ผู้ใช้ภาษาา
เพียงสิ้นคำอัญเชิญสายน้ำจำนวนมากก็ทะลักทะล้นออกมาจากรากต้นไม้ในขณะที่ผู้ครองธาตุแห่งพืชที่ร่างจริงก็คือมหาพฤกษาขนาดใหญ่ที่ลำต้นมีหน้าคล้ายกับพ่อมดแก่ผู้ชั่วร้ายคำรามก้องอย่างโกรธเกี้ยวก่อนจะกวาดกิ่งก้านและรากขนาดใหญ่มาขวางเป็คันกันไม่ให้สายน้ำผ่านไปได้โดยง่ายแต่กระแสน้ำที่ไร้รูปร่างนั้นก็มิมีผู้ใดจะหยุดยั้ง
เซนดรินและฮาร์มยืนขนาบข้างเด็กหญิงซึ่งกำลังรวมสมาธิเพื่อให้สายน้ำไปในทิศทางที่เธอ้าขอให้ช่วยโจมตีั์อัคคีแม้ผู้ครองธาตุพฤกษาจะขวางกั้นทางน้ำทุกวิถีทางแต่ก็ไม่เป็ผลจึงทำให้สายน้ำถึงตัวั์อัคคีในที่สุดฝ่ายผู้ครองธาตุไฟก็มิได้เกรงกริ่งต่ออำนาจแห่งสายน้ำที่กำลังก่อตัวเป็เกลียวคลื่นขนาดมโหฬารตรงเข้าสาดซัดความร้อนดุจเพลงนรกนั่น
เนย่าสังเกตเห็นว่าก่อนที่พลังน้ำจำนวนมากนั้นจะถึงตัวั์อัคคีมวลน้ำได้ก่อตัวเป็รูปร่างของอิสตรีแสนงดงามกางแขนเข้าโอบกอดั์อัคคีก่อนจะกลายสภาพเป็สายน้ำดุจเดิมไอน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณที่น้ำและไฟปะทะกัน ผู้ครองธาตุทั้งสองหายไปแล้ว แต่ผู้ปองร้ายเด็กหญิงยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
ผู้ครองธาตุพฤกษากระหน่ำฟาดทั้งกิ่งก้านและรากของตนเพื่อกระตุ้นให้เนย่าหลบออกมาจากที่ซ่อนเหล่าต้นไม่น้อยใหญ่ต่างก็เคลื่อนย้ายตัวโยกไหวกันอย่างโกลาหลเพื่อไม่ให้เด็กหญิงได้หลบภัยใต้ลำต้นของตนอีก
แม้จะเป็ศัตรูที่มีจำนวนมากเอาการแต่การหลบอยู่ในที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับเนย่าเซนดริน และฮาร์ม
“จะทำยังไงต่อดี พืชแพ้ธาตุอะไรล่ะทีนี้” เนย่าเอ่ยถามเซนดรินที่กำลังมองหาจุดหลบภัยแห่งใหม่ส่วนฮาร์มคอยระวังภัยให้
“ธาตุดินกับพืชเป็ธาตุที่หนุนกันอยู่ถ้าใช้พลาดอาจเสริมให้พืชยิ่งแข็งแกร่งธาตุน้ำก็เหมือนกัน แสงก็ด้วย ส่วนเงาถึงไม่หนุนแต่กว่าจะรู้ผลก็ช้าอีกที่จะล้างก็มีไฟแล้วก็ลม” เซนดรินอธิบาย
“ลมเหรอ คนที่ใช้ได้คือรินริน” เนย่าบอกอย่างกระตือรือร้น
“รินรินไปหลบอยู่ที่ปลอดภัยแล้วเธอน่าจะลองเรียกใช้ธาตุลมดู” เซนดรินแนะนำ
“แต่ละคนใช้พลังเวทย์ได้แค่ธาตุเดียวไม่ใช่เหรอ” เนย่านึกถึงหลักความเป็จริงซึ่งแต่ละคนก็มีธาตุประจำตัวเองมันน่าจะเป็เช่นนั้น
“อาจจะใช่ แต่เวลาแบบนี้ก็น่าลอง” เซนดรินกระตุ้นอีก
“ฉันจะลองยังไงในเมื่อลมฉันใช้ไม่เป็” เนย่าบอกตามจริง
“เธอก็ไม่เป็ทุกอย่างนั่นแหละแต่เธอก็ใช้มันได้ทุกอย่างนี่” ฮาร์มเอ่ยโดยไม่หันมามองเธอเพราะต้องคอยระวังภัย และต้องคอยตามการหามุมหลบภัยของเซนดรินให้ทัน
“ก็ได้ถ้านายคิดอย่างนั้นฉันจะลองดู” เนย่ารู้สึกกดดันที่ดูเหมือนฮาร์มจะ้าให้เธอทำในสิ่งที่ไม่อยากทำไม่แตกต่างจากเซนดรินที่คอยบอกให้เธอทำโน่นทำนี่
