"คุณชายรองหวังของแม่นางที่ว่าคือใครหรือ" ฉันถามเธอ โลกคงไม่กลมให้เรามาเจอกันที่นี่หรอกนะ อีกอย่างคนใช้นามสกุลนี้มีถมเถไป
"อย่าบอกว่าคุณชายไม่รู้จักคุณชายหวังของพวกเรานะเ้าคะ" แม่นางที่นั่งอยู่บนตักของพี่เหมยลี่พูดขึ้น "คุณชายคงล้อพวกข้าเล่นเป็แน่ใช่ไหมเ้าคะ" แม่นางคนที่นั่งบนตักฉันพูดเสริม ฉันจึงหันไปขอความเห็นจากพี่เหมยลี่ที่มองยิ้ม ๆ มาให้ฉัน ก่อนที่นางจะไขข้อข้องใจให้กับฉัน
"คุณชายรองหวังคือคู่ดูตัวของคุณหนูใหญ่สกุลจาง" พอเธอบอกเท่านั้นล่ะ เอาไงดีล่ะกลับเลยดีไหม ยังไม่พร้อมเจอเลย แต่อีกใจก็อยากเห็นว่าหน้าอิตาคุณชายรองอะไรเนี่ยเป็ยังไง ทำไมพวกแม่นางทั้งน้อยใหญ่ที่นี่ถึงดูให้ความสนใจขนาดนั้น
"คุณชายรองสกุลหวังที่เ้าว่าเขานั่งอยู่ตรงไหนหรือ" ฉันถามแม่นางที่อยู่บนตักฉัน
"อยู่ในห้องนั่นเ้าค่ะ" นางพูดพรางใช้พัดในมือชี้ไปที่ห้องตรงข้ามพวกเรานั่งอยู่บนชั้นสอง
"พวกเ้ารู้ได้ไงข้ายังไม่เห็นใครเดินเข้าออกห้องนั้นเลย" ฉันถามพวกเขาอย่างสงสัย เพราะนอกจากแม่นางน้อยใหญ่ยืนเป็ไทยมุงหน้าห้องนั้น
"คุณชายจะไม่มีทางเห็นหรอเ้าค่ะ เพราะคุณชายหวังเขาเข้าทางหน้าต่างห้องเ้าค่ะ" นางตอบ "จริงเ้าค่ะ ตอนแรก ๆ คุณชายหวังก็เข้าประตูหน้าปกตินี้ล่ะเ้าค่ะ แต่เห็นว่ามาทีไรก็วุ่นวาย เลยรำคาญใจหลัง ๆ มา ทุกครั้งท่านจึงเข้าทางนั้นเป็หลักเ้าค่ะ" แม่นางอีกคนพูดเสริม
"อ้าว….ถ้าเขาเข้าทางหน้าต่าง พวกเ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขามา" ฉันถามต่อ
"คุณชายต้องดื่มแก้วนี้ก่อนเ้าค่ะ ข้าถึงจะตอบ" นางพูดพรางยื่นจอกกระเบื้องใบเล็กที่มีเหล้าให้กับฉัน พอเห็นแล้วหน้าหวาน ๆ ของเสี่ยวฮวาทำหน้าดุก็ลอยมา พร้อมกับบอกว่าข้าไม่ท่านดื่มนะเ้าคะคุณหนู ฉันจึงรีบสลัดภาพในหัวออกให้เร็วที่สุดก่อนรับจอกในมือขึ้นมาดื่มรวดเดียว พี่เหมยลี่ก็โดนอีกคนบนตักให้ดื่มเหมือนกัน เธอทำหน้าขอความเห็น ฉันจึงพยักหน้าให้เธอดื่ม ๆ ไปเถอะไม่เมาง่ายขนาดนั้นหรอกนะ (คิดว่า) ดูท่าเธอคงจะไม่เคยดื่มมาก่อน จริง ๆ ฉันก็เห็นใจเธอนะ มาถึงขนาดนี้แล้วก็ถือว่าเป็บทเรียนอีกข้อแล้วกัน
"ข้าดื่มแล้ว บอกข้าได้หรือยัง" ฉันถามแม่นางที่นั่งบนตักฉันไปยอมลุกออกไปสักที ปวดขาจนเหน็บกินหมดแล้ว
"เห็นป้ายสีแดงนั้นไหมเ้าคะ" เธอถามพรางชี้พัดไปที่ป้ายสีแดงห้อยอยู่ทางประตู ฉันจึงพยักให้ให้เธอครั้งหนึ่ง "ป้ายนั้นล่ะเ้าค่ะที่บ่งบอกว่าคุณชายหวังมา" เธอตอบ ฮะ! แค่ป้ายสีแดงอันเดียวก็รู้แล้วหรอว่าเป็คุณชายหวังอะไรนั้น แม่เ้าไม่อยากจะเชื่อ เอาไปห้อยไว้ตอนไหนอ่ะงง
