตีที่รุนแรงจากอาวุธระดับทำลายล้างได้นานนัก และเมื่อสถานะ [เหน็บหนาว] ที่มันพยายามปลุกปั้นใส่ศัตรูทั้งหมดโดนลบล้างหายไปกลางคัน บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งก็ไม่อาจรั้งรอได้อีก รีบกวาดตาสีฟ้าเข้มที่สว่างวาบไปทั่วพื้นที่รอบหนึ่งเพื่อสร้างหายนะด้วยสกิล[ะเิน้ำแข็ง]
“ใช้สกิลป้องกันหมู่เร็วเข้า!” กระทิงคลั่งสั่งการเสียงดังสนั่น
ตัวแทงค์หลักทั้งห้านับว่ามีไหวพริบไม่เลว พวกเขาลงมือกันั้แ่หัวหน้าหน่วยยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ซึ่งตำแหน่งของพวกเขาอยู่ระหว่างแนวหน้ากับแนวหลัง ทำให้สามารถปกป้องคนทั้งกลุ่มได้อย่างทันท่วงที
เหล่าผู้ที่ได้รับฉายาว่ากระทิงเหล็กพลันร่ายสกิลบัฟ[หัวใจนักรบ] กับ [โล่แห่งการเสียสละ]
พริบตาก่อนที่จะเกิดการะเิระลอกใหญ่ ฝ่ายมนุษย์ทุกคนกลับรู้สึกถึงพลังชีวิตที่พวยพุ่งล้นปรี่ พร้อมกับมี ‘ตราโล่’ ขนาดสองฝ่ามือสามอันโผล่ขึ้นมาลอยหมุนวนอยู่รอบตัว
เมื่อสกิลของบอสทำงาน พื้นน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วบริเวณก็ปะทุแตกออกอย่างรุนแรง อากาศถึงกับสั่นะเื แผ่นดินคล้ายยุบตัวลง
แต่ไม่ว่าจะเป็คลื่นกระแทกหรือเศษซากน้ำแข็งที่กระจัดกระจาย ความเสียหายทั้งหมดนี้ล้วนถูกสกิลบัฟ [โล่แห่งการเสียสละ] แบ่งออกเป็หลายส่วน ทำให้ฝ่ายมนุษย์ไม่ได้าเ็สาหัสอะไรเลย กลับกัน สกิลบัฟ [หัวใจนักรบ] ยังช่วยเพิ่มพลังชีวิตของพวกเขาขึ้นไปอีกหนึ่งเท่าแทน
นอกจากจะไม่สูญเสียแล้วยังแข็งแกร่งกว่าเดิม!
กระนั้นสกิล[ะเิน้ำแข็ง]ของบอสไม่ได้ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ทว่าการปะทุของชั้นน้ำแข็งคือวิธีปลดปล่อยความเย็นออกมาแบบฉับพลันต่างหาก เวลานี้ฝ่ายมนุษย์จึงติดสถานะ [เหน็บหนาว] เข้าไปรวดเดียวสี่ชั้นแล้ว
บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งฉวยจังหวะนี้กระพือปีกพัดเอาความเย็นเข้ามาบีบอัดใส่ศัตรู กระตุ้นให้สกิล [เขตแดนนรกสีขาว] ทำงาน สุดท้ายก็ซ้อนสถานะ [เหน็บหนาว]จนครบห้าชั้นได้สำเร็จ!