เธอจึงลองหมุนมือเป็วงกลมสามรอบหลับตาลงนำมือทั้งสองวางซ้อนกันก่อนจะลืมตาพลันแล้วเป่าลมออกไปเกิดกระแสลมหมุนรูปกรวยค่อย ๆ ก่อตัวจากพื้นดินก่อนจะสูงขึ้น ๆ แล้วพัดวนทุกอย่างจึงถูกดูดเข้าสู่ใจกลางพายุใหญ่
“ทำได้จริง ๆ ด้วยแฮะ” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆ
“ทางที่ดีไปหลบอยู่หลังมหาพฤกษาจะดีที่สุดขืนหลบต้นไม้เล็กๆ ได้ถูกลมดูดเข้าไปปั่นจนเละแน่” เซนดรินเสนอว่าแล้วทั้งสามก็ลัดเลาะหลบต้นโน้นย้ายไปต้นนี้จนเข้าใกล้มหาพฤกษาที่กำลังกราดเกรี้ยวจากพายุใหญ่ที่เนย่าสร้างขึ้น
มันคำรามก้องฟ้าจนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงพื้นราวกับตอบรับคำเชิญของมันแต่ขนาดพายุใหญ่ก็ยังมิสามารถล้มมหาพฤกษาลงได้และเป็อีกครั้งที่เนย่าจะต้องใช้วิธีเดิม
“เธอคงต้องอัญเชิญผู้ครองธาตุแห่งลม” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆน้ำเสียงเจือความอ่อนล้าอยู่ในที
“ฉันอีกแล้วเหรอ” เนย่าเริ่มจะสงสัยแล้วสิว่าเธอคือคนที่ช่วยสองคนนี่ไว้มากกว่า
“ใช่ เพราะมีแค่เธอเท่านั้นที่ทำได้” เซนดรินสำทับขึ้นอีก
“ทำไมถึงมีแค่ฉันที่ทำได้เซนดริน” เนย่ากดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจ
“เพราะเธอถูกเลือกมาแล้วน่ะสิ ลงมือซะ!” เซนดรินกระซิบให้เนย่าได้ยินเพียงคนเดียวก่อนจะออกคำสั่งให้ลงมือเนย่าจนใจจะต่อปัญหากับเซนดรินเนย่าหลับตาลงอีกครั้งตั้งสมาธิมั่นก่อนจะวาดมือทั้งสองข้างกางไปในอากาศ
‘วีดาร์น่า ข้าขออัญเชิญท่าน’ สิ้นคำอัญเชิญลมพายุที่ถูกมหาพฤกษาซัดจนแตกจะจัดกระจายก็คล้ายกับจะคลายเกลียวที่หมุนวนกลายเป็เงาปีกนางฟ้าขนาดใหญ่ปีกคู่นั้นโบยบินพร้อมขีดอาณาเขตรายล้อมมหาพฤกษาไว้ แม้ผู้ครองธาตุพฤกษาจะพิโรธเกรี้ยวโกรธปานใดแต่เมื่อกระแสลมรอบทิศทางที่ปีกแห่งวาโยกางไว้เริ่มหมุนตีวงเข้าหาตนก็ไร้ทางหนีรอด
ราวกับเครื่องปั่นกำลังสูงที่บดละเอียดทุกอย่างได้ในพริบตาแม้ทั้งหมดจะต้องอยู่ในวงล้อมของสายลมแห่งวาโยแต่เนย่ารู้ดีว่าแม้มหาพฤกษาจะแหลกลาญป่นปี้ไปต่อหน้าพวกเขาสามคนที่หลบอยู่ก็จะไม่มีใครเป็อะไรและในที่สุด...มหาพฤกษาก็สลายไปพร้อมกับสายลมแห่งวาโย
แม้เนย่าจะยังทึ่งตัวเองว่าผู้ครองธาตุรับฟังคำอัญเชิญของเธอได้อย่างไรแต่เด็กหญิงก็รู้สึกภูมิใจอยู่ไม่น้อย เพราะสามารถปกป้องผู้ชายสองคนข้าง ๆ ได้ ‘เธอนี่มันพระเอกชัด ๆ เลย’
“เธอยังวางใจไม่ได้นะยังเหลืออีกตั้งสามที่เธอจะต้องเอาชนะให้ได้ เนย่า” ฮาร์มหันมาบอกเนย่าที่กำลังยืนนิ่งคิดอยู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางมองไปทางแท่งเสาหินที่ก่อตัวกันจนเป็รูปร่างคล้ายช้างดึกดำบรรพ์ที่ร่างสร้างจากหินมีตาเดียวและมีงาถึงสามคู่ด้วยกันขนาดเท่าูเาย่อมๆ ลูกนึงทีเดียวและกำลังโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
