ท่านอ๋องกับชายาหมี(จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 15 ลักลอบเข้าจวนใหญ่

                ร่างอวบอ้วนในชุดดำพรางตัวอย่างแนบเนียนงานนี้รายได้นับร้อยตำลึงองค์หญิงหานซูลี่สงสัยว่า จะต้องเป็นของสำคัญยิ่งนางเคลื่อนตัวไปหลบรอจนองครักษ์ออกจากเรือนไปจนหมดจึงค่อยเคลื่อนเข้าข้างในจวนนี้ไม่มีองครักษ์เงา ผู้ที่จะมีคนพิเศษจำพวกนั้นได้คงมีเพียงฮ่องเต้ องค์รัชทายาทองค์ชายบางคน และคนในสายตระกูลใหญ่เก่าแก่เท่านั้น

                นางสไลด์ตัวตามเสาใหญ่ดีที่ถุงมือของนางมีสารยึดเกาะดี ไม่เช่นนั้นร่างใหญ่คงหงายผลึงลงไปแล้วองค์หญิงเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วคล้ายเงาวูบไปตามผนังมืออวบอูมเลื่อนกลไกที่ตู้หนังสืออย่างรวดเร็ว ของซ่อนอยู่ในช่องเล็กที่ต้องคลำหา

                ‘เจอแล้ว’นางรีบเก็บเข้าห่อผ้าแล้วสะพายไปด้านหลังเกาะผนังแล้ววูบขึ้นไปบนเพดานอย่างรวดเร็ว

                “พวกเจ้าจงระวังตัวงานครั้งก่อน พวกเรายังไม่มีโอกาสลงมือ ฮ่องเต้เตรียมตัวมาดีเกินไป”ชายสูงวัยในชุดภูมิฐานกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว

                “ใต้เท้าพวกเราเตรียมคนไว้นอกเมืองแล้ว รอแค่ท่านสั่งการ”

                “ข้าเองก็ต้องรอเบื้องบนก่อนยามนี้ต้องไม่ออกตัวให้เป็นที่สงสัย”

                คนที่ถูกเรียกว่าใต้เท้าโบกมือให้ทุกคนออกไป “พวกเขาใกล้จะมาแล้ว เรารีบไปรอข้างนอกจะดีกว่า”

                ครั้นคนเหล่านั้นลับตาหานซูลี่จึงเคลื่อนตัววูบจากเพดานเกาะขึ้นไปบนหลังคานางใกล้จะหมดเวลาทำงานแล้วต้องเร่งมือก่อนจิ้งจอกขาวจะกลับมา

                “มีคนร้าย”

                เสียงตะโกนจากข้างล่างดังลั่นองค์หญิงรีบเกร็งลมปราณทะยานขึ้นจากหลังจากตัวเรือนที่สูงที่สุดในจวนอย่างรวดเร็วร่างของนางวูบหายไปในบันดล

                เพล้ง! เพล้ง!เพล้ง!แต่น้ำหนักของนางนั้นเป็นของจริงที่ทิ้งความเสียหายไว้เบื้องหลังเศษกระเบื้องหลังคาจวนใหญ่ร่วงหล่นลงพื้นแตกระนาว

                หลังจากส่งของให้หงซือซือและรับเงินเรียบร้อยแล้วองค์หญิงหานซูลี่รีบแฝงกายเข้าสู่ตำหนักหมีขาวอย่างรวดเร็ว

                ตงชางองครักษ์คู่ใจอ๋องเก้าเห็นเงาดำวูบไหวเข้าไปในตำหนักหมีขาวเขาตาเบิกโพลง ‘พระชายามีองครักษ์เงาคุ้มกายอยู่จริงหรืออาจจะเป็นนินจาอย่างที่ท่านอ๋องออกไว้’เขาไม่กล้าอุกอาจบุกเข้าไป ได้แต่สังเกตการณ์อยู่นอกเรือน ยามนี้ได้เห็นกับตาแล้วว่าวิชาของนินจานั้นร้ายกาจเพียงใด เขาจับตามองเงานั้นไม่ทันด้วยซ้ำไปไม่อาจจะกะขนาดหรือรูปร่างได้

                อ๋องเก้าเดินมาถึงหน้าตำหนักพอดีตงชางจึงกระซิบบอกสิ่งที่เห็น

                “มีอยู่จริงด้วยทำอย่างไรเปิ่นหวางจึงจะได้เห็นนินจาของนาง”

                โดยปกติแล้วองครักษ์เงานับเป็นบุคคลที่ไม่มีผู้ใดให้เปิดเผยโฉมหน้าหรือบอกชื่อแซ่การดำรงอยู่ของพวกเขาเป็นความลับ ในยามเรียกขานจะมีรหัสลับไว้ใช้ คงจะเช่นเดียวกันหากนางมีนินจาคอยรับใช้อยู่ใกล้ชิดจริง หากอาจจะมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำในแคว้นหมิงหวังว่า...คงไม่ใช่การลอบสังหาร

                “พระชายาท่านอ๋องมาแล้วเพคะ”

                นางผงกศีรษะขึ้นจากขอบอ่างอาบน้ำ‘เกือบไม่ทันแล้วดีที่หลุดจากจวนนั้นได้ทันเวลา’ นางรีบร้อนกับภารกิจจนไม่ได้ลอบมองใบหน้าของใต้เท้าเถียนผู้นั้นแต่ก็ได้จดจำเสียงได้แม่นยำ พวกเขาหวังลอบสังหารฮ่องเต้หรอกหรือ?

