หลังจากที่องค์หญิ่งเหมยอัน ได้สั่งทุกๆคนไว้หมดแล้ว นางจริงสั่งให้ขงฉู่ปิดตำหนักไม่ให้ใครสามารถเข้าพบได้อีก ให้ทุกๆอย่างผ่านขงฉู่เท่านั้นแม้แต่วันที่ฮ้องเต้นำสิ่งของต่างๆตัวยาดีๆ มาให้นางได้บำรุงและรับประทาน ฮ้องเต้และพระมเหสีก็ไม่สามารถเข้าไปได้ ถึงแม้พวกเขาจะพยายมขอแล้วก็ตาม เพราะแม่นางเหมยอันปฏิเสธสิ่งของต่าง ที่มันไม่จำเป็ต่อนางอีก และสิ่งที่นางทำคือการใช้พลังฟ้าดินเพื่อเพิ่มกำลังของกายเนื้อให้นางเท่านั้น และก็ให้นมลูก แล้วก็ใช้กายทิพเข้าไปหาจูหมิ่ง
"ไท้ต้าเกอจูหมิ่ง " นางกว่าเรียนแด่มหาเทพ
"ว่าอย่างไรหรือพระมารดา ข้ารอฟังท่านอยู่" จูหมิ่งกล่าว
"สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็เช่นเดิมั้แ่วันที่ข้าได้เจอท่าน มันก็เป็วันเดียวที่ข้าเสียเหมาเจียลูกข้าไป " นางทำหน้าดูเศร้าหมองเป็อย่างมาก
"พระมารดาทรงอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ข้าก็คือบุตรของท่านที่ข้าสามารถติดต่อกับท่านได้เพราะข้าทำอะไรที่ไม่น่าทำลงไป ข้ายังไม่ลืมชาติภพ พลังของข้าจึงทำร้ายท่าน และยังทำร้ายใจท่านด้วย" จากที่จูหมิ่งไม่ได้ทำตามพิธีตอนจุดตินั้น ทำให้เกิดลูกโซที่ร้ายแรงขึ้นต่อเหมยอันเป็อย่างมาก โดยที่จูหมิ่งไม่ได้ตั้งใจ
"ท่านไม่น่าทำเช่นนั้นเลย ถ้าท่านเกิดมาแล้วไม่ใช่เป็บุตรข้าและแต่กลับเป็คนอื่นแล้วพลังของนางไม่พอท่านจะทำอย่างไร" เหมยอันกล่าว และโมโหแบบแม่โมโหลูกที่ซนจนเกินไป
"ก็ดีไท้ต้าเกอ เมื่อท่านทำอะไรไม่ควรเช่นนี้ข้าซึ่งเป็พระมารดาของท่านจะลงโทษท่านบ้างท่านคงจะไม่ว่าอะไร" เหมยอันกำลังสั่งสอนจูหมิ่งเหมือนดั่งแม่สอนลูก ทั้งๆที่ในภาพลวงตาตอนนี้ เหมือนภรรยากำลังบ่นกับสามีเสียมากกว่า
"ข้าขอยอมรับผิดทุกอย่าง เชิญพระมารดาทรงลงโทษลูกตามทึ่ท่านประสงค์ด้วยเถิด" ด้วยความที่จูหมิ่งเคารพนางเขาจึงทำได้แค่เพียงต้องก้มหน้ายอมรับผิดไปจนว่าเหมยอันจะดีขึ้นหรือจนกว่านางจะได้ระบายจนพอใจ
"ไท้ต้าเกอจูหมิ่งท่านจงเปลียนร้างเป็เหมาเจียซะ ข้าชักจะเบื่อหน้าท่านเหลือทน" เหมยอันกล่าวออกมาด้วยความโมโห
"ได้ท่านท่านแม่้า ข้าจะเปลียนเป็เหมาเจียให้ท่าน" หลังจากจูหมิ่งกว่าจบเค้าก็เปลียนเป็เด็กทารกทันที จากนั้นก็ทำการอุ้มเค้าด้วยความอบอุ่นที่นางได้มีให้ ทำให้เค้าได้รับไออุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อน