พญาคชสารเพียงแค่กระทืบเท้าผืนดินก็ะเืเลื่อนลั่นมันฟาดงวงฟาดงาสะบัดปัดป่ายไปมาอย่างโกรธกรุ่นเด็กทั้งสามไม่มีที่ให้กำบังอีก เพราะสายลมแห่งวาโยได้หอบเอาเหล่าพฤกษาหายไปหมดสิ้นเหลือเพียงทุ่งหญ้าเตียนโล่งไม่มีที่ใดหลบได้นอกจากจะมุดหนีลงดิน
“หมดหนทางหนีแล้วเซนดรินพวกเราจะเอายังไงดี” เนย่าเอ่ยถามเสียงอ่อน
“ศิลางั้นรึ ไฟ น้ำ ลม ดิน พืช เงา แสงไม่มีธาตุไหนทำให้หินสะดุ้งะเืได้เลย ธาตุน้ำอาจจะมีผลอยู่บ้างแต่ใช้เวลานานเกินไป” เซนดรินวิเคราะห์สีหน้าบ่งบอกว่าเขากำลังยุ่งยากใจอย่างที่สุด
“ก็ทำมันแตกกระจายไปซะก็สินเื่” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆ
“นายพูดถูกและธาตุที่จะทำอย่างนั้นได้มีเพียงธาตุเดียวคือสายฟ้าแต่จะดึงมายังไงเพราะดูจะเข้าพวกกับผู้ที่มาเล่นงานเรานะ” เซนดรินตอบไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกับฮาร์มและเนย่าไม่เข้าใจว่าเวลาคับขันอย่างนี้ทั้งสองจะมาทำน้ำเสียงเ็าใส่กันเพื่ออะไร?
“และฉันก็คงอันเชิญผู้ครองธาตุสายฟ้าให้มาพังพญาช้างตัวนั้นไม่ได้สินะ” เนย่าลองทำเสียงเ็าแบบสองคนนี้ดูบ้างแต่ผลที่ได้กลับมาคือสายตาขุ่นเคืองของทั้งสองคนนี่เธอพูดผิดมากรึไงกัน?
“อาจจะมีทางอยู่บ้างถ้าจะทำให้ผู้ครองธาตุสายฟ้าปล่อยพลังออกมาทำลายผู้ครองธาตุศิลา” เซนดรินเอ่ยนิ่ง ๆ พลางจ้องมองไปยังพญาคชสารที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมจะจู่โจมแล้วและเวลาที่พวกเขาจะคิดแผนโจมตีกลับก็เหลือน้อยเต็มที
“ฉันจะไปเป็เป้าล่อให้เอง”ฮาร์มเอ่ยพลางหันหลังจะเดินไปหาผู้ครองธาตุสายฟ้าที่ตั้งท่าจะคืนร่างจริงแต่รั้งอยู่เพื่อดูทีท่าของพวกเดียวกัน
“ไม่ได้นะ” เนย่าดึงแขนเสื้อฮาร์มไว้เนย่าเข้าใจในทันทีว่าการที่จะทำให้ผู้ครองธาตุสายฟ้าปล่อยสายฟ้าให้ลงมาฟาดผู้ครองธาตุศิลาได้ก็คือต้องให้ใครสักคนไปยั่วยุให้โกรธ
“ทำไม” ฮาร์มหันกลับมาและส่งสายตามองมือที่เนย่าจับแขนเสื้อเขาอยู่อย่างมีคำถาม
“เพราะพวกเขา้าฉันถึงนายออกไปผู้ครองธาตุสายฟ้าก็คงไม่ลงมือกับนายแน่” เน่ย่าว่า
“จริงอย่างที่เธอพูดพวกเขาจะไม่ลงมือถ้าไม่ใช่เนย่า” เซนดรินสบตามองฮาร์มนิ่ง
“งั้นก็หมายความว่าเธอต้องออกไปเองงั้นสิ” ฮาร์มเลิกคิ้วถามคนที่ยังไม่ปล่อยเสื้อเขา
“จะมีทางอื่นอีกไหมล่ะ” เนย่ากลอกตาไปมา
“เมื่อผู้ครองธาตุสายฟ้าเห็นเธอและเริ่มลงมือเธอรีบวิ่งกลับมาตรงนี้ตกลงตามนั้นนะ” เซนดรินเดินไปกระชากมือที่เนย่าจับแขนเสื้อฮาร์มไว้ออกให้หันมาตั้งใจฟังเขาแทน
“ถ้าฉันวิ่งหนีไม่ทันล่ะ” ใช่! ถ้าเธอวิ่งไม่ทันจะทำยังไง เหมือนสองคนนี่จะพึ่งพาได้เสียเหลือเกินนะที่ผ่านมาเนย่าคิด