                อ๋องเก้าผลักประตูเข้ามานางกำนัลข้างนอกรีบปิดประตูโดยเร็วเพราะพระชายากำลังอาบน้ำอยู่

                “น้องหญิงวันนี้ข้าได้เป็ดย่างจากวังชินอ๋องมาฝากเจ้า พี่สะใภ้ฝากมาให้สองตัวเกรงว่าเจ้าจะไม่อิ่ม” น้ำเสียงยั่วเย้านั้นชวนให้หงุดหงิดนัก

                ‘นี่คงจะเร่งมาเลยสินะข้าแทบจะหัวทิ่มเพราะรีบกลับมาดักเจ้า จิ้งจอกเจ้าเล่ห์’

                หานซูลี่กลับมาถึงในยามเฉินครั้งหน้านางอาจจะต้องให้พี่ชายส่งสายสืบมาให้สักคนเพื่อให้คอยจับตามองอ๋องเก้าในยามออกจากวังเพื่อให้นางทำภารกิจได้สะดวก หงซือซือหางานรายได้งามมาให้หลายงานเลยเทียวแต่ต้องหลบให้พ้นการเกาะแกะของจิ้งจอกขาวเสียก่อน

                “ซูเจินอย่าให้พระชายาแช่น้ำนานเดี๋ยวจะไม่สบาย” น้ำเสียงเข้มงวดนั้นทำเอาซูเจินสะดุ้ง แม้ท่านอ๋องมักจะทำใบหน้าเรียบเฉยแต่นางได้ยินคนส่งอาหารเล่าว่า อ๋องเก้าเป็นคนเด็ดขาดยิ่งเพียงอย่าทำให้พระองค์โมโห

                “เพคะ”เป่ยซูเจินรีบแตะต้นแขนของพระชายา ส่ายหน้ามิให้ถ่วงเวลา “ขึ้นเถิดเพคะ”

                หานซูลี่ขัดเคืองในใจความเป็นเชลยบ้านเมืองทำให้นางไม่อาจจะตะบึงตะบอนได้อย่างที่ใจคิดหากเขาคิดจะลงโทษ กักขังหรือเฆี่ยนตี ย่อมทำได้ นี่ไม่ใช่บ้านเมืองของนางพระชายาที่อยู่ในฐานะเชลยทำได้ดีที่สุดเพียงรักษาตัวให้รอดจากเภทภัยเท่านั้น

                นางกำนัลทั้งสองแต่งกายให้องค์หญิงในขณะที่ท่านอ๋องออกไปสั่งนางกำนัลหน้าห้องให้ตั้งโต๊ะอาหารที่ห้องโถง

                “ข้าเชิญแขกมาร่วมรับโต๊ะกับเราด้วย”

                “เพคะ”นางรับคำด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

                ไม่นานนักคุณชายฝูก็เดินยิ้มแย้มนำหน้าผู้รับใช้“คารวะท่านอ๋องและพระชายา ข้าน้อยฝูหลี่เปียว”

                “เพื่อนของข้าเอง”

            พระชายารับคารวะเขาด้วยรอยยิ้มอันสุภาพ“ยินดีที่ท่านมาเยือนตำหนักของเปิ่นกง”

            ฝูหลี่เปียวลอบสังเกตเรือนร่างของพระชายาเขาข้องใจในข่าวที่ได้รับด้วยอาชีพที่ต้องเดินทางติดต่อผู้คนมากมายหลายระดับและหลายแคว้นเขาได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า องค์หญิงหานซูลี่นั้น รูปโฉมงดงามการที่นางจะกลายเป็นเช่นนี้เพียงชั่วระยะเวลาที่ต้องมาอภิเษกสมรสเป็นเรื่องน่าสงสัยยิ่ง

                “หม่อมฉันเคยไปแคว้นเว่ยหลายครั้งช่างน่าเสียดายที่ไม่เคยได้พบเจอพระองค์”

                “เปิ่นกงไม่ค่อยออกจากวังหลวงจึงไม่มีผู้ได้พบเห็นบ่อยนัก” องค์หญิงจะบอกได้อย่างไรว่านางมักจะออกไปฝึกวิชากับอาจารย์บนยอดเขาซงซานในวังหลวงที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องมากหน้าที่มักจะจัดงานสังสรรค์นางจึงไม่ค่อยใส่ใจ

                “หม่อมฉันได้รับเชิญเข้าไปในวังหลวงหลายคราจึงได้พบกับองค์ชายหานเลี่ยงจินบ่อยครั้ง พะยะค่ะ”

                “อืมเสด็จพี่ของเปิ่นกงต้องออกรับแขกบ้านแขกเมืองเป็นประจำอยู่แล้ว”ในใจนางรู้สึกโชคเข้าข้าง เพราะหากเขาเคยพบนางคงต้องมีข้อสงสัยไม่จบไม่สิ้น

                “เมื่อวานหม่อมฉันเพิ่งเจอสหายพ่อค้าที่เพิ่งเดินทางกลับจากแคว้นเว่ยเขามอบภาพวาดขององค์หญิงจากฝีมือของจิตรกรเลื่องชื่อมาให้กระหม่อมจึงนำมาถวายท่านอ๋อง"

    --------------------------------

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องกับชายาหมี(จบแล้วมีEbook) ที่คุณอ่าน