"ไท้ต้าเกอนับแต่วันนี้ท่านจงใช้รางทิพร้างนี้เถิด และข้าจะทำการผนึกพลังท่านเอาไว้ให้โตไปพร้อมร้างเนื้อของท่าน " หลังจากนั้นนางก็ทำการสละอายุไขของกายเนื้อทั้งหมดเพื่อผนึกพลังของเค้า
"ลูกแม่! แม่ต้องไปแล้วนะ ขาจะไปทำหน้าที่แทนเ้า ร้างกายเนื้อข้านั้นมันสุดจะรับไหวแล้ว วันพรุ่งนี้ก็เป็คบรอบที่เ้าอายุเจ็ดเดือนพอดี ซึ่งข้าหมดเวลาแล้ว เหมาเจียลูกแม่ลูกจงค่อยปลอดผนึกนี้หนาอย่าคิดทำอะไรให้เกิดอันตรายกับเ้า ข้ายังจะคอยดูเ้าเติบโตอยู่บนนั้น" เหมยอันกำลังกลาวลาทั้งน้ำตา
"ขอให้ข้าได้ให้นมเ้าเป็ครั้งสุดท้ายด้วยเถอะลูกแม่ " หลังจากนั้นเหมยอันก็อุ้มจูหมิ่งขึ้มมากินนม ซึ่งจูหมิ่งพยามขัดขืนแน่นอนแต่ก็ป่าวประโยชน์ เพราะร้างจิติญญาถูกผนึกเอาไว้ให้โตไปพร้อมๆร้างเนื้อแล้วเขาจึงไม่สามารถจะทำอะไรได้ เขาต้องกินนมจากสาวที่ไม่ใช่ภรรยาของตนแต่กลับเป็มารดาเหมยอัน หลังจากเขากินแล้วก็หลับไป เหมยอันก็ถอนตัวจากภาพลวงตาทันที แต่กลับว่าตอนนี้ร้างเนื้อของนางก็กระทำเช่นกันกำลังให้นมบุตร นางก็ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา
"ขงฉู่เตอเทียน นายพลหมิ่งหลง เชิญเข้ามาข้างใน" หลังจากที่นางกล่าวตามทั้งสองเข้ามา ทั้งสองก็เข้ามาทันที่คารวะและก็นั่งตรงเบาะที่เดิม
"ท่านเรียนข้าทั้งสองคนมีเื่อันใดงั้นหรือ หรือจะถึงเวลาแล้ว" ขงฉู่กล่าวถามนางตรงๆ
"ใช่แล้วต้าเซียนฉู่ มันถึงเวลาแล้ว หลังจากข้าไปขอให้ท่านทำตามที่ข้าบอกอย่างเคร่งครัด อย่างแรกเมื่อข้าจากไปให้ท่านส่งร้างข้าให้ทางพระราชสำนักและ เรียนฮ้องเต้และพระมเหสีให้มารับศพข้าไปทำพิธีที่ถูกต้อง อย่างที่สองท่านจงสอนทุกอย่างให้ลูกข้าหลังจากเขาอายุหนึ่งขวบให้ท่านพาไปฝากตัวกับสำนักหงฆ์ฟ้า ท่านเข้าใจหรือไม่ อย่างสุดท้ายท่านห้ามลืมคำสั่งบนองค์การฟ้าโดยเด็ดขาด. ที่ข้าจะบอกกับพวกท่านมีเท่านี้ไม่มีอะไรแล้วออกไปได้ " หลังจากที่เหมยอันสั่งงานอะไรเรียบร้อยนางก็ให้พวกเค้าออกไปและบำเพ็ญจิตตภาวนาต่อ
"ครับไท้ต้าเกอเหมยอัน" เทพทั้งสองกล่าว
เช้าวันต่อมาเหมยอันกำลังจะสละร้างเนื้อแล้ว ทุกคนก็ตื่นมาจัดแจงพิธีต่างๆ เพื่อเป็การสงไทต้าเกอกลับ์