“ฉันสองคนจะตามไปช่วยเอง” เซนดรินบอก เนย่าควรจะเบาใจดีไหมนะ
“เหมือนที่ผ่านมาฉันรอดเพราะพวกนายสองคนเลยเนอะ” เนย่าประชด
“แล้วจะเอาไง” ฮาร์มถาม
“ก็ต้องไปน่ะสิ” เนย่ากดเสียงไม่พอใจ
“ก็แค่นั้น” เซนดรินว่าเนย่าสะบัดหน้าใส่เซนดรินก่อนจะตั้งท่าเดินเข้าไปหาผู้ครองธาตุแห่งสายฟ้า
ในจังหวะเดียวกันนั้นพญาคชสารคล้ายกับจะรู้การกระทำของเด็กหญิงจึงเริ่มลงมือโจมตีในทันที
ก้อนหินจำนวณมากมายลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะพุ่งมาด้วยความเร็วสูงเป้าหมายคือเนย่าเด็กหญิงหมอบลงกับพื้นแล้วเอามือกุมหัวแน่นเพราะความแรงของหินก้อนเล็กก้อนน้อยที่พุ่งมามีอำนาจเท่ากับลูกะุของปืนใหญ่เลยทีเดียว
ในขณะเดียวกันฮาร์มและเซนดรินก็ช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถโดยฮาร์มสร้างเกราะความมืดขึ้นมาแล้วดูดกลืนก้อนหินเ่าั้เข้าไปคล้ายกับหลุมดำส่วนเซนดรินก็สร้างกำแพงธรณีขึ้นมาขวางได้อย่างรวดเร็วทำให้เนย่าปลอดภัยไม่ถูกพลังะุศิลาเข้า
เมื่อเห็นดังนั้นเนย่าจึงไม่รอช้าวิ่งตรงไปหาในจุดที่ผู้ครองธาตุสายฟ้าจะมองเห็นเธอได้
“นี่ ถ้าแน่จริงก็ลงมือซิถ้าคิดว่าทำร้ายฉันได้นะ ท่านผู้ครองธาตุสายฟ้า” เนย่าร้องท้าทาย
เสียงฟ้าคำรามะเืเลื่อนลั่นก่อนอสุนีบาตจะฟาดเปรี้ยงลงมาห่างจากเด็กหญิงเพียงไม่กี่เมตรเนย่ายกมือปิดหูพร้อมกับย่อตัวลงนั่งทำให้เศษผงเศษดินปลิวกระเด็นเปรอะเปื้อนไปทั่วตัว
ผู้ครองธาตุสายฟ้าคืนร่างจริงเป็อาชาสีทองอร่ามขนาดมหึมาั์ตาสีน้ำเงินเข้มกางปีกสยายก่อนจะกระทืบเท้าที่รองด้วยมวลเมฆาอย่างเกรี้ยวกราดทำให้เกิดเสียงกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั่ว
“เนย่าล่อให้มันมาทางนี้เร็ว” เสียงเซนดรินร้องสั่งในขณะที่พญาคชสารก็ไล่หลังเขาและฮาร์มมาติดๆเนย่าเองก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งกลับเข้าไปหาทั้งสองคนแต่เนื่องจากระยะห่างที่มีมากเกินไปทำให้สายฟ้าที่ฟาดลงมาในแต่ละครั้งก็ยังไม่ถูกเป้าหมายอย่างช้างศิลาได้
“ฉันต้องทำยังไงต่อล่ะเนี่ย” เนย่าร้องถามในขณะที่วิ่งหลบสายฟ้าให้วุ่นวาย
“วิ่งมาทางนี้เร็วฉันจะพรางตาช้างศิลาให้” ฮาร์มะโบอกในขณะที่วิ่งตรงไปหาเนย่าที่มีอาชาสายฟ้าไล่ล่าอยู่ข้างหลังเนย่าไม่รอช้าที่จะทำตามคำสั่งของฮาร์มรีบวิ่งตรงไปหา
ฮาร์มใช้พลังเวทย์แห่งเงาพรางตาของช้างศิลาในทันทีเนย่าพุ่งทะลวงเงามืดนั้นเข้าไปก่อนที่สายฟ้าจะฟาดเปรี้ยงลงมาอีกครั้งเสียงกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั่ว ทั้งเสียงะเิเสียงก้อนหินก้อนกรวดตกกระจายพร้อมกับเสียงคำรามอย่างดุร้าย เวทย์เงาของฮาร์มค่อยๆ จางหายพร้อมกับภาพลางเลือนเบื้องหน้าเด็กทั้งสาม