ยังไม่ทันจะได้ถามเธอต่อ อยู่ ๆ พี่เหมยลี่ก็หลับผิงหลังแม่นางที่นั่งบนตัก เอาแล้ว...งานเข้าแล้วไหมล่ะตู ไม่คิดว่าเหล้าแค่จอกเดียวจะทำให้เธอเมาเร็วขนาดนี้ แต่ยังดีที่ไม่เหมือนฉัน
"พวกเ้าบริการพวกข้าแค่นี้ก็พอไปหาคุณชายหวังของพวกเ้าเถอะ" ฉันพูดพรางเอาเงินให้พวกนางไปคนละสองตำลึงเงิน
"ขอคุณคุณชายทั้งสอง ไว้วันหลังข้าจะบริการให้ดีกว่านี่นะเ้าคะ" หลังจากพูดจบพวกเธอก็รับเงินไป ก่อนรีบเดินขึ้นไปด้านรวมกลุ่มกับแม่นางไทยมุงทั้งหลายที่หน้าห้องคุณชายรองหวังอะไรนั่น
"ขอข้าอยู่ต่อสักครู่นะเ้าคะ ข้าจะพากลับ" ฉันพูดเบาราวกระซิบกับคนที่หมดสติหลับฟุบอยู่กับโต๊ะ
ปึก! อยู่ ๆ มีดลอยมาจากฝั่งไหนไม่รู้มาปักตรงโต๊ะของฉันพอดีขณะกำลังจะยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม ทำเอาหัวใจหล่นไปที่ตาตุ่มทันที จอกเหล้าในมือก็หล่นจากมืออย่างเลี่ยงไม่ได้ นี้มันบ้าไปแล้ว! แม่นางที่อยู่แถวนั่นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความกลัวและใกับเหตุการณ์ วิ่งวุ่นกันจนเกิดความโกลาหลในหอนางโลมแห่งนี้
"ท่านพี่ช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ" พี่เหมยลี่ร้องขึ้นเสียงดัง ทำเอาฉันที่ช็อคกับภาพตรงหน้าถึงกับดึงมีสติกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ต้องช็อคเหมือนโดนแช่แข็งเลยครั้งนี้ ภาพที่ลู่ฉีเปิดประตูเดินออกมาจากห้องของคุณชายหวังอะไรนั้นก่อนที่แม่นางทั้งหลายจะพากันกรู่ไปมุงกันเช่นเดิม แต่ไม่นานประตูนั้นก็ถูกใครบ้างคนปิดมันลงฉันมองเห็นเขาไม่ชัดเพราะมีคนบังเยอะประกอบกับฉันอยู่ด้านล่างด้วย
ทันใดนั้นฉันดันสบตากับเขาด้วยในใจภาวนาว่าอย่าให้เขาจำได้ด้วยเถอะนะ แต่์ท่านคงไม่ได้ยินคำขอของฉัน พี่เหมยลี่ก็ลุกขึ้นยกจอกเหล้าของเธอที่แม่นางคนนั่นรินไว้ให้ก่อนที่เธอจะไปขึ้นดื่มและชูให้ลู่ฉีดู พร้อมส่งสายตาหวานหยาดเยิ่ม ก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะ เขามองมาอย่างไม่เชื่อสายตา
เวลานี้ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น ฉันเองก็แปลกใจ พอเธอยังเดินออกจากโต๊ะได้ไม่กี่ก้าว ไหเหล้าก็ลอยดิ่งมาทางเธอ อย่างกับฉากในซีรี่ที่เคยดูเลยที่พระเอกเห็นนางเอกอยู่ในอันตรายก็ะโลงมาช่วย ใช่เลยลู่ฉีที่เห็นไหเหล้าโดนเขวี้ยงมาทางพี่เหมยลี่ เขาก็รีบะโลงมาจากชั้นสองอย่างรวดเร็วก่อนจะเหวี่ยงตัวพาเธอหลบวิถีของไหนั้นก่อนมันจะมากระแทกตรงขอบโต๊ะตัวที่ฉันยืนอยู่แตก นี่มันเป็วันอะไรของฉันเนี่ย ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีที่เจอเขาที่นี่อีกด้วย