"ได้เวลาที่ข้าจะไปแล้ว เหมาเจียแม่ไม่ก่อนนะแม่จะคอยดูลูกอยู่บนนั้นนะ" ขณะนั้นท้องฟ้าก็มืดมัว นางก็หลับตาและกล่าวเบาๆไม่กี่คำว่า "สละ ปล่อยวาง ไม่ยึดติดในโลก เกิดและดับย่อมเป็ธรรมดาของทุกสิ่ง " หลังจากนางกล่าวคำเหล่านี้ร้างของนางก็มึแสงสองส่วนส่วนหนึ่งเป็สีขาว อีกส่วนเป็สีทอง ส่วนสีขาวก็ค่อยๆไหลเข้าไปในร้างของเหมาเจีย นั้นคือผนึกอายุไขนางที่ทิ่งไว้กับลูกของนาง ส่วนอีกแสงสีทองก็ค่อยๆลอยตัวออกจากร้างของนาง และรวมตัวดูคล้ายๆกับลูกบอลสีทอง พอลูกบอลสีทองรวมกันจนเต็มใบแล้วนั้น บนใบหน้าของเหมยอักนก็เกินน้ำตาไหลออกมาจากตาทั้งสองข้าง และลูกบอลทองก็พุ้งขึ้นไปบน์ด้วยเร็วสุงทันที และในที่สุดร้ายกายเนื้อของนางก็หายใจเบาลง จนหยุดหายใจในที่สุด
"ไท้ต้าเกอจากไปแล้ว เตียมพิธีได้ เชิญฮ้องเต้มารับร้างของแม่นางไปได้" ขงฉู่กล่าว หลังจากที่เหมยอันจากไปไม่นาน อายุของเหมาเจียก็ครบรอบหนึ่งขวบและก็เป็การครบที่ตกลงสัญญากับฮ้องเต้ไว้แล้ว "ทูนฮ้องเต้ ท่างขงฉู่และนายพลหมิ่งขอเข้าเฝ้าพะยะคะ" เสียงของขันทีในพระราชวังดังขึ้นมาเพื่อกว่าทูนฮ้องเต้
"ให้พวกเค้าเข้ามา" ฮ้องเต้กล่าวในใจเค้ารู้แล้วต้องเป็เื่เหมาเจียแน่นอน พวกเค้ากล่าวสนทนาเื่ที่่จะเอาเหมาเจียออกไปจากวังหลวงอยู่นาน ฮ้องเต้ก็ได้แต่ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กลับลูกสาวของตน
"เมื่อข้าได้กล่าวแล้วท่านเข้าใจก็เป็เื่ที่หน้ายินดี ไปกลับกันได้แล้วนายพลหมิ่งเราต้องเดินทางไปสำนักหงฆ์ฟ้าในรุ่งสางขอให้ท่านเตียมทหารของท่านให้เรียบร้อยด้วย " ขงฉู่กล่าวต่อฮ้องเต้และเชิญนายพลหมิ่งกลับไปกับเค้าทันที "ช้าก่อน ท่านนำไข่มุขัจักรพรรดิเม็ดนี้ไปด้วยค่าสัญญากลับลูกสาวว่าจะมอบให้หลานของข้า " หลังจากฮ้องเต้กล่าวขงฉู่ก็เข้าไปรับไข่มุกทันที และก็ทั้งขงฉู่และนายพลหมิ่งก็เดินจากไป
เช้าวันต่อมา ทุกอย่างได้เตียมอะไรเรียบร้อยแล้ว ทุกคนกำลังจะออกเดินทางเมื่อถึงเวลาก็ออกเดินทางไปสำนักทันที โดยมีทหารอยู่ในการควบคุมของขงฉู่ ห้ากองร้อย และนายพลหมิ่งอีก ห้ากองร้อย พลม้าศึกที่ฮ้องเต้ประทานให้เพิ่มอีก สามกองร้อย ดูเป็กองทัพที่ยิ่งใหญ่พอตัวเลยทีเดียว ทั้งกองทัพเดินทางแรมวันแรมคืนก็ถึงสำนักหงฆ์ฟ้าแล้ว เมื่อมาถึงพวกเค้าก็เริ่มเห็นผู้ฝึกตนต่างๆ ขี่สัตว์ขี่ระดับสูงบ้าง ขี่กระบี่บินบ้าง เหาะด้วยตัวเองบ้าง มีชุดหลากหลายสีแต่ละสีก็มีอาวุชที่แตกต่างกันไป และนายพลหมิ่งถึงกับอุทานทันที "มาถึงแล้วหรือสำนังสงฆ์ฟ้า จากที่เห็นเมืุ่์ทำได้ขนาดนี้แล้วทำไมพวกเซียแบบเราๆ จึงมีน้อยยิ่งนัก"