ช้างศิลาได้รับาเ็สาหัสขาหน้าและงาข้างหนึ่งของมันขาดหายไปมันชูงวงร้องด้วยความเ็ปก่อนจะตวัดสายตามาดร้ายไปทางอาชาสายฟ้าซึ่งกระทืบเท้าถอยหน้าถอยหลังไปมาราวกับลุแก่โทษว่าทำพวกเดียวกันาเ็
แต่กลับไม่มีคำอธิบายให้พวกเด็ก ๆ ได้เข้าใจพญาคชสารใช้งวงคว้าขาของมันที่หักขึ้นมาพร้อมกับเหวี่ยงขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีอาชาสายฟ้ายืนอยู่แม้อาชาสายฟ้าจะหลบการโจมตีได้ทันแต่มันก็กระทืบเท้าอย่างโกรธเกรี้ยวที่พวกเดียวกันไม่ยอมให้อภัยในสิ่งที่ทำพลาดไปจึงเตือนด้วยการกระทืบเท้าซ้ำๆ ทำให้เกิดเสียงฟ้าลั่นฟ้าร้องไปทั่ว แต่ช้างศิลาหาได้ฟังคำเตือนไม่มันคว้างาข้างที่หักปาไปยังจุดเดิมและมันก็ถูกขาหน้าของอาชาสายฟ้าจนาเ็จนได้
เป้าหมายถูกเปลี่ยนเป็พวกเดียวกันเสียแล้วทำให้ทั้งสามมีเวลาหาที่ซ่อนและได้แต่มองการต่อสู้อยู่ห่างๆ
“พวกเขาสู้กันเองแล้วทีนี้พวกเราก็หมดปัญหาไปอีกสอง” เซน ดรินว่า
“อืม” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆ
“แต่ฉันไม่ชอบเลย ฉันไม่อยากให้พวกเขาทะเลาะกัน”
“เธอจะเป็คนดีไปไหม พวกเขารุมเล่นงานเธอนะ” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆ
“ก็ฉันไม่อยากให้พวกเขาทะเลาะกันนี่นาพวกผู้ครองธาตุทุกคนต่างก็สำคัญเท่ากันหมดขาดใครไปทุกอย่างก็เสียสมดุลแต่พวกเขามาทะเลาะกันเองแบบนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย” เนย่าพยายามชักจูงให้ทั้งสองคล้อยตาม
“แล้วเธอจะให้พวกเขากลับมาเล่นงานเธอแทนว่างั้น” เซนดรินกอดอกถาม
“ไม่หรอกน่าว่าแต่ว่าผู้ครองธาตุแห่งความมืดไปอยู่ไหนซะล่ะ” เนย่าเอ่ยถามพรางมองหาไม่ได้สนใจว่าผู้ครองธาตุทั้งสองต่อสู้ไปถึงไหนแล้ว
“ฉันว่าเขาอยู่ใกล้จนพวกเราคิดไม่ถึงเลยล่ะ” เซนดรินก้มมองเงาของเนย่าที่ไม่ได้บิดเบือนท่าทางไปตามเด็กหญิง แต่เมื่อถูกจับได้เงาของเนย่าก็ก่อรูปร่างขึ้นเป็เธอแต่ทั้งตัวสีดำสนิทก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างผลักฮาร์มและเซนดรินกระเด็นออกไปไกลคนละทิศละทาง
“โห! อยู่ใกล้กันขนาดนี้เลยนะคะท่านผู้ครองธาตุความมืดตัดกำลังหนูขนาดนี้แล้วหนูจะเอาอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย” เนย่ายิ้มเฝื่อนหันไปมองฮาร์มและเซนดรินที่กระเด็นหายไปไหนก็หารู้ไม่แถมเงาของเธอจากสีดำในข้างต้นก็กลับแปรสภาพมาเป็เธอโดยสมบูรณ์แบบจนหาที่ผิดเพี้ยนไปจากเธอไม่ได้
“หนูไม่ชอบแบบนี้เลยจริง ๆ ให้ตายสิ” เน่ย่าบ่นอีกพลางส่ายหัวไปมา เมื่อต้องพบกับคู่ต่อสู่ที่เหมือนเธอจนแทบแยกไม่ออกขนาดนี้
“เก่งดีนี่ผู้ใช่ภาษาา” เงาของเนย่าเอ่ยเด็กหญิงถึงกับนิ่งค้างเป็เพราะเื่นี้หรือถึงทำให้ผู้ครองธาตุต่างมารุมยำเธอ