“ฉิบหายละไง” หลายคนสบถแทบไม่เป็คำ
แม้พวกสายสนับสนุนจะรีบร่ายสกิลลบล้างให้ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกคน ทำให้มีถึงห้าคนที่ถูกบอสแช่แข็งด้วยสกิล [โลงศพแก้ว] จนพลังชีวิตค่อย ๆ เหือดแห้งไปอย่างรวดเร็ว ยังดีที่พวกเขาได้รับบัฟ [หัวใจนักรบ] กับ [โล่แห่งการเสียสละ]ไว้ก่อนจึงพอมีเวลาให้ช่วยเหลือ
แต่เพราะฝ่ายมนุษย์กำลังแชร์ความเสียหายกันอยู่ หากไม่รีบแก้ไขสถานการณ์ มาน่าของฝ่ายสนับสนุนที่ต้องสูญเสียไปกับสกิล [ฟื้นฟูชีวิต] คงจะหมดเกลี้ยงลงก่อน
ขณะเดียวกัน บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งย่อมไม่คิดจะอยู่เฉย เมื่อไม่อาจต่อคอมโบด้วยสกิล [ะเิน้ำแข็ง] ได้เหมือนปกติ มันจึงโถมร่างเข้าใส่โลงศพแก้วหวังอาละวาดทำลายโดยตรงแทน การกระทำนี้ของบอสบังคับให้กระทิงคลั่งต้องถวายตัวพุ่งปะทะสกัดไว้อย่างหักโหม
เทพแห่งขวานผู้เที่ยงธรรมไม่มีทางทอดทิ้งสมาชิกแบบไร้ความรับผิดชอบ พลันร่ายบัฟ [ร่างเงิน] ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ิัเปลี่ยนเป็สีเงินแวววับดูแปลกตาออกไป
“อย่าหวังจะผ่านด่านฉันไปง่าย ๆ” กระทิงคลั่งแผดเสียงพร้อมรวมรั้งพลัง โจมตีออกด้วยสกิล [แยกโลกา]อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม บอสเป็สัตว์ประเภทนก เมื่อมันพบว่าด้านหน้ามีอุปสรรคอันตรายจึงกางปีกกว้างและสะบัดสุดแรงเพื่อดันตัวเองขึ้นที่สูงหลบเลี่ยงไป ส่งผลให้การโถมปะทะของเทพแห่งขวานร่างเงินพลาดเป้าจนหน้าเสีย
แต่คล้อยหลังไม่กี่วินาที ไทเทพก็ะโตามขึ้นมาจากอีกฟากราวสายลม
“ขอผ่านหน่อยนะ”
กล่าวจบไทเทพก็อาศัยแผ่นหลังของหัวหน้าหน่วยเป็ฐานส่งตัวกลางอากาศ จากนั้นดีดร่างไล่ตามบอสอีกาเหล็กน้ำแข็งขึ้นไปติดๆ ส่วนกระทิงคลั่งนั้นโดนถีบร่วงกลับลงมาอย่างรุนแรง ฉากนี้บีบคั้นจิตใจเหล่าสมาชิกของกิลด์กระทิงโหดเหลือเกิน ศีรษะพวกเขาดันรู้สึกอุ่นภายใต้ลมหนาว
‘ไอ้เวรนี่มันเอาใหญ่แล้วโว้ย’ กระทิงคลั่งแอบสบถอยู่ในใจแต่กลับผ่อนคลายจนยิ้มออกมาได้
แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วปราดเปรียวขนาดนี้ของไทเทพ คือผลจากสกิลอาวุธ [ลมกรดคลั่ง] นั่นเอง สองมือกำกริชและตรีเพชรเอาไว้มั่น ชั่วขณะที่เขาไล่ตามทันก็อาศัยอุ้งเท้าของบอสเหยียบทะยานต่อไปอีกชั้น อาวุธสองเล่มพลันถูกตวัดฟาดฟันถี่ยิบโดยที่ร่างของไทเทพมีสายลมห่อหุ้มอยู่ กระทั่งพุ่งผ่านบอสไปพร้อมกับการโจมตีชุดใหญ่เสียงดังก้องฟ้า ประกายไฟวูบวาบคลื่นลมพัดกระจาย
ผิวผลึกชั้นนอกของบอสอีกาเหล็กน้ำแข็งปริร้าวขยายออกรวดเร็วมาก และเมื่อไทเทพปรากฏขึ้นที่อีกฟากหนึ่ง ก็พลันเกิดการะเิของลมที่แยกออกเป็ริ้วคลื่นสามสายเชือดเฉือนเข้าใส่ร่างบอสซ้ำ