"ใช่เรามาถึงแล้ว แล้วก็ใช่เพราะพวกเค้ามักจะพอใจกับความสุขเพียงเท่านี้ไงนายพลหมิ่ง ขอแค่มีพลังเล็กน้อยก็ชอบทำเป็ใหญ่โตก็เลยมีที่เป็เซียนแบบเราได้น้อยไงละ" ขงฉู่ตอบไป เหลาทหารต่างๆ ต่างพากันใเมื่อได้เห็นผู้ฝึกตนกระทำเช่นนั้นๆต่อหน้าพวกเค้า แต่สำหรับ นายพลหมิ่งและขงฉู่เื่นี้ถือว่าเป็เื่ที่ดาดๆมาก หลังจากที่ทุกคนเงยหน้ามองกันอยู่นั้นก็มี คนจากสำนักและผู้ติดตามระดับสูงบินลงมา มองดูแล้วออกจะไม่เป็มิตรเลย
"พวกเ้าเป็ใคร แค่คนธรรมดาคิดจะสู้กับพวกเราด้วยกองทัพน้อยๆแค่นี้หรอ กระจอกสิ้นดี" เสียงจากคนสำนักหงฆ์ฟ้ากล่าวออกมา บงบอกถึงการดูถูกที่โง่งมยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้ามหาเทพและ เซียนทั้งสอง นายพลหมิ่งถึงกับหน้าบุญไม่รับเลยทีเดียว
"ใจเย็นๆ หมิ่งหลงแค่คนมันไม่รู้จักที่ตำที่สูง" ขงฉู่กล่าว
"พวกเรามาจากเมืองเหมย ขอให้พวกท่านเปิดทางให้เราไปหาท่านประมุขด้วย" ขงฉู่กล่าวแบบเก็บอารมณ์แบบเต็มที่
"ถ้าสามารถเอาชนะพวกเราศิษย์ในระดับสองได้ ค่อยมาว่ากัน " คนขี่เมฆสีทองตรงกลางกล่าออกมา สีหน้าเย้ยหยันใส่ และคนข้างหลังก็ต่างพากันหัวเราะเยาะ พวกเค้าและทหารทั้งหมด
"ก็ได้ ข้ายกให้แล้วกันนายพลหมิ่งเอาให้เต็มทีทำลายความภาคภูมินั้นซะ อย่าให้มันมารบกวนเราในภายหลังได้อีก ฝากด้วยอย่าให้ถึงตายละ" ขงฉู่เกิดอารมณ์ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นคนที่เรียกตัวเองเป็ศิษย์ในระดับสองทำตัวต่ำเช่นนี้ เค้าจึกไม่คิดจะปกป้องพวกมันอีกต่อไป อีกอย่าเป็การทำให้เหล่าทหารต่างๆได้เห็นความสามารถของผู้นำของพวกเค้าอีกด้วย
เมื่อนายพลหมิ่งได้ยินการอนุญาตจากขงฉู่แล้วเค้าก็บินขึ้นไปทันที ฟ้ากลับดูมืดมัวทันที คนทั้งสามหน้าเริ่มเกิดความกลัวแล้ว เนื่องจากนายพลหมิ่งไม่คิดจะไว้หน้าใครเค้าจึงปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างเต็มที่ และพวกเค้าที่เป็ศิษย์ในระดับสองก็ไม่สามารถที่จะตรวจสอบก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เค้าอยู่ระดับสูงกว่าพวกเรางั้นหรือเป็ไปได้ไงทำไมคนธรรมดาถึงมีพลังขนาดนี้ ....
"ข้าน้อยนายพลหมิ่งหลง ขอคำชี้แนะจากพวกท่านด้วย เข้ามาได้เสมอ" สายตาของนายพลหมิ่งดูนากลัวขึ้นมาทันที เหลาทหารและขงฉู่จ้องดูอยู่เบื่องล้าง ต่างเห็นนายพลที่ขึ้นไปรับมือกับศิษย์ทั้งสาม ต่างมีกำลังใจฮึกเหิม ขึ้นมาทันที สามต่อหนึ่งถึงจะแพ้พวกเค้าก็ต้องเคารพนายพลแล้วละ พวกเค้าไม่รู้เช่นกันว่าผู้นำของเค้าเป็ใครพวกเค้าทำตามคำสั่งของฮ้องเต้เท่านั้นให้มาคุ้มครององค์รัชทายาทเท่านั้น