ตอนที่สามสิบหก การทดลองกับปราณส่วนต่างๆในร่างกาย
ก้าวร่างครึ่งเซียนไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแม้จะแตกต่างจากขั้นสร้างแก่นพลังปราณของการบ่มเพาะปราณผมกับรู้สึกถึงร่างกายอย่างลึกซึ้งที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ที่มีความจำเป็นต้องเปิดช่องทางปราณในร่างกายก็เพราะอย่างนี้สินะจะสามารถสะสมพลังได้มากกว่าธรรมดา
ทำให้พลังที่สะสมมาของโสมร้อยปีกลายเป็นเสริมสร้างร่างกายของผมไปทุกสัดส่วนแทน
นั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ว่าการจับคนมาต้มเป็นยาสามารถทำได้นั่นเอง เพราะสรรพคุณของร่างกายที่มีพลังชั้นสูงก็น่าจะเทียบได้เท่ากับสัตว์อสูรชั้นสูงในโลกเซียนเช่นกัน
หมายความวว่า มนุษย์กินคนในแนวสายมารของโลกเซียนนั้นน่าจะเป็นเรื่องธรรมดามากกว่าที่เราคิด
ผมสัมผัสได้ถึงช่องโพรงต่างๆในร่างกายที่สะท้อนกันและกัน
แบบเดียวกับแนวความคิดที่ว่าสวรรค์เป็นเพียงแค่ระบบราชการของราชสำนักจีนโบราณแค่ย้ายพื้นที่ไปไว้บนสวรรค์
แนวความคิดว่าบนโลกคือภาพสะท้อนของสวรรค์มีมาแต่ครั้งโบราณแล้ว
แต่ในฐานะผมที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็จำต้องทำการพิสูจน์นั่นเอง
แอ่วววว
ด้วยการเดินลมปราณไปที่จุดชีพจรที่ปลายลิ้นทำให้มีน้ำลายออกจากปากมหาศาล
คร่อกกกก
เดินลมปราณที่ช่องท้องทำให้เกิดอาการหิวอย่างรวดเร็ว
กระตึก
โครม
ผมกระโดดชนเพดานที่สูงกว่ายี่สิบเมตรได้อย่างง่ายดาย
หวึ่มมมม
เดินลมปราณตรงตาทำให้ผมเห็นพลังปราณที่แฝงอยู่ตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นและเกิดอาการไมเกรนเล็กน้อยเมื่อพยายามจะจ้องมองปราณและลักษณะรอบข้าง
ผมราวกับว่าเห็นการเคลื่อนไหวของลมปราณที่พวกนักษัตรเดินลมปราณภายในร่างกายอย่างไม่รู้ตัวคือความรู้สึกที่น่าประหลาดที่เห็นโลกทั้งใบชัดเจนกว่าเดิม
และ..
“นายท่านเหลือจุดที่สำคัญที่สุดตันเถียนไม่ใช่หรือกระต๊าก/ ไหนเลยไม่ลองทำดูคร่อก”
พวกนักษัตรกล่าวถามอย่างสงสัย
เพราะผมกลัวกุ๊กกู๋ของผมจะกระเด้งขึ้นมาน่ะสิฟะ
ผมดูมุกตลกเรื่องนี้มามากแล้วผมจำได้
“อะแฮ่ม เอาไว้ก่อน ข้าเกรงว่าหากมีใครแย่งหยางบริสุทธิ์จากร่างกายของข้าไปได้แล้วข้าจะเสียพลังลมปราณไป”
ฟู่ ต้องขอบคุณแนวความคิด”หยางบริสุทธิ์”ของนิยายกำลังภายในที่เป็นสาเหตุให้ผมหาข้อแก้ตัวได้
พวกนักษัตรก็พยักหน้าไม่ได้คิดอะไร
และอีกส่วนหนึ่งตรงกระหม่อม
ผมไม่ค่อยรู้สึกอะไรเด่นชัดนักนอกจากมีผมงอกออกจากศีรษะมามากกว่าเดิม
เดี๋ยวผมคิดว่าจะทดลองไปเรื่อยๆในเกี่ยวกับร่างกายและผลกระทบต่อพลังลมปราณที่ฝึกได้นี้
ผต่ผมให้ความสนใจตรงกระหม่อมเป็นพิเศษจากการสันนิษฐานว่ามุกนิยายกำลังภายในมีมุก
”เปิดจุดชีพจรที่กระหม่อม”
ไว้ในหลายๆเรื่อง
และ
กล้ามเนื้อแขนเปล่งขยายขนาดขึ้นมาพร้อมกับเอวที่สะบัด
เปรี้ยง
กำแพงเหล็กที่หนาสามเมตรที่เอามาทดลองรับแรงกระแทก
การสร้างแรงชกขึ้นอยู่กับการใส่แรงทั้งตัวขนาดของหมัดและความเร็ว
หลายอย่างต้องประสานกันจึงจะได้ผลในการโจมตีที่ดีที่สุด
และนี่คือผลจากการใช้สองจุดที่ขาและแขนพร้อมๆกัน
ทำให้ผมได้แรงที่มากกว่ารถกระบะพุ่งเข้าชนผนังเหล็กด้วยความเร็ว
และที่น่าตกใจก็คือ
มือของผมยังอยู่ดีไม่บุบสลาย
แต่ผนังเหล็กนั้นยุบเป็นรูเข้าไป
ผลมาจากการที่ผมพยายามเดินลมปราณหุ้มหมัดของผมเอาไว้
แบบเดียวกับท่าไม้ตายของสไปเดอร์แมนที่พ่นใยหุ้มหมัดของตนเองไว้เป็นนวมก่อนที่จะชกกับศัตรูที่อาจจะมีไฟฟ้าหรือไฟลุกท่วมตัวที่จะเป็นอันตรายต่อหมัดของตนเองได้
และผลลัพธ์นั้นก็น่าสนใจอย่างยิ่ง
แน่นอน แค่การชกให้ผนังพังหรือรถพังทั้งคันแบบสตรีทไฟเตอร์นั้นไม่ได้ทำให้ผมดีใจเท่าที่ควรจะเป็น
เพราะการที่ผมรู้ว่า คนจากโลกเซียนมีวิชา”สี่ตำลึงปัดพันชั่ง”หรือวิชาสลายพลังต่างๆที่ทำให้การโจมตีด้วยพลังอย่างเดียวไม่ได้ผลนั่นเอง