เสียงกะเทาะแตกหักของผลึกแก้วดังสนั่น ผสานไปกับเสียงร้องเ็ปของบอส จากนั้นเศษแก้วก็ร่วงผล็อยโปรยลงมา สะท้อนแวววาวไปทั่วท้องฟ้า
ส่วนโลงศพแก้วทั้งห้าข้างล่างนั้นเพิ่งจะถูกลบล้างหายไปพอดี ทำให้ยังไม่มีใครเสียชีวิตเพิ่ม
ก่อนที่บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งจะดิ่งกระแทกพื้น ฝ่ายมนุษย์ก็จัดขบวนทัพเตรียมจู่โจมระลอกใหม่เสร็จสิ้น แต่ระหว่างที่กลุ่มสนับสนุนเสียเวลาไปช่วยเหลือสมาชิกจากโลงศพแก้ว คนอื่น ๆ ก็ติดสถานะ [เหน็บหนาว] ครบห้าชั้นอีกครั้งแล้ว
ฝ่ายหนึ่งสกิลติดคูลดาวน์ แต่อีกฝ่ายขอเพียงแค่เงื่อนไขครบก็ใช้สกิลได้ ทำให้บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งที่เพิ่งพยุงร่างขึ้นมาสามารถแช่แข็งเป้าหมายทั้งหมดได้ทันที
ไทเทพ กระทิงคลั่ง นิสา และสามในห้าตัวแทงค์ล้วนโดนพันธนาการไว้ด้วยสกิล[โลงศพแก้ว]
“ถ่วงเวลาไว้ ปกป้องพระด้วยชีวิต!”แทงค์กระทิงเหล็กที่เหลืออยู่สองคนรีบะโสั่งการแทน
โชคดีที่บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งยังคงไม่อาจต่อคอมโบได้ สองกระทิงเหล็กจึงกัดฟันต้านรับการอาละวาดของบอสเต็มที่ ขณะเดียวกัน กลุ่มนักเวทไฟและกลุ่มนักธนูสามารถสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากผิวผลึกชั้นนอกของบอสแตกสลาย มันก็จำต้องกินดาเมจเข้าไปตรง ๆ บ้างแล้ว
หัวใจของทุกคนเต้นกระหน่ำระทึกขวัญ กระทั่งปรากฏคนที่ถูกแช่แข็งเพิ่มขึ้นก่อนที่สกิลของฝ่ายสนับสนุนจะพร้อมใช้
“เชี่ย! คูลดาวน์เสร็จสักที” พระคนหนึ่งแหกปากร้องขึ้นมาด้วยความดีใจ
ทันใดนั้นสกิลลบล้างก็ทยอยอาบใส่โลงศพแก้ว มีคนหลุดพ้นสลับเปลี่ยนกับคนที่โดนแช่แข็งขึ้นมาใหม่แทน
“รีบฆ่าบอส ไม่งั้นได้มีศพจริง ๆแน่” กระทิงคลั่งกล่าวเสียงเครียด
ฝ่ายมนุษย์โหมกระหน่ำโจมตีด้วยทุกอย่างที่มี แม้ชัยชนะอยู่ไม่ไกลก็จริงแต่ในหมู่พวกเขายังเสี่ยงที่จะถูกลากไปสู่จุดจบพร้อมกับบอสด้วย แรงกดดันนี้ทำให้คนนอกกว่าครึ่งร่างสั่นสะท้านหวาดกลัวความตายแทบสิ้นสติ
่เวลาเป็ตายนี้เองที่ตัวตนของสตรีแห่งแดนสนธยาไม่มีประโยชน์ต่อทีม เป็เพราะเธอไม่มีสกิลที่เอาไว้ใช้โจมตีได้เลยสักสกิลเดียว
“เฮ้ย! ไม่ต้องไปเสียสกิลฟรีลบล้างดีบัฟให้ยัยนั่นแล้ว”นักธนูเฉพาะกิจะโขึ้นอย่างหัวเสีย หลังได้รับการช่วยเหลือช้ากว่าหญิงสาว
ภายใต้วิกฤตคุกคามถึงชีวิตแบบนี้จะมีสักกี่คนที่ไม่เห็นแก่ตัว? นิสายิ่งกว่าเข้าใจดีจนไม่มีหน้าจะไปต่อว่าอีกฝ่าย
“คุณรีบถอยออกไปจากสนามรบซะ!” ไทเทพคำรามแทรกขึ้นมาอย่างดุดันเป็ครั้งแรก
นิสาเม้มปากกำหมัดแน่นจนสั่น ก่อนจะรีบวิ่งทิ้งระยะห่างออกไปเพราะนี่สมควรเป็ทางเลือกดีที่สุดสำหรับตัวเธอเองและต่อทีมแล้วจริงๆ