หลังจากเขาพาพี่เหมยลี่มาที่โต๊ะ เขาก็ยกเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่โยนเข้าไปในวงต้นเหตุ ทำเอาพวกเขาแตกกันออกแทบไม่ทัน ก่อนจะหันมาทำหน้าคาดโทษใส่ฉัน ขอร้องอย่าทำหน้าแบบนี้ฉันใจคอไม่ดีจะร้องไห้แล้วนะถ้าไม่เลิกจ้องสายตาหน้ากลัวแบบนี้ เขาเห็นฉันทำหน้าจะร้องไห้ เขาจึงหันไปมองทางอื่นก่อนจะถอนหายใจอย่างแรงระบายอารมย์ ก่อนจะวางหอเงินไว้บนโต๊ะและอุ้มภรรยาเดินออกจากหอนางโลมไป ตอนนี้บอกเลยสภาพของฉันตอนนี้น่าสังเวชที่สุด วิ่งตามเขาออกไปขึ้นรถม้าด้านหน้าหอนางโลงนี้
"ท่านพี่ใหญ่...ท่านอย่าโกรธพี่สะใภ้เลยนะเ้าคะ ข้าผิดเองที่ชวนนางออกมาที่นี่" ฉันพูดขึ้นระหว่างที่นั่งรถม้ากลับไปที่บ้านของเขา ดีใจน้ำตาแทบไหลเพราะั้แ่มา การเดินทางของฉันคือสองเท้าน้อย ๆ คู่นี้ แต่ครั้งนี้ฉันได้นั่งรถม้า แล้วยังฉันไม่มีความสุขเลยสักนิดแถมอึดอัดสุด ๆ ก็เขาเล่นไม่พูดอะไรนอกจากมองมาที่ฉัน
"ข้าผิดไปแล้ว...ครั้งหน้าจะไม่ทำอีกแล้ว"
"ใครให้พวกเ้ามาที่นี่" เขาถามขึ้นหลังจากที่เงียบฟังฉันพูด
"ไม่มีใครใช้ให้พวกข้ามาเ้าค่ะ ข้ามาของข้าเอง"
"แล้วพวกเ้ามาทำไม"
"ข้าเป็คนชวนพี่สะใภ้มาที่นี่เพื่อเรียนรู้เ้าค่ะ"
"เรียนรู้สิ่งใด"
"เอออ...การทำให้ผู้ชายรักเ้าค่ะ"
"เ้าหมายความว่าอย่างไร" เขาพูดพรางทำหน้าสงสัย
"ก็พี่สะใภ้นางบอกอยากมีลูกแต่ท่านก็ไม่มีเวลาให้นาง มีให้แต่กับงาน นางคิดว่าท่านรักงานมากกว่ารักนางเสียอีกเ้าคะ ข้า....ข้าเลยคิดว่าถ้าไปที่หอนั้นน่าจะมีสักวิธีที่นางสามารถนำไปใช้กับท่านได้" ฉันพูดไปใส่ไฟไปเขาจะได้คิดได้ขึ้นมาบ้าง
"เื่ของพวกข้า บางอย่างเ้าก็ไม่ควรเข้ามายุ่งก็ได้" เขาพูดนิ่ง ๆ แต่บาดลึกถึงกระดูกดำฉันเลย พูดมาคำเดียวว่าเสือกก็จบแล้วไหม ใช่สิฉันมันตัวก่อปัญหาสร้างแต่เื่ให้ไปวัน ๆ คนอุส่าหวังดีแท้ ๆ ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งแล้วก็ได้
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ" พูดพรางทำหน้ารู้สึกผิด
“เื่วันนี้ข้าจะปล่อยผ่านแล้วกัน ทีหลังห้ามพากันทำเื่เช่นนี้อีก หากไม่ฟังข้าจะไปบอกท่านแม่ให้หมดว่าเ้าก่อปัญหาอะไรบ้าง” เชอะ! ที่แท้ก็คนขี้ฟ้องดี ๆ นี่เอง
"เ้าค่ะ" สุดท้ายฉันก็ทำได้แค่ขานรับเขาไป
"วันมะรืนนี้ คุณชายหวังคู่ดูตัวของเ้า เขาจะมาหาที่จวนข้า อย่าทำให้เสียชื่อสกุลล่ะ" พอเขาพูดจบฉันล่ะอยากจะโดดออกจากรถม้าแล้ววิ่งหนี้ไปเหลือเกิน
นี่คงถึงเวลาฉันต้องออกเดินทางอีกแล้วหรือนี่ ฉันหนีเขามาขนาดนี้แล้วยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ ต้องเป็ผู้ชายแบบไหนกันเนี่ย ชีวิตของฉันจะต้องร่อนเร่ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ ตราบใดที่ฉันยังไม่้าผูกชีวิตไว้กับใคร