“ท่านคงเข้าใจอะไรผิดไป หนูคงไม่ใช่ผู้ที่ท่านกำลังเอ่ยถึง” เนย่าเอ่ยนิ่ง ๆ เธอตั้งสติได้แล้วและนี่แค่การทดสอบเธอสะกดจิตตัวเองอย่างนั้น แม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เขตภารกิจธรรมดา
“แต่ข้าได้เห็นมากับตาว่ามนุษย์ธรรมดาเช่นเ้าทำอะไรได้บ้าง” เงาเนย่ากระตุกยิ้มชั่วร้าย
“หนูขอยอมรับแต่โดยดีว่ามนุษย์เช่นหนูอาจจะทำอะไรได้มากมายจนเกินไปแต่ขอให้เหล่าผู้ครองธาตุวางใจว่าหนูจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนถ้าไม่ทำร้ายเพื่อนหรือผู้มีพระคุณของหนูก่อน” เนย่าเอ่ยต่อรอง
“คิดว่ากล่อมข้าแล้วจะปล่อยเ้าไปงั้นสิ” เงาของเนย่าทำท่ายียวน
“ก็แล้วแต่ท่านจะกรุณา” เนย่าว่า
“ไม่มีทางเพราะเ้าอาจจะนำพาหายนะมาสู่โลกเซนเทีย ตายซะน่าจะดีกว่า”
เงาของเธอขู่ฆ่าเธอเสียแล้วนี่เป็เขตภารกิจจริง ๆ รึเปล่าพวกอาจารย์จะรู้ไหมในใจเธอเริ่มหวาดกลัวเสียแล้ว
“ต้องขอโทษจริง ๆ ถ้าท่านคิดเช่นนั้น” เนย่าค้อมศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะคำนวณทางรอดในใจเหมือนจะคุยกันเข้าใจในข้างต้น แต่ผู้ครองธาตุแห่งเงากลับจะฆ่าเธอเสียเพราะใช้ภาษาาได้ไหนมันเป็แค่การทดสอบมิใช่หรือ
ผู้ครองธาตุแห่งความมืดอาศัย่ที่เด็กหญิงกำลังครุ่นคิดลงมือก่อนเธอปล่อยพลังงานสีดำออกมาทำให้บริเวนโดยรอบมืดมิดไปโดยทันที
ภายในความมืดมิดและประสาทตาที่ไม่สามารถใช้งานได้ เนย่าเซถลาล้มลงจากแรงถีบด้านหลังการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้เนย่าเสียหลักล้มไม่เป็ท่าแต่เธอก็สามารถครองสติได้รีบลุกขึ้นในทันทีก่อนจะตั้งรับด้วยการตั้งใจฟังเสียงรอบกาย
“ไม่สนุกเลยนะเล่นทีเผลอกันแบบนี้” เนย่าถ่วงเวลาและมองหาเงาของเธอ
“ปากดีนักนะ” เสียงต่อว่าลอยมาพร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศและเนย่าจับทิศทางได้เธอเบี่ยงตัวหลบก่อนจะคว้ามืออีกฝ่ายไว้แต่มันก็หายไปในทันที
“เก่งดีนี่สามารถจับต้องข้าได้” เสียงหัวเราะหยันของเงาเนย่าดังขึ้นเหมือนเธอจะพอใจกับการได้ของเล่นใหม่
“เห็นทีหนูคงจะออมมือให้ไม่ได้ล่ะนะ” สายตาคมกริบมองฝ่าความมืดมิดไปทั่วหนแห่งก่อนจะหลับตาลงและลองใช้ธาตุที่เธอคิดว่าจะใช้ได้เนย่าแบมือออกสลัดเพียงหนึ่งครั้งคมน้ำแข็งก็กระจายออกไปทั่วทิศเกิดเสียงเกล็ดน้ำแข็งแตกกระจายไปทั่วบริเวน
“ข้าจะให้เ้าตายอย่างทรมานให้สมกับความเก่งของเ้าดีไหมล่ะฮะ ๆ ๆ” ภายในความมืดมิดนั้นเริ่มส่งผลให้เด็กหญิงเริ่มหวาดกลัวทีละน้อย
ความเงียบ ความโดดเดี่ยวเริ่มเข้าเกาะกุมจิตใจ ภาพวันเก่าๆ ที่เธอเคยถูกผลักไสจากคนในหมู่บ้าน เหล่าเด็กที่ไล่ปาก้อนหินใส่เธอและบ้านเด็กกำพร้าที่หาความสุขไม่ได้หลังนั้น เธอหวาดกลัวจับใจว่าต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้ง