การสู้รบประหัตปะาสุดชีวิตระหว่างสองฝ่ายในที่สุดก็มาถึงจุดแตกหัก โดยที่กลุ่มนักธนูครึ่งหนึ่งและนักเวทไฟอีกส่วนถูกแช่แข็ง จากนั้นบอสก็กระตุ้นพลังเฮือกสุดท้ายใช้สกิล [ะเิน้ำแข็ง] พรากเจ็ดชีวิตให้แตกดับลงในชั่วพริบตา เศษน้ำแข็งปะปนไปกับซากมนุษย์จนเกลื่อนพื้นอย่างน่าสยดสยอง
“ตาย!!!” กระทิงคลั่งตะคอกสุดเสียง หวดฟาดอาวุธใส่บอสราวกับไม่รู้จักเหนื่อยด้วยความโกรธแค้น
เป็เพราะสามในเจ็ดคนที่จบชีวิตไปนั้นคือสมาชิกของกิลด์กระทิงโหด คือคนในหน่วยของเขาที่ดูแลกันและกันเสมือนพี่น้อง…
ต่อให้บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งจะฮึดสู้ขึ้นมาก็ไม่อาจหลีกหนีความตายพ้น สุดท้ายยังคงต้องล้มลงกระแทกพื้นด้วยสภาพที่ชิ้นส่วนเว้าแหว่งขาดกระจุยไม่ต่างกัน
“จบสักที” กระทิงคลั่งถอยหายใจหนักหน่วง น้ำเสียงเศร้าหมอง เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ก้มหน้าท่าทางมืดหม่น
เห็นแบบนั้นไทเทพก็เลือกปล่อยพวกเขาไว้ก่อนพลางกวาดสายตามองหาของรางวัล แต่พอนึกถึงเื่นี้ก็ต้องประหลาดใจที่ไม่เห็นได้ยินระบบแจ้งอะไรเลย ทว่าฉับพลันนั้นเขาดันรู้สึกได้ถึงเค้าลางอัปมงคลขึ้นมาแทน กระทั่งขนทั่วร่างยังลุกชันเสียวสันหลังวูบวาบ
แม้แต่กระทิงคลั่งเองยังรู้สึกได้ไม่ต่างกัน“ทุกคนตื่นตัวไว้ มันยังไม่จบ!”
เสียงร้องเตือนนี้ยังไม่ทันจางหายดี เงาร่างขนาดใหญ่เกือบสิบเมตรก็แหวกทะเลเมฆดิ่งลงมากระแทกพื้นแล้ว จิตสังหารคุกรุ่นกับแรงอำมหิตที่ไร้ความลังเลนี้ฉุดกระชากขวัญผู้คนให้หลุดลอย ยิ่งผวาหนักเข้าไปอีกเมื่อจุดที่ปีศาจตัวใหม่นี้กำลังเหยียบยืนบดขยี้อยู่คือซากร่างของเหล่าตัวแทงค์กระทิงเหล็กทั้งห้าคน!
“ไอ้สัตว์เอ๊ย!” กระทิงคลั่งสติหลุดแทบจะทันที การสูญเสียอย่างกะทันหันและมากมายขนาดนี้เขาทนรับไว้ไม่ไหวอีกแล้ว
เทพแห่งขวานร่างเงินพุ่งทะยานเข้าหาสัตว์ปีศาจที่มีถึงสองหัวสี่ปีกอย่างคลุ้มคลั่ง ก่อนจะถูกมันกางปีกฟาดสวนกลับ ซึ่งการสะบัดปีกครั้งนี้รุนแรงจนอากาศแตกะเิ ส่วนร่างของกระทิงคลั่งกลับกลายเป็ขาดวิ่นไปซีกหนึ่ง กระแสลมที่ซัดตามหลังมายังช่วยหอบโยนซากของเขาปลิวออกไปไกลประหนึ่งใบไม้แห้งที่หลุดร่วง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกะทันหันมากจนเสียงห้ามปรามและเสียงกรีดร้องเพิ่งจะเริ่มดัง ทุกอย่างก็สิ้นสุดลงไปแล้ว
ไทเทพสีหน้าบิดเบี้ยว ก่อนที่จะรวบรวมสติแผดเสียงสั่งการออกไปว่า “ทุกคนรีบหนีไปซะ!”
เมื่อหนึ่งคนกับหนึ่งปีศาจสบประสานสายตา เสียงระบบที่เพิ่งโดนสงสัยว่าเงียบหายไปไหนก็รายงานขึ้นเดี๋ยวนี้เอง
“ทีมของคุณกำลังเผชิญหน้ากับเ้าของรัง ‘อีกาเหล็กสายฟ้าทูรุนการ์ด’ เลเวล 50 [ระดับทำลายล้าง]”