“ไม่ ฉันไม่ได้กลัว ฉันไม่กลับไปนะ” เนย่าเอ่ยขึ้นอย่างสับสน เธอจะไม่หลงกลเงาลวงของความมืดนี้ ใช่เธอจะไม่หลงกล แต่ใครล่ะจะช่วยเธอในเวลานี้มีเพียงแต่ตัวเธอเท่านั้น ตัวเธอที่ทำอะไร ๆ ได้เกินสิ่งที่ตัวเองคิดเสมอ ใช่สิเธอต้องทำได้แน่
“เลฟฟิลโล่ ข้าขออันเชิญท่าน” สิ้นวาจาของเด็กหญิงผู้ครองธาตุแห่งแสงสว่างก็ส่องนำทางให้เธอทันที แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวพร่างพราวขึ้นในความมืดมิดก่อนจะขยายวงกว้างเรื่อย ๆ คล้ายกลับแสงแห่งดวงอาทิตย์ความมืดมิดเริ่มถูกกลืนกินก่อนทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพเดิมเธอยืนอยู่กลางทุ่งโล่งกว้างของเขตภารกิจนี้แต่ร่างเหมือนของเธอที่นั่งกองอยู่กับพื้นคล้ายกับได้รับาเ็สาหัส
“เลฟฟิลโล่ เ้ามันช่างชั่วช้านัก” เงาของเนย่ากุมหน้าอกของตัวเองและกระอักเืออกมา
“ท่านเป็อย่างไรบ้าง” เนย่าค่อย ๆเดินเข้าไปหาแต่ผลตอบกลับมาคืออาวุธที่เหมือนกับของเธอถูกดึงมาใช่คันธนูเสี้ยวจันทร์นั้นถูกง้างออกโดยคนที่นั่งอยู่ที่พื้น
“ตายด้วยน้ำมือตัวเองคงจะสมใจไม่น้อยมั้ง” เงาของเนย่าเอ่ยเสียงเย็นเนย่าลูบไปที่สร้อยของเธอและมันยังอยู่ดี แต่นี่เขตภารกิจเวทย์อาวุธไม่สามารถใช้ได้
“ถ้าท่านทำแล้วสบายใจเชิญท่านตามสบาย” เนย่าตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้ายอมให้ตัวเองเป็เป้านิ่ง เพื่อพิสูจน์ความจริงใจว่าแม้เธอจะใช้ภาษาาได้เธอก็ไม่คิดจะระรานใครอย่างแน่นอน เธอหลับตาลง และหวังใจเป็อย่างยิ่งว่าเธอจะยุติข้อสงสัยของเหล่าผู้ครองธาตุได้ วัดดวงกันไปให้รู้แล้วรู้รอดแม้ว่าทางรอดจะน้อยกว่า
“ยอมตายง่าย ๆ อย่างนี้เลยรึดีข้าจะได้ไม่เหนื่อยแรง” สิ้นคำของเงาเด็กหญิงลูกธนูถูกปล่อยออกไปเป้าหมายคือคนตรงหน้าร่างของนกไฟทะยานกล้าหมายฆ่าคนที่ยอมจำนนแต่ทว่ากลับเกิดม่านน้ำขึ้นมาคลุมตัวเด็กหญิงไว้ ทำให้นกไฟมอดม้วยลงในทันที
“รีอาร์ เ้าหลบไปนะ” เงาของเนย่าเอ่ยอย่างฉุนเฉียวรีอาร์ผู้ครองธาตุแห่งสายน้ำเข้าปกป้องเด็กหญิงและหยุดจิตรับรู้ของเนย่าไว้แค่นั้น
“เย็นไว้ ชาลอต ข้าคงหลีกทางให้เ้าไม่ได้” รีอาร์ในร่างหญิงสาวก่อตัวจากมวลน้ำร่างสวยสะคราญในชุดสีฟ้าลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเงาของเด็กหญิง
“แต่เด็กนั่นจะทำให้พวกเราเดือดร้อน” ผู้ครองธาตุแห่งความมืดลดคันธนูลงยืนขึ้นเต็มความสูงและเผยร่างจริงเป็หญิงในชุดดำสนิทกับผิวสีน้ำผึ้ง
“จะไม่มีใครเดือดร้อนถ้าเรายอมอยู่ใต้คำบัญชาของเด็กคนนี้” รีอาร์แย้มยิ้มอย่างอารีเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางผายมือไปที่เนย่าที่ยังคงอยู่ในม่านน้ำคุ้มกัน
“ไม่จริง เ้าพูดบ้าอะไร เราเป็เอกเทศมานานจะมายินยอมฟังเพียงคำเรียกขานใช้งานของเด็กมนุษย์นี่รึ” ชาลอตไม่ลดละสายตาที่ยังคงมุ่งร้ายไปทางเนย่า
“มีเพียงผู้เดียวที่บงการพวกเราได้และผู้นั้นใช้ภาษาาได้ เ้ารู้ดี” รีอาร์อธิบายต่อ
“แต่เด็กนั่นไม่เหมาะสมสักนิด” ชาลอตมีท่าทีขัดใจอย่างเห็นได้ขัด
“เธอยอมตายเพื่อให้พวกเราเชื่อใจนี่ยังไม่เหมาะสมอีกหรือ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังชาลอตราวกับจะบอกให้เธอยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
“วีดาน่า เ้าก็เป็ไปด้วยงั้นรึไหนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวไง” ชาลอตหันไปตวาดเสียงกร้าวใส่ร่างหญิงสาวที่ใส่ชุดสีขาวนวลด้านหลังมีปีกบางใสคล้ายกับผีเสื้อ
“พวกเราเห็นพ้องต้องกันแล้ว ว่าควรขึ้นตรงกับใคร” วีดาน่าเอ่ยต่อ
“ไหนล่ะพวกเ้า รีอาร์ และเลฟฟิลโล่รึ” ซึ่งคนที่ชาลอตเอ่ยสุดท้ายเธอแทบอยากจะฉีกเขาเป็ชิ้นๆ
“พวกข้า” อีกหลายเสียงดังขึ้น พร้อมกับร่างจริงของผู้ครองธาตุทุกคน
“โฟทอส ฟารามอส ทรอรัน สโตเฟ่ พวกเ้าด้วยงั้นรึ” อัคคี พฤกษา อัสนี และศิลา ชายหนุ่มทั้งสี่ในชุดการแต่งกายต่างกันแม้ในข้างต้นพวกเขาจะไม่เห็นด้วยเลยในการที่ต้องรับคำสั่งจากเด็กมนุษย์แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากเลฟฟิลโล่ ก็เข้าใจได้โดยทันทีแต่เขาจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าชาลอตแน่เพราะอาจจะเกิดาขึ้นอีกรอบก็เป็ได้เงากับแสงไม่เคยถูกกัน
“หากคำกล่าวของ เอิร์นนิส เป็จริงก็ถึงคราวที่โลกนี้จะต้องถูกเปลี่ยนอีกครั้งแล้ว” โฟทอสเอ่ยถึงเฒ่าธรนี ซึ่งไม่ได้อยู่ ณ ที่นี่ด้วย
“ฮึ่! พวกเ้าเชื่อ คำของบดีดินงั้นรึ” ชาลอตเอ่ยนามเต็มของเฒ่าธรณีอย่างไม่หวั่นเกรง
“เขาคือผู้รู้แจ้งจริง” ทรอรันเอ่ยสำทับ พร้อมกับก้าวมาข้างหน้า
“แต่ข้าไม่มีทางเชื่อไอ้เฒ่าล้านปีนั่น” ชาลอตปรามาสรุนแรง
“เ้ากำลังลบหลู่ผู้าุโแห่งมวลเราอยู่นะ” สโตเฟ่คำรามลั่น
“ได้โปรด อย่าทะเลาะกัน” เสียงสั่นเครือเอ่ย ภายใต้ม่านวารีคุ้มกัน
“เป็ไปได้ยังไง ข้าหยุดจิตของเธอไปแล้วนี่” รีอาร์ถึงกับตื่นตะลึงการหยุดจิตของเหล่าผู้ครองธาตุไม่เคยมีใครฝืนอำนาจได้มาก่อน แต่เด็กคนนี้กลับทำได้แม้จะยังไม่ลืมตาตื่นก็ตาม
“ไม่มีใคร สำคัญกว่าใคร ทุกท่านเท่าเทียมกันเกื้อหนุนกันล้วนสำคัญเท่ากันหมด ขอเพียงพวกท่านร่วมแรงร่วมใจกันโลกนี้จะไม่มีวันถูกเปลี่ยนไปอยู่ในมือใครอย่างแน่นอน” เมื่อสิ้นคำเด็กหญิงลุกขึ้นยืน ดวงตาค่อย ๆเปิดอย่างเชื่องช้า ก่อนจะมีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังเด็กหญิงแม้จะลางเลือนแต่สีดวงตาสีทองอมฟ้าที่สะท้อนออกมาจากเด็กหญิงนั่นพวกเขาก็รู้จักดี
“ผู้ครองธาตุ นภา เชย์ตี้”